• 0000000.png
  • 1111111.png
  • 2222222.png
  • 33333333.jpg
  • 44444444.png
  • addsetp1.png
  • addsetp2.png
  • addsetp11.png
  • addsetp12.png
  • addstep3.png
  • addstep4.png
  • addstep13.png
  • addstep14.png
  • bmaplans58.png
  • checkedlist.png
  • checkk_report.png
  • copy_kpibycheck.png
  • sed_summary1.png
  • sed_summary2.png

สรุปประเด็นข่าวเด่นประจำวันจากกองประชาสัมพันธ์ กทม.

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

1.เร่งรัดโครงการ ถ.ศรีนครินทร์-ร่มเกล้า
1 ฉบับ เดลินิวส์
รายละเอียด
-นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รผว.กทม. กล่าวถึงความคืบหน้าการก่อสร้างถนนศรีนครินทร์-ร่มเกล้า ซึ่งเป็นโครงการที่เชื่อมระหว่างถนนรามคำแหง 24 ถนนร่มเกล้าและถนนเจ้าคุณทหาร มีความยาวตลอดแนว 11.75 กิโลเมตรว่า กทม.ได้จัดสรรงบประมาณก่อสร้างรวมทั้งสิ้น 5,575.4 ล้านบาท เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 58 แบ่งการก่อสร้างเป็น 7 ช่วง ขณะนี้การก่อสร้างคืบหน้าแล้วกว่าร้อยละ 75 ซึ่งได้สั่งการให้ สนย.เร่งรัดงานให้เป็นไปตามกรอบเวลาที่กำหนด เพื่อให้ภายในเดือน ธ.ค.นี้ จะสามารถเปิดใช้งานถนนได้บางส่วน ยกเว้นการก่อสร้างในช่วงที่ 5 ก่อสร้างสะพานรถยนต์ข้ามถนนวงแหวนรอบนอก ขนาด 6 ช่องจราจร 2 ทิศทางที่อาจต้องขยายสัญญาเพิ่มเติม เนื่องจากต้องใช้ระยะเวลาในการเวนคืนพื้นที่และติดปัญหาการแก้ไขชั้นดิน แต่คาดจะสามารถดำเนินการก่อสร้างได้เสร็จสิ้นในกลางปี 61


ผลกระทบ
ด้านบวก
-เมื่อโครงการก่อสร้างถนนศรีนครินทร์-ร่มเกล้าแล้วเสร็จ จะช่วยสร้างโครงข่ายด้ายการจราจรตามแนวตะวันตกและตะวันออกของกรุงเทพฯ ซึ่งมีโครงข่ายการจราจรไม่เพียงพอกับขนาดของพื้นที่ที่มีการขยายตัวมีประชาชนอยู่อาศัยและเข้าออกจำนวนมาก ช่วยบรรเทาปัญหาการจราจรทั้งในถนนรามคำแหง ถนนมอเตอร์เวย์ และพื้นที่โดยรอบลดเวลาการเดินทางและช่วยให้โครงข่ายถนนสมบูรณ์ขึ้น


ข้อคิดเห็น
-สำนักการโยธา และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การเร่งรัดดำเนินโครงการก่อสร้างถนนศรีนครินทร์-ร่มเกล้า

 

2.สร้างสะพานคนข้าม-แลนด์มาร์กใหม่บึงหนองบอน
2 ฉบับ ไทยโพสต์, สยามรัฐ
รายละเอียด
-นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รผว.กทม. กล่าวว่า ได้ลงพื้นที่ติดตามโครงการก่อสร้างสะพานคนเดินข้ามบริเวณ บึงรับน้ำหนองบอน เขตประเวศ ปัจจุบันผลงานที่ทำได้ประมาณร้อยละ 40 คาดจะแล้วเสร็จประมาณเดือน ก.ย.นี้ ได้กำชับให้บริษัทผู้รับจ้างเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จตามกำหนดสัญญา พร้อมทั้งให้คำแนะนำในการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคที่ส่งผลกระทบต่อโครงการ


ผลกระทบ
ด้านบวก
-เมื่อการก่อสร้างสะพานคนข้ามบึงหนองบอนแล้วเสร็จจะช่วยเพิ่มเส้นทางจักรยานรอบบึงรับน้ำ รวมทั้งเป็นจุดชมทิวทัศน์ ซึ่งจะเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของบึงรับน้ำหนองบอน


ข้อคิดเห็น
-สำนักการระบายน้ำ และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การจัดสร้างสะพานคนเดินข้ามบริเวณบึงรับน้ำหนองบอน

 

3.ป่วยฉุกเฉินเทศกิจช่วยได้
1 ฉบับ เดลินิวส์
-นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รผว.กทม. กล่าวในพิธีมอบประกาศนียบัตรแก่เจ้าพนักงานเทศกิจและผู้ที่เกี่ยวข้องในการอบรมเชิงปฏิบัติการผู้ช่วยเหลือฉุกเฉินเบื้องต้นว่า การอบรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อให้เจ้าหน้าที่จากสำนักเทศกิจและ 50 สำนักงานเขต รวม 486 คนที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ประกอบพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีความรู้และเกิดทักษะในการปฐมพยาบาลเบื้องต้นได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และปลอดภัยตามหลักวิชาการ สามารถช่วยเหลือผู้ที่เจ็บป่วยฉุกเฉินร่วมกับทีมแพทย์พยาบาลและบุคลากรเฉพาะทางในการดูแลผู้ที่เจ็บป่วยฉุกเฉินเบื้องต้นได้


ผลกระทบ
ด้านบวก
-ในวันที่ 26 ต.ค.60 ซึ่งเป็นวันถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นวันสำคัญที่คาดจะมีประชาชนเดินทางมาร่วมพิธีอย่างมหาศาล กทม.ในฐานะเจ้าของพื้นที่จึงต้องเตรียมความพร้อมให้บริการประชาชนในด้านต่าง ๆ รวมทั้งการดูแลอาการเจ็บป่วยฉุกเฉินของประชาชน


ข้อคิดเห็น
-สำนักเทศกิจ สำนักการแพทย์ สำนักอนามัย และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือและปฐมพยาบาลเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินในพื้นที่ประกอบพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

 

4.จัดระเบียบสตรีทฟู้ด ถ.ข้าวสาร
2 ฉบับ ไทยรัฐ, มติชน
รายละเอียด
-นายวันชัย ถนอมศักดิ์ รป.กทม. กล่าวว่า สำนักงานเขตพระนครอยู่ระหว่างเจรจารวบรวมข้อมูลผู้ค้าที่ถนนข้าวสาร ทั้งร้านประเภทอาคาร แผงค้าทั่วไป เพื่อเตรียมข้อมูลวางกรอบการพัฒนาให้เป็นสตรีทฟู้ด ภายหลัง กทม.จัดระเบียบถนนเยาวราชเป็นสตรีทฟู้ด โดยแบ่งการเก็บข้อมูลเป็น 3 ประเด็น ดังนี้ (1) เวลาการขาย จะต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน (2) ประเภทสินค้าที่ห้ามจำหน่าย และ (3) ความเป็นระเบียบเรียบร้อย นอกจากนี้ การจอดรถรับ-ส่งผู้โดยสาร อาทิ ตุ๊กตุ๊ก แท็กซี่ ต้องมีจุดรับส่งที่ชัดเจน ทั้งนี้ จะได้ข้อสรุปภายในเดือน ส.ค. ระหว่างนี้จะห้ามขายสุราบนทางสาธารณะ ห้ามตั้งวางสิ่งของบนถนน ส่วนบนทางเท้าต้องอยู่ในจุดที่กำหนด ไม่กีดขวางทางเดิน และทุกร้านต้องมีถุงขยะ


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การจัดระเบียบผู้ค้าและกรอบการพัฒนาถนนข้าวสารให้เป็นสตรีทฟู้ด


ข้อคิดเห็น
-สำนักเทศกิจ สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การสำรวจข้อมูล เพื่อจัดระเบียบและพัฒนาสตรีทฟู้ดถนนข้าวสาร

 

5.เร่งปรับปรุงทางเท้า-ปรับภูมิทัศน์ถนน 17 สาย
2 ฉบับข่าวสด, แนวหน้า
รายละเอียด
-นายเกรียงพล พัฒนรัฐ รป.กทม. กล่าวว่า สผม.ได้สำรวจและศึกษาทางเท้าและภูมิทัศน์ในพื้นที่กรุงเทพฯ พบถนน 17 สาย ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร ที่ต้องเร่งรัดพัฒนาทางเท้าและปรับภูมิทัศน์ เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยของเมือง คือ (1) ถนนท่าดินแดง เขตคลองสาน ระยะทาง 500 เมตร (2) ถนนสรงประภา เขตดอนเมือง 4.7 กม. (3) ถนนกำแพงเพชร เขตจตุจักร 1.1 กม. (4) ถนนมหาราช เขตพระนคร 500 เมตร (5) ถนนบำรุงเมือง เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย 450 เมตร (6) เกาะรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เขตราชเทวี 350 เมตร (7) ถนนโยธี เขตราชเทวี 1 กม. (8) ถนนพญาไท แยกราชเทวี-แยกพญาไท เขตราชเทวี 550 เมตร (9) ถนนพหลโยธิน บีทีเอสอารีย์ เขตพญาไท 600 เมตร (10) ถนนรัชดาภิเษก ช่วงแยกถนนพระราม9-แยกศูนย์วัฒนธรรม เขตดินแดงและเขตห้วยขวาง 1.7 กม. (11) ถนนสุขุมวิท 63 เอกมัย เขตวัฒนา 2.5 กม. (12) ถนนสุขุมวิท 55 ทองหล่อ เขตวัฒนา 1.8 กม. (13) ซอยทองหล่อ 10 เขตวัฒนา 400 เมตร (14) ถนนสีลม เขตบางรัก 2 กม. (15.) ถนนสาทร เขตสาทร 2.5 กม. (16) ถนนราชดำริ เขตปทุมวัน 1.7 กม. และ (17) ถนนนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม ระยะทาง 6 กม.

-มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการทันทีเพื่อให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด ตามนโยบาย NOW ผลักดันทันใจแก้ไขทันที


ผลกระทบ
ด้านบวก
-ผว.กทม. สั่งการให้แต่ละกลุ่มโซน พัฒนาและปรับภูมิทัศน์ทางเท้า 1 แห่ง เน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน และผู้ประกอบการภาคต่างๆ โดยเฉพาะภาคเอกชนในการให้ความรับผิดชอบต่อสังคม ทั้งการดำเนินกิจกรรมภายในและภายนอกองค์กร

ด้านลบ
-สผม.สำรวจและศึกษาทางเท้าและภูมิทัศน์ในกรุงเทพฯ พบทางเท้าบนถนน 17 สาย ไม่มีความเหมาะสมไม่เรียบร้อยมีสภาพชำรุด พื้นผิวขรุขระ ไม่สม่ำเสมอ ทำให้ประชาชนเดินไม่สะดวก และต้องปรับภูมิทัศน์ ให้สวยงาม


ข้อคิดเห็น
-สำนักการโยธา สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การประสานความร่วมมือกับผู้ประกอบการภาคเอกชนและประชาชนในการพัฒนาและปรับปรุงทางเท้า ในพื้นที่กรุงเทพฯ

 

6.เสนออนุมัติ 30 ตำแหน่งโยกย้าย ขรก.ประพฤติไม่เหมาะสม
1 ฉบับ เดลินิวส์
รายละเอียด
-รายงานข่าว ผว.กทม.ได้สั่งการให้สำนักงาน ก.ก.อนุมัติเปิดตำแหน่งข้าราชการผู้ปฏิบัติงานประจำสำนักปลัด กทม. 30 ตำแหน่ง เพื่อเป็นตำแหน่งที่จะใช้ในการโยกย้ายบุคลากรข้าราชการ กทม.ที่ทำงาน ไม่เหมาะสม ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือเป็นผู้ที่ถูกร้องเรียนต้องตรวจสอบการทำงานในด้านต่าง ๆ ให้เข้ามาประจำตำแหน่งเพื่อปฏิบัติงานโดยไม่มีงานเฉพาะด้านใดๆ ให้ดำเนินการผู้ที่ถูกโยกย้ายเข้ามาดำรงตำแหน่งดังกล่าวจะได้รับเพียงเงินเดือน แต่จะไม่ได้รับเงินดำรงตำแหน่งใด ๆ หากข้าราชการ กทม.ระดับใดถูกโยกย้ายให้มาดำรงตำแหน่งดังกล่าว การจะโยกย้ายไปยังตำแหน่งอื่น ๆ ต้องตั้งคณะกรรมการพิจารณาประเมินผลอย่างเป็นรูปธรรมว่าเหมาะสมแก่การย้ายไปปฏิบัติงานอื่น ๆ หรือไม่

-การอนุมัติตำแหน่งดังกล่าวในระบบราชการ กทม.ถือเป็นครั้งแรกที่มีการอนุมัติตำแหน่งว่างให้แก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ไม่เหมาะสม โดย 30 ตำแหน่งดังกล่าวสามารถโยกย้ายข้าราชการที่ปฏิบัติงานไม่เหมาะสมได้ในทุกระดับทั้งข้าราชการระดับต้น ซึ่ง ป.กทม.สามารถเป็นผู้มีคำสั่งโยกย้ายโดยได้รับความเห็นชอบจาก ผว.กทม. และตำแหน่งข้าราชการระดับสูง ผว.กทม.สามารถพิจารณาออกคำสั่งโยกย้ายได้ทันที อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นทั้ง 30 ตำแหน่งดังกล่าว ผว.กทม. ได้อนุมัติให้ พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รผว.กทม.สามารถเสนอออกคำสั่งโยกย้ายเจ้าหน้าที่เทศกิจเข้ามาดำรงตำแหน่งว่าง หากมีการปฏิบัติหน้าที่ไม่เหมาะสม ไม่สามารถปฏิบัติงานตามอำนาจหน้าที่ได้อย่างสุจริต หรือมีการประพฤติมิชอบ ส่วนข้าราชการในส่วนงานอื่น ๆ จะพิจารณาหากพบมีการทำงานไม่เหมาะสมต่อไป


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การโยกย้ายข้าราชการที่ปฏิบัติงานไม่เหมาะสม ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือเป็นผู้ที่ถูกร้องเรียนต้องตรวจสอบการทำงานในต่างๆ

ด้านลบ
-ที่ผ่านมาในตำแหน่งปกติจะมีการแต่งตั้งข้าราชการจนครบทุกครั้งแต่เมื่อแต่งตั้งแล้วและพบมีปัญหาในภายหลัง ไม่สามารถโยกย้ายข้าราชการดังกล่าวออกจากตำแหน่งเดิมได้ เพราะหากย้ายจะกระทบกับบุคคลอื่นที่ต้องสลับตำแหน่ง


ข้อคิดเห็น
-สำนักงาน ก.ก.และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินการพิจารณาเปิดตำแหน่งข้าราชการผู้ปฏิบัติงานประจำสำนักปลัด กทม. 30 ตำแหน่ง

 

7.“วัชระ” ยื่นหนังสือแม่ทัพภาค 1 เร่งแก้ปัญหาหาบเร่แผงลอย
1 ฉบับ สำนักข่าวไทย
รายละเอียด
-นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือถึง พล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ขอให้เร่งรัดการจัดพื้นที่ค้าขายหาบเร่แผงลอยทั้ง 50 เขตทั่วกรุงเทพฯ ให้แก่ผู้ค้าเนื่องจากประชาชนเดือดร้อนกว่า 5 หมื่นราย ประกอบกับเจ้าหน้าที่เทศกิจของ กทม. ได้รื้อแผงหาบเร่ของผู้ค้า โดยอ้างถึงคำสั่งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จนทำให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อรัฐบาลและ คสช.


ผลกระทบ
ด้านบวก
-นโยบายจัดระเบียบผู้ค้าเพื่อคืนทางเท้าให้ประชาชนสัญจรได้อย่างสะดวกและปลอดภัยด้านลบ-นายวัชระ เพชรทอง ระบุได้รับจดหมายร้องเรียนจากชาวบ้าน ขอให้ช่วยเร่งรัดพื้นที่ค้าขายในกรุงเทพฯ ทั้ง 50 เขต มีผู้เดือดร้อนมากกว่า 5หมื่นราย และยังพบเจ้าหน้าที่ กทม.ไปรื้อแผงค้าทั่ว กรุงเทพฯ โดยอ้างคำสั่ง คสช.


ข้อคิดเห็น
-สำนักเทศกิจ สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินการจัดระเบียบผู้ค้าในพื้นที่กรุงเทพฯ รวมทั้งการจัดหาพื้นที่ค้าขายให้ผู้ค้าที่ได้รับผลกระทบ

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
1.เหตุใดทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยายังไม่คืบหน้า
www.pantip.com
https://pantip.com/topic/36787016
15 comments

-ร้อยละ 69 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า กรณีมีผู้ตั้งกระทู้ถามถึงความคืบหน้าการจัดทำทางเดินเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา ตามโครงการพัฒนาพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา นั้น โครงการดังกล่าวมีข้อดีมากกว่าข้อเสีย เพราะทำให้พื้นที่ริมน้ำสวยงาม ประชาชนทั่วไปสามารถใช้ประโยชน์ได้มากกว่าปล่อยให้มีการบุกรุกสร้างบ้านเรือน ขณะที่ผู้ประกอบการร้านอาหาร โรงแรม คอนโดมิเนียมก็ออกมาสนับสนุนให้กลุ่มเอ็นจีโอออกมาคัดค้าน เนื่องจากเกรงจะกระทบกับธุรกิจของตนเอง แต่ขณะนี้ภาครัฐเริ่มจ่ายค่าชดเชยและค่ารื้อย้ายให้บ้านเรือนที่รุกล้ำพื้นที่ไปแล้วบางส่วน

-ร้อยละ 31 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า สาเหตุที่การดำเนินการโครงการดังกล่าวมีความล่าช้า เพราะมีทั้งผู้สนับสนุนและคัดค้าน โดยเฉพาะเรื่องรูปแบบทางเดินและทัศนียภาพภายหลังการก่อสร้าง ซึ่งผู้ประกอบการริมน้ำไม่เห็นด้วยที่จะก่อสร้างเป็นเขื่อนริมน้ำ

ข้อเสนอแนะ
สำนักการโยธา และกองประชาสัมพันธ์ประชาสัมพันธ์ความคืบหน้าการดำเนินการโครงการพัฒนาพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในส่วนที่ กทม.รับผิดชอบ.
 
