• 0000000.png
  • 1111111.png
  • 2222222.png
  • 33333333.jpg
  • 44444444.png
  • addsetp1.png
  • addsetp2.png
  • addsetp11.png
  • addsetp12.png
  • addstep3.png
  • addstep4.png
  • addstep13.png
  • addstep14.png
  • bmaplans58.png
  • checkedlist.png
  • checkk_report.png
  • copy_kpibycheck.png
  • sed_summary1.png
  • sed_summary2.png

สรุปประเด็นข่าวเด่นประจำวันจากกองประชาสัมพันธ์ กทม.

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

1.เปิดร้านศูนย์บาท-ศูนย์สตางค์ ส่งเสริมคัดแยกขยะ
2 ฉบับ ข่าวสด, สำนักข่าวแห่งชาติ
รายละเอียด
-พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผว.กทม. กล่าวในการ เปิดร้าน “ศูนย์บาท ศูนย์สตางค์” ที่สำนักงานเขตประเวศว่า การจัดโครงการร้าน ”ศูนย์บาท ศูนย์สตางค์” เป็นโครงการที่ช่วยส่งเสริมการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทางและสามารถนำขยะรีไซเคิลมาแลกเปลี่ยนเป็นสินค้าสอดคล้องกับการดำเนินนโยบายของ กทม.ที่ทำได้ทันทีและต่อเนื่อง โดยจะช่วยลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปกำจัดและช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการกำจัดขยะของทางราชการได้เป็นอย่างดี ซึ่งได้รับความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนที่ให้การสนับสนุนตู้คอนเทนเนอร์ วัสดุอุปกรณ์ และสินค้าภายในร้าน “ศูนย์บาท ศูนย์สตางค์” โดยไม่ใช้งบประมาณของราชการ คาดหวังโครงการดังกล่าวจะช่วยลดปริมาณขยะมูลฝอยที่ต้องนำไปกำจัดได้ไม่น้อยกว่า 2,100 กิโลกรัม/เดือน ซึ่งจะทำให้การกำจัดขยะเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการกำจัดขยะของทางราชการ

-ร้าน “ศูนย์บาท ศูนย์สตางค์” ในรูปแบบสมาชิกสหกรณ์ จัดตั้งที่สำนักงานเขตประเวศและสถานศึกษาในสังกัด กทม. 6 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนวัดกระทุ่มเสือป่า โรงเรียนคลองปักหลัก โรงเรียนสุเหร่าจระเข้ขบ โรงเรียนวัดตะกล่ำ โรงเรียนมัธยมสุวิทย์เสรีอนุสรณ์ และโรงเรียนคชเผือกอนุสรณ์ ซึ่งในอนาคตจะพัฒนาขยายให้ครอบคลุมทั้ง 50 เขต


ผลกระทบ
ด้านบวก
-ร้าน “ศูนย์บาท ศูนย์สตางค์” ถือเป็นหนึ่งในโครงการที่จะช่วยสร้างวินัยในการลดและคัดแยกขยะมูลฝอยก่อนนำไปทิ้งและชี้ให้เห็นว่าขยะรีไซเคิลเป็นขยะที่มีมูลค่าสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ เป็นการลดปริมาณขยะมูลฝอย ตามนโยบายของรัฐบาลและนโยบายกรุงเทพฯ เมืองสะอาด


ข้อคิดเห็น
-สำนักการศึกษา สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การเปิดร้าน “ศูนย์บาท ศูนย์สตางค์” เพื่อส่งเสริมการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง

 

2.สจส.เสนอของบฯ สภา กทม.
1 ฉบับข่าวสด
รายละเอียด
-ร.ต.ต.เกรียงศักดิ์ โลหะชาละ ประธานสภา กทม. กล่าวว่า ในวันที่ 8 ก.พ. ที่ประชุมสภา กทม. ที่ประชุมจะพิจารณาญัตติขอความเห็นชอบให้ กทม.จ่ายขาดเงินสะสม จำนวน 3,200 ล้านบาท เนื่องจากได้รับการจัดสรรงบประมาณตามข้อบัญญัติ ปีงบประมาณ พ.ศ.2560 ไว้ไม่เพียงพอ นอกจากนี้ จะมีญัตติร่างข้อบัญญัติ กทม. เรื่อง งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2560 ขณะเดียวกันจะรายงานผลการดำเนินการและขอความเห็นชอบในหลักการดำเนินการโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต และช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ พร้อมขอจัดสรรงบประมาณด้วย

-นายสุธน อาณากุล รผอ.สจส. กล่าวว่า การประชุมดังกล่าว ฝ่ายบริหาร กทม.จะเสนอหลักการและเหตุผล เพื่อขออนุมัติงบประมาณ นำมาใช้จ่ายในการโอนให้ รฟม. รวม 3,557.053 ล้านบาท ซึ่ง กทม.ต้องชำระหลังจาก รฟม.ได้ชำระค่าใช้จ่ายในการดำเนินการโครงการไปแล้วในเบื้องต้น นอกจากนี้ กทม.ต้องชำระ ต้นเงินกู้ ดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียมการกู้เงิน ค่าก่อสร้างงานโยธาคงเหลือของรัฐบาลในการดำเนินโครงการ รวม17,538.820 ล้านบาท โดยเป็นเงินต้น 15,420.051 ล้านบาท ดอกเบี้ย 1,886.381 ล้านบาท และค่าธรรมเนียมการกู้เงิน 232.388 ล้านบาท


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การพิจารณาจัดสรรงบประมาณ ในการรับโอนทรัพย์สินและหนี้สินโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว


ข้อคิดเห็น
-สำนักการจราจรและขนส่ง และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ผลการพิจารณาญัตติขอความเห็นชอบให้ กทม.จ่ายขาดเงินสะสมสำหรับใช้จ่าย ในการโอนให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย

 

3.เสด็จฯ เปิดนิทรรศการ “เย็นศิระเพราะพระบริบาล”
16 ฉบับ มติชน, กรุงเทพธุรกิจ, ไทยรัฐ, เดลินิวส์, แนวหน้า, ไทยโพสต์,คม ชัด ลึก, โพสต์ทูเดย์,สำนักข่าวไทย, New)108, สำนักข่าวแห่งชาติ, ผู้จัดการรายวัน 360°, ข่าวสด, สยามรัฐ, เดอะเนชั่น,บางกอกโพสต์,
รายละเอียด
-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวในการตรวจความพร้อมการเปิด “นิทรรศการเย็นศิระ เพราะพระบริบาล” ร่วมกับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.กระทรวงมหาดไทย นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมว.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผว.กทม. ผู้บริหาร กทม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นประธานพิธีเปิดนิทรรศการในวันที่ 9 ก.พ.60 เวลา 19.00 น.นิทรรศการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อให้ประชาชนที่มารอถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้เข้าชมระหว่างการรอคอย ภายในนิทรรศการจัดแสดงพระราชกรณียกิจพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและสิ่งของส่วนพระองค์ต่างๆ ประกอบด้วย 5 โซน ได้แก่ โซนที่ 1) บุญของแผ่นดินไทย โซนที่ 2) พระราชาผู้ทรงธรรม (ทำ) โซนที่ 3) กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ โซนที่ 4) พระมิ่งขวัญชาวไทย และโซนที่ 5) ร้อยใจไทย

-จากการตรวจเยี่ยม ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและหลายเรื่องอยู่ระหว่างดำเนินการโดยให้ความสำคัญเกี่ยวกับการทำความเข้าใจ เน้นย้ำเตรียมความพร้อมในการถวายบรรยายสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงได้ทำไว้และนำไปสู่การปฏิบัติอย่างไร เพื่อให้ทุกคนสบายใจว่าสิ่งที่พระองค์ทำไว้นั้นไม่ได้ถูกทอดทิ้ง แต่ได้นำมาปฏิบัติ เหล่านี้เป็นพระราชปณิธานของพระองค์ท่าน และให้ใช้แนวทางของรัชกาลที่ 9 มาเป็นหลักการในการทำงาน

-ระยะเวลาในการเปิดให้ประชาชนเข้าชม ตั้งแต่วันที่ 10 ก.พ. และจะเปิดให้เข้าชมทุกวันถึงประมาณเดือน มิ.ย.หากเป็นไปได้จะเปิดให้ประชาชนได้เข้าชมได้นานที่สุดจนถึงก่อนจะมีพระราชพิธีถวายพระเพลิง พระบรมศพ


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การเตรียมการเปิดนิทรรศการ “เย็นศิระ เพราะพระบริบาล”
-การดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ


ข้อคิดเห็น
-หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การเปิดนิทรรศการ “เย็นศิระเพราะพระบริบาล”

 

4.กำชับเขตติดตามจัดระเบียบคลองลาดพร้าว
1 ฉบับ ข่าวสด
รายละเอียด
-นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รผว.กทม. กล่าวในการลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการดำเนินการจัดการที่อยู่อาศัยและการแก้ไขปัญหาสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำแนวเขตคลองลาดพร้าวว่า ได้สั่งการให้สำนักงานเขตที่รับผิดชอบรายงานความคืบหน้าการทำงานเรื่องคลองลาดพร้าวในรอบสัปดาห์ทุกวันศุกร์ก่อนเวลา 12.00 น.มีปัญหาอุปสรรคด้านใดบ้าง แล้วนำข้อมูลส่งให้ สนน.นำไปรายงานในการประชุมของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ต่อไป โดยมั่นใจชุมชนต่างๆ มีความพร้อมย้ายออกจากพื้นที่


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การดำเนินการจัดระเบียบและแก้ปัญหาสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำแนวคลองสาธารณะตามนโยบายรัฐบาล
ด้านลบ
-ที่ผ่านมาหน่วยงานราชการขาด การติดตามและพูดคุยกับประชาชนน้อยเกินไป ทำให้เกิดความเข้าใจไม่ตรงกัน ส่งผลให้การทำงานล่าช้า


ข้อคิดเห็น
-สำนักการระบายน้ำ สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ความคืบหน้าการดำเนินการจัดการที่อยู่อาศัยและการแก้ไขปัญหาสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำ แนวเขตคลองลาดพร้าว

 

5.มท.เห็นชอบแบบก่อสร้างสะพานเกียกกาย
1 ฉบับ ไทยรัฐ
รายละเอียด
-นายไทวุฒิ ขันแก้ว ผอ.สำนักงานออกแบบ สนย.กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณเกียกกาย พร้อมถนนเชื่อมว่า การแก้ไขปรับปรุงรูปแบบการก่อสร้าง ครั้งที่ 3 เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่บริเวณใกล้เคียงมากที่สุด โดยกทม.ได้หารือกับสมาคมสถาปนิกสยามเพื่อปรับปรุงรูปแบบ ซึ่งแนวก่อสร้างยังอยู่ในแนวเดิม แต่การก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงถนนที่ต้องสร้างผ่านวัดแก้วฟ้าฯ จะกระทบเพียงซุ้มหน้าวัด เท่านั้น และเบี่ยงคู่ขนานอาคารรัฐสภาออกไปทางขวา อย่างไรก็ตาม รูปแบบการก่อสร้างที่ 3 ผ่านความเห็นชอบจาก รมว.มหาดไทยแล้ว และภายใน 2 สัปดาห์ กทม.จะนำรูปแบบดังกล่าวชี้แจงต่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นประธานกำกับโครงการฯ เพื่อขอความเห็นชอบ และเตรียมขออนุมัติงบประมาณในปี 61 เพื่อดำเนินการก่อสร้าง


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การออกแบบและดำเนินโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้าเจ้าพระยาบริเวณเกียกกายตามนโยบายรัฐบาล
ด้านลบ
-โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณเกียกกายจำเป็นต้องออกกฎหมายเวนคืนที่ดินกว่า 400 แปลง มีสิ่งปลูกสร้างกว่า 500 รายการ


ข้อคิดเห็น
- สำนักการโยธา และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ความคืบหน้าโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณเกียกกาย

 

6.สธ.เตือนรับมือ “ไข้หวัดใหญ่”
5 ฉบับ กรุงเทพธุรกิจ, เดลินิวส์, ไทยรัฐ, ข่าวสด, สำนักข่าวไทย
รายละเอียด
-นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้กรมควบคุมโรคได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับ กทม. เพื่อดำเนินการเฝ้าระวังควบคุมป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่อย่างเข้มข้น พร้อมทั้งแนะนำประชาชนใช้มาตรการ “ปิด ล้าง เลี่ยง หยุด” ป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ทุกสายพันธุ์ และขอความร่วมมือโรงเรียนในการช่วยคัดกรองนักเรียน

-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ว่า ได้หารือกับ รมว.สธ.ยอมรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่ในปี 60 มากกว่าปี 59 อาจถึง 2 เท่า เพราะสายพันธุ์ของไข้หวัดใหญ่ที่แพร่ระบาดอาจรุนแรงกว่าปีที่ผ่านมา สำหรับมาตรการสำคัญที่สุดคือ การป้องกัน โดยการรักษาความสะอาด อย่างไรก็ตามขอให้ประชาชน อย่าตื่นตระหนก เพราะการแพร่ระบาดลักษณะนี้เกิดขึ้นทุกปี


ผลกระทบ
ด้านบวก
-มาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ในพื้นที่กรุงเทพฯ
ด้านลบ
-สถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 1-31 ม.ค.60 มีผู้ป่วย 4,875 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต พบผู้ป่วยมากในกลุ่มเด็กอายุแรกเกิด-14 ปี คาดในปี 60 จะมีผู้ป่วยมากกว่า 300,000 ราย โดยเดือน ก.พ.-มี.ค.คาดจะมีผู้ป่วยประมาณ 13,000 ราย/เดือน


ข้อคิดเห็น
-สำนักอนามัย สำนักการศึกษา และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดโรคไข้หวัดใหญ่ในสถานศึกษาของ กทม.