 
2.ติดตั้งตู้โทรศัพท์กู้ชีพ 50 จุดทั่วกรุงเทพฯ ภายในปีหน้า
www. manager.co.th
http://www.manager.co.th/celebonline/ViewNews.aspx?NewsID=9600000085583
438 likes / 3 comments

-ร้อยละ 67 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า กรณี บมจ.ทีโอทีและสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ติดตั้งตู้โทรศัพท์ช่วยชีวิตบริเวณรัฐสภา ซึ่งภายในตู้โทรศัพท์จะมีอุปกรณ์เบื้องต้นในการช่วยเหลือและชุดเคลื่อนย้ายผู้ป่วย และมีทีวีแจ้งขั้นตอนการช่วยเหลือชีวิตเบื้องต้น เพื่อให้ประชาชนผู้ประสบเหตุสามารถแจ้งเหตุได้อย่างรวดเร็ว โดยมีแผนติดตั้งตู้โทรศัพท์ช่วยชีวิต 50 ตู้ ในกรุงเทพฯ ภายในปี 61 เช่น บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้า รถไฟฟ้าบีทีเอส ศูนย์ประชุม และสวนสาธารณะ นั้น การดำเนินการดังกล่าวเป็นการสร้างภาพหรือไม่ รวมทั้งควรพิจารณาจุดติดตั้งตู้โทรศัพท์ช่วยชีวิตไม่ให้กีดขวางทางสัญจรของประชาชน

-ร้อยละ 33 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า การติดตั้งตู้โทรศัพท์ช่วยชีวิตเป็นโครงการที่ดีมาก แต่เป็นห่วงเรื่องการใช้งานและการดูแลรักษาสาธารณสมบัติ เพื่อให้สามารถใช้งานได้นานๆ โดยเฉพาะเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

ข้อเสนอแนะ
สำนักการแพทย์ และกองประชาสัมพันธ์ประชาสัมพันธ์การประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับการช่วยเหลือชีวิตเบื้องต้น กรณีเกิดเหตุบุคคลมีภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน โดยการทำ CPR ควบคู่กับการใช้เครื่องฟื้นคืนคลื่นหัวใจด้วยไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ (AED)

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

1.สั่ง 50 เขต ทำแผน เก็บขยะชิ้นใหญ่
2 ฉบับ ไทยโพสต์, สำนักข่าวแห่งชาติ
รายละเอียด
-พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผว.กทม. กล่าวหลังประชุมคณะผู้บริหาร กทม. เรื่อง "โครงการรณรงค์นัดทิ้ง นัดเก็บ ขยะชิ้นใหญ่" ว่า ตามที่ กทม.ได้ร่วมลงพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องล่องเรือตามคลองประเวศบุรีรมย์เพื่อเก็บขยะชิ้นใหญ่ เมื่อวันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมา พบมีประชาชนจำนวนมากอาศัยอยู่ตลอดริมคลอง กทม.จึงจัดให้มีบริการจัดเก็บขยะชิ้นใหญ่ทางเรือทุกวันอาทิตย์ พร้อมให้จัดทำตารางเวลานัดหมาย เพื่อให้ประชาชนนำขยะชิ้นใหญ่มาพักรอตามริมคลอง ก่อนจะรวบรวมส่งไปที่ศูนย์กำจัดขยะอ่อนนุช พร้อมนี้ได้มอบนโยบายให้ทุกสำนักงานเขต จัดทำเอกสารแผ่นพับแจกประชาชนในพื้นที่ เพื่อแจ้งวัน-เวลานัดหมายในการบริการจัดเก็บขยะในลักษณะเดียวกัน

-สำหรับการจัดเก็บขยะตามคูคลองต่างๆ ตามโครงการจิตอาสา "เราทำความดี ด้วยหัวใจ" ในการนี้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หน่วยทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ ข้าราชบริพารในพระองค์ ร่วมกับ สนน. สสล. และสำนักงานเขตของ กทม. บำเพ็ญประโยชน์ในการขุดลอกคูคลอง จัดเก็บขยะ และทำความสะอาดในทุกวัน โดยมีเป้าหมายจะขุดลอกคูคลองทุกแห่งในกรุงเทพฯ ซึ่งปัจจุบัน กทม.ได้จัดทำแผนดำเนินการให้สำนักพระราชวังพิจารณาแนวทางการดำเนินการต่อไป


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การรณรงค์ปลูกจิตสำนึกของประชาชนในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมไม่ทิ้งขยะลงในคูคลองและที่สาธารณะเพื่อแก้ไขปัญหาขยะอุดตัน หรือกีดขวางทางน้ำไหลและเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในกรุงเทพฯ


ข้อคิดเห็น
-สำนักการระบายน้ำ สำนักสิ่งแวดล้อม สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การจัดทำแผนจัดเก็บขยะชิ้นใหญ่ทุกวันอาทิตย์ และการดำเนินการขุดลอกคูคลองในพื้นที่กรุงเทพฯ

 

2.ปรับปรุงระบบตรวจสอบกล้อง CCTV
4 ฉบับ ไทยรัฐ, ข่าวสด, สำนักข่าวไทย, M2F
รายละเอียด
-พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผว.กทม. กล่าวว่าที่ประชุมคณะผู้บริหาร กทม. ได้หารือเรื่องการบริหารจัดการกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ที่ติดตั้งทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ 53,249 ตัว ในส่วนนี้มีกล้องแบบสแตนด์อโลน 38,404 ตัว ที่ผ่านมาหากกล้องสแตนด์อโลนชำรุด หรือเสีย จะไม่สามารถทราบได้ทันที กทม.จึงตั้งงบประมาณ สำหรับปรับปรุง โดยมอบหมายให้ สจส. ติดตั้งระบบ SCADA หรือระบบตรวจสอบสถานะความพร้อมใช้งานของอุปกรณ์กล้อง CCTV แบบสแตนด์อโลน หากติดตั้งระบบดังกล่าวแล้วเสร็จ เมื่อมีกล้องแบบสแตนด์อโลนชำรุดบริเวณใด สัญญาณไฟจะเตือนไปยังศูนย์ควบคุมระบบกล้อง CCTV ของ กทม. ทันที จากนั้นเจ้าหน้าที่จะซ่อมแซมให้เสร็จภายใน 1 วัน คาดจะใช้เวลาติดตั้งระบบหลังจากวันที่ 1 ต.ค.60 ใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือนจะแล้วเสร็จ


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การปรับปรุงคุณภาพการให้บริการกล้อง CCTV และเพิ่มความสะดวกให้ประชาชนในการขอภาพจากกล้อง CCTV ของ กทม.-เมื่อการปรับปรุงระบบการแจ้งเตือนกล้องเสียของกล้องสแตนด์อโลนแล้วเสร็จ หากมีกล้องสแตนด์ อโลนชำรุดจะมีสัญญาณแจ้งเตือนมาที่ศูนย์ระบบกล้อง CCTV กทม. ทำให้สามารถเข้าดำเนินการแก้ไขได้รวดเร็วขึ้น

ด้านลบ
-ที่ผ่านมาหากกล้อง CCTV แบบสแตนด์อโลนชำรุดจะไม่ทราบได้ทันทีว่ากล้องตัวใดใช้งานไม่ได้ตั้งแต่ช่วงเวลาใด แต่จะทราบว่ากล้องใช้งานไม่ได้ เมื่อมีประชาชนมาขอดูข้อมูลภาพจากกล้อง CCTV ของ กทม.


ข้อคิดเห็น
-สำนักการจราจรและขนส่ง และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การปรับปรุงระบบการแจ้งเตือนกล้อง CCTV แบบสแตนด์อโลน

 

3.เตรียมจัดทำแพทย์ครอบครัว ลดภาระเดินทางไปโรงพยาบาล
3 ฉบับ ไทยรัฐ, เดลินิวส์, M2F
รายละเอียด
-พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผว.กทม. กล่าวว่า กทม.มีโครงการดูแลประชาชนที่เจ็บป่วยเล็กน้อย ที่ยังสามารถดูแลตนเองได้โดยไม่ต้องเดินทางไปโรงพยาบาล โดยให้ สนอ. และ สนพ. จัดกลุ่มแพทย์อายุรเวช หรือสาขาอื่นๆ เพื่อดูแลผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรงถึงขั้นต้องเดินทางไปโรงพยาบาล และสามารถรักษาอาการป่วยอยู่ที่บ้านได้ ในลักษณะ “แพทย์ครอบครัว” เพื่อความสะดวก โดยแพทย์ 1 คน พยาบาล 1 คน จะรับผิดชอบ 300-400 ครอบครัว หรือให้แพทย์ 1 คน พยาบาล 1 คน ดูแล 1-2 ชุมชน ในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งมีชุมชนอยู่กว่า 2,000 แห่ง โดยจะทำหน้าที่ให้คำปรึกษาแก่ผู้ป่วยว่าต้องดำเนินการอย่างไร หรือใช้ยาชนิดใดรักษา


ผลกระทบ
ด้านบวก
-นโยบายตั้งคลินิกแพทย์ครอบครัว มีเป้าหมายคือ ประชาชนจะมีแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ครอบครัวและทีมสหวิชาชีพ ดูแลสุขภาพประชาชนทั้งครอบครัวที่เจ็บป่วยเล็กน้อย อาการไม่รุนแรง เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ป่วยสามารถพักรักษาการป่วยที่บ้านได้ โดยไม่ต้องเดินทางไปโรงพยาบาล


ข้อคิดเห็น
-สำนักการแพทย์ สำนักอนามัย และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินการตามนโยบายตั้งคลินิกแพทย์ครอบครัว

 

4.รอศาลตัดสินนำรถดับเพลิงออกมาซ่อมแซม
1 ฉบับ ไทยรัฐ
รายละเอียด
-พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผว.กทม. กล่าวกรณี สปภ. ยื่นหนังสือถึงบริษัท นามยง เทอร์มินัล จำกัด ขอนำรถดับเพลิง 139 คัน ในโครงการพัฒนาระบบบริหารและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของ สปภ. ซึ่งจอดอยู่ในท่าเรือ A5 ของบริษัทนามยงฯ ออกมาซ่อมแซมเพื่อใช้งานว่า บริษัทนามยงฯ ไม่อนุญาตให้ กทม.นำรถดับเพลิงออกมา โดยอ้างสิทธิยึดหน่วงในการเป็นผู้รับฝากจอดรถดับเพลิงดังกล่าว ซึ่งคิดค่าฝากตั้งแต่ปี 49 ประมาณ 1,000 ล้านบาท ขณะที่ กทม. ยินยอมจะชำระค่าจอดรถดับเพลิงทั้ง 139 คัน แต่ต้องคำนวณอัตราค่าฝากจอดรถในช่วงเวลาที่อนุญาโตตุลาการตัดสินให้ทรัพย์สินเป็นของ กทม. คือ ตั้งแต่เดือน พ.ย.58 และ กทม.ได้ตกลงจะชำระถึงกลางปี 60 จากนี้จึงปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการต่อสู้ในชั้นศาลต่อไป

-ระหว่างนี้ กทม.จะซ่อมรถดับเพลิงลอตแรกจำนวน 176 คัน ที่นำออกมาจากโกดังเก็บสินค้าของบริษัท เทพยนต์แอโรโมทีฟ อินดัสตรีส์ จำกัด เมื่อวันที่ 29-31 ส.ค.59 จอดไว้ตามสถานีดับเพลิงต่างๆ และที่กองโรงงานช่างกล เพื่อนำมาใช้งานก่อน คาดภายในสัปดาห์นี้ขั้นตอนการประกวดราคาจะแล้วเสร็จและใช้เวลาซ่อมแซมทั้งหมดประมาณ 6 เดือน

ผลกระทบ
ด้านบวก
-กระบวนการนำรถดับเพลิงออกมาซ่อมแซม เพื่อนำมาใช้งาน

ด้านลบ
-บริษัท นามยงค์ฯ อ้างสิทธิยึดหน่วงในการเป็นผู้รับฝากรถดับเพลิงของ กทม. และจะคิดค่าฝากตั้งแต่ปี 49 มูลค่า 1,000 ล้านบาท ขณะที่ กทม. ยินยอมชำระค่าฝากจอดรถในช่วงที่อนุญาโตตุลาการตัดสินให้เป็นทรัพย์สินของ กทม. เท่านั้น


ข้อคิดเห็น
-สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินการซ่อมแซมรถดับเพลิง เพื่อนำมาใช้งาน

 

5.แบ่งรางวัลนำจับโปร่งใส-ปิดข้อมูลผู้แจ้งเบาะแส
3 ฉบับ ไทยโพสต์, ข่าวสด, สำนักข่าวไทย
รายละเอียด
-พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รผว.กทม. กล่าวหลังประชุม สนท. และหัวหน้าฝ่ายเทศกิจ 50 เขตว่า สนท. ได้รายงานความคืบหน้าการดำเนินการตามระเบียบ กทม.ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการแบ่งค่าปรับที่ได้จากการเปรียบเทียบให้แก่ผู้แจ้งความนำจับตามกฎหมาย ว่าด้วยการรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2560 ซึ่งได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เทศกิจปฏิบัติงานด้วยความโปร่งใส พร้อมติดตามกวดขันการกระทำผิดอย่างใกล้ชิด และรักษาข้อมูลของผู้แจ้งให้เป็นความลับ ทั้งนี้ กทม.จะร่วมกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ขยายผลการดำเนินการให้ครอบคลุมต่อไป ส่วนการเปรียบเทียบปรับได้กำชับเจ้าหน้าที่ให้เปรียบเทียบปรับให้เหมาะสมกับความผิดแต่ละฐาน ซึ่งโครงการนี้มีประชาชนให้ความสนใจจำนวนมาก ถือว่าเป็นโครงการของประชาชนอย่างแท้จริง

-จากการตรวจสอบข้อมูลระหว่างวันที่ 15 - 20 ส.ค.ที่ผ่านมา หลังจากการเปิดรับข้อมูลเบาะแสผ่านช่องทางต่างๆ พบช่องทางการแจ้งผ่านไปรษณีย์และการแจ้งด้วยตนเองไม่มีประชาชนใช้บริการ ช่องทางเฟซบุ๊กมีประชาชนติดต่อเข้ามา 15 ราย ทางอีเมล์ 44 ราย สำหรับช่องทาง Line เป็นช่องทางที่ประชาชนให้ความสนใจและติดต่อเข้ามามากที่สุด ปัจจุบันมีสมาชิกเข้าร่วมกว่า 31,000 ราย แต่ส่วนใหญ่จะสอบถามข้อมูล

-สำหรับการแจ้งเบาะแสการกระทำผิด มีทั้งสิ้น 434 ราย ในส่วนของการแจ้งข้อมูลที่ครบถ้วน สนท.ได้แจ้งให้สำนักงานเขตพื้นที่เกิดเหตุดำเนินการต่อ 229 ราย โดยอยู่ระหว่างการสืบหาผู้กระทำผิด 185 คดี ตักเตือน 13 คดี สั่งการให้แก้ไข 7 คดี และเปรียบเทียบปรับ 24 ราย โดยมีผู้ที่ได้รับรางวัลนำจับไปแล้ว 8 ราย อยู่ระหว่างการขอรับเงินนำจับ 10 ราย และไม่ประสงค์รับเงินนำจับ 6 ราย


ผลกระทบ
ด้านบวก
-ระเบียบฉบับใหม่เกี่ยวกับรางวัล นำจับจะลงรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการปฏิบัติอย่างชัดเจน นอกเหนือจากที่ พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ ระบุไว้ อาทิ การลงลายมือชื่อพร้อมพิมพ์ลายนิ้วมือในแบบขอรับรางวัลนำจับ ไม่ใช่การลงลายมือชื่อ หรือพิมพ์ลายนิ้วมืออย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อป้องกันการทุจริตเบิกเงินรางวัล
-การมีส่วนร่วมของประชาชนในการแก้ไขปัญหาการจอด หรือขับขี่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือล้อเลื่อนบนทางเท้า


ข้อคิดเห็น
-สำนักเทศกิจ สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการแบ่งค่าปรับที่ได้จากการเปรียบเทียบให้แก่ผู้แจ้งความนำจับตามกฎหมายว่าด้วยการรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2560

 

6.แก้ปัญหาจราจรแนววงแหวนรัชดาฯ
1 ฉบับ เดลินิวส์
รายละเอียด
-นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รผว.กทม. กล่าวว่า กทม. ได้วางแนวทางก่อสร้างสะพานข้ามแยก ณ ระนอง โดยออกแบบเป็นทางยกระดับในแนวถนนพระราม 3-รัชดาภิเษก แนวเส้นทางจะเริ่มตั้งแต่โรงเรียน นนทรีวิทยาข้ามสะพานข้ามถนนเชื้อเพลิงข้ามทางด่วนเฉลิมมหานครไปเชื่อมต่อกับสะพานข้ามห้าแยก ณ ระนองที่ข้ามถนนพระราม 4 ยกระดับไปยังฝั่งศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระยะทางประมาณ 2 กม. ขนาด 4 ช่องจราจร เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณแยกที่ส่งผลกระทบต่อถนนพระราม 3 และถนนเชื่อมต่อ

-ได้ศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหารถติดบนถนนรัชดาภิเษกเสริมโครงข่ายวงแหวนรัชดาฯ ให้สมบูรณ์ ซึ่งจะต้องก่อสร้างเป็นอุโมงค์ลอดทางแยกในแนวถนนรัชดาภิเษก-ราชพฤกษ์ รูปแบบอุโมงค์ที่เหมาะสมจะมีขนาด 4 ช่องจราจร ระยะทางประมาณ 800 เมตร เริ่มจากถนนรัชดาภิเษกด้านใกล้คลองบางกอกใหญ่ โดยปากทางเข้าอุโมงค์ห่างจากแยกประมาณ 400 เมตรลอดใต้ทางแยก ขึ้นสู่พื้นดิน โดยห่างจากเดอะมอลล์ท่าพระประมาณ 300 เมตร ทั้ง 2 โครงการดังกล่าว กทม.ได้ศึกษาออกแบบและเปิดรับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชนแล้ว ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่สนับสนุน เนื่องจากตัวโครงการไม่เกิดปัญหาเวนคืนพื้นที่ใด ๆ โดยในปีงบประมาณ 61 กทม.ได้ขอจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินการก่อสร้าง คาดกลางปี 61 จะเริ่มหาผู้รับเหมาเพื่อดำเนินการก่อสร้างต่อไปได้

ผลกระทบ
ด้านบวก
-การศึกษาออกแบบโครงการแก้ปัญหาจุดตัดทางแยก เพื่อเสริมสร้างระบบการเดินทางให้มีความเชื่อมต่อและเกิดความคล่องตัวมากขึ้น


ข้อคิดเห็น
-สำนักการโยธา และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินโครงการแก้ปัญหาจุดตัดทางแยก โดยก่อสร้างสะพานข้ามแยกและอุโมงค์ทางลอด

 

7.แก้ปัญหาที่จอดรถสวนพระราม 8
2 ฉบับ เดลินิวส์, M2F
รายละเอียด
-นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รผว.กทม. กล่าวหลังลงพื้นที่ตรวจการจัดระเบียบลานจอดรถบริเวณใต้สะพานพระราม 8 ว่า สำนักงานเขตบางพลัด สสล. และ สนย.จะหารือร่วมกันพิจารณาหาแนวทางการจัดระเบียบ รวมทั้งจัดหาสถานที่เหมาะสมสำหรับจอดรถเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้มาใช้บริการสวนสาธารณะพระราม 8 ระหว่างบริเวณใต้สะพานพระราม 8 และพื้นที่ว่างบริเวณข้างสวนสาธารณะพระราม 8 โดยจะกำหนดเวลานำรถเข้ามาจอดช่วงเช้า ตั้งแต่เวลา 05.00-08.00 น. และช่วงเย็น ตั้งแต่เวลา 16.00-21.00 น. เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยและบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัดในบริเวณดังกล่าว


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การจัดระเบียบลานจอดรถบริเวณใต้สะพานพระราม 8 เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนผู้มาใช้บริการสวนสาธารณะด้านลบ-เดิมบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่สำหรับจอดรถสำหรับผู้มาใช้บริการสวนสาธารณะพระราม 8แต่ปัจจุบันมีประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียงนำรถยนต์และรถจักรยานยนต์มาจอดเป็นจำนวนมาก ก่อให้เกิดความไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยและเกิดปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณจุดกลับรถใต้สะพานพระราม 8


ข้อคิดเห็น
-สำนักสิ่งแวดล้อม สำนักการโยธา สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์แนวทางการจัดระเบียบ และการจัดหาสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับจอดรถ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่มาใช้บริการสวนสาธารณะพระราม 8

 

8.กทม. ให้บริการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ฟรี
2 ฉบับ กรุงเทพธุรกิจ, สำนักข่าวไทย
รายละเอียด
-นายเมธิพจน์ ชาตะเมธีกุล ผอ.กองควบคุมโรคติดต่อ สนอ. กล่าวว่า กทม. เปิดให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ฟรีที่ศูนย์บริการสาธารณสุข กทม. 68 แห่ง และ รพ.ในสังกัด กทม. 8 แห่ง โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น หญิงตั้งครรภ์ เด็กอายุ 6 เดือน – 2 ปี ผู้สูงอายุมากกว่า 65 ปี กลุ่มโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน โรคภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น ผู้ติดเชื้อ HIV หากรู้สึกปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามร่างกายขั้นรุนแรงให้รีบพบแพทย์

-กทม. ขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ “ปิด ล้าง เลี่ยง หยุด” คือ ปิดปาก ปิดจมูกเมื่อมีอาการไอจาม หรือใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่ เลี่ยงการอยู่ใกล้กับผู้ที่มีอาการป่วย มีไข้ ไอ จาม และการอยู่ในพื้นที่แออัด และหยุดเรียน หยุดงาน หยุดทำกิจกรรมเมื่อมีอาการป่วย เพื่อให้หายป่วยได้เร็วขึ้น และไม่ไปแพร่เชื้อกับบุคคลอื่น


ผลกระทบ
ด้านบวก
-ไข้หวัดใหญ่ที่พบช่วงนี้เป็นชนิดสายพันธุ์ A (H3N2) ซึ่งสายพันธุ์นี้ หากฉีดวัคซีนจะสามารถป้องกันโรคได้ร้อยละ 30-40ด้านลบ-สาเหตุที่ทำให้สถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ในกรุงเทพฯ ติดอันดับ 2 ที่มีผู้ป่วยมากที่สุด เนื่องจากมีประชาชนอาศัยอยู่หนาแน่นกว่า 10 ล้านคน จึงทำให้มีตัวเลขผู้ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่จำนวนมาก แต่ไม่พบผู้เสียชีวิต ซึ่งตั้งแต่เข้าสู่ช่วงฤดูฝนเดือน พ.ค. มีผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่แล้ว 1,096 ราย เดือน มิ.ย. 3,364 ราย เดือน ก.ค. ป่วย 5,507 ราย และเดือน ส.ค. นี้ พบผู้ป่วยแล้ว 177 ราย และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มบริษัท สถานประกอบการ และสถานศึกษาที่จะเกิดการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว


ข้อคิดเห็น
-สำนักการแพทย์ สำนักอนามัย และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ในพื้นที่กรุงเทพฯ

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
1.หาแนวทางช่วยเหลือผู้ค้าที่ได้รับผลกระทบจากการจัดระเบียบทางเท้า
www.facebook.com/PaisalPuechmongkol https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=1380788198686515&id=206264556138891
391 likes / 46 shares / 58 comments

-ร้อยละ 79 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า กรณีการจัดระเบียบผู้ค้าหาบเร่แผงลอยบนทางเท้าในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ส่งผลกระทบและสร้างความเดือดร้อนกับผู้ค้า เพราะต้องไปเช่าพื้นที่ค้าขายที่มีราคาแพง ขณะที่พื้นที่ที่ กทม.จัดให้เป็นจุดที่ไม่เหมาะกับการค้าขาย ซึ่ง กทม.และกระทรวงพาณิชย์อยู่ระหว่างร่วมกันจัดหาสถานที่ค้าขายให้ผู้ค้า นั้น การจัดระเบียบทางเท้าเป็นสิ่งที่ดี แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเพราะไม่ไต้คำนึงถึงผลกระทบในหลายมิติ ซึ่งควรนำตัวอย่างการจัดระเบียบผู้ค้าของประเทศสิงคโปร์มาเป็นแนวทาง โดยเฉพาะการจัดหาพื้นที่จัดทำตลาดขายอาหาร (Food Court) บริเวณชุมชนต่างๆ เพื่อให้ผู้ค้าเช่าพื้นที่ค้าขาย ซึ่งนอกจากจะทำให้เกิดความเป็นระเบียบของพื้นที่แล้ว ยังสามารถควบคุมเรื่องสุขอนามัยและการรักษาความสะอาดได้ด้วย

-ร้อยละ 21 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นด้วยกับการจัดระเบียบผู้ค้าบนทางเท้า เพื่อความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง ขณะที่ผู้ค้าเหล่านี้ไม่ควรนำเรื่องความยากจนมาเป็นข้ออ้างในการกระทำผิดกฎหมายและละเมิดสิทธิ์ของผู้อื่น ทั้งยังเป็นการเอาเปรียบผู้ค้าที่เช่าพื้นที่ค้าขายอย่างถูกต้อง

ข้อเสนอแนะ
สำนักเทศกิจ สำนักพัฒนาสังคม และกองประชาสัมพันธ์ประชาสัมพันธ์การพิจารณาหาแนวทางช่วยเหลือผู้ค้า หาบเร่แผงลอยที่ได้รับผลกระทบจากการจัดระเบียบทางเท้าในพื้นที่กรุงเทพฯ
 
2.กวดขันร้านค้าตั้งวางสิ่งของกีดขวางทางเท้า
www.pantip.com
https://pantip.com/topic/36763597
132 likes / 35 comments

-ร้อยละ 100 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า กรณีมีผู้ตั้งกระทู้ร้านจำหน่ายรถจักรยานยนต์บริเวณแยกรามอินทรา กม.8 ถนนนวมินทร์ นำรถจักรยานยนต์มาจอดบนผิวจราจร รวมทั้งนำเครื่องเสียงและอุปกรณ์ต่างๆ วางบนทางเท้า กีดขวางทางสัญจรของประชาชน นั้น การกระทำดังกล่าวแสดงถึงความมักง่าย เห็นแก่ตัว และไร้ระเบียบวินัยของร้านค้า ขณะที่ผู้บังคับใช้กฎหมายปล่อยปละละเลยไม่กวดขันดูแลพื้นที่

ข้อเสนอแนะ
สำนักเทศกิจ สำนักงานเขตคันนายาว และกองประชาสัมพันธ์ประชาสัมพันธ์การกวดขันดำเนินการตามมาตรการป้องกันและแก้ไขการจอด หรือขับขี่รถยนต์และรถจักรยานยนต์บนทางเท้า รวมทั้งการตรวจสอบกรณีร้านจำหน่ายรถจักรยานยนต์นำรถจักรยานยนต์และอุปกรณ์ต่างๆ มาตั้งวางบนทางเท้าและผิวจราจร

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

1.เปิดโครงการ “สวนหน้าบ้านลูกปลูกวันแม่ ถวายพ่อ”
2 ฉบับ ไทยโพสต์, ข่าวสดรายละเอียด-พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รผว.กทม. กล่าวเปิด "สวนหน้าบ้านลูก ปลูกวันแม่ ถวายพ่อ" ตามโครงการหลักสี่ปลูกต้นไม้ถวายพ่อว่า สำนักงานเขตหลักสี่ ร่วมกับสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ และสถาบันเสาหลักเพื่อแผ่นดินแห่งมหาวิทยาลัยปทุมธานี จัดทำสวนขนาด 1,700 ตารางเมตร พร้อมปลูกต้นไม้ดอกสีเหลือง 9 ชนิด ได้แก่ ต้นรวงผึ้งต้น ทองอุไร ต้นทรงบาดาล ต้นบานบุรีแคระ ต้นพวงทอง ต้นทานตะวัน ต้มเข็มเหลือง ต้นเทียนทอง และต้นดาวเรือง บริเวณริมทางรถไฟถนนวิภาวดีรังสิต (ขาออก) หน้าสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ เพื่อร่วมแสดงออกถึงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ของในหลวงรัชกาลที่ 9 และเพื่อนให้ดอกไม้สีเหลืองเติบโตและบานสะพรั่งในช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในระหว่างวันที่ 25-29 ต.ค.60 นอกจากนี้ ยังเป็นการนำพื้นที่ว่างมาใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยเปลี่ยนที่เปลี่ยว เป็นที่โปร่ง ลดจุดเสี่ยงอาชญากรรม และเพิ่มพื้นที่สีเขียวตามนโยบายของ ผว.กทม.



-เขตจตุจักร เขตหลักสี่ และเขตดอนเมืองได้ทยอยปรับปรุงทัศนียภาพริมถนนวิภาวดีรังสิต ระยะทาง 9 กิโลเมตร จากพื้นที่รกร้างว่างเปล่าให้กลับมาใช้ประโยชน์ เกิดความปลอดภัยแก่ประชาชนที่สัญจรไปมา ตามนโยบายของ กทม.ที่ต้องการปรับปรุงพื้นที่รกร้างว่างเปล่ามาใช้ประโยชน์ และสร้างภูมิทัศน์ที่สวยงามให้กับถนนสายต่างๆ ในกรุงเทพฯ


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การจัดกิจกรรมเพื่อร่วมแสดงออกถึงความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และให้ถนนวิภาวดีรังสิตตลอดสายสวยงามและเต็มไปด้วยดอกไม้สีเหลืองในช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ
-การนำพื้นที่ว่างมาใช้ให้เกิดประโยชน์โดยเปลี่ยนพื้นที่เปลี่ยวเป็นพื้นที่โปร่ง เพื่อลดจุดเสี่ยงอาชญากรรมและพื้นที่สีเขียวในกรุงเทพฯ



ข้อคิดเห็น
-สำนักสิ่งแวดล้อม สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินการปรับภูมิทัศน์ของเมืองด้วยการปลูกต้นไม้ที่มีดอกสีเหลือง

 

2.ปรับถนนริ้วขบวนพระอิสริยยศ
5 ฉบับ ข่าวสด, สยามรัฐ, ไทยรัฐ, เดลินิวส์, สำนักข่าวไทย
รายละเอียด
-นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รผว.กทม. กล่าวหลังลงพื้นที่ตรวจสอบการนำสายสื่อสารลงดินตามเส้นทางริ้วขบวนพระอิสริยยศงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช การตัดแต่งกิ่งไม้บริเวณถนนมหาราช และติดตามการก่อสร้างบ่อพักบริเวณวัดโพธิ์ว่า สนย. สสล. และสนน. ได้เร่งปรับผิวจราจรซ่อมทางเท้า บริเวณพื้นที่โดยรอบสนามหลวง ดูแลตัดแต่งต้นไม้ใหญ่ ขยายบ่อสูบรองรับน้ำฝน คาดการปรับปรุงซ่อมแซมทางเท้า และผิวจราจรจะแล้วเสร็จภายในวันที่15 ก.ย.นี้หลังจากนั้นจะเริ่มปูหญ้าและประดับไม้ดอก เพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์ให้มีความสะอาดเรียบร้อยและสวยงาม- กทม.ได้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) บมจ.ทีโอที การไฟฟ้านครหลวง และหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องกับการจัดระเบียบสายสื่อสารโดยรอบสนามหลวงตามเส้นทางริ้วขบวนพระอิสริยยศ ขณะนี้ทุกหน่วยงานได้นำสายสื่อสารลงไปในท่อใต้ดินเรียบร้อยแล้ว อาจเหลือสายสื่อสารหรือสายไฟฟ้าบริเวณสนามหลวงในบางจุด โดยจะหารือร่วมกันเพื่อนำสายสื่อสารและสายไฟฟ้าในบริเวณดังกล่าวลงดินให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ 27 ก.ย.นี้


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การเตรียมความพร้อมและดูแลความเรียบร้อยเส้นทางริ้วขบวนพระอิสริยยศงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ


ข้อคิดเห็น
-หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การจัดระเบียบสายสื่อสารและปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณโดยรอบสนามหลวงและพระบรมมหาราชวัง

 

3.เตรียมประกวดราคาหารับเหมารถไฟฟ้าสายสีทอง
1 ฉบับ ไทยรัฐ
รายละเอียด-นายวันชัย ถนอมศักดิ์ รป.กทม. กล่าวถึงโครงการระบบขนส่งมวลชนขนาดรองสายสีทอง ระยะที่ 1 ตั้งแต่สถานีกรุงธนบุรี-สำนักงานเขตคลองสานว่า กทม.ได้มอบหมายให้บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (KT) เป็นผู้ดำเนินโครงการฯ เมื่อวันที่ 17 ส.ค.60 KT ได้ประกาศประกวดราคางานจัดจ้างผู้รับเหมางานโยธา เพื่อก่อสร้างโครงการฯ ส่วนการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ปัจจุบันอยู่ระหว่างปรับแก้ไขรายละเอียดของเอกสาร แต่สามารถทำควบคู่กับกระบวนการหาผู้รับจ้างได้-เมื่อขั้นตอนการจัดทำ EIA ผ่านและได้ผู้รับจ้างแล้วจึงจะเริ่มงานก่อสร้างได้ คาดจะใช้เวลาก่อสร้าง ประมาณ 2 ปี อย่างไรก็ตาม นอกจากการจัดทำ EIA และการหาผู้รับเหมาโครงการฯ จะต้องตั้งคณะกรรมการ กำกับการก่อสร้าง โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กทม. เจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมเป็นคณะกรรมการด้วย

-KT กำหนดยื่นประกวดราคาโครงการระบบขนส่งมวลชน ขนาดรอง สายสีทอง ระยะที่ 1 ในวันที่ 25 ก.ย.60 เวลา 09.00-12.00 น. ที่สำนักงาน KT เลขที่ 90 อาคารซีดับเบิ้ลยู ทาวเวอร์เอ ชั้น 38 ถ.รัชดาภิเษก เขตห้วยขวาง


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การพัฒนาระบบขนส่งมวลชนขนาดรอง เพื่อแก้ปัญหาจราจรในกรุงเทพฯ


ข้อคิดเห็น
-สำนักการจราจรและขนส่ง บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินโครงการระบบขนส่งมวลชนขนาดรอง สายสีทอง ระยะที่ 1

 

4.ปรับภูมิทัศน์ริมคลองโอ่งอ่างเป็นแหล่งท่องเที่ยว
1 ฉบับ เดลินิวส์
รายละเอียด
-นายวันชัย ถนอมศักดิ์ รป.กทม. กล่าวว่า กทม.มีแนวทางการปรับปรุงพัฒนาคลองโอ่งอ่างในรูปแบบถาวร โดยวางรูปแบบการปรับปรุงภูมิทัศน์คลองและจะต่อเติมสร้างเขื่อนในแนวคลองให้แข็งแรงมั่นคง แทนการสร้างดาดท้องคลอง รวมทั้งปรับปรุงภูมิทัศน์ริมคลองปรับปรุงพื้นที่ให้มีความร่มรื่นสวยงาม เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวให้แก่ประชาชน

-หลังการก่อสร้างเขื่อนและปรับปรุงคลองเรียบร้อยแล้ว กทม.จะนำเรืออีแปะ ซึ่งเป็นเรือขนาดเล็กมาให้ประชาชนพายท่องเที่ยวในคลองร่วมด้วย เนื่องจากตลอดแนวคลองโอ่งอ่างเป็นย่านที่มีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ และแนวบ้านเรือนประชาชนเก่าแก่กว่า 298 หลังคาเรือน จึงเป็นจุดที่มีศักยภาพเหมาะสมในการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม โดยขณะนี้ กทม.อยู่ระหว่างร่าง TOR หาเอกชนเข้ามาปรับปรุงคลอง คาดจะเริ่มปรับปรุงได้ในเดือน ต.ค.นี้ โดยจะใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น 8 เดือน

ผลกระทบ
ด้านบวก
-โครงการพัฒนาพื้นที่คลองโอ่งอ่างเพื่อพัฒนาระบบระบายน้ำและอนุรักษ์คลองโบราณสถานตามแนวทางของรัฐบาลด้านลบ-ปัจจุบันคลองโอ่งอ่างมีสภาพทรุดโทรมมาก เนื่องจากมีผู้บุกรุกคลองมายาวนาน


ข้อคิดเห็น
-สำนักการระบายน้ำ สำนักงาน เขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การพัฒนาพื้นที่คลองโอ่งอ่างเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่

 

5.เตรียมสร้างศาลาที่พักผู้โดยสารเพิ่ม
2 ฉบับไทยโพสต์, มติชน
รายละเอียด
-นายสุธน อาณากุล ผอ.สจส. กล่าวว่า ปัจจุบันศาลาที่พักผู้โดยสารรอรถประจำทางอยู่ในความดูแลของ กทม.ทั้งสิ้น 2,300 หลัง ในส่วนนี้ได้ให้สิทธิ์เอกชนเข้ามาดูแลบำรุงรักษา และติดตั้งป้ายโฆษณา แลกกับการบำรุงรักษาศาลาที่พักผู้โดยสาร 1,500 หลัง ต่อมามีการยกเลิกสัญญาไป 500 หลัง ทำให้ กทม.ต้องจ้างเอกชนเข้ามาดูแลรักษาศาลาที่พักผู้โดยสารดังกล่าว ส่วนที่เหลือเป็นศาลาลักษณะทรงไทยและลักษณะอื่นๆ 700 หลัง เป็นเต็นท์ศาลาที่พักชั่วคราว 100 หลัง กทม.เป็นผู้บำรุงรักษาและซ่อมแซมเองทั้งหมด

-การซ่อมแซมและบำรุงรักษาศาลาที่พักผู้โดยสารของ กทม.พบปัญหาอุปสรรคคือ ไม่สามารถติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างในศาลาพักชั่วคราวที่เป็นเต็นท์ได้ เนื่องจากเต็นท์ไม่มีความมั่นคงแข็งแรง ไม่มีที่ให้ติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่าง จึงต้องประสาน สนย.และสำนักงานเขตให้ดำเนินการติดตั้งเสาไฟฟ้าส่องสว่างชั่วคราวบนทางเท้า ขณะเดียวกัน สจส.ได้เสนอของบประมาณ ในการจัดทำศาลาที่พักโดยสารแบบถาวร 100 หลังแต่ได้รับการอนุมัติงบประมาณจากสภา กทม.ให้ดำเนินการเพียง 7 หลัง ภายใต้งบประมาณ 1.7 ล้านบาท ได้แก่ บริเวณถนนพระราม 3 ถนนพระราม 4 แยกประชาสงเคราะห์ และถนนรัชดาภิเษก ส่วนที่เหลือจะต้องของบประมาณก่อสร้างต่อไป

ผลกระทบ
ด้านบวก
-การปรับปรุงและบำรุงรักษาศาลา ที่พักผู้โดยสารทั่วกรุงเทพฯด้านลบ-สาเหตุที่ยังมีศาลาที่พักผู้โดยสาร ในลักษณะเต็นท์ชั่วคราว ส่วนหนึ่งเกิดจากการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ หากก่อสร้างศาลาที่พักถาวรจะบดบังร้านค้า หน้าบ้าน หรืออาคารพาณิชย์ ประกอบกับเต็นท์ชั่วคราวสามารถก่อสร้างได้รวดเร็วและง่ายกว่าศาลาถาวร ที่จะใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 2 เดือน

ข้อคิดเห็น
-สำนักการจราจรและขนส่ง และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การปรับปรุงศาลาที่พักผู้โดยสารทั่วกรุงเทพฯ