 

7.อดีต รผว.กทม.เสนอทบทวนยกเลิกรถ BRT
2 ฉบับ New)108, มติชน
รายละเอียด
-นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีต ผว.กทม. โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กส่วนตัวไม่เห็นด้วยกรณี กทม.จะยกเลิกให้บริการรถประจำทางด่วนพิเศษ (BRT) หากหมดสัญญาในเดือน เม.ย.นี้ ดังนั้น ก่อน 30 เม.ย.ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการให้บริการ ขอให้ กทม.ทบทวนอีกครั้ง เพื่อเป็นการใช้เงินลงทุนก่อสร้าง BRTระยะทาง 15.9 กม. มูลค่า 2,009.7 ล้านบาทให้เกิดประโยชน์สูง

ผลกระทบ
ด้านบวก
-การจัดบริการระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ เพื่อให้บริการประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ
ด้านลบ
-หาก กทม.ระบุเหตุผลในการยกเลิกรถ BRT เนื่องจากประสบปัญหาขาดทุน ตั้งข้อสังเกตุเหตุใด รฟม.จึงไม่ยกเลิกให้บริการรถไฟฟ้าสายสีม่วง และเหตุใดขสมก.จึงไม่ยกเลิกให้บริการรถโดยสารประจำทาง หรือ ร.ฟ.ท.จึงไม่ยกเลิกให้บริการรถไฟทั้งที่ขาดทุนมากกว่า


ข้อคิดเห็น
-สำนักการจราจรและขนส่ง และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ผลการศึกษาทบทวนโครงการรถ BRT และการประเมินความคุ้มค่าของโครงการ

 

8.เครือข่ายสมัชชาแม่น้ำคัดค้านทางเดินเลียบเจ้าพระยา
1 ฉบับ เดลินิวส์
รายละเอียด
-นายยศพล บุญสม สมาชิกเครือข่ายสมัชชาแม่น้ำกล่าวในการเสวนาทิศทางผลกระทบในการดำเนินโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาว่า การสร้างทางเดินเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา ความกว้าง 7-10 เมตร ตลอดแนวแม่น้ำระยะทางรวม 14 กม.จะส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงขึ้นอย่างน้อย 15-20 เมตร ทำให้กระแสน้ำแม่น้ำเจ้าพระยามีความแรงมากขึ้น อีกทั้งตะกอนต่าง ๆ จะเกิดการสะสมในแม่น้ำมากขึ้น ส่งผลให้แม่น้ำตื้นเขินและในอนาคตภาครัฐต้องจัดสรรงบประมาณจำนวนมาก เพื่อขุดลอกดินตะกอนในแม่น้ำ อย่างไรก็ตาม ผลกระทบที่เกิดในแม่น้ำจะส่งผลต่อการสัญจรของเรือในแม่น้ำที่มีการสัญจรไม่ต่ำกว่า 1,200 เที่ยว/วัน นอกจากนี้ การสร้างทางเดินเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาจะบดบังทัศนียภาพริมแม่น้ำ ส่งผลต่อวิถีชีวิตดั้งเดิมของประชาชน อีกทั้งในอนาคตอาจกลายเป็นพื้นที่ก่ออาชญากรรม เนื่องจากในระยะ 14 กม. การดูแลบริหารจัดการพื้นที่จะไม่ทั่วถึง หากภาครัฐยังดำเนินโครงการโดยไม่ฟังเสียงประชาชนกลุ่มสมัชชาแม่น้ำเตรียมแนวทางในการฟ้องศาลปกครองให้สั่งชะลอโครงการดังกล่าวต่อไป

-นายจุลจักร จักรพงษ์ ตัวแทนกลุ่มผู้ประกอบการ ริมแม่น้ำ กล่าวว่า ไม่ต่อต้านโครงการ เนื่องจากเข้าใจเจตนาของรัฐที่ต้องการให้ประชาชนสามารถเข้าถึงแม่น้ำเจ้าพระยาได้อย่างเท่าเทียม แต่ไม่เห็นด้วยกับวิธีการดำเนินโครงการที่เร่งรีบทำให้ระยะเวลาจำกัดโดยไม่มีการเปิดเผยข้อมูลใด ๆ อย่างชัดเจนให้กับประชาชน

ผลกระทบ
ด้านบวก
-การดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาตามนโยบายรัฐบาล
ด้านลบ
-เครือข่ายสมัชชาแม่น้ำ ระบุผลกระทบจากการสร้างทางเดินเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาจะส่งผลให้ระดับน้ำและกระแสน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยามีความแรงขึ้น กระทบต่อตะกอนสะสมในแม่น้ำการเดินเรือบดบังทัศนียภาพ รวมทั้งอาจก่อให้เกิดปัญหาอาชญากรรม หากดูแลพื้นที่ไม่ทั่วถึง


ข้อคิดเห็น
-สำนักการโยธา และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ความคืบหน้าการดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา

 

9.ประกาศ 5 ธ.ค.เป็น“วันพ่อ-วันชาติ”
16 ฉบับมติชน, กรุงเทพธุรกิจ, ไทยรัฐ, เดลินิวส์, แนวหน้า, ไทยโพสต์,คม ชัด ลึก, โพสต์ทูเดย์,สำนักข่าวไทย,New)108สำนักข่าวแห่งชาติ, ผู้จัดการรายวัน 360°, ข่าวสด, สยามรัฐ, เดอะเนชั่น, บางกอกโพสต์,
รายละเอียด
-พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า นายกรัฐมนตรีได้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการในประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีรื่องกำหนดวันสำคัญของชาติไทย ตามที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 13 ต.ค.59 ยังความเศร้าสลดอย่างยิ่งใหญ่มาสู่พสกนิกรชาวไทย และด้วยพระมหากรุณาธิคุณที่พระราชทานต่อประเทศชาติและประชาชนเสมอมา ปวงชนชาวไทยทั้งปวงจึง น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และตระหนักถึงความสำคัญของวันที่ 5 ธ.ค. เป็นวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร จึงมีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้กำหนดว่าวันที่ 5 ธ.ค.ของทุกปีเป็นวันสำคัญของชาติไทย ดังนี้ (1) เป็นวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร (2) เป็นวันชาติ (3) เป็นวันพ่อแห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ 6 ก.พ.60 เป็นต้นไป นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรียังได้มีมติให้วันที่ 5 ธ.ค.ของทุกปีเป็นวันหยุดราชการ

ผลกระทบ
ด้านบวก
-การเตรียมการจัดกิจกรรมเนื่องในวันสำคัญของชาติไทย


ข้อคิดเห็น
-หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การเตรียมจัดกิจกรรมเนื่องในวันสำคัญของชาติไทย(วันที่ 5 ธ.ค.)

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

1. เตรียมยกเลิกรถ BRT 30 เม.ย.นี้
www.facebook.com/thairath
https://www.facebook.com/146406732438/ posts/10155295953092439
12 ความคิดเห็น

- ร้อยละ 63 ของผู้แสดงความคิดเห็น ไม่เห็นด้วยกรณีคณะกรรมการบริหารระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ มีความเห็นให้ยกเลิกโครงการรถโดยสารประจำทางด่วนพิเศษ (BRT) สายสาทร-ราชพฤกษ์ ในวันที่ 1 เม.ย.60 ทั้งที่ควรส่งเสริมให้ประชาชนใช้ระบบขนส่งมวลชนสาธารณะในการเชื่อมต่อการเดินทาง รวมทั้งรู้สึกเสียดายงบประมาณที่ใช้ในโครงการดังกล่าว และใครจะรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการยกเลิกโครงการ
- ร้อยละ 37 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นด้วยกับการยกเลิกโครงการ BRT เนื่องจากเส้นทางดังกล่าวมีผู้ใช้บริการไม่มาก และทำให้ กทม. ต้องขาดทุนสะสมต่อเนื่อง

www.facebook.com/home.co.th
https://www.facebook. com/Homebuyersfanpage/posts/9823112385
18 ความคิดเห็น

- ร้อยละ 78 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นด้วยกับการยกเลิกรถ BRT เนื่องจากรถไม่สามารถทำความเร็วได้ตามกำหนด เพราะมีรถยนต์อื่นเข้าไปใช้ช่องทางรถ BRT ซึ่งควรเปลี่ยนเป็นรถโมโนเรล เพื่อเชื่อมโยงระบบขนส่งหลักกับสถานที่ต่างๆ
- ร้อยละ 22 ของผู้แสดงความคิดเห็น ไม่เห็นด้วยกับการยกเลิกรถ BRT เพราะมีผู้ใช้บริการจำนวนมากและเป็นโครงการสาธารณะ แต่ควรปรับปรุงการบริหารจัดการและเพิ่มอัตราค่าโดยสารให้เหมาะสม

www.facebook.com/ThailandSkyline
https://www.facebook.com/thailandskyline/photos/a.485893644885568.1073741828.485891468219119/869299643211631/?type=3& comment_id=869394283202167
76 ความคิดเห็น

- ร้อยละ 81 ของผู้แสดงความคิดเห็น ไม่เห็นด้วยกับการยกเลิกรถ BRT เพราะช่วยอำนวยความสะดวกให้ประชาชน โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วน จึงควรปรับปรุงการบริหารจัดการให้ดีขึ้น อาทิ เพิ่มค่าโดยสาร ขยายเส้นทางและเชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชนอื่น กันไม่ให้รถอื่นเข้ามาใช้เส้นทาง ลดต้นทุนค่าดำเนินการ เป็นต้น
- ร้อยละ 19 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นด้วยกับการยกเลิกรถ BRT เนื่องจากมีผู้ใช้บริการไม่มากและระยะทางสั้นเกินไป จึงควรปรับปรุงเป็นรถ โมโนเรลแทน

www.facebook.com/NationTV22
https://www.facebook.com/NationChannelTV/ posts/10155116954657450
203 ความคิดเห็น

- ร้อยละ 92 ของผู้แสดงความคิดเห็น ไม่เห็นด้วยกับการยกเลิกรถ BRT เนื่องจากเป็นระบบขนส่งมวลชนที่สะดวก สบาย และปลอดภัย จึงควรสอบถามความคิดเห็นของผู้ใช้บริการก่อนและพิจารณาเปิดประมูลให้สัมปทานเอกชนดำเนินการ รวมถึงปรับราคาค่าโดยสาร ขยายเส้นทางให้เชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ นอกจากนี้ การให้เหตุผลที่ยกเลิกเพราะประสบภาวะขาดทุนสมสมเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง เพราะควรวัดความสำเร็จของโครงการสาธารณะจากด้านอื่นด้วย เช่น ปริมาณผู้โดยสาร ความเร็วของการเดินทาง มลพิษในอากาศ เป็นต้น
- ร้อยละ 8 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นด้วยกับการยกเลิกโครงการรถ BRT เพราะเส้นทางไม่เชื่อมโยงกับระบบขนส่งมวลชนอื่น และรถไม่สามารถทำความเร็วได้ รวมทั้งทำให้เสียช่องจราจรไปหนึ่งช่องทาง

ข้อเสนอแนะ
สำนักการจราจรและขนส่ง บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การเตรียมระบบขนส่งมวลชนรองรับประชาชนภายหลังยกเลิกโครงการรถ BRT