 

6.เปิดช่องทางส่งหลักฐานขับขี่บนทางเท้า
2 ฉบับM2F, โพสต์ทูเดย์
รายละเอียด
-นายศุภกฤต บุญขันธ์ รผอ.สนท. กล่าวว่า ตั้งแต่ กทม.เปิดช่องทางให้ประชาชนร่วมส่งหลักฐานการกระทำความผิดของประชาชน พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 ตั้งแต่วันที่ 15 ส.ค.ที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบันมีประชาชนร่วมส่งหลักฐานการกระทำความผิดมายังช่องทางต่างๆ ทั้งสิ้น 16 ราย โดยการกระทำความผิด ที่มีผู้แจ้งเบาะแสทั้งหมด เป็นความผิดในการขับขี่และจอดรถจักรยานยนต์บนทางเท้า ซึ่งขั้นตอนการทำงาน เมื่อมีประชาชนแจ้งเบาะแสเข้ามายังช่องทางต่างๆ สนท.จะส่งข้อมูลไปให้สำนักงานเขตพื้นที่ที่มีการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ เกิดขึ้น จากนั้นสำนักงานเขตจะประสานข้อมูลกับกรมการขนส่งทางบก เพื่อขอข้อมูลเจ้าของผู้ครอบครองรถ ที่กระทำความผิด เพื่อส่งหนังสือเรียกมาชำระค่าปรับตามกฎหมาย และเมื่อ กทม.ปรับผู้กระทำความผิดเสร็จสิ้นแล้ว จะแจ้งประชาชนผู้แจ้งเบาะแสให้มารับส่วนแบ่งค่าปรับกึ่งหนึ่ง

-กทม.ได้จับปรับผู้กระทำความผิดและแบ่งส่วนแบ่งค่าปรับให้ประชาชนผู้แจ้งเบาะแสแล้ว 1 ราย โดยเป็นการแจ้งเบาะแสซึ่งหน้า ในการขับขี่รถ จักรยานยนต์บนทางเท้าในพื้นที่เขตธนบุรี ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้จับปรับในอัตรา 500 บาท ผู้แจ้งเบาะแสจึงได้ ส่วนแบ่งค่าปรับไปแล้ว 250 บาท ทั้งนี้ จากช่องทางต่างๆ ที่เปิดรับเบาะแส พบมีการแอดไลน์ไอดีแอพพลิเคชั่น Line: @ebn6703w เพื่อแจ้งเบาะแสเข้ามาในกลุ่มรวมกว่า 3,000 คนแล้ว

-พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวกรณีในสื่อสังคมออนไลน์มีการเผยแพร่ภาพตำรวจสายตรวจขับขี่รถจักรยานยนต์ บนทางเดินเท้าย่านบางแคว่า จากการตรวจสอบ พบเป็นตำรวจสายตรวจของสถานีตำรวจนครบาลเพชรเกษม ขณะปฏิบัติงานบริเวณปากซอยเพชรเกษม 47/2 มีประชาชนร้องขอความช่วยเหลือบริเวณ ซอยเพชรเกษม 39 ซึ่งใกล้กับจุดที่กำลังปฏิบัติงาน จึงจำเป็นต้องเร่งรีบเข้าระงับเหตุ ก่อนจะถูกถ่ายภาพและถูกวิพากษ์วิจารณ์ดังกล่าว ทั้งนี้ ภายหลังเกิดเหตุผู้บังคับบัญชาได้เรียกนายตำรวจที่ปรากฏในภาพ เข้าพบ ก่อนทำการตักเตือนตามระเบียบ พร้อมทั้ง เน้นย้ำเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องรักษาวินัยในการรักษากฎหมาย แม้จะเป็นเหตุจำเป็นเร่งด่วน

ผลกระทบ
ด้านบวก
-การมีส่วนร่วมของประชาชนในการแจ้งเบาะแสและแก้ไขปัญหาการขับขี่หรือจอดรถจักรยานยนต์ รถยนต์ และล้อเลื่อน บนทางเท้าในกรุงเทพฯ


ข้อคิดเห็น
-สำนักเทศกิจ สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ขั้นตอนการดำเนินงานเมื่อมีประชาชนแจ้งเบาะแสการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือ พ.ศ.2535

 

7.คุมเข้มพื้นที่เสี่ยงไข้เลือดออก
1 ฉบับ เดลินิวส์
รายละเอียด
-นายเมธิพจน์ ชาตะเมธีกุล ผอ.กองควบคุมโรคติดต่อ สนอ. กล่าวว่า ในปี 60 พบพื้นที่กรุงเทพฯ มีผู้เสียชีวิตจากโรคไข้เลือดออกแล้ว 1 รายคือเด็กหญิงอายุ 14 ปี ในพื้นที่เขตหนองจอก เสียชีวิตในวันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมาโดยมีอาการป่วยตั้งแต่วันที่ 27 ก.ค. ซึ่งการเสียชีวิตเกิดจากการแทรกซ้อนกับอาการไข้หวัดทำให้เกิดความสับสนในการรักษาอีกทั้งบิดาของผู้เสียชีวิตมีอาการป่วย แต่ไม่มีการแจ้งข้อมูลมายัง กทม.ทำให้ไม่มีการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์

-กทม.ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ที่มีผู้เสียชีวิต เพื่อป้องกันการระบาดพื้นที่เสี่ยงพื้นที่ทั่วกรุงเทพฯ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เป็นช่วงฤดูฝนซึ่งเป็นช่วงการระบาดของโรค จึงขอความร่วมมือประชาชนในการดูแลพื้นที่ตามนโยบาย 3 เก็บ คือเก็บบ้าน เก็บภาชนะมีน้ำขังและเก็บขยะ เพื่อไม่ให้เกิดการระบาด และหากมีข้อสงสัยในการป่วยให้ปรึกษาแพทย์เพื่อรักษาทันที

ผลกระทบ
ด้านบวก
-มาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคในพื้นที่กรุงเทพฯ-การรณรงค์กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายอย่างต่อเนื่องด้านลบ-ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-5 ส.ค. 60 สนอ. ได้รายงานสถานการณ์ผู้ป่วยจากการเฝ้าระวังโรคจากสถานพยาบาลภาครัฐและเอกชนในพื้นที่กรุงเทพฯ ดังนี้ สถานการณ์ผู้ป่วยสะสมทั้งประเทศ 25,950 ราย ผู้เสียชีวิตสะสมทั้งประเทศ 34 ราย ในกรุงเทพฯ พบผู้ป่วยสะสม 3,350 ราย แยกเป็น เดือน ม.ค. 392 ราย เดือน ก.พ. 251 ราย เดือน มี.ค. 212 ราย เดือน เม.ย. 218 ราย เดือน พ.ค. 269 ราย เดือน มิ.ย. 696 ราย เดือน ก.ค. 1,211 ราย และในเดือน ส.ค. จนถึงวันที่ 5 ส.ค. มี 101 ราย อัตราป่วยตามกลุ่มอายุพบสูงสุดในกรุงเทพฯ 5 ลำดับแรก คือ เขตจตุจักร 174 ราย เขตบางซื่อ 146 ราย เขตบางกะปิ 135 ราย เขตวังทองหลาง 124 ราย และเขตจอมทอง 122 ราย อัตราผู้ป่วยสูงสุดคือ กลุ่มอายุ 10-14 ปี ทั้งนี้ อัตราการป่วยในแต่ละเดือนพบตั้งแต่เดือน พ.ค. เป็นต้นไปมีจำนวนสูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลัง


ข้อคิดเห็น
- สำนักอนามัย สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์การดำเนินการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออกในพื้นที่กรุงเทพฯ

 

8.ประชุม 5 หน่วยงานจัดระเบียบสารสื่อสาร 1 ก.ย.นี้
1 ฉบับ ไทยรัฐ
รายละเอียด-รายงานข่าวในวันที่ 1 ก.ย.นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการจัดระเบียบสายสื่อสารทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ ที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ICT) โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม 5 หน่วยงาน ประกอบด้วยสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) บมจ.ทีโอที บมจ.กสท.โทรคมนาคม (CAT) และ กทม. เพื่อกำหนดแนวทางการจัดระเบียบสายสื่อสารลงใต้ดิน

-ที่ประชุมจะหารือในประเด็นสายสื่อสารที่อยู่นอกเหนือจากแผนของ กฟน. และนอกเหนือจากที่ได้ ดำเนินการไปแล้วจะให้ กทม.บริหารจัดการอย่างไร ขณะที่ กสทช.จะกำหนดหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องรูปแบบการก่อสร้าง การบริหารจัดการและการกำหนดพื้นที่ใดที่จะเริ่มดำเนินการก่อน

ผลกระทบ
ด้านบวก
-ปัจจุบันตามถนนสายหลักมีสายสื่อสารรวมระยะทางกว่า 3,500 กิโลเมตร ในส่วนนี้ กฟน. ทีโอที และCAT ได้จัดระเบียบและนำลงใต้ดินแล้วรวม 260 กิโลเมตร ขณะเดียวกัน กฟน.ยังมีแผนนำสายไฟฟ้า และจัดระเบียบสายสื่อสารลงใต้ดิน ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้า 10 เส้นทาง

ข้อคิดเห็น
-สำนักการโยธา สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดระเบียบสายสื่อสารทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
1.กทม.จับจริง จยย.วิ่งบนทางเท้า พร้อมแบ่งค่าปรับ-รางวัลนำจับให้ผู้แจ้งเบาะแส
www.facebook.com/เรารักด่านตรวจ
https://www.facebook.com/dantruat/posts/1549234748453023?comment_id=1549244301785401&sw_fnr_id=755059225&fnr_t=0
985 likes / 53 shares / 129 comments

-ร้อยละ 88 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นด้วยกับการแบ่งจ่ายค่าปรับให้กับผู้แจ้งเบาะแสครึ่งหนึ่ง กรณีพบผู้กระทำผิดตามกฎหมายว่าด้วยการรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2560 อาทิ การจอด หรือขับขี่รถยนต์ รถจักรยานยนต์บนทางเท้า การปล่อยสัตว์เลี้ยงออกมาอุจจาระหน้าบ้านแล้วไม่เก็บ การพ่นสีและเขียนกำแพง รวมถึงรถบรรทุกหิน ทราย ดิน ร่วงบนถนน การทิ้งขยะลงคูคลองและแหล่งน้ำสาธารณะ ฯลฯ นั้น โดยขอให้ดำเนินการกวดขันอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ไม่เลือกปฏิบัติ โดยเฉพาะกรณีผู้ที่กระทำผิดเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ

-ร้อยละ 12 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า การแบ่งค่าปรับที่ได้จากการเปรียบเทียบปรับให้แก่ผู้แจ้งความนำจับเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ โดยเฉพาะกรณีการขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้า ซึ่งควรดำเนินการรณรงค์ขอความร่วมมือไม่ขับขี่บนทางเท้า รวมถึงแก้ไขปัญหาด้านกายภาพของถนน เช่น จัดทำช่องทางสำหรับรถจักรยานยนต์ เพิ่มจุดกลับรถ เป็นต้น

www.facebook.com/Thairath
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=10155995570412439&id=146406732438
16,000 likes / 2,746 shares / 1,354 comments

-ร้อยละ 56 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะจะมีส่วนช่วยลดการฝ่าฝืนกฎหมาย แต่ต้องดำเนินการอย่างจริงจัง และควรขยายผลการดำเนินการไปในจังหวัดอื่นๆ ด้วย

-ร้อยละ 44 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า การดำเนินการดังกล่าวอาจสร้างความแตกแยกในสังคมและทำให้เกิดการทะเลาะวิวาทกัน ระหว่างผู้แจ้งเบาะแสกับผู้กระทำผิด โดยหากผู้บังคับใช้กฎหมายเข้มงวดกวดขันจับปรับจริงจังก็ไม่จำเป็นต้องให้ประชาชนแป็นผู้แจ้งเบาะแส

www.facebook.com/นี่แหละประเทศไทย
https://www.facebook.com/164034270658945/posts/425008121228224
172 likes / 20 shares / 20 comments

-ร้อยละ 67 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นด้วยกับการจ่ายส่วนแบ่งค่าปรับให้ผู้แจ้งเบาะแสการกระทำผิดฝ่าฝืนจอด หรือขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้า โดยต้องไม่ละเว้นการดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ของรัฐด้วย

-ร้อยละ 33 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นการสร้างความแตกแยกและอาจทำให้เกิดการทะเลาะวิวาท หรือทำร้ายร่างกายกัน

ข้อเสนอแนะ
สำนักเทศกิจ สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ประชาสัมพันธ์หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการแบ่งค่าปรับที่ได้จากการเปรียบเทียบให้แก่ผู้แจ้งความนำจับ ตามกฏหมายว่าด้วยการรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2560

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

1.กทม.มั่นใจมาตรการป้องกัน-พร้อมรับน้ำสูงสุดช่วงเดือน ก.ย.
9 ฉบับ กรุงเทพธุรกิจ, ข่าวสด, สำนักข่าวไทย, ไทยโพสต์, M2F, โพสต์ทูเดย์, ไทยรัฐ, เดลินิวส์, new 18 Online
รายละเอียด
-พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผว.กทม. กล่าวในการตรวจเยี่ยมการดำเนินการของศูนย์ป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม กทม. ว่า กทม. ได้ดำเนินการปรับปรุงศูนย์ฯ โดยพัฒนาระบบต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น พัฒนาระบบซอฟต์แวร์ให้มีความทันสมัย จัดทำระบบไฟฟ้าสำรอง จัดทำระบบสำรองข้อมูลป้องกันฐานระบบข้อมูลหลักล่ม จัดทำข้อมูล เพื่อประมวลผลสำหรับการแก้ไข หรือวิเคราะห์สถานการณ์อย่างครอบคลุมและรอบด้าน นอกจากนี้ ได้เชื่อมโยงสายเคเบิลใยแก้วเพื่อส่งข้อมูลปริมาณน้ำฝนจากสถานีสูบน้ำจำนวน 131 สถานี สถานีตรวจวัดระดับน้ำในคลอง 263 สถานี และสถานีวัดอัตราการไหลของน้ำ 32 สถานี ให้สามารถรายงานสถานการณ์น้ำได้แบบเรียลไทม์ สามารถทราบข้อมูลทั้งปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมา ปริมาณน้ำที่อยู่ในคลอง อัตราการไหลของน้ำในขณะเดียวกันยังทราบด้วยว่าปริมาณฝนที่ตกลงมาในขณะนั้นทำให้เกิดน้ำท่วมพื้นผิวจราจรตรงจุด ใดบ้าง เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าพื้นที่อย่างทันท่วงที

-ช่วงเดือน ส.ค.นี้ สถานการณ์ยังไม่น่าห่วง แต่ในช่วงเดือน ก.ย.ที่คาดการณ์จะมีฝนตกลงมาปริมาณมาก เชื่อมั่นจะสามารถระบายน้ำได้อย่างทันท่วงที เนื่องจาก กทม.ได้จัดทำแผนและซ่อมบำรุงเครื่องมือระบายน้ำเพื่อเตรียมใช้งานแล้ว รวมถึงอุโมงค์ระบายน้ำใต้คลองบางซื่อที่จะเปิดใช้งานในวันที่ 25 ส.ค.นี้


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การพัฒนาระบบให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จะช่วยให้ทำงานสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันได้ดีขึ้น โดยเฉพาะระบบซอฟต์แวร์จะช่วยให้ กทม.มีข้อมูลที่ถูกต้องและแม่นยำมากขึ้น-ศูนย์แห่งนี้ จะเป็นศูนย์ต้นแบบในการบริหารจัดการน้ำ กทม.น้อมนำโครงการพระราชดำริและแนวคิดเกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาปรับใช้และสร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชน ผ่านนิทรรศการที่จัดแสดงไว้ 7 โซน

ด้านลบ
-ในช่วงเดือน ก.ย.จะมีฝนตกปริมาณมากเฉลี่ยสูงถึงประมาณ 345 มิลมิเมตร ซึ่งเป็นช่วงเดือนที่มีปริมาณน้ำฝนสูงสุดในรอบปี เนื่องจากร่องความกดอากาศสูงปะทะกับความกดอากาศต่ำ ทำให้เกิดปริมาณฝนที่มากและยาวนาน อาจทำให้เกิดปัญหาในการระบายน้ำ

-ตัวแปรที่อาจทำให้เกิดปัญหาและอุปสรรคในการระบายน้ำคือ กระแสลม หรือกระแสไฟฟ้าขัดข้อง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการทำงานของเครื่องสูบน้ำและการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่


ข้อคิดเห็น
-สำนักการระบายน้ำ สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การเตรียมความพร้อมในการรับมือและจัดการสถานการณ์น้ำเหนือ น้ำหนุน และน้ำฝนของ กทม.