 

2. แก้ปัญหาจักรยานยนต์รับจ้างวิ่งบนทางเท้า
www.facebook.com/thairath
https://www.facebook.com/146406732438/ posts/10155296040967439
49 ความคิดเห็น

- ร้อยละ 77 ของผู้แสดงความคิดเห็น สนับสนุน กทม. ในการแก้ปัญหาการขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้า โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์รับจ้าง เนื่องจากพบมีการฝ่าฝืนจำนวนมาก โดยขอให้ดำเนินการต่อเนื่องและไม่เลือกปฏิบัติ รวมทั้งเปิดช่องทางให้ประชาชนถ่ายรูปผู้กระทำผิด พร้อมป้ายทะเบียนรถมายัง กทม. ด้วย ขณะเดียวกัน ควรรณรงค์ปลูกจิตสำนึกแก่เยาวชนและประชาชนเรื่องระเบียบวินัย และจัดหาพื้นที่จอดรถจักรยานยนต์ชั่วคราวที่เป็นสัดส่วน
- ร้อยละ 23 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า ปัญหาการขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างส่วนหนึ่งเป็นเพราะผู้มีอำนาจปล่อยปละละเลย ขาดการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด

ข้อเสนอแนะ
สำนักเทศกิจ สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินการแก้ปัญหาขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้าในพื้นที่กรุงเทพฯ รวมทั้งการเปิดช่องทางให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแจ้งข้อมูลผู้ฝ่าฝืน

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

1.สภา กทม.พิจารณางบฯ โอนรถไฟฟ้าสายสีเขียว
2 ฉบับ เดลินิวส์, มติชน
รายละเอียด
-ร.ต.ต.เกรียงศักดิ์ โลหะชาละ ประธานสภา กทม.กล่าวว่าวันที่ 8 ก.พ. นี้ เวลา 10.00 น.ที่ประชุม สภา กทม. มีวาระพิจารณาญัตติขอความเห็นชอบให้ กทม. จ่ายขาดเงินสะสม 3,200 ล้านบาท เพื่อดำเนินการตามภารกิจและอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายเป็นการเร่งด่วน เนื่องจากได้รับการจัดสรรงบประมาณตามข้อบัญญัติ เรื่องงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 60 ไว้ไม่เพียงพอ รวมทั้งญัตติร่างข้อบัญญัติ กทม. เรื่อง งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ 60 (ฉบับที่ ..)ขอความเห็นชอบในหลักการดำเนินการโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต และช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ กรอบวงเงินโครงการรวม 21,415.457 ล้านบาท เป็นส่วนที่ รฟม.จ่ายไปแล้ว 3,543.778 ล้านบาท ซึ่ง กทม. ต้องชำระเป็นก้อนแรกส่วนที่เหลือ17,559.33 ล้านบาทจะเป็นเงินต้น (เงินกู้ระยะยาว) ค่าดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ

-นายพีระยุทธ สิงห์พัฒนากุล ผู้ว่าการ รฟม. กล่าวว่า การโอนสายสีเขียวให้ กทม. รฟม. ยึดปฏิบัติตามการลงนามสัญญา (MOU) ก่อนหน้านี้ที่ให้ กทม.ยอมรับหลักการจำนวนหนี้ทั้งหมดแม้ยังไม่โอนภาระหนี้สินแต่ บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (BTSC) ได้เข้าติดตั้งระบบแล้ว

-นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม ได้หารือ รฟม. เรื่องการโอนหนี้และทรัพย์สินโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ และช่วงหมอชิตสะพานใหม่-คูคต มูลค่า 60,815 ล้านบาท ระหว่าง รฟม. และ กทม. เนื่องจากโครงการยังไม่ชัดเจนใน 3 ประเด็นหลัก คือ (1) การโอนหนี้สินและทรัพย์สินจาก รฟม. ไป กทม. (2) การกำหนดอัตราค่าโดยสาร และการคาดการณ์รายได้จากค่าโดยสาร และ (3) ส่วนแบ่งรายได้ระหว่างเอกชนและภาครัฐ หาก กทม. เลื่อนการตัดสินใจออกไป หรือไม่มีความชัดเจน กระทรวงคมนาคมจะพิจารณาให้ รฟม.เดินรถเองได้


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การจัดสรรงบฯ ในการรับโอนทรัพย์สินและหนี้สินโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว
-การเตรียมความพร้อมบริหารจัดการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว
ด้านลบ
-หาก กทม.ยังไม่มีความชัดเจนในการรับโอนหนี้และทรัพย์สินโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวกระทรวงคมนาคมจะให้ รฟม.เดินรถเอง


ข้อคิดเห็น
-สำนักการจราจรและขนส่ง และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การเตรียมความพร้อมในการบริหารจัดการเดินรถโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ และช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต

 

2.รวมพลัง จยย.รับจ้างต้านขับขี่บนทางเท้า
5 ฉบับ มติชน, ไทยรัฐ, M2F, ไทยโพสต์, มติชน
รายละเอียด
-พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รผว.กทม. กล่าวว่า กทม.ได้จัดทำโครงการรวมพลังจักรยานยนต์รับจ้างต่อต้านคนขับรถบนทางเท้า โดยให้วินจักรยานยนต์ทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา พร้อมเป็นตัวอย่างไม่ฝ่าฝืนกฎหมาย ซึ่งมอบหมายให้ 50 สำนักงานเขตเชิญคณะกรรมการจัดระเบียบวินรถจักรยานยนต์รับจ้าง ประกอบด้วย ทหาร ตำรวจ กรมการขนส่งทางบก สำนักงานเขต ประชุมร่วมกับวินรถจักรยานยนต์รับจ้าง เพื่อทำความเข้าใจ ดังนี้ (1) ไม่ฝ่าฝืนกฎหมายโดยการขับขี่รถบนทางเท้า (2) ช่วยสอดส่องไม่ให้มีผู้ฝ่าฝืนขับรถบนทางเท้าทำหน้าที่เหมือนสารวัตรนักเรียน หากพบเห็นให้ถ่ายรูปผู้กระทำผิด พร้อมป้ายทะเบียนรถแล้วส่งไปยัง กทม. เบื้องต้นให้ส่งข้อมูลผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจของ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผว.กทม. ส่วนช่องทางรับเรื่องเฉพาะ ขณะนี้ สนท.อยู่ระหว่างเปิดช่องทาง และ (3) ประชาชนทั่วไปที่เดินบนทางเท้า หรือเจ้าของอาคารที่ติดกับทางเท้า หากพบเห็นผู้ฝ่าฝืนขับบนทางเท้า สามารถถ่ายผู้กระทำผิดพร้อมทะเบียนรถส่งมายังช่องทางดังกล่าวได้เช่นกัน

-หากผู้กระทำความผิดเป็นรถจักรยานยนต์รับจ้างครั้งที่ 1 จะดำเนินคดีและยึดเสื้อวิน 1 เดือน ครั้งที่ 2 ดำเนินคดียึดเสื้อวินอีก 3 เดือน และครั้งที่ 3 จะดำเนินคดี และยึดเสื้อวินเป็นเวลา 6 เดือน โดย กทม.จะทำ MOU กับรถจักรยานยนต์รับจ้างทั้ง 6 กลุ่มเขตในกรุงเทพฯ หากวินรถจักรยานยนต์ใดปฏิบัติตามความร่วมมือดังกล่าว สำนักงานเขตจะพิจารณารางวัล เชิดชูความดี หรือมอบรางวัลเป็นวินดีเด่น


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การประสานความร่วมมือและสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการแก้ปัญหาผู้ฝ่าฝืนขับขี่ หรือจอดรถจักรยานยนต์ รถยนต์ หรือล้อเลื่อนบนทางเท้า


ข้อคิดเห็น
-สำนักเทศกิจ สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินการแก้ปัญหาผู้ฝ่าฝืนขับขี่ หรือจอดรถยนต์ รถจักรยานยนต์รับจ้างบนทางเท้า

 

3.ยกเลิกรถ BRT หลังสิ้นสุดสัญญา 30 เม.ย.นี้
7 ฉบับ กรุงเทพธุรกิจ, สยามรัฐ, ไทยรัฐ, M2F, มติชน, ไทยโพสต์, แนวหน้า
รายละเอียด
-พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รผว.กทม. กล่าวถึงการดำเนินโครงการรถโดยสารด่วนพิเศษ (BRT) สายสาทร-ราชพฤกษ์ว่า คณะกรรมการบริหารระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ ได้ประชุมเมื่อวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา ประกอบกับข้อมูลที่มีการศึกษา มีมติยุติโครงการนี้เพราะไม่คุ้มทุนและเพิ่มภาระงบประมาณ โดยจะยุติเมื่อสิ้นสุดสัญญาวันที่ 30 เม.ย.60 และจะประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบต่อไป รวมทั้งจะประสานองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.)มาเดินรถแทน ส่วนสถานี BRT จะให้ ขสมก.ใช้รับและส่งผู้โดยสาร นอกจากนี้ จะคืนผิวจราจรให้ประชาชนต่อไป


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การพิจารณาแนวทางบริหารระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนและการจัดหาระบบขนส่งมวลชนรองรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิก เดินรถ BRT
ด้านลบ
-ที่ผ่านมาการใช้ผิวจราจร 1 ช่องทางเพื่อรถ BRT ทำให้คนกลุ่มใหญ่ที่ใช้ถนนเกิดความรู้สึกต่อต้าน และบางครั้งมีรถยนต์ขับในช่องพิเศษ ทำให้รถ BRT ไม่สามารถทำความเร็วได้และทำให้ไม่มี ผู้โดยสาร ส่งผลให้ขาดทุนสะสมต่อเนื่อง 200 ล้านบาททุกปีขณะเดียวกันสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ทำหนังสือแจ้งเตือนให้ กทม.ทบทวนโครงการมา 2 ครั้งว่าไม่ใช่ภารกิจของ กทม.เป็นโครงการที่ทำลายวินัยการเงินการคลัง ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาจราจร ทำเพื่อกลุ่มเป้าหมาย และไม่ได้ให้บริการกับประโยชน์สาธารณะ


ข้อคิดเห็น
-สำนักการจราจรและขนส่ง และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การเตรียมระบบขนส่งมวลชนรองรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกโครงการรถ BRT

 

4.เร่งตรวจหาเชื้อไข้หวัดใหญ่โรงเรียน กทม. 438 แห่ง
6 ฉบับ โพสต์ทูเดย์, กรุงเทพธุรกิจ, ไทยรัฐ, M2F, ไทยโพสต์, มติชน
รายละเอียด
-นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รผว.กทม. กล่าวกรณีโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายประถมประกาศหยุดการเรียนการสอนในวันที่ 6-7 ก.พ. เนื่องจากพบมีนักเรียนจำนวนมากป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A ว่า ได้ให้ สนอ. ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ติดตามตรวจสอบสถานการณ์ในพื้นที่กรุงเทพฯให้ความรู้เรื่องการป้องกัน เพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A ในโรงเรียนสังกัด กทม. อย่างเร่งด่วนและรายงานผลกลับมาทันที

-ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานโรงเรียนในสังกัด กทม.มีการแพร่ระบาดของเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ดังกล่าวแต่หากโรงเรียนใดพบ หรือสงสัยจะมีการแพร่ระบาดขอให้แจ้งไปยัง กทม. เพื่อให้ สนอ.ลงพื้นที่ตรวจสอบและหามาตรการป้องกัน เนื่องจากขณะนี้สภาพอากาศมีการเปลี่ยนแปลง

-นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สธ. กล่าวว่า ได้มอบหมายให้สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง กรมควบคุมโรค ส่งทีมเฝ้าระวังสอบสวนเคลื่อนที่เร็ว ลงพื้นที่ร่วมกับ สนอ.สอบสวนและควบคุมโรคในโรงเรียนดังกล่าว พร้อมให้คำแนะนำมาตรการป้องกันโรคแก่คณะครูและผู้ปกครองแล้ว


ผลกระทบ
ด้านบวก
-มาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A ในโรงเรียนสังกัด กทม.
ด้านลบ
-โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายประถมศึกษาประกาศปิดเรียน 2 วัน คือวันที่ 6-7 ก.พ. เนื่องจากพบการระบาดของไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ A จากการ คัดกรองเด็กเมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลจนถึงชั้น ป.6 พบเด็กเป็นไข้หวัดกว่า 100 คน บางรายเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A จึงประกาศปิดเรียนเฉพาะห้องที่พบเด็กป่วย แต่เมื่อตรวจสอบมีเด็กเป็นไข้จำนวนมากขึ้น จึงประกาศหยุดทั้งโรงเรียน

ข้อคิดเห็น
-สำนักอนามัย สำนักการศึกษา และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A ในโรงเรียนสังกัด กทม.