 

2.ศึกษาแนวคิดท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดิน
2 ฉบับ ไทยรัฐ, ข่าวสด
รายละเอียด
-พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผว.กทม. กล่าวถึงโครงการศึกษาการก่อสร้างท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดิน เพื่อจัดระเบียบสายสื่อสารทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ ว่าได้มอบหมายให้ สนย.เป็นผู้ศึกษา พร้อมกันนี้ได้เชิญคณะกรรมการ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (KT) ซึ่งมีความรู้ความเชี่ยวชาญใน 3 ด้าน มาร่วมเป็นที่ปรึกษาโครงการฯ คาดภายใน 6 เดือนหลังจากนี้จะได้ข้อสรุป และคาดจะใช้เวลาจัดระเบียบสายสื่อสารประมาณ 2 ปี- กทม.จะศึกษาแผนการดำเนินโครงการก่อสร้างท่อร้อยสายเพื่อจัดระเบียบสายสื่อสาร โดยการก่อสร้างและการบริหารจัดการท่อร้อยสายใต้ดินมีแนวคิดให้เอกชนเป็นผู้ลงทุนทั้งหมด โดยเปิดให้มีการแข่งขันประกวดราคาตามระเบียบราชการและไม่ผูกขาดเอกชนรายใดรายหนึ่ง แต่อาจแบ่งพื้นที่โครงการเป็น 5 เฟส เพื่อกระจายการบริหารจัดการ

ผลกระทบ
ด้านบวก
-มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 1 ก.ย.60 ให้ทุกหน่วยงานร่วมกันนำสายไฟฟ้าอากาศ และเสาสัญญาณโทรคมนาคม ลงใต้ดิน เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย และป้องกันอันตรายกับประชาชน

-กทม.เตรียมขอจัดสรรงบประมาณ จำนวน 70 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการจัดทำแผนแม่บทการก่อสร้างท่อสายสื่อสารใต้ดินรองรับการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้อง กับแผนพัฒนากรุงเทพฯ 20 ปี (พ.ศ.2556-2575) ในยุทธศาสตร์มหานครสีเขียว สะดวกสบาย รวมทั้งศึกษาข้อมูลสายสื่อสารคาดการณ์แนวโน้มจำนวนสายสื่อสารจากการใช้งานของประชาชนอีก 30 ปีข้างหน้าและทิศทางนวัตกรรมในอนาคต


ข้อคิดเห็น
-สำนักการโยธา สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การศึกษาการก่อสร้างท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดินเพื่อจัดระเบียบสายสื่อสารในกรุงเทพฯ

 

3.สภา กทม.พิจารณาร่างงบฯ รายจ่าย ปี 61 เน้นประโยชน์สูงสุด
3 ฉบับ เดลินิวส์, ไทยรัฐ, บ้านเมือง Online
รายละเอียด
-ร.ต.ต.เกรียงศักดิ์ โลหะชาละ ประธานสภา กทม. กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาร่างข้อบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 จำนวน 78,500 ล้านบาทว่า ขณะนี้การพิจารณาสิ้นสุดลงแล้วในทุกหน่วยงาน การพิจารณางบประมาณปี 61 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทั้งนี้ ในวันที่ 17-18 ส.ค. จะนำผลการพิจารณาจากคณะอนุกรรมการฯ ทุกคณะมารวบรวมและสรุปมีการปรับลดงบประมาณทั้งหมดเท่าใดและระหว่างวันที่ 22-24 ส.ค. จะเป็นขั้นตอนการให้ฝ่ายบริหาร กทม. เสนอขอแปรญัตติในส่วนที่ตัด หรือปรับลดไป

-ในส่วนของงบแปรญัตติของ ส.ก. ยืนยันในปีงบประมาณ 61 ไม่มีอย่างแน่นอน แต่ในส่วนที่ฝ่าย ส.ก. และฝ่ายบริหารเห็นตรงกันคือ งบประมาณการศึกษาดูงานของสำนักงานเขตที่ตั้งไว้เขตละ 3 ล้านบาท หลังจากหยุดการพิจารณาจัดสรรงบ ส่วนนี้ไป 2 ปี เนื่องจากเป็นช่วงของการจัดงานพระบรมศพฯ จึงพิจารณาว่าควรจะจัดสรรให้เพื่อพัฒนาพื้นที่ซึ่งจะมีการตั้งงบฯ ไว้ให้ก่อน ส่วนการพิจารณาว่าเหมาะสมกับการอนุมัติหรือไม่ เป็นอำนาจการพิจารณาของฝ่ายบริหาร รวมถึงการกันงบไว้ใช้เมื่อฉุกเฉินให้อีกเขตละไม่เกิน 3 ล้านบาท เพื่อใช้ในภารกิจการซ่อมแซมฉุกเฉินต่าง ๆ ซึ่งอาจต้องพิจารณาแต่ละพื้นที่มีความจำเป็นต้องใช้งบเท่ากันหรือไม่ โดยในวันที่ 30 ส.ค.นี้ จะนำเข้าพิจารณาในวาระที่ 2 และ 3 ในสภา กทม. ต่อไป


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การพิจารณางบฯ ปี 61 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เนื่องจากโดยภาพรวมแล้วโครงการที่ของบประมาณในปี 2561 นี้ เป็นโครงการตามภารกิจหลัก ไม่มีโครงการที่พิจารณาเห็นว่าไม่เหมาะสมหรือไม่เห็นด้วย

ด้านลบ
-ในเบื้องต้นงบฯ ที่มีการปรับลดไว้ก่อน เช่น โครงการงบผูกพันของ สนย. ประมาณ 1,000 ล้านบาทและงบประมาณการบริหารรถไฟฟ้าของ สจส. 1,000 ล้านบาท และบางส่วนที่เป็นโครงการที่ไม่ใช่ภารกิจของ กทม. เช่นการจัดงานกิจกรรม (อีเวนต์) ต่าง ๆ



ข้อคิดเห็น
-สำนักงานเลขานุการสภา กทม. และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ผลการพิจารณาร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2561

 

4.ส่งเสริม “เยาวราช” สวรรค์แห่งอาหารริมทาง
2 ฉบับสำนักข่าวไทย, สำนักข่าวแห่งชาติ
รายละเอียด-พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี กล่าวหลังลงพื้นที่สำรวจความพร้อมการส่งเสริมอาหารริมทางให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวด้านอาหารและวัฒนธรรมระดับโลกว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กทม. และเอกชน จะร่วมกันสร้างมาตรฐานอย่างจริงจัง คงเสน่ห์ของบรรยากาศอาหารริมทาง โดยเตรียมติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างหน้าร้านและทางเดินเท้าเพิ่ม วางยุทธศาสตร์ ปีหน้าเน้นการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Glatronomy Tourism) เพื่อสื่อสารถึงเสน่ห์อาหารไทยริมทางซึ่งได้รับความนิยมดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาพักผ่อนและชิมอาหารไทย


ผลกระทบ
ด้านบวก
-ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในการส่งเสริมให้เยาวราชเป็นแหล่งท่องเที่ยวด้านอาหารและวัฒธรรมระดับโลก


ข้อคิดเห็น
-สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การจัดระเบียบและส่งเสริมร้านอาหารริมทางที่เยาวราช

 

5.UDDC ศึกษาต้นแบบทางเท้าเพื่อคนเมือง
1 ฉบับเดลินิวส์
รายละเอียด
-รายงานข่าวโครงการเมืองเดินได้-เมืองเดินดีโดยศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง (UrbanDesign and Development Center : UDDC) เตรียมดำเนินการระยะที่ 3 ซึ่งเป็นระยะสุดท้ายในการศึกษา หลังเริ่มศึกษามาตั้งแต่ปี 57 โดยจะนำผลการศึกษาเมืองเดินได้-เมืองเดินดีไปสู่การเสนอแนะแนวทางการออกแบบภูมิทัศน์ทางสัญจรที่มีคุณภาพ สามารถตอบรับกับการใช้งานของพื้นที่เมืองเดินได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นต้นแบบสำหรับการพัฒนาและฟื้นฟูเมือง โดย เชิญชวนประชาชนร่วมกันแชร์ประสบการณ์เดินเท้า เพื่อร่วมสะท้อนเรื่องที่เกิดขึ้นรวมถึงปัญหาโดยร่วมโพสต์รูปวิถีเดินเท้าใกล้ตัว หรือประสบในชีวิตประจำวัน พร้อมติดแฮชแท็ก #GoodWalkThailand เพื่อร่วมติดตาม การเปลี่ยนแปลงเมืองที่จะเกิดขึ้น เพื่อสนับสนุนให้เกิดวัฒนธรรมการเดินเท้าที่ดี นำไปสู่การดำเนินการเสนอแนะแนวทางกับ กทม. ต่อไป


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การดูแลบำรุงรักษาและปรับปรุงคุณภาพทางเท้าในกรุงเทพฯ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางให้แก่ประชาชนด้านลบ-จากการศึกษาในระยะที่ 1 ของ UDDC คนกรุงเทพฯ ลงคะแนนให้ 5 อุปสรรค สำคัญที่เกิดจากการเดินเท้าในกรุงเทพฯ ที่ทำให้ "ไม่อยากเดิน" อันดับที่ 1 ได้แก่ มีสิ่งกีดขวาง เดินไม่สะดวก อันดับที่ 2 ได้แก่ ขาดร่มเงาบังแดดบังฝน อันดับที่ 3 ได้แก่ ทางเดินมีแสงสว่างไม่เพียงพอ อันดับที่ 4 ได้แก่ ทางเท้าสกปรก มีขยะมูลฝอย และอันดับที่ 5 ได้แก่ ทางเท้าเป็นหลุมเป็นบ่อ


ข้อคิดเห็น
-สำนักการโยธา สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การปรับปรุงคุณภาพทางเท้าในพื้นที่กรุงเทพฯ

 

6.มท.กำชับผู้ว่าฯ -นายอำเภอ งดกิจกรรม แฝง “การเมือง”
1 ฉบับ กรุงเทพธุรกิจ
รายละเอียด
-นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย (มท.) กล่าวว่า ได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด (ผวจ.)นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ตามแนวทาง 7 มาตรการ ดังนี้ (1) ให้จัดประชุมคณะกรรมการรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัด (กกล.รส.) เป็นประจำทุกสัปดาห์หรือตามห้วงเวลาที่ ผวจ.เห็นสมควร (2) ให้ทุกจังหวัด นำปัญหามาประมวลแยกแยะศึกษาวิเคราะห์ แล้วกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาให้ยุติลงป้องปรามการเคลื่อนไหว (3) ต้องพิจารณามอบหมายเจ้าหน้าที่ที่มีประสบการณ์แก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างถูกต้อง ไม่นำไปสู่ความขัดแย้งประเด็นใหม่หรือสร้างความรุนแรง (4) การดำเนินการให้จังหวัดมอบหมายเจ้าหน้าที่จัดทำบันทึกเป็นเอกสาร หลักฐาน หรือการถ่ายภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว หรือลงบันทึกประจำวัน เพื่อให้มีหลักฐานในการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย (5) ให้ทบทวนแผนรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดและเครื่องมืออุปกรณ์ใช้งานตามแผน (6) ให้จังหวัดและอำเภอเพิ่มช่องทางการติดต่อสื่อสารกับประชาชนในพื้นที่ให้ทราบข่าวสารข้อเท็จจริง (7) ให้ลงพื้นที่ดูแลแก้ไขปัญหา หรือความทุกข์ยากของประชาชนในพื้นที่ให้มากขึ้น

-มอบหมายให้รองปลัด มท. หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านกิจการความมั่นคงภายใน เป็นผู้รับผิดชอบกำกับดูแล โดยมีสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยและกรมการปกครอง เป็นหน่วยงานหลักรับผิดชอบในการประสานงานกับจังหวัดต่างๆ และมอบหมายให้ผู้ตรวจราชการ มท. รวมทั้งผู้ตรวจราชการกรมในสังกัด มท. ติดตามรายงานผลการดำเนินการและปัญหาอุปสรรคอย่างใกล้ชิดเป็นกรณีพิเศษในช่วงเวลานี้

-นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ รองปลัด มท. ทำหนังสือด่วนที่สุดถึง ผวจ. ให้กำกับดูแลการใช้จ่ายงบประมาณของ อปท. และได้สั่งการ 3 ข้อ คือ (1) กำชับเรื่องการจัดฝึกอบรมและศึกษาดูงานของ อปท.ต้องเป็นเรื่องที่อยู่ในหน้าที่ (2) ให้ ผวจ.และนายอำเภอดูแลไม่ให้ อปท.จัดกิจกรรมที่มีลักษณะแอบแฝงทางการเมือง และ (3) ให้ดำเนินการกับ อปท.ที่จงใจไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง

ผลกระทบ
ด้านบวก
-การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่
ด้านลบ
-ที่ผ่านมานายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ทำหนังสือถึง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มท.ระบุข้อมูลมี อปท.จำนวนหนึ่งจัดทำโครงการในลักษณะของการศึกษาดูงาน หรือการสัมมนา หรือกิจกรรมอื่นใดที่นำประชาชนในพื้นที่เดินทางเข้ามาในกรุงเทพฯ และปริมณฑลโดยมีเจตนาแอบแฝง เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมือง


ข้อคิดเห็น
-หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินตามแนวทางและมาตรการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ฝ่ายวิเคราะห์ข่าว กองประชาสัมพันธ์

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

1.ชวนประชาชนร่วมแจ้งเหตุผู้กระทำผิด พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ
9 ฉบับ กรุงเทพธุรกิจ, ไทยรัฐ, ไทยโพสต์, ข่าวสด, สำนักข่าวแห่งชาติ, new 18 Online, บ้านเมือง Online, ไทยโพสต์, เดลินิวส์
รายละเอียด
-พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รผว.กทม. กล่าวถึงการ ให้รางวัลนำจับกึ่งหนึ่งของค่าปรับแก่ผู้แจ้ง กรณีพบเห็นผู้กระทำผิด พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 ว่า พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผว.กทม. ได้ลงนามในระเบียบ กทม.ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการแบ่งค่าปรับที่ได้จากการเปรียบเทียบให้แก่ผู้แจ้งความนำจับตามกฎหมายว่าด้วยการรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2560 เมื่อวันที่ 20 ก.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งระเบียบดังกล่าวจะครอบคลุมถึงการขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้า การทิ้งขยะในคูคลอง การทิ้งขยะในที่สาธารณะ หาบเร่แผงลอย เป็นต้น หากประชาชนพบเห็นการกระทำผิดดังกล่าวสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ทันทีผ่านทางช่องทางต่างๆ อาทิ โทรศัพท์สายด่วน สนท. โทร. 0 2465 6644 และอีเมล์ : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. โดยต้องมี หลักฐานอาทิ ภาพถ่าย หรือวีดิโอที่แสดงถึงการกระทำผิดประกอบด้วย เช่น หมายเลขทะเบียนรถ วัน เวลา สถานที่กระทำผิด และบุคคลที่กระทำผิด

-สำหรับรางวัลนำจับที่ผู้แจ้งความจะได้รับจำนวนกึ่งหนึ่งของค่าปรับ จะได้รับภายหลังจากที่ผู้ต้องหาได้ชำระค่าปรับตามที่เปรียบเทียบปรับแล้ว ซึ่งหากผู้ต้องหาชำระค่าปรับในวันเดียวกันผู้แจ้งความก็อาจจะได้รับรางวัลนำจับภายในวันเดียวกันด้วย หากผู้ต้องหามีการชำระค่าปรับภายหลัง เจ้าหน้าที่จะดำเนินการแจ้งผลการดำเนินการทางไปรษณีย์ให้แก่ผู้ที่แจ้งความได้ทราบเพื่อมารับเงินรางวัลนำจับต่อไป


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การแก้ไขปัญหาการขับขี่ หรือจอดรถจักยานยนต์ รถยนต์ หรือล้อเลื่อนบนทางเท้า และการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ
-โครงการนี้เป็นมาตรการหนึ่งในการจัดระเบียบสังคมให้เกิดความสะอาด ความเป็นระเบียบเรียบร้อยและความปลอดภัย โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการสอดส่องดูแลและแจ้งเบาะแส


ข้อคิดเห็น
-สำนักเทศกิจ สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การบังคับใช้ระเบียบ กทม.ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการแบ่งค่าปรับที่ได้จากการเปรียบเทียบให้แก่ผู้แจ้งความนำจับตามกฎหมายว่าด้วยการรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมืองฯ

 

2.ทดสอบอุโมงค์ระบายน้ำคลองบางซื่อ 25 ส.ค.นี้
3 ฉบับไทยรัฐ, ไทยโพสต์, ข่าวสด
-นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รผว.กทม. กล่าวหลังลงพื้นที่ เพื่อติดตามเร่งรัดโครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำใต้คลองบางซื่อ จากคลองลาดพร้าว-แม่น้ำเจ้าพระยาว่า ผลงานก่อสร้างโดยรวมขณะนี้ทำได้ร้อยละ 89.5 ช้ากว่าแผนงานที่วางไว้ จึงได้กำชับผู้รับจ้างเร่งรัดดำเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จโดยเร็ว รวมทั้งได้ให้คำแนะนำในการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคที่ส่งผลกระทบต่อโครงการดังกล่าว คาดจะเริ่มเดินเครื่องทดสอบระบบในวันที่ 25 ส.ค.นี้ โดยจะเริ่มปล่อยน้ำจากอาคารรับน้ำถนนรัชดาภิเษก (บ่อ 1) อาคารรับน้ำถนนวิภาวดีรังสิต (บ่อ 2) อาคารรับน้ำถนนกำแพงเพชร (บ่อ 3) เข้าอุโมงค์ระบายน้ำ ใต้คลองบางซื่อ รวมทั้งทดสอบการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อทดสอบประสิทธิภาพการทำงานอย่างเต็มรูปแบบต่อไป


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การเตรียมความพร้อมทดสอบประสิทธิภาพระบบการทำงานอุโมงค์ระบายน้ำใต้คลองบางซื่อ ก่อนเปิดใช้งานอย่างเต็มรูปแบบ


ข้อคิดเห็น
-สำนักการระบายน้ำ และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและแก้ไขปัญหาพื้นที่จุดอ่อนน้ำท่วมขังในกรุงเทพฯ

 

3.เตรียมสร้างศูนย์ราชการ กทม. 5 แห่ง
1 ฉบับ เดลินิวส์
รายละเอียด
-นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รผว.กทม. กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 61 กทม. วางแนวทางเพิ่มพื้นที่บริการประชาชนและพัฒนาหน่วยงานราชการให้ครบวงจร เพื่อให้ประชาชนใช้บริการได้อย่างสะดวกโดยรวบรวมเป็นศูนย์ราชการ 5 แห่ง ได้แก่ (1) ศูนย์ราชการบางนา รวมสำนักงานเขต โรงพยาบาลเขตบางนา สถานีดับเพลิงบางนา และศูนย์กีฬาทั้งในร่มและกลางแจ้งก่อสร้างในพื้นที่เดียวกันทั้งหมด เป็นอาคารสำนักงานเขต 8 ชั้น ขณะนี้อยู่ระหว่าง การออกแบบ (2) ศูนย์ราชการปทุมวัน เป็นอาคารสูง 20 ชั้น เพื่อจัดทำเป็นศูนย์อนามัย สถานีดับเพลิง สำนักงานเขตปทุมวัน เริ่มจัดสรรงบประมาณก่อสร้างในปี 62 (3) ศูนย์ราชการลาดกระบัง เป็นอาคารสูง 9 ชั้นรวมหน่วยงานราชการต่าง ๆ ในพื้นที่เขต ขณะนี้อยู่ระหว่างการออกแบบ (4) ศูนย์ราชการเขตบางรักเป็นอาคารสูง 20 ชั้น ซึ่งจะรวมหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่ให้บริการของเขตบางรัก เริ่มก่อสร้างปี 63 และ (5) ศูนย์ราชการดินแดง ซึ่งจะประกวดราคาในเดือน ต.ค. นี้ มีสำนักงานเขตและศูนย์บริการสาธารณสุข กทม.ใช้เวลาก่อสร้าง 2 ปี

ผลกระทบ
ด้านบวก
-การเพิ่มพื้นที่บริการประชาชนและพัฒนาหน่วยงานราชการในสังกัด กทม.อย่างครบวงจร เพื่ออำนวยความสะดวกในการให้บริการแก่ประชาชน


ข้อคิดเห็น
-หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การเตรียมการจัดทำศูนย์ราชการของ กทม. เพื่อเพิ่มพื้นที่บริการและอำนวยความสะดวกในการให้บริการประชาชน

 

4.เพิ่มประสิทธิภาพป้องกัน-ควบคุมโรค
1 ฉบับ ข่าวสด
รายละเอียด
-นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รผว.กทม. กล่าวว่าคณะกรรมการบริหารโครงการภายใต้ความร่วมมือระหว่าง กทม.และศูนย์ความร่วมมือไทย-สหรัฐ ด้านสาธารณสุข ได้ติดตามและรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานโครงการต่างๆ ที่อยู่ในความดูแลของ กทม. ประจำปีงบประมาณ 60 ทั้งนี้ ความร่วมมือในระยะที่ 4 ปี (2560 - 2564) มีกรอบความร่วมด้านการพัฒนาบุคลากร ระบบ และบริการสาธารณสุขที่มีคุณภาพ-ได้กำชับในที่ประชุมให้พัฒนาการจัดการโรคติดเชื้อHIV หรือโรคเอดส์ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย 90-90-90 นอกจากนี้ เพื่อให้การรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับโรคติดต่อต่างๆ เป็นระบบ มอบหมายให้ สผม.จัดทำแผนที่ดิจิตอลทางสุขภาพ เพื่อเป็นเครื่องมือการบริหารจัดการโรคติดต่อต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในการและเพิ่มประสิทธิภาพบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขของ กทม.


ข้อคิดเห็น
-สำนักการแพทย์ สำนักอนามัย และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การพัฒนาคุณภาพการให้บริการทางการแพทย์และสาธารณสุขของ กทม.