 

5.เครือข่าวเยาวชนเสนอเพิ่มความเข้มงวดควบคุมจำหน่ายเครื่องดื่มและแอลกอฮอล์
2 ฉบับ เดลินิวส์, M2F
รายละเอียด
- นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รผว.กทม. กล่าวกรณี นายธีรภัทร์ คหะวงศ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่และ น.ส.อังคณา อินทะสา ตัวแทนมูลนิธิหญิงชายก้าวไกลร่วมกับนักเรียนยื่นหนังสือขอให้ กทม.ดำเนินการดูแลกวดขันอย่างจริงจังในการลงพื้นที่ตรวจสอบร้านจำหน่ายแอลกอฮอล์ ผับ บาร์ต่าง ๆ ให้เป็นไปตามกฎหมายและไม่จำหน่ายแอลกอฮอล์ให้เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี และไม่ขายเกินกว่าเวลาที่กำหนดอย่างเด็ดขาด อีกทั้งขอให้โรงเรียนในสังกัด กทม.สนับสนุนให้พัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน เพื่อหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงในการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ว่า ที่ผ่านมาได้มอบหมายให้ สนอ.ประสานสำนักงานเขต 50 เขต สถานีตำรวจนครบาล 88 สถานี เฝ้าระวังและกำหนดมาตรการต่างๆ ทั้งห้ามจำหน่ายแอลกอฮอล์แก่เด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ปี รวมทั้งร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบสถานบริการไม่ให้เปิดเกินเวลา หรือเปิดบริการใกล้สถานศึกษา อย่างไรก็ตาม จะนำข้อเสนอแนะของเครือข่ายฯ ไปหารือร่วมกัน เพื่อหาแนวทางดำเนินการ ซึ่งในช่วงเทศกาลวันวาเลนไทน์ สนอ.ได้จัดกิจกรรมรณรงค์ให้ความรู้แก่เยาวชน ในวันที่14 ก.พ.เน้นให้ความรู้แก่เยาวชนในการป้องกันตัวเองให้เกิดความปลอดภัย


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การกวดขันและควบคุมการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้แก่เยาวชนในพื้นที่กรุงเทพฯ ให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างเข้มงวด
ด้านลบ
-ปัจจุบันการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของเยาวชนมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นร้อยละ 1-2 ในทุกปี โดยมีนักดื่มหน้าใหม่เพิ่มขึ้น 2.5 แสนคน/ปีและมีแนวโน้มจะกลายเป็นนักดื่มประจำ ประกอบกับจุดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีจำนวนมากและเข้าถึงง่าย อีกทั้งธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เน้นเจาะกลุ่มลูกค้าที่เป็นเยาวชนและที่น่าเป็นห่วงคือ ในวันวาเลนไทน์เป็นช่วงที่วัยรุ่นให้ความสำคัญและนำไปสู่การฉลองโดยขาดสติ ส่งผลให้เกิดปัญหาความรุนแรง การคุกคามทางเพศและอาชญากรรมต่าง ๆ และเกิดอุบัติเหตุตามมา


ข้อคิดเห็น
-สำนักอนามัย สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินการจัดระเบียบสังคมรอบสถานศึกษา

 

6.ปรับภูมิทัศน์รอบพระบรมนุสาวรีย์พระเจ้าตากสิน
1 ฉบับ ไทยรัฐ
รายละเอียด
-นายประยูร ครองยศ ผอ.เขตคลองสาน กล่าวถึงความคืบหน้าการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณรอบพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช วงเวียนใหญ่ว่า สำนักงานเขตคลองสานอยู่ระหว่างปรับปรุงอาคารโดยรอบวงเวียนใหญ่ ด้วยการทาสีให้เป็นโทนเดียวกันและขอความร่วมมือเจ้าของอาคารรื้อย้ายป้ายโฆษณาที่ติดตั้งบนตัวอาคารเพื่อความเป็นระเบียบ

-นายมนัส ประจวบจินดา ผอ.เขตธนบุรี กล่าวว่า อาคารรอบวงเวียนใหญ่ในพื้นที่เขตธนบุรีมี 36 คูหา ขณะนี้ได้ประสานเจ้าของอาคารแล้ว คาดจะปรับปรุงแล้วเสร็จภายในวันที่ 20 ก.พ.นี้ ขณะเดียวกันได้แจ้งกรมศิลปากร ตรวจสอบพระบรมราชานุสาวรีย์ฯเพื่อปรับปรุงหากมีส่วนชำรุด ส่วนการรื้อย้ายป้ายโฆษณามีป้ายผิดกฎหมาย 11 ป้าย และป้ายที่ถูกกฎหมาย 2 ป้าย อยู่ระหว่างประสานเจ้าของในการรื้อย้าย นอกจากนี้ คณะกรรมการจัดการใช้พื้นที่รอบพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชได้กำหนดเวลาเข้าสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ เวลา 05.00-22.00 น. พร้อมขอความร่วมมือจุดธูป เทียนเฉพาะในจุดที่จัดไว้และงดปิดทองที่แท่นโดยเสนอจัดทำพระบรมราชานุสาวรีย์จำลอง เพื่อให้ประชาชนปิดทองได้


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณรอบพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เพื่อความสวยงามและเป็นระเบียบเรียบร้อย


ข้อคิดเห็น
-สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณรอบพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

 

7.เริ่มปลูกป่าชายเลนบางขุนเทียน มี.ค.นี้
1 ฉบับ เดลินิวส์
รายละเอียด
-นายประเสริฐ ฉวีอินทร์ ผอ.เขตบางขุนเทียน กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการปลูกป่าชายเลนทะเลกรุงเทพฯ ว่า จากการติดตามคาดการณ์สถานการณ์น้ำขึ้นน้ำลง พบว่าในเดือน มี.ค.จะสามารถดำเนินการได้ เพราะช่วงเวลาน้ำขึ้นน้ำลงจะทิ้งช่วงนาน 3-4 ชั่วโมง จึงเลื่อนการปลูกป่าในระยะแรก 5 ไร่ จากเดือน ก.พ.ออกไปเป็นเดือน มี.ค. ทั้งนี้ ในวันที่ 14 ก.พ. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผว.กทม. นัดหารือความคืบหน้าการตั้ง "กองทุนปลูกป่าในใจคนตามศาสตร์พระราชา" คาดจะสรุปรายละเอียดการเปิดบัญชีกองทุนและการดำเนินกองทุนที่จะนำมาใช้ในการปลูกป่าชายเลนเร็ว ๆ นี้

-การดำเนินการปลูกป่าชายเลน กทม.จะเร่งรัดการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ในการสร้างคันหินดักตะกอนรูปตัว T (ที-กรอยน์) เพื่อเป็นแนวกันคลื่นถาวร ซึ่งเป็นมาตรการแก้ไขปัญหาในระยะยาวปัจจุบันอยู่ระหว่างจัดทำรายงานข้อมูลเพิ่มเติมโดยเพิ่มรูปแบบโครงการที่เป็นคันหินไม่มีขาและศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิภาพการป้องกันชายฝั่งของคันหิน


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลบางขุนเทียน
ด้านลบ
-การปลูกป่าชายเลนในแปลงทดลอง 5 ไร่ในระยะแรก ตามแนวทางแผนการที่วางไว้จะดำเนินการในเดือน ก.พ.มีปัญหาอุปสรรค เนื่องจากการดำเนินการในช่วงเดือน ก.พ.จะมีเวลาน้ำลงเต็มที่เพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น แต่การปลูกป่าต้องใช้เวลา ดำเนินการ 3-4 ชั่วโมง ทำให้ เดือน ก.พ.ยังไม่สามารถดำเนินการได้


ข้อคิดเห็น
-สำนักการระบายน้ำ สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินการปลูกป่าชายเลนทะเลบางขุนเทียน

 

8.กลุ่มบิ๊กทรีแนะเปลี่ยนดินเพิ่มแร่ธาตุต้นมะขามสนามหลวง
1 ฉบับ ไทยโพสต์
รายละเอียด
-นางอรยา สูตะบุตร แกนนำกลุ่มบิ๊กทรีโปรเจ็กต์ (Big Trees Project) กลุ่มอนุรักษ์ต้นไม้ใหญ่ในเมือง กล่าวว่า จากการสำรวจของกลุ่มอาจารย์จากนักวิชาการและเครือข่าย พบต้นมะขามกว่า 800 ต้น บริเวณรอบพื้นที่สนามหลวงมากกว่า 200 ต้น ซึ่งต้องได้รับการฟื้นฟูอย่างเร่งด่วน เบื้องต้นที่ สสล. ฟื้นฟูไปนั้นเป็นการแก้ไขที่ปลายเหตุ เนื่องจากเมื่อลงสำรวจเชิงลึกพบดินในบริเวณโดยรอบต้นมะขามเป็นดินเหนียวที่หมดสภาพไปแล้ว ในดินไม่มีแร่ธาตุ หรือสารอาหารใดๆ สิ่งที่แก้ไขได้คือ การเปลี่ยนดินใหม่ทั้งหมด ขณะที่การตัดแต่งต้นไม้ที่ไม่ถูกวิธีเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ต้นไม้เกิดโพรงและเป็นที่อยู่อาศัยของปลวก ดังนั้นจึงจำเป็นต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาดูแล รวมทั้งสำรวจต้นมะขามต้นใดเป็นโพรงมากน้อยแค่ไหน และทำรั้วล้อมรอบต้นมะขาม

-ส่วนกรณีจะมีการย้ายต้นมะขามบริเวณสนามหลวง เพื่อเตรียมการสร้างพระเมรุมาศต้องการทราบว่า กทม.จะนำออกไปไว้ที่ใด และหากเสร็จงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ กทม.จะดำเนินการย้ายต้นมะขามทั้ง 50 ต้นกลับคืนมาหรือไม่


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การมีส่วนร่วมในการดูแลและฟื้นฟูต้นมะขามรอบพื้นที่สนามหลวง
ด้านลบ
-การนำอิฐ หรือซีเมนต์ไปวางทับบริเวณรอบต้นมะขาม แม้เป็นการทำให้ทัศนียภาพดูดี แต่ต้นไม้ไม่ชอบเพราะอิฐจะส่งผ่านความร้อน การปลูกพืชคลุมรอบโคนต้นมะขามจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด


ข้อคิดเห็น
-สำนักสิ่งแวดล้อม สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ประชาสัมพันธ์การฟื้นฟูต้นมะขามรอบสนามหลวง และการย้ายต้นมะขาม เพื่อใช้พื้นที่ก่อสร้างพระเมรุมาศ

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

1. สำรวจจุดเสี่ยงอาชญากรรมทั่วกรุงเทพฯ
www.dailynews.co.th
https://www.dailynews.co.th/bangkok/553194
28 ความคิดเห็น

- ร้อยละ 86 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า กรณีกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) สำรวจจุดเสี่ยงจุดล่อแหลมต่อการเกิดอาชญากรรมในพื้นที่กรุงเทพฯ มีจำนวน 217 แห่ง นั้น เมื่อทราบปัญหาแล้ว นอกจากการป้องกันด้านกายภาพ เจ้าหน้าที่ตำรวจควรออกลาดตระเวนสอดส่องดูแลความปลอดภัยของประชาชน รวมถึงเพิ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำจุดเสี่ยง
- ร้อยละ 14 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า ในพื้นที่กรุงเทพฯ ยังมีอีกหลายแห่งที่เป็นจุดเสี่ยง ซึ่งประชาชนต้องระมัดระวังดูแลความปลอดภัยของตัวเองด้วย

ข้อเสนอแนะ
สำนักการจราจรและขนส่ง สำนักเทศกิจ สำนักการโยธา สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การประสานความร่วมมือกับกองบัญชาการตำรวจนครบาลในการแก้ไขปัญหาจุดเสี่ยง จุดล่อแหลมต่อการเกิดอาชญากรรมในพื้นที่กรุงเทพฯ อาทิ การติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่าง ปรับพื้นที่รกร้าง

 

2. จัดทำเสากั้นรถจักรยานยนต์ขึ้นบนทางเท้า
www.facebook.com/เฮ้ยนี่มันฟุตบาทไทยแลนด์
https://www.facebook.com/ThailandFootpath
75 ความคิดเห็น