 

5.อาคาร โรสวู้ดฯ ก่อสร้างตามแบบ
7 ฉบับ ไทยรัฐ, เดลินิวส์, มติชน,new 18 online, M2F, ข่าวสด
รายละเอียด
-นางมรกต สนิทธางกูร ผอ.เขตปทุมวัน กล่าวกรณีสื่อสังคมออนไลน์มีการเผยแพร่ภาพอาคารโรสวู๊ด แบงกอก โฮเต็ล ถ.เพลินจิต เขตปทุมวัน ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง มีลักษณะโครงสร้างเอียง เกรงจะเกิดการทรุดตัวว่า จากการตรวจสอบพบว่าไม่ใช่อาคารทรุดเอียง แต่เป็นการก่อสร้างอาคารตามแบบที่ถูกออกแบบให้ลาดเอียง อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ ผู้รับเหมาใช้ผ้าใบคลุมไว้ต่อมาการก่อสร้างมีความคืบหน้าจึงเปิดผ้าใบออกบางส่วน ทำให้ผู้พบเห็นโครงสร้างภายในที่ลาดเอียงจึงเกิดความเข้าใจผิด เขตฯ จึงขอให้บริษัทผู้รับเหมาติดภาพแบบจำลองอาคารเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จไว้ที่บริเวณหน้าไซต์งาน เพื่อป้องกันการเข้าใจผิดแล้ว

-นายนพดล ฉายปัญญา ผอ.กองควบคุมอาคาร สนย. กล่าวว่า อาคารดังกล่าวผู้ประกอบการได้ขออนุญาตก่อสร้างเป็นอาคารสูงขนาด 32 ชั้น โดยยื่นแสดงแบบต่างๆ และขออนุญาตอย่างถูกต้องจาก สนย. ส่วนการก่อสร้างในอาคารที่เห็นว่ามีลักษณะลาดเอียง เป็น การออกแบบอาคารที่มีลักษณะเฉพาะภายนอก แต่โครงสร้างภายในยังเป็นไปในรูปแบบโครงสร้างปกติ ในระหว่างการก่อสร้างอาคาร กทม.มีหน้าที่ตรวจสอบความปลอดภัย และการก่อสร้างให้เป็นไปตามแบบก่อสร้างอย่างถูกต้อง ซึ่งจะมีนายตรวจจาก สนย.และสำนักงานเขตปทุมวัน เข้าตรวจการก่อสร้างทุก 15 วัน

-พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. สั่งการให้ พล.ต.ต.มงคล วรุณโณ ผบก.น.5 และ สน.ลุมพินี เร่งหาผู้ส่งต่อภาพดังกล่าวพร้อมระบุข้อความว่าอาคารเอียงใกล้จะทรุดตัว มาดำเนินคดี ตามความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ม.14 (2) ข้อหานำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน มีโทษจำคุก 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ผลกระทบ
ด้านบวก
-การขออนุญาตก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่และการตรวจสอบการก่อสร้างอาคารให้เป็นไปตามแบบที่ขออนุญาต
ด้านลบ
-สื่อสังคมออนไลน์มีการส่งต่อภาพอาคารที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างติดกับสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสเพลินจิต ถนนเพลินจิต เขตปทุมวัน เกิดการทรุดเอียงอย่างเห็นได้ชัดเกรงว่าจะเกิดการถล่มลงมา


ข้อคิดเห็น
-สำนักการโยธา สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์มาตรการตรวจสอบและควบคุมการก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ในพื้นที่ กรุงเทพฯ

 

6.ระดมความเห็นเชื่อมรอยต่อผังเมือง กทม.-สมุทรปราการ
2 ฉบับ ไทยรัฐ, เดลินิวส์
รายละเอียด
-นางประภาพรรณ จันทร์นวล รผอ.สผม. กล่าวว่า สผม.ได้จัดประชุมระดมความคิดเห็นแนวทางการพัฒนาเมืองร่วมกันระหว่าง จ.สมุทรปราการและ กทม. ในวันที่ 17 ส.ค. เวลา 13.00 - 16.00 น. ณ ห้องประชุม Auditorium โรงไฟฟ้าพระนครใต้ จ.สมุทรปราการ โดยจะนำผลการประชุมมาเป็นข้อมูลในการวางและจัดทำผังเมืองรวม กทม.ฉบับใหม่ และนำเข้าสู่ขั้นตอนตามกฎหมายต่อไป


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การแลกเปลี่ยนข้อเท็จจริง สภาพปัญหา และข้อเสนอแนะแนวทางการพัฒนาเมืองร่วมกันระหว่าง กทม.และ จ.สมุทรปราการ เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางด้านผังเมืองที่สอดคล้องกันอย่างมีเอกภาพระหว่าง 2 จังหวัด


ข้อคิดเห็น
-สำนักผังเมือง และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ เชิญชวนประชาชนและผู้สนใจเข้าร่วมประชุมเพื่อระดมความคิดเห็นแนวทางการพัฒนาเมืองร่วมกันระหว่าง จ.สมุทรปราการ และ กทม.ในวันที่ 17 ส.ค.นี้

 

7.จัดระเบียบหอพัก
1 ฉบับ เดลินิวส์
รายละเอียด
-รายงานข่าวตามที่ กทม. ได้รับการกระจายอำนาจในการดูแลกิจการหอพักในพื้นที่กรุงเทพฯ จากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เพื่อดูแลความปลอดภัยของผู้พักอาศัย ซึ่งตามกฎหมาย พ.ร.บ.หอพัก พ.ศ. 2558 กำหนดไว้ว่าหอพักจะต้องเป็นที่อยู่อาศัยที่มีนักเรียนนักศึกษาอายุน้อยกว่า 25 ปี พักอาศัยการให้ผู้มีอายุไม่เกิน 25 ปี บริบูรณ์และอยู่ในระหว่างการศึกษาระดับไม่สูงกว่าปริญญาตรีเช่าพักอาศัย ตั้งแต่ระดับ 5 คนขึ้นไปถือเป็นหอพักตามกฎหมาย ซึ่งต้องมีจดทะเบียนเป็นหอพัก และต้องแยกเป็นหอพักชายและหอพักหญิง

-ผลสำรวจในกรุงเทพฯ มีหอพักทั้งสิ้น 957 แห่ง แบ่งเป็นหอพักที่ได้รับการลงทะเบียนตามกฎหมายแล้ว 426 แห่ง ส่วนหอพักที่ยังไม่มีการต่อทะเบียนตามกฎหมายมีจำนวน 531 แห่ง แบ่งเป็นหอพักชาย 160 แห่ง และหอพักหญิง 371 แห่ง


ผลกระทบ
ด้านบวก
-ราชกิจจานุเบกษาประกาศใช้กฎกระทรวง เรื่อง การอนุญาตประกอบ กิจการหอพัก พ.ศ. 2560 เมื่อวันที่ 4 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยระบุลักษณะและมาตรฐานของหอพัก ซึ่งจะต้องมีการจดทะเบียนการเป็นหอพัก อย่างถูกต้องด้านลบ-หากผู้ประกอบการหอพัก ไม่มีจดทะเบียนการเป็นหอพักอย่างถูกต้อง หรือจัดหอพักไม่ได้มาตรฐานตามกฎหมาย จะมีบทลงโทษตามกฎหมายจำคุกสูงสุดไม่เกิน 1 ปี ปรับ 100,000 บาท และปรับเป็นรายวัน วันละ 10,000 บาท หากยังมีการฝ่าฝืน

-สาเหตุที่ผู้ประกอบการหอพักที่เคยยื่นขอประกอบการไปแล้ว แต่ไม่มาต่อทะเบียนใหม่ เนื่องจากส่วนใหญ่นำไปดัดแปลงให้บริการเป็นแบบอื่น เช่น เป็นอพาร์ตเมนต์ ห้องเช่าที่ไม่แยกหญิงชาย รวมทั้งหากจะต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายจะต้องมีรายละเอียดอื่นเพิ่มเติมจึงไม่ต้องการเพิ่มต้นทุน ทำให้ผู้ประกอบการไม่มาต่อทะเบียนให้ถูกต้อง


ข้อคิดเห็น
-สำนักพัฒนาสังคม สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การตรวจสอบการดำเนินกิจการหอพักในพื้นที่กรุงเทพฯ ให้เป็นไปตามกฎหมาย

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
1.จ่ายรางวัลนำจับให้ผู้แจ้งเบาะแสขับขี่จักรยานยนต์บนทางเท้า
www.facebook.com/มิตรสหายท่านหนึ่ง
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=1921507428114367&id=1544278182503962
1,900 likes / 40 shares / 100 comments

-ร้อยละ 89 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า กรณีในสื่อสังคมออนไลน์เผยแพร่ภาพบนทางเท้าแห่งหนึ่งที่มีการนำรถจักรยานยนต์ขึ้นมาจอดหลายคัน ซึ่งหากถ่ายภาพส่งเป็นหลักฐานนำจับให้ กทม.น่าจะได้ส่วนแบ่งไม่น้อย นั้น การจอดและขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้ายังพบเห็นได้ทั่วไปในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์รับจ้าง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการให้ตั้งวินรถจักรยานยนต์บนทางเท้า ขณะที่การถ่ายรูปเพื่อแจ้งเบาะแสให้ทางราชการ ผู้แจ้งอาจเสี่ยงที่จะถูกทำร้ายร่างกายได้

-ร้อยละ 11 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า ผู้แจ้งจะได้รับเงินรางวัลนำจับก็ต่อเมื่อคดีสิ้นสุดลงแล้ว ขณะที่ กทม.ควรพิจารณาจัดจุดจอดรถจักรยานยนต์ที่เป็นสัดส่วน เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว

ข้อเสนอแนะ
สำนักเทศกิจ สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ประชาสัมพันธ์การประกาศใช้ระเบียบ กทม.ในการให้รางวัลนำจับกึ่งหนึ่งของค่าปรับแก่ผู้แจ้ง กรณีพบเห็นผู้กระทำผิดตามพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 อาทิ การจอด หรือขับขี่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ล้อเลื่อนบนทางเท้า การทิ้งขยะในที่สาธารณะ
 
 
2.เตรียมของบฯ รัฐบาลสร้างอุโมงค์ระบายน้ำเพิ่มอีก 2 แห่ง
www.facebook.com/นี่แหละประเทศไทย
https://www.facebook.com/164034270658945/posts/424330894629280
120 likes / 23 shares/ 11 comments

-ร้อยละ 75 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า กรณี กทม.เตรียมเสนอของบประมาณจากรัฐบาล จำนวน 4,010 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำขนาดใหญ่เพิ่มอีก 2 แห่ง นั้น เป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณ ทั้งที่ กทม.ควรขุดลอกคูคลองและล้างทำความสะอาดท่อระบายน้ำอย่างต่อเนื่องก็จะช่วยป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่กรุงเทพฯ ได้แล้ว

-ร้อยละ 25 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นด้วยกับการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำขนาดใหญ่เพิ่มเติม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำ แต่ควรดำเนินการอย่างโปร่งใส ขณะที่อุโมงค์ระบายน้ำที่ก่อสร้างแล้วเสร็จมีประสิทธิภาพในการทำงานอย่างไรบ้าง

www.facebook.com/Dailynews
https://www.facebook.com/dailynewsonlinefan/?fref=ts
147 likes / 3 shares / 16 comments

-ร้อยละ 88 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า แม้ กทม.จะสร้างอุโมงค์ระบายน้ำเพิ่มอีกก็ไม่สามารถช่วยป้องกันปัญหาน้ำท่วมขังในกรุงเทพฯ ได้ ทั้งยังเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณที่มาจากภาษีของประชาชนและอาจเปิดช่องให้มีการทุจริตได้

-ร้อยละ 12 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า การแก้ปัญหาน้ำท่วมขังที่ตรงจุด คือ การแก้ปัญหาการทิ้งขยะในแม่น้ำคูคลอง ควบคู่กับการขุดลอกคูคลองและท่อระบายน้ำอย่างสม่ำเสมอ

ข้อเสนอแนะ
สำนักการระบายน้ำ และกองประชาสัมพันธ์ประสิทธิภาพการทำงานของอุโมงค์ระบายน้ำขนาดใหญ่ของ กทม. รวมทั้งเหตุผลและความจำเป็นในการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำเพิ่มเติมอีก 2 แห่ง

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

1.รื้อสิ่งกีดขวาง“ลิฟต์ผู้พิการ” BTS 4 ฉบับมติชน, ไทยโพสต์, โพสต์ทูเดย์, M2F
รายละเอียด
-พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผว.กทม. กล่าวว่า กทม.ได้สำรวจและรื้อย้ายสาธารณูปโภค เช่น เสาไฟฟ้า และเสากล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ที่กีดขวางทางขึ้นลง บริเวณโดยรอบลิฟต์ผู้พิการของสถานีรถไฟฟ้าBTS ทั้ง 19 สถานี เพื่อให้ผู้พิการที่ใช้รถวีลแชร์สามารถผ่านได้สะดวกขึ้น โดยเฉพาะที่สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ โดยประสานการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) รื้อย้ายเสาไฟฟ้าบริเวณทางขึ้น-ลง และโดยรอบลิฟต์คนพิการเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทำให้ทางเท้าบริเวณดังกล่าวจากเดิมมีช่องทางเดิน 80 เซนติเมตร ซึ่งรถวีลแชร์ไม่สามารถผ่านได้ ขยายเป็น 1.50 เมตร เพื่อให้ประชาชนทั่วไปและวีลแชร์เดินทางได้สะดวกขึ้น นอกจากนี้ หากพบป้ายรถโดยสาร ป้ายจราจร หรือสาธารณูปโภคอื่นๆ ที่กีดขวางทางขึ้น-ลง จะขยับจุดติดตั้งใหม่บริเวณใกล้เคียง เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชนที่ใช้บริการรถประจำทางเช่นกัน


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การรื้อย้ายสาธารณูปโภคที่กีดขวางทางขึ้น-ลง และบริเวณโดยรอบลิฟต์คนพิการทั้งหมด เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้พิการที่จะใช้บริการรถไฟฟ้า BTS หรือข้ามไปยังฝั่งตรงข้ามได้สะดวกขึ้นด้านลบ-เครือข่ายพลเมืองเน็ต ร้องเรียนการก่อสร้างลิฟต์ของคนพิการ-ผู้สูงอายุให้ใช้บริการรถไฟฟ้า BTS ตามคำสั่ง ศาล แต่เกิดปัญหาบริเวณทางขึ้น-ลงของลิฟต์มีสิ่งกีดขวางเหลือเพียงช่องแคบๆ ทำให้ผู้ใช้วีลแชร์ไม่สามารถสัญจรได้


ข้อคิดเห็น
-สำนักการจราจรและขนส่ง สำนักการโยธา บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การตรวจสอบและรื้อย้ายสาธารณูปโภคที่กีดขวางทางขึ้น-ลงบริเวณโดยรอบลิฟต์โดยสารสำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุบริเวณสถานีรถไฟฟ้า BTS

 

2.บูรณาการความร่วมมือ บช.น.-บังคับใช้ “รางวัลนำจับ”
1 ฉบับ ข่าวสด
รายละเอียด
-พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รผว.กทม. กล่าวว่า เมื่อวันที่ 11 ส.ค.60 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศระเบียบ กทม. ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการแบ่งค่าปรับที่ได้จากการเปรียบเทียบให้แก่ผู้แจ้งความนำจับตามกฎหมายว่าด้วยการรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมืองฯ ซึ่งมีจะมีการแถลงข่าวร่วมกับ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. เพื่อร่วมทำงานกันอย่างบูรณาการได้

-สำหรับประกาศระเบียบดังกล่าว นอกจากผู้แจ้งความนำจับจะได้ส่วนแบ่งค่าปรับจำนวนครึ่งหนึ่งของค่าปรับ ในกรณีที่พบผู้กระทำความผิดฝ่าฝืน จอดหรือขับขี่รถยนต์ รถจักรยานยนต์บนทางเท้าแล้วยังรวมถึงการปล่อยสัตว์เลี้ยงออกมาอุจจาระหน้าบ้านแล้วไม่เก็บ การพ่นสีและเขียนกำแพง รวมถึงรถบรรทุกหิน ทราย ดิน ร่วงบนถนน และการทิ้งขยะลงคูคลอง และแหล่งน้ำสาธารณะ ซึ่งมีอัตราค่าปรับ 500-5,000 บาท


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การแก้ไขปัญหาการขับขี่ หรือจอดรถจักรยานยนต์ รถยนต์ หรือล้อเลื่อน บนทางเท้าในกรุงเทพฯ


ข้อคิดเห็น
-สำนักเทศกิจ สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การบังคับใช้ร่างระเบียบ กทม.ว่าด้วยหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขการแบ่งค่าปรับที่ได้จากการเปรียบเทียบให้แก่ผู้แจ้งความนำจับตามกฎหมาย ว่าด้วยการรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมืองฯ

 

3.เตรียมเสนอรัฐบาลสร้างอุโมงค์ระบายน้ำเพิ่ม 2 แห่ง
2 ฉบับ กรุงเทพธุรกิจ, เดลินิวส์
รายละเอียด
-นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รผว.กทม. กล่าวว่า กทม.มีแผนก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำเพิ่มเติมอีก 2 แห่งคือโครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำคลองแสนแสบ-คลองลาดพร้าว บริเวณซอยลาดพร้าว 130 ซึ่งจะช่วยระบายน้ำจากพื้นที่ฝั่งตะวันออก ผ่านเข้าสู่อุโมงค์ในอัตรา 30 ลบ.ม./วินาที และเร่งระบายออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วม ในพื้นที่แนวคลองแสนแสบทั้งหมด และอุโมงค์ระบายน้ำคลองทวีวัฒนา จะช่วยระบายน้ำแก้ปัญหาคลองทวีวัฒนาในช่วงคอขวด ทำให้น้ำสามารถระบายได้รวดเร็วมากขึ้น เสริมประสิทธิภาพการระบายน้ำพื้นที่เขตบางแค หนองแขม และเขตทวีวัฒนา ทั้ง 2 อุโมงค์ กทม.ได้ออกแบบเสร็จแล้ว โดยจะยื่นเสนอของงบสนับสนุนจากรัฐบาล เพื่อดำเนินการก่อสร้างรวม 4,010 ล้านบาท คาดจะเริ่มการก่อสร้างได้ในปลายปี 61


ผลกระทบ
ด้านบวก
- ปัจจุบัน กทม.มีอุโมงค์ระบายน้ำรวม 7 แห่ง ได้แก่ อุโมงค์ยักษ์ จำนวน 2 แห่ง คือ อุโมงค์ระบายน้ำพระราม 9 กับอุโมงค์ระบายน้ำบึงมักกะสัน และอุโมงค์ขนาดเล็ก5 แห่ง คือ อุโมงค์ระบายน้ำ คลองเปรม-โรงปูน อุโมงค์ระบายน้ำ ซอยอารีย์ เขตพญาไท อุโมงค์ระบายน้ำสุขุมวิท 26 อุโมงค์ระบายน้ำสุขุมวิท 32 และอุโมงค์ระบายน้ำสุขุมวิท 42 ซึ่งทุกอุโมงค์สามารถรองรับน้ำได้เต็มประสิทธิภาพ รวมจำนวน 155.5 ลบ.ม./วินาที นอกจากนี้ ยังมีอุโมงค์ระบายน้ำที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างเพิ่มเติมอีก 2 แห่งคือ อุโมงค์ระบายน้ำบึงหนองบอน และอุโมงค์ระบายน้ำใต้คลองบางซื่อ ที่แล้วเสร็จเตรียมจะเปิดใช้ในปลายเดือน ส.ค.นี้