- ร้อยละ 76 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า กรณีในสื่อสังคมออนไลน์มีการส่งต่อภาพการจัดทำเสากั้นบริเวณทางลาดทางเท้าในพื้นที่เขตบางกอกน้อยและเขตบางกอกใหญ่ เพื่อไม่ให้รถจักรยานยนต์ขึ้นมาขับขี่บนทางเท้า แต่ไม่ได้ทำเป็นรูปตัว S ทำให้ผู้ใช้วีลแชร์ไม่สามารถใช้ทางเท้าได้ นั้น เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุและสร้างความเดือดร้อนให้ผู้พิการ ทั้งที่ควรหาวิธีการอื่นในการแก้ปัญหาที่ดีกว่านี้
- ร้อยละ 24 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า หากจะแก้ไขปัญหาการขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางให้ได้ผล ควรเพิ่มโทษปรับและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด รวมทั้งพิจารณาจัดทำแอพพลิเคชั่นให้ประชาชนสามารถส่งรูป หรือคลิปวิดีโอ แล้วให้ส่วนแบ่งค่าปรับ

ข้อเสนอแนะ
สำนักเทศกิจ สำนักงานเขตบางกอกน้อย สำนักงานเขตบางกอกใหญ่ และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การตรวจสอบและแก้ไขการจัดทำเสากั้นรถจักรยานยนต์บริเวณทางลาดทางเท้า เพื่อให้ผู้ที่ใช้วีลแชร์สามารถใช้ทางเท้าได้

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

1.เร่งแก้ไขปัญหา217 จุดเสี่ยง
6 ฉบับ สำนักข่าวแห่งชาติ, โพสต์ทูเดย์, มติชน, M2F, คม ชัด ลึก, ข่าวสด
-นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รผว.กทม. กล่าวกรณีกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ดำเนินการสำรวจจุดเสี่ยงจุดล่อแหลมต่อการเกิดอาชญากรรมในพื้นที่กรุงเทพ พบมีทั้งสิ้น 217 แห่ง และได้ประสานให้ กทม.ปรับปรุงแก้ไขปัญหาด้วยการติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่าง ปรับพื้นที่รกร้าง รื้อถอนอาคารร้าง รวมถึงติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) เพื่อป้องกันปัญหาอาชญากรรมว่าสำนักงานเขตทั้ง 50 เขตได้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นแล้ว อาทิ การตัดหญ้าและปรับพื้นที่ ส่วนในพื้นที่ที่ไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึงได้เร่งประสานการไฟฟ้านครหลวงให้เข้ามาดำเนินการติดตั้ง คาดจะแล้วเสร็จภายในเดือน มี.ค.นี้

-นายภัทรุตม์ ทรรทรานนท์ ป.กทม. กล่าวว่า ได้สั่งสำนักงานเขตเร่งแก้ไขปัญหาติดตั้งไฟส่องสว่างจุดเสี่ยง 217 จุดทั่วกรุงเทพฯ เพื่อลดคดีอาชญากรรมในพื้นที่ ขณะเดียวกันอาจพิจารณาติดกล้อง CCTV เพิ่มเติม

-พล.ต.ต.ปรีชา เจริญสหายานนท์ รอง ผบช.น. กล่าวว่า กรณีดังกล่าวเป็นการร่วมมือกันระหว่าง บช.น.และ กทม. เพื่อป้องกันเหตุในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงก่อให้เกิดอาชญากรรม โดยในพื้นที่สวนสาธารณะเป็นความรับผิดชอบของ กทม.ในการดำเนินการ


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การสำรวจและดำเนินการแก้ไขปัญหาจุดเสี่ยงล่อแหลมต่อการเกิดอาชญากรรมในพื้นที่กรุงเทพฯ เพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชน


ข้อคิดเห็น
-สำนักเทศกิจ สำนักการจราจรและขนส่ง สำนักการโยธาสำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การประสานความร่วมมือกับกองบัญชาการตำรวจนครบาลในการแก้ไขปัญหาจุดเสี่ยงล่อแหลมต่อการเกิดอาชญากรรม

 

2.เร่งปรับปรุงทางเท้า ถ.พระราม 1
1 ฉบับ สำนักข่าวแห่งชาติ
รายละเอียด
-นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รผว.กทม. กล่าวหลังลงพื้นที่ปรับปรุงทางเท้าถนนพระรามที่ 1 เขตปทุมวันว่า เป็นการติดตามการดำเนินการตามแผนการใช้งบประมาณ 60 และติดตามการก่อสร้างต่างๆในพื้นที่ถนนพระรามที่ 1 ให้แล้วเสร็จตามที่สัญญากำหนด นอกจากนี้ ได้ติดตามการป้องกันปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่เขตปทุมวัน หลังจากนี้เตรียมเชิญสำนักงานเขตปทุมวัน สนน.และ สนย.มาวางแผนการบูรณาการงานร่วมกัน เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว เบื้องต้นแนวทางการแก้ไขปัญหาจะติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติมและวางแผนการพัฒนาในระยะยาว คาดการดำเนินการทั้งหมดจะแล้วเสร็จก่อนฤดูฝนที่จะมาถึง


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การติดตามการดำเนินโครงการปรับปรุงทางเท้าและบูรณาการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่เขตปทุมวัน


ข้อคิดเห็น
-สำนักการโยธา สำนักการระบายน้ำ สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การเร่งรัดดำเนินการปรับปรุงทางเท้าและแก้ปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่เขตปทุมวัน

 

3.เขตบางรักแจกทะเบียนสมรสทองคำ 10 คู่รัก
4 ฉบับ เดลินิวส์, ข่าวสด, ไทยรัฐ, สยามรัฐ
ราละเอียด
-นางวรรณวิไล พรหมลักขโณ รผว.กทม.แถลงข่าวการจัดงานจดทะเบียนสมรสของสำนักงานเขตบางรัก ภายใต้ชื่องาน "ร้อยใจภักดิ์ รักเทิดทูน ณ บางรัก" เนื่องในวันแห่งความรักหรือ วันวาเลนไทน์ว่า การจัดงานจดทะเบียนสมรส วันที่ 14 ก.พ.นี้ ของสำนักงานเขตบางรักเป็นกิจกรรมสำคัญที่จัดต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลากว่า 20 ปี ประชาชนให้ความสนใจอย่างมาก โดยในปีนี้สำนักงานเขตบางรักได้จัดกิจกรรม การจดทะเบียนสมรส ภายใต้แนวคิด "ร้อยใจภักดิ์ รักเทิดทูน ณ บางรัก" ซึ่งเป็นการร้อยรวมดวงใจรัก ระลึกถึงความรักของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ที่มีความรักต่อประชาชนชาวไทยอย่างมากมายมหาศาล โดยงานจะจัดบริเวณชั้น 1 และลานอาคารไปรษณีย์กลางบางรัก ในรูปแบบที่นำเสนอถึงวัฒนธรรมประเพณีไทยที่สวยงาม มีการแห่ขบวนขันหมาก การรดน้ำสังข์คู่บ่าวสาว พร้อมเชิญชวนให้ คู่บ่าวสาวแต่งกายด้วยชุดไทย เพื่อร่วมกิจกรรมที่จัดขึ้น

-นางสุภาวดี สิทธิกรไพบูลย์ ผอ. เขตบางรัก กล่าวว่า คู่รักที่ประสงค์จะจดทะเบียนสมรสในวันแห่งความรักเขตฯ ได้เปิดให้ยื่นคำร้องและตรวจสอบเอกสารล่วงหน้าที่ฝ่ายทะเบียน ตั้งแต่บัดนี้-วันที่ 10 ก.พ. 60 ในวันเวลาราชการ เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการจดทะเบียนสมรสวันที่ 14 ก.พ.ซึ่งนอกจากจะจดทะเบียนสมรสให้คู่รักตั้งแต่เวลา 08.00 น.เป็นต้นไปแล้ว ยังมีขบวนแห่ขันหมากแบบไทย จับสลากแจกทะเบียนสมรสทองคำให้คู่รักทุกชั่วโมงจำนวน 10 คู่ และทุกคู่รักจะได้รับของที่ระลึก


ผลกระทบ
ด้านบวก
-ในปี 59 กทม.ให้บริการประชาชนในการจดทะเบียนสมรส 48,519 คู่ โดยการจดทะเบียนสมรสที่สำนักงานเขตบางรัก ในวันที่ 14 ก.พ. ปี 59 มี 1,054 คู่ ซึ่งเป็นอันดับหนึ่งของสำนักงานเขตที่ประชาชนมาจดทะเบียนสมรสมากที่สุด


ข้อคิดเห็น
-สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรมจัดงานจดทะเบียนสมรส เนื่องในวันแห่งความรัก

 

4.ส่งอาสาดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน
1 ฉบับ เดลินิวส์
รายละเอียด
-นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รผว.กทม. กล่าวว่า กทม.อยู่ระหว่างเร่งขับเคลื่อนโครงการดูแลผู้สูงอายุอย่างครบวงจร ซึ่งได้วางแนวทางดูแลผู้สูงอายุในระบบสาธารณสุขโดยศูนย์บริการสาธารณสุข กทม.ทั้ง 68 แห่ง จะเป็นศูนย์หลักในการดูแลผู้สูงอายุในแต่ละพื้นที่ แต่ละศูนย์ฯ จะมีอาสาสมัครเยี่ยมบ้านผู้สูงอายุทุกวัน เพื่อบันทึกโรคส่งต่อให้พยาบาลประจำศูนย์ฯ ผ่านระบบบันทึกข้อมูลในโปรแกรม BMA Home Ward Referral เพื่อเข้าสู่กระบวนการประมวลผล วิเคราะห์ข้อมูล ออกรายงาน และคืนข้อมูลไปยังศูนย์บริการสาธารณสุข โรงพยาบาลภาคีเครือข่าย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จากนั้นจะวิเคราะห์สภาพอาการป่วยของผู้สูงอายุ หากพบมีอาการป่วยที่รุนแรง กทม.จะส่งแพทย์เข้าดูแลรักษาที่บ้าน เพื่อลดขั้นตอนการเดินทางสู่โรงพยาบาลต่าง ๆ


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การวางแนวทางดูแลผู้สูงอายุในพื้นที่กรุงเทพฯ ครบวงจร
ด้านลบ
-กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ โดยปัจจุบันมีประชากรสูงอายุอาศัยตามข้อมูลทะเบียนราษฎรของกรุงเทพฯ ราว 800,000 คน ซึ่งคิดเป็นประมาณร้อยละ 14 ของจำนวนประชากรทั้งหมด หากประชากรสูงอายุไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสม จะส่งผลให้ร่างกายทรุดโทรม และกลายเป็นผู้สูงอายุแบบติดเตียง ซึ่งไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ต้องมีผู้ดูแลอยู่ตลอดเวลา ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างมาก


ข้อคิดเห็น
-สำนักอนามัย สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินโครงการดูแลผู้สูงอายุในพื้นที่กรุงเทพฯ อย่างครบวงจร

 

5.ยกระดับความปลอดภัยพนักงานกวาดถนน
5 ฉบับ ไทยรัฐ, ไทยโพสต์, สำนักข่าวไทย, โพสต์ทูเดย์, บางกอกโพสต์
รายละเอียด
-น.ส.ตรีดาว อภัยวงศ์ ผช.ลผว.กทม. และโฆษกของ กทม. กล่าวกรณี น.ส.เครือมาศ ศรีจันทร์ ผู้ประสานงานเครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต พร้อมเครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับ กทม. เครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกต่อ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผว.กทม. ผ่านนายยุทธพันธุ์ มีชัย ลผว.กทม. เพื่อเรียกร้องให้ยกระดับความปลอดภัยในการทำงานและพัฒนาคุณภาพชีวิตให้พนักงาน กทม.ที่ดูแลงานด้านความสะอาด หลังเกิดเหตุการณ์พนักงานกวาดถนน กทม.ถูกคนเมาขับรถชนจนเสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่ว่า กทม.ขอบคุณเครือข่ายที่มาร่วมกันแสดงออกเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้กับพนักงาน กทม.ในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวม ยืนยัน กทม.จะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างถึงที่สุด รวมทั้งได้หารือกับกรมการขนส่งทางบกมาโดยตลอดถึงมาตรการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์สูญเสียจากการเมาแล้วขับ สำหรับการลงโทษขึ้นอยู่กับรูปคดี ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของตำรวจ โดย ผว.กทม.ได้กำชับให้ดำเนินคดีถึงที่สุด รวมถึงให้ดูแลช่วยเหลือครอบครัวผู้สูญเสียอย่างเต็มที่ ส่วนมาตรการดูแลความปลอดภัยแก่พนักงานรักษาความสะอาดขณะปฏิบัติหน้าที่ กทม.มีชุดสะท้อนแสงให้พนักงานสวมใส่ และมีมาตรการดูแลคุณภาพชีวิตของพนักงานรักษาความสะอาด รวมทั้งอยู่ระหว่างหารือถึงเรื่องการเพิ่มเบี้ยเสี่ยงภัยให้พนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่ที่มีความเสี่ยง


ผลกระทบ
ด้านบวก
- การดูแลความปลอดภัยและการสร้างขวัญกำลังใจให้พนักงานรักษาความสะอาดของ กทม.


ข้อคิดเห็น
-สำนักสิ่งแวดล้อม สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินการตามมาตรการดูแลความปลอดภัยและพัฒนาคุณภาพชีวิตของพนักงานรักษาความสะอาด กทม.

 

6.ตลาดนัด "เจเจกรีน"
4 ฉบับ เดลินิวส์, มติชน, ไทยรัฐ, สำนักข่าวไทย
รายละเอียด
-พ.ต.อ.พิชัย เกรียงวัฒนศิริ รป.กทม. กล่าวถึงการบริหารจัดการตลาดนัดกลางคืน "เจเจกรีน" ว่า กทม.จะเป็นผู้บริหารจัดการเองทั้งหมด ซึ่งผู้ค้ารายเดิมที่เช่าแผงค้าในตลาดกว่า 800 แผงค้า ยังสามารถค้าขายตามปกติและไม่มีการเก็บค่าเช่าเพิ่มขึ้น โดยจากเดือน ก.พ. เป็นต้นไป ผู้ค้าต้องจ่ายค่าเช่าพื้นที่กับ กทม. แทนการจ่ายค่าเช่ากับบริษัท วีมัลติมีเดีย จำกัด ซึ่งหมดสัญญาเช่าไปแล้ว ส่วนกระแสข่าวไล่รื้อพื้นที่ กทม. ยืนยันไม่เป็นความจริง และสัปดาห์นี้ กทม. จะส่งเจ้าหน้าที่เข้าทำความเข้าใจกับกลุ่มผู้ค้าอีกครั้ง

-นายศุภกร วีรสุวิภากร ผอ.ตลาดนัด กทม. กล่าวถึง การบริหารจัดการตลาดนัด "เจเจกรีน" ว่า พื้นที่ดังกล่าว กทม.ได้เช่าพื้นที่ของสวนสมเด็จพระนางเจ้า สิริกิติ์ และให้สิทธิบริษัทวีมัลติมีเดีย จำกัด เช่า พื้นที่ต่อ โดยบริษัทฯ ได้จัดทำตลาดนัดกลางคืน ต่อมาทั้งสัญญาที่ กทม.ได้ทำกับสวนสมเด็จฯ และสัญญาที่กทม.ให้บริษัทฯ เช่าพื้นที่สิ้นสุดลง ระหว่างนั้นสวนสมเด็จฯ ได้ให้ กทม.เช่าพื้นที่ต่อไปจนถึงปี 61 ขณะที่ กทม.ได้ให้บริษัทฯ เข้ามาต่อสัญญา พร้อมจ่ายค่าเช่าพื้นที่ให้ กทม.แต่บริษัทฯ ยังไม่ดำเนินการจึงถือว่าผิดสัญญากับ กทม.ดังนั้น กทม.จึงจะเข้าดำเนินการบริหารจัดการตลาดนัดเจเจกรีนเอง ยืนยันไม่มีการขึ้นค่าเช่าแผง หรือค่าจอดรถและไม่มีการไล่ผู้ค้ารายเดิมอย่างเด็ดขาด

-นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย พร้อมตัวแทนผู้ประกอบการร้านค้า แผงค้าในพื้นที่ตลาดนัดเจเจกรีน ยื่นฟ้อง ผอ.ตลาดนัด กทม. ประธานกรรมการตลาดนัด กทม. และ ผว.กทม.ฐานปฏิบัติหน้าที่ในทางละเมิด ก่อให้เกิดความเดือดร้อนและเสียหายต่อประชาชนจากกรณีกองอำนวยการตลาดนัด กทม. จะดำเนินการไล่รื้อผู้ค้าเดิมเพื่อนำเจรจาเช่าแผงค้าใหม่ โดยขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งไล่รื้อผู้ประกอบการร้านค้า แผงค้าในพื้นที่ตลาดนัดเจเจกรีนทั้งหมด และขอให้ กทม. ต่ออายุสัญญาเช่าพื้นที่เป็นเวลา 2 ปี จนถึงวันที่ 12 ส.ค.61 และให้จ่ายเงินเยียวยากับผู้ประกอบการร้านค้า แผงค้า พร้อมทั้งขอให้ศาลไต่สวนฉุกเฉิน เพราะ ผอ.ตลาดนัด กทม.เตรียมเข้ายึดพื้นที่ในวันที่ 5 ก.พ.โดยศาลปกครองได้นัดไต่สวนฉุกเฉินในวันที่ 6 ก.พ.นี้ เวลา 10.00 น.


ผลกระทบ
ด้านบวก
-ที่ผ่านมา บริษัท วีมัลติมีเดีย จำกัด เช่าพื้นที่ กทม.แต่สัญญาเช่าสิ้นสุดลง ผู้บริหารชุดใหม่ของ กทม. พิจารณาสัญญาเช่าเดิมพบไม่เหมาะสมกับสภาพการณ์ปัจจุบัน จึงพิจารณาสัญญารูปแบบใหม่และอัตราค่าเช่า ที่เหมาะสม แต่บริษัทไม่ต่อสัญญา และยังค้างค่าเช่าพื้นที่เป็นเงินเกือบ 4 ล้านบาท ซึ่ง กทม. อยู่ระหว่างให้สำนักงานกฎหมายและคดีดำเนินการตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด และ กทม. มีมติเข้าบริหารจัดการตลาดนัดดังกล่าวเอง โดยมีแผนเข้าพัฒนาตลาดปรับปรุงทางเดิน เพิ่มจำนวนห้องสุขา และติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่าง และประชาสัมพันธ์เป็นแหล่งท่องเที่ยวกลางคืนอีกแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ ต่อไป
ด้านลบ
-ตัวแทนบริษัท วิมัลติมีเดียฯ ระบุ ปัจจุบันมีผู้ประกอบการร้านค้า แผงค้า ที่เช่าช่วงต่อจากบริษัทฯ ประมาณ 900 ราย การที่ กทม.ให้เหตุผล ในการไล่รื้อและยึดพื้นที่ เนื่องจากบริษัทฯ ยังค้างค่าเช่าพื้นที่ 5 เดือน 3.8 ล้านบาท ซึ่งบริษัทฯ ไม่ได้ค้างค่าเช่า แต่ที่ผ่านมารอความชัดเจนในการต่อสสัญญาเช่าจาก กทม.


ข้อคิดเห็น
-กองอำนวยการตลาดนัด กทม.และกองประชาสัมพันธ์ ชี้แจงการบริหารจัดการตลาดนัดกลางคืน "เจเจกรีน" โดยยืนยันไม่มีการยกเลิกสัญญาจากผู้ค้ารายเดิม

 

7.ตรวจสอบปริมาณฝุ่นละอองแนวรถไฟฟ้า
2 ฉบับ ข่าวสด, เดลินิวส์
รายละเอียด
-นางสุวรรณา จุ่งรุ่งเรือง ผอ.สสล. กล่าวว่า สสล.ได้ตรวจวัดปริมาณฝุ่นละอองในบรรยากาศ บริเวณที่มีการก่อสร้างรถไฟฟ้า 5 จุด ได้แก่ (1) แนวก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดง บางซื่อ-รังสิต ถนนช่างอากาศอุทิศ เขตดอนเมือง (2) รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน หัวลำโพง บางแค ด้านโรงพยาบาลพญาไท 3 ถนนเพชรเกษม (3) รถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน บางซื่อ-ตลิ่งชัน หน้าสถานีดับเพลิงบางอ้อ (4) รถไฟฟ้าสายสีเขียวอ่อน หมอชิต-คูคต หน้ากรมป่าไม้ ถนนพหลโยธิน และ(5) รถไฟฟ้าสายสีเขียวอ่อน หมอชิต-คูคต หน้ากรมการแพทย์ทหารอากาศ ถนนพหลโยธิน จากผลการตรวจวัดครั้งแรกในปีนี้พบว่า ฝุ่นละอองรวม (TSP) ไม่เกินค่ามาตรฐาน ตรวจวัดได้ในช่วงค่า 0.14-0.28 มิลลิกรัม/ลูกบาศก์เมตร โดยที่ค่ามาตรฐานไม่เกิน 0.33 มิลลิกรัม/ลูกบาศก์เมตร ทั้งนี้ กทม.ได้ขอความร่วมมือผู้รับเหมาเข้มงวดปิดคลุมพื้นที่ก่อสร้าง ส่วน ผู้ค้าริมบาทวิถีต้องร่วมกันทำความสะอาดพื้นที่เพื่อความสะอาดและความปลอดภัย


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การดำเนินมาตรการลดมลภาวะและฝุ่นละอองในอากาศ ด้วยการกวาดล้างถนนทุกสายอย่างจริงจัง และต่อเนื่อง เพื่อให้ถนนทุกสายในกรุงเทพฯ ปลอดฝุ่นละออง


ข้อคิดเห็น
-สำนักสิ่งแวดล้อม สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินมาตรการลดมลภาวะและฝุ่นละอองในอากาศ โดยเฉพาะบริเวณที่มีการก่อสร้างรถไฟฟ้า

 

9.กวดขันห้ามขี่ จยย.บนทางเท้า
1 ฉบับ ข่าวสด
รายละเอียด
-รายงานข่าว พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผว.กทม. สั่งการให้สำนักงานเขตกวดขันไม่ให้มีการจอด หรือขับขี่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือล้อเลื่อนบนทางเท้า โดยเคร่งครัด เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว สนท. ได้เสนอของบประมาณ 61 จำนวน 50,297,000 บาท จัดหารถยนต์พร้อมติดตั้งอุปกรณ์ยกรถจักรยานยนต์สำหรับใช้ในงานตรวจบังคับการให้กับสำนักงานเขตและกองใน สนท. จำนวน 53 คัน เพื่อจัดสรรให้เขต ทั้ง 50 เขต และ สนท. 3 คัน เนื่องจากไม่มีอุปกรณ์เครื่องมือยกรถจักรยานยนต์ออกจากทางเท้า

-จะเสนอของบฯ เพื่อจัดทำโครงการอบรมซักซ้อมความเข้าใจการบังคับการตรวจจับกรณีจอด หรือขับขี่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือล้อเลื่อน บนทางเท้า ขณะเดียวกัน สนท.ได้เสนอ ผว.กทม.พิจารณาลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหากรณีจอด หรือขับขี่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือล้อเลื่อน บนทางเท้า ให้มีอำนาจหน้าที่กำหนดแนวทางแก้ไขปัญหากรณีจอด หรือขับขี่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือล้อเลื่อน บนทางเท้า ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณา โดยมี พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รผว.กทม. เป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการ และ รป.กทม.ที่กำกับดูแล สนท. เป็นประธานคณะทำงาน

-นายสัจจะ คนตรง รผอ.สนท. กล่าวว่า สนท.ได้มีหนังสือเวียนแจ้งให้สำนักงานเขต 50 เขต กวดขัน โดยเน้นการประชาสัมพันธ์ ทั้งการจัดทำป้ายข้อความติดตั้งในจุดที่ประชาชนมองเห็นผู้ฝ่าฝืนกระทำผิดดังกล่าว มีโทษตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การกวดขันไม่ให้มีการจอด หรือขับขี่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือล้อเลื่อนบนทางเท้าในพื้นที่กรุงเทพฯ
ด้านลบ
-ที่ผ่านมามีประชาชนร้องเรียนมายังกทม.เป็นจำนวนมาก เนื่องจากได้รับความเดือดร้อนจากผู้ที่ขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้า


ข้อคิดเห็น
-สำนักเทศกิจ สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินมาตรการกวดขันไม่ให้มีการจอดหรือขับขี่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือล้อเลื่อนบนทางเท้า

 