ข้อคิดเห็น
-สำนักการระบายน้ำ และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ประสิทธิภาพการระบายน้ำเข้าอุโมงค์ระบายน้ำ กทม.รวมทั้งเหตุผลและความจำเป็นการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำเพิ่มเติมอีก 2 แห่ง

 

4.เดินหน้าสร้างทางหลวงท้องถิ่นเชื่อมถ.วิภาวดี-พหลโยธิน
2 ฉบับ เดลินิวส์, ไทยโพสต์
รายละเอียด
-นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รผว.กทม. กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการก่อสร้างทางหลวงท้องถิ่นสายเชื่อมระหว่างถนนวิภาวดีรังสิตกับถนนพหลโยธินว่า โครงการนี้อยู่ในพื้นที่เขตดอนเมืองและเขตบางเขน มีจุดเริ่มต้นโครงการที่ถนนวิภาวดีรังสิต บริเวณทางเข้าโรงแรม แอร์พอร์ตสวีท ไปต่อเชื่อมกับถนนพหล โยธิน บริเวณซอยพหลโยธิน 50 และสามารถต่อเชื่อมไปถนนเทพรักษ์ รวมระยะทาง 2.8 กม. เขตทางกว้าง 40 ม. การ ก่อสร้างเป็นถนนขนาด 6 ช่องจราจร มีทางจักรยานและทางเท้าบางช่วง ซึ่งเป็นทางยกระดับจะมีขนาด 4 ช่องจราจร พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ของทหารอากาศ กรมธนารักษ์ และประชาชนซึ่งมีการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินรวม 33 แปลง มีพื้นที่เวนคืนประมาณ 70 ไร่ ขณะนี้ได้เวนคืนเรียบร้อยแล้วประมาณร้อยละ 70 และบางส่วนต้องเสนอออก พ.ร.ฎ.เวนคืนอีก 9 แปลง ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการคาดใช้เวลาประมาณ 1 ปี และก่อสร้างประมาณ 2 ปี จึงจะเปิดใช้ได้

-จากการลงพื้นที่พบอาจมีแนวก่อสร้างบางจุดที่กระทบกับแนวก่อสร้างเขื่อนของ สนน.จึงมอบหมายให้ สนย.ประสาน สนน.ร่วมกันพิจารณาปรับแบบแผนบางส่วนให้สอดคล้องกับแนวก่อสร้างเขื่อนของ สนน. ตลอดจนให้คำแนะนำในการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคที่อาจส่งผลกระทบต่อโครงการ


ผลกระทบ
ด้านบวก
-เมื่อโครงการทางหลวงท้องถิ่นสายเชื่อมระหว่างถนนวิภาวดีรังสิตกับถนนพหลโยธินแล้วเสร็จ จะช่วยบรรเทาปัญหาจราจรติดขัดบนถนนวิภาวดีรังสิตกับถนนพหลโยธินต่อเนื่องไปจนถึงถนนแจ้งวัฒนะ ถนนรามอินทรา ถนนรัตนโกสินทร์สมโภชน์ ตลอดจนถนนนิมิตใหม่เชื่อมโยงโครงข่ายถนนโดยรอบช่วยให้การเดินทางมีความสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น


ข้อคิดห็น
-สำนักการโยธา สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินโครงการก่อสร้างทางหลวงท้องถิ่นสายเชื่อมระหว่างถนนวิภาวดีรังสิตกับถนนพหลโยธินเพื่อบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัด

 

5.เร่งเชื่อมต่อถนนสายรองแก้ปัญหารถติดย่านดอนเมือง
2 ฉบับ แนวหน้า, มติชน
รายละเอียด
-นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รผว.กทม. กล่าวหลังลงพื้นที่โครงการปรับปรุงถนนคูนายกิมสาย 1 เขตดอนเมือง เพื่อศึกษาแผนปรับปรุงถนนคูนายกิมสาย 1 ช่วงที่ 3 ตั้งแต่ถนนคูนายกิมสาย 1 (สะพานเรืองสุวรรณ) -ถนนเชิดวุฒากาศ เพื่อให้สอดคล้องกับการปรับปรุงถนนคูนายกิมสาย 1 ช่วงที่ 1 และช่วงที่ 2 ซึ่งดำเนินการเสร็จแล้วว่า การดำเนินการโครงการปรับปรุงถนนคูนายกิมสาย 1 กทม.ได้มีหนังสือขอใช้พื้นที่ของกองทัพอากาศ และบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด เพื่อปรับปรุงถนนคูนายกิมสาย 1 ช่วงที่ 3 จากถนนคูนายกิม-ถนนเชิดวุฒากาศ ซึ่งกรมส่งกำลังบำรุงทหารอากาศ และบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด อนุญาตให้ใช้พื้นที่ในการดำเนินงานได้ (รวมเนื้อที่ประมาณ 10 ไร่) นอกจากนี้ กทม.ยังได้มีหนังสือถึงหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดทำบันทึกข้อตกลงร่วมมือดำเนินการโครงการปรับปรับปรุงถนนคูนายกิมสาย 1 ช่วงที่ 3 จากถนนคูนายกิมสาย 1 - ถนนเชิดวุฒากาศและลงพื้นที่สำรวจร่วมกันระหว่าง สนย. หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองทัพอากาศ และบริษัท การท่าอากาศยานไทย จำกัด


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การเชื่อมโยงโครงข่ายถนน เชิดวุฒากาศกับถนนนาวงประชาพัฒนา และถนนสรงประภา ซึ่งเป็นการเสริมโครงข่ายถนนในบริเวณใกล้เคียง เพื่อให้สามารถรองรับปริมาณการจราจรที่เพิ่มขึ้นและการเติบโตของชุมชนในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ข้อคิดเห็น
-สำนักการโยธา และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ความคืบหน้าการดำเนินโครงการปรับปรุงถนนคูนายกิมสาย 1 ช่วงที่ 3

 

6.กทม.หาช่องทางนำ “สายไฟฟ้า” ลงใต้ดิน
2 ฉบับ มติชน, ไทยรัฐ
รายละเอียด
-นายภัทรุตม์ ทรรทรานนท์ ป.กทม. กล่าวว่า ตามที่ กทม.ได้ดำเนินการจัดระเบียบสายสื่อสารในพื้นที่รอบกรุงเทพฯ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผว.กทม. ได้มอบหมายให้ศึกษาแนวทางการก่อสร้างและการบริหารจัดการท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดิน เพื่อจัดระเบียบสายสื่อสารทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ โดยศึกษาความเป็นไปได้ที่จะก่อสร้างท่อร้อยสายใต้ดินเป็นของ กทม. เพื่อนำสายสื่อสารที่มีอยู่ทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ ลงใต้ดิน ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาแนวทางดำเนินการและการบริหารจัดการ


ผลกระทบ
ด้านบวก
-ที่ผ่านมา กทม.เป็นหนึ่งในภาคเครือข่ายที่ลงนามความร่วมมือกับการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ในการนำสายสื่อสารลงใต้ดิน โดย กฟน.อนุญาตให้ผู้ประกอบการเช่าพื้นที่ ท่อร้อยสายสำรองของ กฟน.ที่มีอยู่ตามแนวโครงการเปลี่ยนสายไฟฟ้าอากาศเป็นการนำสายไฟฟ้าลงใต้ดิน มีเป้าหมายดำเนินการ 137 กิโลเมตร ปัจจุบันสามารถนำสายสื่อสารลงใต้ดินได้แล้ว 46 กิโลเมตรด้านลบ-ปัจจุบันมีสายสื่อสารของหลายหน่วยงานพาดตามเสาไฟฟ้าจำนวนมากและไม่มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย ส่งผลกระทบต่อภูมิทัศน์ของเมือง


ข้อคิดเห็น
-หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ การศึกษาแนวทางการก่อสร้างและการบริหารจัดการท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดิน เพื่อจัดระเบียบสายสื่อสารทั่วกรุงเทพฯ

 

7.กรุงเทพฯ ติดอันดับ 1 เมืองท่องเที่ยวคุ้มค่า
10 ฉบับ มติชน, กรุงเทพธุรกิจ, ข่าวสด, เดลินิวส์, แนวหน้า, New 18 Online, โพสต์ทูเดย์, สำนักข่าวไทย, สำนักข่าวแห่งชาติ, ไทยโพสต์
รายละเอียด
-พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ยินดีที่ได้รับทราบว่าเว็บไซต์เดอะมิเรอร์ของอังกฤษ รายงานผลการจัดอันดับราคาค่าใช้จ่ายการท่องเที่ยวระยะยาวของเมืองต่างๆ ทั่วโลก สำรวจโดย Post Office Travel Money ปรากฏกรุงเทพฯ เป็นเมืองที่สามารถเดินทางท่องเที่ยวโดยใช้ระยะเวลานาน แต่คุ้มค่ามากที่สุดอันดับ 1ของโลก ประจำปี 2017 นักท่องเที่ยวใช้จ่ายเงินน้อยที่สุดและได้รับบริการในระดับคุณภาพ เมื่อเปรียบเทียบกับเมืองอื่นๆ ทั้งค่าโรงแรมที่พัก ค่าใช้จ่ายในการเข้าชมสถานที่สำคัญ ค่าพาหนะ และค่าอาหาร นอกจากนี้ กรุงเทพฯ ยังได้รับการยกย่องเป็นเมืองที่มีชีวิตชีวาเต็มไปด้วยกิจกรรมและวัฒนธรรมที่ชวนให้สัมผัส รวมทั้งแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย โดยเฉพาะวัดวาอารามและพระบรมมหาราชวัง ที่วิจิตรงดงาม

-น.ส.ปราณี สัตยประกอบ รป.กทม. กล่าวว่า กทม. มีโครงการสนับสนุนการท่องเที่ยวหลายโครงการเพื่อให้เป็นเมืองที่มีความสะอาด สะดวก ปลอดภัย นักท่องเที่ยวเข้าถึงได้ง่าย เช่น โครงการจัดระเบียบแผงค้าบนทางเท้า รวมถึงการส่งเสริมสตรีทฟู้ด มีการตรวจสุขาภิบาล ความปลอดภัยของอาหาร สุขอนามัยของผู้ประกอบอาหาร ผู้สัมผัสอาหารทุกคน การจัดพื้นที่ค้าที่เป็นระเบียบ นอกจากนี้ ได้ให้ความสำคัญ ในการดูแลความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยว โดยติดกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) คุณภาพสูงให้ครอบคลุมบริเวณย่านแหล่งท่องเที่ยวและย่านการค้าต่าง ๆ และเรื่องที่จะดำเนินการต่อไปคือ การสร้างวินัยให้แก่ประชาชนโดยการรณรงค์ให้เดินชิดขวา ซึ่งเป็นเรื่องของมารยาทการใช้พื้นที่สาธารณะ

ผลกระทบ
ด้านบวก
-นายกรัฐมนตรีระบุผลการสำรวจดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการกระตุ้นให้ นักท่องเที่ยวใช้เวลาพำนักในประเทศไทยนานขึ้นและจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศ เช่น การออกมาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า ขยายระยะเวลาพำนักในราชอาณาจักรไทยสำหรับกลุ่มพำนักในระยะยาว ควบคู่ไปกับมาตรการดูแลอำนวยความสะดวกและขจัดการเอารัดเอาเปรียบ โดยเฉพาะการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญ เพื่อคัดกรองนักท่องเที่ยวและสร้างการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ


ข้อคิดเห็น
-หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ การดำเนินโครงการ เพื่อสนับสนุน การท่องเที่ยวกรุงเทพฯ ของ กทม.

 

8.แผนมหานครไร้สายพหลโยธิน-อนุสาวรีย์ชัยฯ
8 ฉบับ ไทยรัฐ, ข่าวสด, มติชน, บ้านเมือง Online, สำนักข่าวแห่งชาติ, สำนักข่าวไทย, เดลินิวส์, ไทยโพสต์
รายละเอียด
-พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย (มท.) กล่าวเปิดงาน “มหานครไร้สาย ถอนเสาไฟให้เมืองสวย Smart Metro” เพื่อขับเคลื่อนการนำสายสื่อสารลงใต้ดินและรื้อถอนเสาไฟฟ้าในโครงการพหลโยธิน (5 แยกลาดพร้าว-อนุสาวรีย์ชัยฯ) โดยมีนายจรูญ มีธนาถาวร รป.กทม. ร่วมงานว่า โครงการนำสายสื่อสารลงใต้ดินในครั้งนี้ เป็นการผนึกกำลังของ5 หน่วยงาน ประกอบด้วย กฟน. กทม. กสทช. สมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อรองรับการเป็นมหานครแห่งอาเซียน ซึ่งการดำเนินงานนำสายสื่อสารลงใต้ดินบริเวณ 5 แยกลาดพร้าว -อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เป็นโครงการนำร่องที่สำคัญ เพื่อตอบสนองนโยบายของรัฐบาล ตามแผนปรับปรุงภูมิทัศน์ให้สวยงาม พร้อมรองรับแผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มีความพร้อมในการพัฒนาเป็น Smart Metro ระบบไฟฟ้ามั่นคง เพื่อรองรับการเป็นมหานครแห่งอาเซียน

-สำหรับถนนพหลโยธินตั้งแต่ห้าแยกลาดพร้าว-อนุสาวรีย์ชัยฯ ระยะทางประมาณ 8 กม. กฟน.ได้นำสายไฟฟ้าลงใต้ดิน และจ่ายกระแสไฟฟ้าตั้งแต่ปี 57 แต่ยังไม่มีการรื้อถอนเสาไฟฟ้า ดังนั้น เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย กฟน.จึงดำเนินการรื้อถอนเสาไฟตามแนวโครงการฯ พร้อมอนุญาตให้ผู้ประกอบการสายสื่อสารสามารถใช้ท่อร้อยสายใต้ดินของ กฟน.ที่สำรองไว้ในพื้นที่โครงการฯ พหลโยธิน หากการดำเนินการแล้วเสร็จ พื้นที่เป้าหมายต่อไปในการจัดระเบียบสายสื่อสารและถอนเสาไฟฟ้า เช่น ถนนพญาไท ถนนสุขุมวิท ซึ่งมีการนำสายไฟฟ้าลงใต้ดินแล้ว

-สำหรับเสาไฟฟ้าที่มีการรื้อถอนแล้ว จำนวน 800 เสา กฟน.ได้มอบให้ กทม. เพื่อใช้ในการฟื้นฟูและป้องกันน้ำทะเลกัดเซาะชายทะเลบางขุนเทียน


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การทำให้กรุงเทพฯ เป็นมหานครที่ไร้สายอย่างแท้จริงด้านลบ-จากการพัฒนาระบบโทรคมนาคมในประเทศไทยที่ส่งผลให้มีสายสื่อสารเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดปัญหาการพาดสายสื่อสารที่รกรุงรัง โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้า ตลอดจนทัศนียภาพ และ ภาพลักษณ์ของประเทศ


ข้อคิดเห็น
-หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การสนับสนุนโครงการนำสายสื่อสายลงใต้ดินในพื้นที่กรุงเทพฯ

 

9.เปลี่ยนป้ายเครื่องหมายจราจรเป็น 2 ภาษา
1 ฉบับ ข่าวสด
รายละเอียด
-นายสุธน อาณากุล ผอ.สจส. กล่าวว่า กทม.ได้ดำเนินการเปลี่ยนป้ายเครื่องหมายจราจรและป้ายต่างๆ อาทิ ป้ายแนะนำสถานที่ราชการ สถานศึกษา โรงพยาบาล ถนน ซอย แหล่งท่องเที่ยวขนาดเล็กให้เป็น 2 ภาษา มีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เสร็จเรียบร้อยแล้ว 44 ประเภท รวมทั้งสิ้น 102,720 ป้าย อาทิ ป้ายบังคับ ป้ายบังคับหยุด, ป้ายเตือน 1,324 ป้าย แผ่นสะท้อนภาพ กระจกโค้งขนาด 60 เซนติเมตร และกระจกโค้งขนาด 30 เซนติเมตร ป้ายสะท้อนแสงบริเวณราวสะพาน ป้ายแนะนำ สถานที่ราชการ สถานศึกษา และโรงพยาบาล ป้ายเตือนทางโค้ง ป้ายชื่อถนนซอย ป้ายแนะนำเส้นทางขนาดเล็ก ฯลฯ


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การดำเนินการเปลี่ยนป้ายเครื่องหมายจราจรและป้ายต่างๆ เป็นสองภาษา เพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน


ข้อคิดเห็น
-สำนักการจราจรและขนส่ง และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การเปลี่ยนป้ายเครื่องหมายจราจรและป้ายต่างๆ ในกรุงเทพฯ เป็น 2 ภาษา

 

10.ปี 61 งบฯ พัฒนาเขตเน้นซ่อม-สร้างถนน
2 ฉบับ เดลินิวส์, ไทยรัฐ
รายละเอียด
-นายคำรณ โกมลศุภกิจ ประธานคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบัญญัติ กทม. เรื่องงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2561กล่าวว่า การประชุมพิจารณางบประมาณของสำนักงานเขต ทั้ง 50 เขต เรียบร้อยแล้ว เบื้องต้น มีการปรับลดงบประมาณรวมทั้งสิ้น 26.58 ล้านบาทยังไม่รวมงบฯ ศึกษาดูงานของสำนักงานเขตกว่า 140 ล้านบาท เพราะต้องรอการพิจารณารวมกับ ของสำนักในวันที่ 17 ส.ค.นี้ ซึ่งคณะกรรมการวิสามัญฯ มีความเห็นว่าในการพิจารณาจะใช้หลักความเป็นไปได้ในการใช้งบประมาณฯ และความคุ้มค่าสูงสุด อย่างไรก็ตาม ในโครงการที่ปรับลด หากสำนักงานเขตใดเห็นถึงความจำเป็นสามารถให้ฝ่ายบริหารแปรญัตติกลับเข้ามาใหม่ หรือขอใช้งบกลางได้


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การพิจารณาร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่าย กทม.ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561


ข้อคิดเห็น
-สำนักงานเลขานุการสภา กทม. และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การพิจารณาร่างข้อบัญญัติ กทม.เรื่องงบประมาณร่ายจ่าย กทม.ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2561

 

11.ออกคำสั่งห้ามใช้อาคารตลาดประชานิเวศน์ 1
1 ฉบับ มติชน
รายละเอียด
-นายเชาวฤทธิ์ ทรงนวรัตน์ ผอ.เขตจตุจักร ออกประกาศสำนักงานเขตจตุจักร เรื่อง เขตพื้นที่อันตราย ห้ามมิให้เข้า หรือใช้อาคารพาณิชย์ บริเวณตลาดประชานิเวศน์ 1 รวม 16 กลุ่มอาคาร เพื่อป้องกันอันตราย ซึ่งอาจเกิดขึ้นกับความไม่มั่นคงแข็งแรง ของอาคารดังกล่าว อีกทั้งเพื่อป้องกันชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน หากผู้ใดฝ่าฝืนคำสั่งดังกล่าว ต้องระวางโทษไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ผลกระทบ
ด้านบวก
-มาตรการดังกล่าวถือเป็นมาตรการที่เด็ดขาด เป็นไปตาม พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 ปัจจุบันได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร เจ้าหน้าที่เทศกิจและสำนักงานตลาด กทม. เข้าตรวจตราและอยู่ระหว่างดำเนินกระบวนการคัดกรองผู้อาศัย โดยชาวบ้านส่วนใหญ่ยินยอมย้ายออกจากอาคารและหากพบผู้อาศัยในอาคารพาณิชย์ที่เข้าข่ายกลุ่มอาคารเสี่ยงอันตรายและไม่ยินยอมย้ายออกจากอาคาร เจ้าหน้าที่จะใช้อำนาจดำเนินตามกฎหมายทันที