10.เริ่มขุดล้อมต้นมะขามรอบสนามหลวง
1 ฉบับ ไทยรัฐ
รายละเอียด
-นางอภิวรรณ เนียมประเสริฐ ผอ.สำนักงานสวนสาธารณะ สสล. กล่าวว่า การดูแลต้นมะขามทั้งหมดในพื้นที่สนามหลวง เจ้าหน้าที่ได้ทาบกิ่งและปักชำกิ่งต้นมะขามใหม่ จำนวน 500 กิ่ง ส่วนหนึ่ง จะนำมาทาบกิ่งไว้บริเวณต้นเดิม และอีกส่วนหนึ่งจะนำไปทาบกิ่งต้นใหม่ที่สวนจตุจักร เพื่ออนุรักษ์พันธุ์ไว้ นอกจากนี้ โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เข้ามาตัดยอดต้นมะขามบริเวณท้องสนามหลวง เพื่อนำไปเสียบตอต้นใหม่ที่โครงการฯ สวนจิตรลดา จำนวน 1,000 กิ่ง เพื่อขยายพันธุ์และอนุรักษ์ต้นมะขามดั้งเดิม

-กรมศิลปากรได้ประสานสวนนงนุช จ.ชลบุรีมาช่วยดูแลเคลื่อนย้ายต้นมะขามออกจากพื้นที่คาดกลางเดือน ก.พ.นี้ จะเริ่มขุดล้อมและหมักรากไว้ ประมาณ 2 เดือน เพื่อให้ต้นมะขามได้รู้สึกตัวก่อนที่จะเคลื่อนย้ายออกไป ซึ่ง กทม. จะเป็นผู้ดูแลทุกขั้นตอนตั้งแต่การเคลื่อนย้ายจนถึงการนำกลับมาปลูกใหม่หลังเสร็จพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ซึ่งต้นมะขามทุกต้นจะมีเลขประจำตัว เพื่อง่ายต่อการนำกลับมาปลูกไว้ที่จุดเดิม


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การตรวจสอบและดูแลต้นมะขามรอบพื้นที่สนามหลวง รวมทั้งเตรียมการเคลื่อนย้ายต้นมะขาม เพื่อเตรียมพื้นที่จัดสร้างพระเมรุมาศ
ด้านลบ
-หากไม่มีการขุดล้อมเพื่อหมักรากไว้ เมื่อมีการเคลื่อนย้ายอาจทำให้ต้นมะขามเสียหายและตายได้


ข้อคิดเห็น
-สำนักสิ่งแวดล้อม สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การบริหารจัดการดูแลต้นมะขามรอบสนามหลวง

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

1. เจ้าหน้าที่เทศกิจยึดรถ จยย.จอดบนทางเท้า
www.facebook.com/VoiceTV21
https://www.facebook.com/Story.php?story_fbid=1056065206004848&id=131732549847&p=150&av=100001163212371
127 ความคิดเห็น

- ร้อยละ 69 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า กรณีในสื่อสังคมออนไลน์มีการส่งต่อภาพเจ้าหน้าที่เทศกิจยกรถจักรยานยนต์ที่จอดบนทางเท้าไปเก็บไว้ที่สำนักงานเขต ซึ่งดำเนินการตามภารกิจกวดขันไม่ให้มีการจอด หรือขับขี่รถยนต์ รถจักรยานยนต์และล้อเลื่อนบนทางเท้า นั้น เป็นเรื่องที่ควรดำเนินการมานานแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่เทศกิจต้องไม่เลือกปฏิบัติและกวดขันอย่างสม่ำเสมอ โดยดำเนินการให้ครบทุกเขต
- ร้อยละ 31 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ถูกจุด โดยในถนนที่มีทางเท้าขนาดใหญ่ หรือบริเวณหน้าตลาดและหน้าโรงเรียน ควรจัดพื้นที่จอดรถจักรยานยนต์ชั่วคราว

ข้อเสนอแนะ
สำนักเทศกิจ สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินการตามมาตรการกวดขันห้ามจอด หรือขับขี่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือล้อเลื่อนบนทางเท้า

 

2. จยย.รับจ้างทำร้ายผู้ใช้ทางเท้า
www.pantip.com
https://pantip.com/topic/36066282
106 ความคิดเห็น

- ร้อยละ 82 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า กรณีมีผู้ตั้งกระทู้ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างบนทางเท้าใช้หมวกนิรภัยฟาดศีรษะชาวต่างชาติที่ไม่หลบทางให้ เหตุเกิดบริเวณทางเท้าหน้าสวนเบญจกิติ เขตคลองเตย นั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องนำผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้ได้ ซึ่งปัญหาดังกล่าวเกิดจากความมักง่าย ไร้วินัย และขาดจิตสำนึก ขณะที่ผู้มีอำนาจไม่บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ทำให้มีการฝ่าฝืนกฎหมายจนกลายเป็นเรื่องปกติและเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ทางเท้าชำรุด
- ร้อยละ 18 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า ผู้บังคับใช้กฎหมายต้องกวดขันมาตรการห้ามจอด หรือขับขี่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือล้อเลื่อนบนทางเท้าอย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยบริเวณที่มีการฝ่าฝืนจำนวนมาก ควรนำเสาพลาสติกมากั้นไม่ให้รถจักรยานยนต์ขึ้นบนทางเท้าได้ รวมทั้งให้ประชาชนส่งภาพ หรือคลิปรถที่ฝ่าฝืน เพื่อเป็นหลักฐานและให้ส่วนแบ่งค่าปรับ

ข้อเสนอแนะ
สำนักเทศกิจ สำนักงานเขตคลองเตย และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การกวดขันจับปรับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้า รวมทั้งการจัดทำแท่งพลาสติกกั้นไม่ให้รถจักรยานยนต์ขึ้นบนทางเท้า

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

1.เสนอสภา กทม.อนุมัติงบโอนรถไฟฟ้าสายสีเขียว
4 ฉบับ ไทยโพสต์, ไทยรัฐ, มติชน, ผู้จัดการรายวัน 360°
รายละเอียด
-พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รผว.กทม. กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการว่า เบื้องต้นได้นำเรื่องเสนอของบประมาณในการดำเนินการใช้จ่ายโอนค่ากรรมสิทธิ์ที่ดิน 3,557 ล้านบาท ไปยังสภา กทม.แล้ว คาดจะได้ข้อสรุปในการประชุมสภา กทม. สมัยประชุมสามัญสมัยที่ 2 (ครั้งที่ 4) ในวันที่ 8 ก.พ.นี้ เนื่องจากเป็นงบประมาณจำนวนมาก หากสภา กทม.ไม่เห็นชอบต้องให้กระทรวงคมนาคม (คค.) พิจารณาแนวทางต่อไป ขณะเดียวกันหากสภา กทม.อนุมัติหลักการและงบประมาณแล้ว กทม.พร้อมจ่ายค่าโอนกรรมสิทธิ์

-นายมานิต เตชอภิโชค กรรมการ ผอ.บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (KT) กล่าวว่า ปัจจุบัน KT ได้เข้าพื้นที่เพื่อติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณ (ซิกแนลลิ่ง)แล้ว แต่ยังติดปัญหาการเข้าพื้นที่จึงยังไม่สามารถดำเนินการได้เต็มรูปแบบหากที่ประชุมสภา กทม.ในวันที่ 8 ก.พ.นี้ อนุมัติงบประมาณเพื่อจ่ายเป็นค่าโอนกรรมสิทธิ์ 3,557 ล้านบาทให้ รฟม. คาด KTสามารถดำเนินงานได้ตามแผนและพร้อมทำงาน อย่างมีประสิทธิภาพเต็มรูปแบบ โดยจะสามารถเปิดบริการเดินรถ 1 สถานี คือ สถานีสำโรง ได้ไม่เกินเดือน พ.ค.60

-นายสุธน อาณากุล รผอ.สจส. รักษาราชการแทนผอ.สจส ทำหนังสือถึง กค. คัดค้านการรับภาระทางการเงินบางรายการที่ไม่ควรนำมาพิจารณาเป็นภาระงบประมาณของ กทม.ในการรับโอนทรัพย์สินของโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวใต้ ได้แก่ (1) ค่าจ้างที่ปรึกษาตาม พ.ร.บ.การให้เอกชนร่วมลงทุนฯ 2556 (2) ค่าใช้จ่ายบุคลากรของ รฟม.เนื่องจาก รฟม.ได้รับงบประมาณในส่วนนี้อยู่แล้ว และ (3) ค่าภาษีบำรุงท้องที่

-นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คค. กล่าวว่า ทราบเรื่องที่ กทม.ไม่ยอมรับหนี้สินบางรายการแล้ว ซึ่งได้ให้คณะกรรมการประเมินมูลค่าหนี้สินฯ สรุปเรื่อง เพื่อเตรียมเสนอประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) ซึ่งจะประชุมในวันที่ 9 ก.พ.ทั้งนี้ ตามมติ คจร.ให้ รฟม.โอนรถไฟฟ้าสายสีเขียวให้ กทม.บริหารการเดินรถและมีการลงนาม MOU ร่วมกันแล้ว แต่หาก กทม.มีปัญหาไม่สามารถรับโอนได้ รฟม.สามารถเสนอขอเป็นผู้บริหารการเดินรถเองได้

-นายพีระพล ถาวรสุภเจริญ รองปลัดกระทรวง คค.กล่าวว่า ผู้แทน กทม.ได้ส่งหนังสือคัดค้านการรับหนี้บางรายการ ซึ่งได้ให้ รฟม.เตรียมรายละเอียดชี้แจงแล้ว ซึ่งมูลหนี้ที่ กทม.คัดค้านไม่ถึง 100 ล้านบาท และเป็นเรื่องที่ รฟม.ได้ทำงานให้ก่อนหน้าการโอนโครงการดังกล่าวเป็นหน้าที่ที่ผู้รับโอนต้องรับผิดชอบ อย่างไรก็ตาม หาก กทม.มีปัญหา หรือไม่ยอมรับโอนจะต้องชี้แจงเหตุผล เพื่อรายงานข้อเท็จจริงและความก้าวหน้าต่อ ที่ประชุม คจร.ต่อไป


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การเตรียมการบริหารจัดการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ
ด้านลบ
-กทม.ทำหนังสือคัดค้านการรับภาระทางการเงินในการโอนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวใต้ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ ในบางรายการที่ไม่ควรนำมาเป็นภาระงบประมาณของ กทม.ขณะที่ รฟม.ระบุ รฟม.ได้ทำงานให้ก่อนหน้าการโอนโครงการฯ จึงเป็นหน้าที่ของผู้รับโอนต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่าย


ข้อคิดเห็น
-สำนักการจราจรและขนส่ง บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด และกองประชาสัมพันธ์ชี้แจงแนวทางการรับโอนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ

 

2.สั่งทุกกลุ่มเขตเร่งแก้ปัญหาในพื้นที่
1 ฉบับ สยามรัฐ
รายละเอียด
-พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รผว.กทม. กล่าวในการประชุมคณะกรรมการประสานงานและติดตามนโยบายของ ผว.กทม. ประจำกลุ่มเขตกรุงเทพเหนือ 7 เขตว่า เขตต่างๆ ได้เตรียมแผนการทำงานไว้แล้ว อย่างไรก็ตาม ขอให้แต่ละเขตดำเนินการภารกิจแก้ปัญหาข้อร้องเรียน ปัญหาจราจร น้ำท่วมขัง เป็นลำดับแรก เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ให้ความสนใจและเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของ ผว.กทม. นอกจากนี้ให้ทุกเขตปรับสภาพแวดล้อมพื้นที่เสี่ยงป้องกันอาชญากรรม ติดกล้อง CCTV ในจุดที่เหมาะสม ขอคืนพื้นผิวจราจรจากการก่อสร้างบนถนนในส่วนที่ไม่จำเป็น ดำเนินการตามแผนยกเลิกจุดผ่อนผัน ป้องกันปราบปรามการขับขี่จักรยานยนต์บนทางเท้า และจัดทำโครงการ 1 กลุ่มเขต 1 นวัตกรรม โดยให้แต่ละกลุ่มเขตสำรวจปัญหาสภาพที่เกิดขึ้นของกลุ่มเขต จากนั้นทำโครงการและแผนงานแก้ไข โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมและนำเสนอคณะผู้บริหารพิจารณา