ด้านลบ
-สนย. และสำนักงานเขตจตุจักร ร่วมกับวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ เข้าตรวจอาคารพาณิชย์บริเวณตลาดประชานิเวศน์ 1 เมื่อวันที่ 31 พ.ค.60 พบกลุ่มอาคารดังกล่าวอยู่ในสภาพไม่มั่นคงแข็งแรง มีการทรุดตัวและพบรอยร้าวแตก ในชิ้นส่วนของโครงสร้างอาคาร อาจเกิดความไม่ปลอดภัยสำหรับผู้พักอาศัย


ข้อคิดเห็น
-สำนักการโยธา สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การออกคำสั่งห้ามใช้อาคารพาณิชย์บริเวณตลาดประชานิเวศน์ 1

 

12.บช.น.ประสาน กทม. เร่งแก้ไขป้ายสัญญาณจราจรชำรุด
1 ฉบับ กรุงเทพธุรกิจ
รายละเอียด
-พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก ผบก.จร. กล่าวว่า บก.จร. ได้ขอให้ กทม. ปรับปรุงป้ายสัญญาณต่างๆ และซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน จากการตรวจสอบพบพื้นที่กรุงเทพฯ มีจุดที่มีปัญหาจำเป็นต้องแก้ไขทั้งสิ้น 124 จุด โดยจากพื้นที่ที่มีปัญหาทั้งหมดจากการสำรวจล่าสุด พบมีจุดที่ดำเนินการแก้ไขไปแล้ว 97 จุด และอยู่ระหว่างแก้ไขอีก 26 จุด ซึ่ง กทม. จะเร่งปรับปรุงแก้ไขให้เสร็จเรียบร้อยโดยเร็ว

ผลกระทบ
ด้านบวก
-การปรับปรุงป้ายสัญญาณจราจรต่างๆ ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานด้านลบ-จากการลงพื้นที่ตรวจสอบเครื่องหมายจราจรในพื้นที่กรุงเทพฯ พบหลายจุดมีปัญหาป้ายจราจร หรือเครื่องหมายจราจรต่างๆ ชำรุด เสียหาย เลอะเลือน ตามสภาพการใช้งาน มีการพ่นสี หรือเขียนข้อความทับ ทำให้มีผู้ขับขี่ฝ่าฝืนกฎจราจรเป็นจำนวนมาก และส่งผลต่อเนื่องทำให้การจราจรติดขัด นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเส้นแบ่งช่องจราจรไม่ชัดเจน ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้โดยง่าย รวมทั้งบางจุดที่มีการ ตีเส้นแบ่งช่องจราจรใหม่แล้ว แต่เส้นเดิมไม่ได้ลบออกไปให้หมด ทำให้เกิดความสับสนในการใช้เส้นทาง


ข้อคิดเห็น
-สำนักการจราจรและขนส่ง และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การเร่งรัดดำเนินการปรับปรุงป้ายสัญญาณจราจรในพื้นที่กรุงเทพฯ ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน

 

13.นายกรัฐมนตรีสั่งพัฒนา “โมโนเรล” เชื่อมต่อเดินทาง
11 ฉบับไทยรัฐ, เดลินิวส์,แนวหน้า, มติชน, ไทยโพสต์, สำนักข่าวแห่งชาติ,สำนักข่าวไทย,กรุงเทพธุรกิจ, สยามรัฐ, new 18 Online,โพสต์ทูเดย์
รายละเอียด
-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวหลังเปิดรถไฟฟ้าเชื่อม 1 สถานี เตาปูน-บางซื่อ ระหว่างรถไฟฟ้าสายสีม่วง บางใหญ่-เตาปูนกับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน บางซื่อ-หัวลำโพงว่า การเชื่อมต่อ 1 สถานีจะเพิ่มความสะดวกสบายให้ผู้โดยสารเดินทางได้สะดวกขึ้น ซึ่งได้ให้นโยบายว่า เมื่อรัฐบาล และกระทรวงคมนาคม (คค.) เร่งดำเนินการก่อสร้างรถไฟฟ้าทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑลแล้ว ระยะต่อไปให้ คค. พิจารณาเร่งดำเนินการทำรถไฟฟ้ารางเดี่ยว (โมโนเรล) เพื่อเชื่อมระหว่างทิศตะวันออก-ทิศตะวันตกของกรุงเทพฯ โดยให้ยึดแนวก่อสร้างเกาะกลางถนน เพื่อประหยัดพื้นที่

-ส่วนรูปแบบการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในระยะแรกรัฐบาลต้องเป็นผู้ลงทุนก่อน แต่ระยะต่อไปจะเปิดให้เอกชนเข้าร่วมลงทุน ซึ่งนอกจากการสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานแล้ว คค. ต้องพิจารณาหาแนวทางเชื่อมระบบการขนส่ง ทั้งระบบราง รถของบริษัทขนส่ง จำกัด (บขส.) และรถตู้เข้าด้วยกัน โดยมีเป้าหมายที่จะให้ประชาชนได้เดินทางเชื่อมทุกระบบอย่างสะดวกสบายมากขึ้น


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การพัฒนาระบบขนส่งมวลชนทางราง โดยเฉพาะรถไฟฟ้ารางเบา (Monorail) ในพื้นที่ที่มีจราจรติดขัด เพื่ออำนวยความสะดวกและเชื่อมต่อการเดินทางของประชาชน


ข้อคิดเห็น
-สำนักการจราจรและขนส่ง และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนทางรางของ กทม.

 

14.ตั้ง สนง.ทรัพยากรน้ำแห่งชาติ บูรณาการปัญหาน้ำ
6 ฉบับไทยรัฐ, เดลินิวส์,ข่าวสด, มติชน, สำนักข่าวแห่งชาติ,สำนักข่าวไทย
รายละเอียด
-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวผ่านรายการศาสตร์พระราชาถึงการบริหารจัดการน้ำว่า ปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมในฤดูฝน ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพประชาชน การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแบบบูรณาการทั้งระบบ จะขับเคลื่อนทั้งในระดับชาติและระดับลุ่มน้ำ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับ 1) การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ได้แก่ คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ คณะกรรมการลุ่มน้ำ 25 ลุ่มน้ำ หน่วยงานทั้งภาครัฐ และรัฐวิสาหกิจ อยู่ภายใต้ 10 กระทรวง รวมกว่า 30 หน่วยงาน ต้องเชื่อมโยงสอดคล้องทั้งระบบ 2) แก้ไขและออกกฎหมายที่เกี่ยวข้อง อาทิ การบริหารทรัพยากรน้ำแห่งชาติ การชลประทานราษฎร์ การชลประทานหลวง ผังเมืองรวม การขุดลอกแหล่งน้ำสาธารณประโยชน์ คันและคูน้ำ เป็นต้น เพื่อให้มีผู้รับผิดชอบและสายบังคับบัญชาที่ชัดเจน บูรณาการเป็นเอกภาพไม่ซ้ำซ้อน หรือล่าช้า แก้ไขปัญหาได้รวดเร็ว

-นายกรัฐมนตรีมีแนวทางจัดตั้งสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติให้เป็นหน่วยงานภายใต้สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี จะยุบรวมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมารวมกัน เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ทำให้การแก้ไขปัญหาน้ำเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนด “แผนเผชิญเหตุ” รองรับในเดือน ส.ค.-ก.ย.นี้ ที่ประเทศไทยจะได้รับผลกระทบจากพายุที่พาดผ่านทะเลจีนใต้ ทำให้เกิดฝนตกชุกมีความเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในหลายพื้นที่

-พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันที่ 15 ส.ค.นี้ หลังประชุมคณะรัฐมนตรี จะเรียกประชุมอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมทรัพยากรน้ำ กรมชลประทาน และอื่นๆ ไปหารือถึงแนวทางบูรณาการการทำงานร่วมกันต่อไป


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การจัดทำแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในระยะยาวขึ้น
ด้านลบ
-ประเทศไทยต้องประสบปัญหาต่างๆ ที่เกี่ยวกับแหล่งน้ำทั้งปัญหาภัยแล้งและปัญหาอุทกภัยในหลายๆ พื้นที่ ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพของประชาชน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจึงดำเนินการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแบบบูรณาการทั้งระบบ

-การบริหารจัดการน้ำเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานและกฎหมายหลายฉบับ ทำให้ที่ผ่านมาการดำเนินงานเกิดความล่าช้า ซ้ำซ้อน ไม่สามารถผลักดันการดำเนินงานด้านการพัฒนาทรัพยากรน้ำของประเทศให้ก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว


ข้อคิดเห็น
-สำนักการระบายน้ำ สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การเตรียมการรองรับสถานการณ์น้ำในเดือน ส.ค.-ก.ย.นี้

 

15.นายกฯ สั่ง ก.พ.ศึกษาให้ข้าราชการทั่วประเทศ ยื่นบัญชีหนี้สิน-ทรัพย์สิน
2 ฉบับ กรุงเทพธุรกิจ, มติชน
รายละเอียด
-นายประยงค์ ปรียาจิต เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) กล่าวหลังการประชุมคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานว่า นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ศึกษาความเป็นไปได้ในการนำผลการศึกษาเรื่องการให้ข้าราชการทั้งระบบยื่นแบบแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินเพื่อป้องกันการทุจริตและคอร์รัปชัน ไปขยายผลเพื่อใช้กับข้าราชการทั่วประเทศ ทั้งนี้ ให้คำนึงถึงผลกระทบของมาตรการดังกล่าว รวมทั้งสร้างความชัดเจนเกี่ยวกับขอบเขตการรายงานทรัพย์สินและหนี้สิน ตลอดจนเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ที่มีการใช้มาตรการในลักษณะนี้ว่าได้ผลดีผลเสียมากน้อยเพียงใด

-แนวทางการดำเนินการคือ ให้ข้าราชการทุกระดับรายงานบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินให้หน่วยงานต้นสังกัดรับทราบตั้งแต่วันแรกที่เข้ามารับราชการ เพื่อให้เป็นข้อมูลที่สามารถนำมาเปรียบเทียบได้ว่าเมื่อผ่านการทำงานไประยะหนึ่ง เช่น 5 - 10 ปี มีความร่ำรวยและมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น โดยไม่สามารถชี้แจงที่มาที่ไปของทรัพย์สินได้หรือไม่

-สำหรับการรณรงค์เรื่องการทุจริตคอร์รัปชันยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยคณะอนุกรรมการด้านการปลูกฝังการมีจิตสำนึก รายงานความคืบหน้าได้ดำเนินการโครงการโตไปไม่โกง สามารถขยายผล ไปยัง 1,034 โรงเรียน มีเครือข่ายนักเรียนเข้าร่วม 8,231 คน ขณะที่การส่งเสริมการรณรงค์การต่อต้านการทุจริตในท้องถิ่นมีเครือข่ายทั่วประเทศแล้ว 442 คน มีการส่งเสริมการณรงค์ให้เยาวชนต่อต้านการทุจริตตั้งแต่ก่อนวัยเรียน โดยผลิตการ์ตูนเอนิเมชั่นเรื่องโตไปไม่โกง และก้านกล้วย ซึ่งโดยปีนี้จะผลิตเพิ่มขึ้นอีก 20 ตอน และเตรียมที่จะผลิตเกมส์ต่อต้านคอร์รัปชั่น เพื่อปลูกฝังให้เยาวชนมากขึ้น

ผลกระทบ
ด้านบวก
-มาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการ เพื่อป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ

-ที่ประชุมคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติมีแนวคิดที่จะให้ข้าราชการยื่นแบบแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน เพื่อหวังป้องกันปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันอย่างเข้มข้น

ด้านลบ
-ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันกระจายไปในหลายภาคส่วนของประเทศ ส่วนหนึ่งเกิดขึ้นกับข้าราชการในรูปของการรับสินบน เงินใต้โต๊ะ ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังที่บั่นทอนความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และสร้างความเสียหายแก่รัฐ


ข้อคิดเห็น
-สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการ กทม. และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การรณรงค์ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันในหน่วยงาน กทม.

 

16."วสท."เสนอระบบภาษี-ตั้งกองทุนฯสนับสนุนการตรวจสอบอาคาร
1 ฉบับ ผู้จัดการรายวัน 360°
รายละเอียด
- นายธเนศ วีระศิริ นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) กล่าวว่า กรมโยธาธิการและผังเมืองอยู่ระหว่างพิจารณาแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการป้องกันอัคคีภัย แม้ที่ผ่านมาจะมีการออกกฎหมายตรวจสอบอาคาร แต่อาคารพิเศษหลายอาคารยังไม่ปฏิบัติเข้าตรวจสอบอาคาร เนื่องจากหากผู้ตรวจสอบระบุต้องมีการเพิ่มเติมวัสดุ หรืออุปกรณ์ที่เสริมสร้างความปลอดภัย แต่หากเจ้าของมีหลายอาคารก็อาจไม่คิดที่จะดำเนินการ ซึ่งได้เสนอเรื่องไปยังภาครัฐเกี่ยวกับการจูงใจในการปฏิบัติตาม เช่น นำค่าใช้จ่ายมาลดหย่อนภาษี หรือการจัดตั้งกองทุนสนับสนุนการตรวจสอบอาคาร

-นายปิติ จารุกำจร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายบริหารโครงการแนวสูง บมจ.แสนสิริ กล่าวว่า บริษัทฯ ร่วมกับนักวิชาการจากสถาบันการศึกษาที่เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโครงสร้าง เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และหน่วยงานเอกชน บริษัทผู้ออกแบบโครงสร้าง จัดทำแนวทางปฏิบัติการ ออกแบบโครงสร้างในอาคารสูง เพื่อสร้างแนวทางความปลอดภัยที่ได้มาตรฐานสำหรับการสร้างอาคารสูงในประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้นในอนาคต รวมทั้งการใช้วัสดุที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน

ผลกระทบ
ด้านบวก
-การตรวจสอบความปลอดภัยอาคารสูงในกรุงเทพฯ
ด้านลบ
-ข้อมูลจาก www.skyscrapper.com พบกรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีจำนวนตึกสูง (ความสูงมากกว่า 23 เมตร หรือจำนวนชั้นมากกว่า 8 ชั้นขึ้นไป) ติดอันดับ 1 ในอาเซียน อันดับ 4 ในเอเชีย และอันดับ 11 ของโลก โดยตึกสูงเหล่านี้กระจุกตัวอยู่ในย่านศูนย์กลางธุรกิจ และกระจายอยู่ตามจุดชุมนุมชน รวมถึงย่านธุรกิจสำคัญต่างๆ

-กรุงเทพฯ และปริมณฑล เป็นบริเวณที่พื้นที่ดินอ่อนตัว การทดสอบความแข็งแรงโครงสร้างรากฐานตึกสูงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อป้องกันอุบัติภัยที่ไม่คาดคิด อาทิ ภัยธรรมชาติ แผ่นดินไหว พายุแรงลมรุนแรง เป็นต้น รวมทั้งแผ่นดินไหวจาก จ.กาญจนบุรี หรือประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เมียนมา มีผลต่อโครงสร้างตึกสูงในกรุงเทพฯ


ข้อคิดเห็น
-สำนักการโยธา สำนักงานเขตและกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินการสนับสนุนให้เจ้าของอาคารดำเนินการตรวจสอบอาคารสูงเพื่อป้องกันอัคคีภัย

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
360 likes / 404 shares / 58 comments

-ร้อยละ 74 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า กรณีนายอาทิวราห์ คงมาลัย หรือตูน บอดี้สแลม ตกท่อระบายน้ำได้รับบาดเจ็บขณะซ้อมวิ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่สำนักการระบายน้ำ ระบุตั้งแต่ต้นปี 2560 มีการร้องเรียนอุบัติเหตุคนตกท่อระบายน้ำในพื้นที่กรุงเทพฯ เข้ามายังสายด่วน 1555 แล้วกว่า 750 ครั้ง ขณะที่ กทม.มีฝาท่อระบายน้ำในความดูแลกว่า 600,000 ฝา แต่มีเจ้าหน้าที่ดูแลระบบท่อระบายน้ำเพียง 100 คน ทำให้การตรวจสอบไม่ทั่วถึง นั้น ปัญหาดังกล่าวมีมานาน แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไข รวมทั้งไม่ควรอ้างเรื่องบุคลากรไม่เพียงพอ เพราะฝาท่อไม่ได้ชำรุดทุกวัน ประกอบกับการวางตะแกรงฝาท่อเป็นแนวยาว ทำให้เกิดอันตรายกับผู้ขับขี่รถจักรยานและรถจักรยานยนต์

-ร้อยละ 26 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า การแก้ปัญหาดังกล่าว กทม.ควรจัดเจ้าหน้าที่เดินตรวจสอบฝ่าท่อบายน้ำทุก 3-6 เดือน เพื่อเปลี่ยนฝาท่อระบายน้ำที่ชำรุด จัดทำฝาท่อให้ได้มาตรฐาน เปลี่ยนการวางตะแกรงฝาท่อเป็นแนวนอน รวมทั้งเปิดช่องทางรับแจ้งฝาท่อชำรุดจากประชาชนที่สามารถส่งภาพได้สะดวกและรวดเร็ว

www.facebook.com/ThaiPBS
https://www.facebook.com/ThaiPBSFan/posts/10159309709810085?comment_id=10159311198590085&sw_fnr_id=1230510868&fnr_t=0
796 likes / 44 comments

-ร้อยละ 78 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า ปัญหาคนตกท่อระบายน้ำในกรุงเทพฯ ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเบ็ดเสร็จ จึงทำให้มีการร้องเรียนอย่างต่อเนื่อง และเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้น กทม.ก็ทำได้เพียงแก้ปัญหาเฉพาะหน้าแบบวัวหายล้อมคอก

-ร้อยละ 22 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า ฝาท่อระบายน้ำมีอายุการใช้งาน กทม.จึงควรจัดตารางการสำรวจฝาท่อระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซม รวมทั้งตรวจสอบการจัดทำท่อระบายน้ำและฝาท่อของผู้รับเหมาให้ได้มาตรฐาน

https://www.facebook.com/1PMThaiPBS/videos/488350511518471/?fref=mentions
41 likes / 49 shares / 7 comments

-ร้อยละ 60 ของผู้แสดงความคิดเห็น ตั้งข้อสังเกตกรณีคนเดินตกท่อระบายน้ำ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการลงไปเดินบนผิวจราจร ทั้งที่ควรเดินบนทางเท้า เพื่อความปลอดภัยจากการถูกรถยนต์เฉี่ยวชนด้วย

-ร้อยละ 40 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า หากมีผู้ประสบเหตุตกท่อระบายน้ำได้รับบาดเจ็บควรเรียกร้องค่าเสียหายจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ

ข้อเสนอแนะ
สำนักการระบายน้ำ สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ประชาสัมพันธ์การดำเนินการตรวจสอบฝาท่อระบายน้ำในพื้นที่กรุงเทพฯ และการเปิดช่องทางรับแจ้งฝาท่อชำรุดจากประชาชน