-นางวันทนีย์ วัฒนะ รป.กทม. กล่าวว่า ช่วงนี้เขตมีภารกิจสำคัญคือ การจัดเก็บภาษี จึงขอให้เร่งดำเนินการให้ถูกต้องครบถ้วนเพื่อแก้ปัญหาต่างๆ ให้สำเร็จและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การพัฒนาประสิทธิภาพการให้บริการประชาชนและแก้ไขปัญหาในพื้นที่ โดยการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกภาคส่วน


ข้อคิดเห็น
-สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่โดยประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการดำเนินการ

 

3.ย้ายต้นมะขามสนามหลวงหลังเสร็จพิธีแรกนาขวัญ
1 ฉบับ สำนักข่าวไทย
รายละเอียด
-นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รผว.กทม. กล่าวถึงแผนการย้ายต้นมะขาม 50 ต้น บริเวณทิศใต้ของสนามหลวงว่า ขณะนี้ได้ให้ทีมรุกขกรของสวนนงนุชที่มีความเชี่ยวชาญในการดูแลต้นไม้ลงพื้นที่เพื่อศึกษาวิธีการเคลื่อนย้ายต้นมะขาม 50 ต้น ไปพักไว้ที่สวนนงนุช จ.ชลบุรี จนกว่าจะเสร็จสิ้นพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช โดยทีมรุกขกรได้เริ่มเก็บเนื้อเยื่อของต้นมะขามที่เตรียมจะขนย้ายไปเก็บรักษาไว้ หากต้นเดิมมีปัญหาไม่สามารถนำกลับมาปลูกคืนที่สนามหลวงได้ จะนำต้นใหม่พันธุ์เดิมที่เพาะไว้มาปลูกทดแทน

-สำหรับแผนการขนย้ายจะใช้กำลังคนในการย้าย ทุกขั้นตอน คาดจะเริ่มย้ายต้นมะขามช่วงเดือน พ.ค.นี้ หลังวันพืชมงคล ซึ่งจะมีการจัดพิธีมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ บริเวณท้องสนามหลวง โดยพื้นที่ดังกล่าวมีต้นมะขามทั้งหมด 753 ต้น


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การเตรียมการเคลื่อนย้ายต้นมะขามบริเวณพื้นที่สนามหลวง ฝั่งทิศใต้ เพื่อเตรียมพื้นที่จัดสร้างพระเมรุมาศ


ข้อคิดเห็น
-สำนักสิ่งแวดล้อม สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์แผนการรื้อย้ายต้นมะขามบริเวณสนามหลวง เพื่อใช้พื้นที่ในการจัดสร้างพระเมรุมาศ

 

4.วางแผนรับมือการเปลี่ยนแปลงเมือง
1 ฉบับ เดลินิวส์
รายละเอียด
-นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รผว.กทม. กล่าวว่า ในเดือนก.พ.นี้ กทม.เตรียมประกาศแผนยุทธศาสตร์เตรียมความพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลง (Resilient Bangkok) เพื่อนำยุทธศาสตร์ไปดำเนินการตามแผนให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ภายใต้วิสัยทัศน์ “เมืองปลอดภัยน่าอยู่และยั่งยืนสำหรับทุกคน” แบ่งเป็นโครงการภายใต้ยุทธศาสตร์การยกระดับคุณภาพชีวิต 23 โครงการ ยุทธศาสตร์การลดความเสี่ยงและเพิ่มขีดความสามารถในการปรับตัว 26 โครงการ และยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่เข้มแข็งและมีศักยภาพในการแข่งขันจำนวน 9 โครงการ โดยแผนโครงการที่คัดเลือกนี้จะนำไปสู่การปฏิบัติต่อไป


ผลกระทบ
ด้านบวก
-กทม.ได้รับการคัดเลือกจากมูลนิธิร็อคกี้เฟลเลอร์ให้เป็นเมืองสมาชิกเครือข่ายของโครงการ 100 Resilient Cities (100RC) คือ เมืองที่ทั่วโลกต้องการให้มีความเข้มแข็ง มีเสถียรภาพพร้อมรับมือและจัดการกับการเปลี่ยนแปลงกับปัญหาที่มากขึ้นในศตวรรษที่ 21 ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคมและเศรษฐกิจ


ข้อคิดเห็น
- หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การนำยุทธศาสตร์เตรียมความพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงไปสู่การปฏิบัติ

 

5.เร่งรื้อย้ายบ้านรุกล้ำริมคลองลาดพร้าว
2 ฉบับ เดลินิวส์, ข่าวสด
รายละเอียด
-นายภัทรุตม์ ทรรทรานนท์ ป.กทม. กล่าวหลังประชุมแนวทางการปฏิบัติงานโครงการก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล.คลองลาดพร้าวร่วมกับ สนน.ว่า การก่อสร้างเขื่อนริมคลองลาดพร้าว กทม.เป็นผู้รับผิดชอบโครงการหลัก ซึ่งได้ว่าจ้างเอกชนก่อสร้างเขื่อนริมคลอง ระยะทางรวม 45.30 กิโลเมตร เป็นเงิน 1,645 ล้านบาท ตามแผนงานจะต้องดำเนินการเสร็จสิ้นในเดือน มิ.ย. 62 อย่างไรก็ตาม เป้าหมายการก่อสร้างของ กทม.ในเบื้องต้นคือ การตอกเสาเข็มทั้งหมดประมาณ 60,000 ต้นให้แล้วเสร็จในปี 60 โดยจะต้องรื้อย้ายบ้านเรือนรุกล้ำให้เสร็จสิ้นก่อนที่จะตอกเสาเข็ม จึงอาจต้องพิจารณาใช้กฎหมายประกาศคณะปฏิวัติ (ปว.) 44 เพื่อให้มีอำนาจรื้อย้ายชุมชนในความจำเป็นเร่งด่วน หากเป็นอุปสรรคให้การดำเนินการส่วนอื่นๆ ล่าช้า แต่ละเขตพื้นที่ต้องวางแนวทางการรื้อย้ายชุมชนร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) ให้เป็นไปตามแผนงานที่กำหนดโดยเร็วที่สุด


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในคูคลอง เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมพื้นที่กรุงเทพฯ
ด้านลบ
-การก่อสร้างเขื่อนริมคลองในปัจจุบันมีความคืบหน้าเพียงร้อยละ 10 ปัญหาหลักที่กระทบต่อการก่อสร้าง เนื่องจากริมคลองมีบ้านเรือนประชาชนรุกล้ำพื้นที่คลองจำนวนมาก ประชาชนบางส่วนไม่ยินยอมรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากพื้นที่คลอง
-แนวคลองลาดพร้าวมีชุมชนที่รุกล้ำแนวเขตคลองระยะทางยาวประมาณ 32.46 กิโลเมตร ซึ่งต้องรื้อย้ายออกทั้งสิ้น 43 ชุมชน รวม 7,314 ครัวเรือน ขณะนี้สามารถรื้อย้ายบ้านเรือนไปได้ 7 ชุมชน ส่วนชุมชนที่เหลืออยู่ระหว่างเจรจา


ข้อคิดเห็น
-สำนักการระบายน้ำ สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การเร่งรัดดำเนินการก่อสร้างเขื่อนคลองลาดพร้าว

 

6.นำรถดับเพลิงออกมาใช้งาน
1 ฉบับ เดลินิวส์
รายละเอียดฃ
-พ.ต.อ.พิชัย เกรียงวัฒนศิริ รป.กทม. กล่าวกรณีการนำรถดับเพลิง ชนิด 4x4 ที่ กทม. ซ่อมแซมและนำออกมาใช้โดยยังไม่มีการจดทะเบียนว่า รถดับเพลิงกลุ่มดังกล่าวเป็นรถที่ กทม.มอบหมายให้กองโรงงานช่างกล สนค.รับผิดชอบซ่อมแซม โดยใช้งบประมาณ 3 ล้านบาท ซึ่งซ่อมแซมเรียบร้อยและ กทม.ได้ทยอยนำออกมาใช้งานแล้วรวม 72 คัน กระจายไปยังสถานีดับเพลิงต่าง ๆ แต่สาเหตุที่ยังไม่ได้จดทะเบียนกับกรมขนส่งทางบก เนื่องจากสภาพรถต้องมีความพร้อมแต่รถบางคันยังต้องซ่อมแซม จึงยังนำไปจดทะเบียนไม่ได้ อย่างไรก็ตาม หากมีเหตุด่วนอุปกรณ์รถไม่เพียงพออาจพิจารณานำไปใช้งาน ซึ่งเป็นดุลพินิจของหัวหน้าสถานีและการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงต้องใช้งบประมาณส่วนตัว เพราะไม่สามารถเติมน้ำมันส่วนราชการได้

-สำหรับรถดับเพลิงขนาดใหญ่ที่เหลืออีก 100 คัน อยู่ระหว่างประกวดราคาหาผู้ดำเนินการซ่อมแต่ล่าช้าเนื่องจากเมื่อประกาศร่างประกวดราคา (TOR) แล้วมีการร้องเรียนจึงต้องปรับปรุงแก้ไขทั้งเรื่องวิธีการและราคา เมื่อได้ TOR ที่สมบูรณ์จะประกาศหาผู้รับจ้างซ่อมแซมต่อไป


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานด้านป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของ กทม.
ด้านลบ
-มีข่าว กทม.นำรถดับเพลิงชนิด 4x4 ออกมาใช้งานและอาจใช้วิธีการเติมน้ำมันด้วยการถ่ายเทจากรถคันอื่นซึ่งเป็นไปได้ยาก เนื่องจากระบบการเติมน้ำมันของรถดับเพลิงชุดนี้เป็นระบบปิดไม่สามารถถ่ายเทน้ำมัน จากรถได้ต้องเติมจากหัวปั๊มโดยตรง


ข้อคิดเห็น
-สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การเร่งรัดซ่อมแซมรถดับเพลิงชนิด 4x4 เพื่อนำไปจดทะเบียนกับกรมขนส่งทางบก

 

7.เตรียมจัดรูปที่ดินใกล้ BTS บางจาก
1 ฉบับ เดลินิวส์
รายละเอียด
-นายวันชัย ถนอมศักดิ์ ผอ.สผม. กล่าวว่า กทม.อยู่ระหว่างสำรวจพื้นที่ เพื่อจัดรูปที่ดินในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพฯ แก้ปัญหาที่ดินตาบอด และเพิ่มศักยภาพที่ดินนั้น ๆ จากการศึกษาแนวทางการจัดรูปที่ดินในพื้นที่ 6 เขต คือ พื้นที่เขตบางบอน เขตบางกอกใหญ่ เขตพระโขนง เขตลาดกระบัง เขตจอมทอง และเขตทุ่งครุ พบที่ดินที่มีศักยภาพในการพัฒนามากที่สุดคือ ที่ดินเขตพระโขนง ขนาด 55 ไร่ เนื่องจากที่ดินดังกล่าวอยู่ใกล้ระบบขนส่งมวลชนคือ รถไฟฟ้า BTS สถานีบางจาก ทั้งยังเป็นพื้นที่ใกล้สถานที่ราชการ และใกล้ถนนสุขุมวิท ซึ่งเป็นถนนสายหลักสภาพพื้นที่ปัจจุบันถูกทิ้งร้างรอการพัฒนา พื้นที่บางส่วนให้เช่าเพื่อทำการเกษตรและเป็นที่พัก ทั้งนี้ กทม.จะเร่งวางแนวทางการจัดรูปที่ดิน โดยอาศัยความร่วมมือจากเจ้าของที่ดินทุกแปลงในการทำความเข้าใจและมีข้อตกลงร่วมกันเพื่อให้การจัดรูปที่ดินสำเร็จและนำไปสู่การพัฒนาและใช้ประโยชน์ที่ดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การจัดรูปที่ดินจะช่วยแก้ปัญหาที่ดินตาบอดนำไปสู่การพัฒนาและใช้ประโยชน์ที่ดินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น


ข้อคิดเห็น
-สำนักผังเมือง สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การสำรวจพื้นที่ เพื่อจัดรูปที่ดินในพื้นที่กรุงเทพฯ

 

8.เดินหน้ารื้อป้อมมหากาฬตามแผน
3 ฉบับ แนวหน้า, ไทยโพสต์, สยามรัฐ
รายละเอียด
-รายงานข่าวความคืบหน้าการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างภายในพื้นที่ป้อมมหากาฬ ซึ่งตามแผน กทม.จะเข้ารื้อย้ายในวันที่ 1 ก.พ.60 กำหนดกรอบเวลาให้แล้วเสร็จในเดือน เม.ย.60 โดยยังมีบ้าน 37 หลัง และ 5 หลัง ที่บุกรุก ซึ่งต้องรื้อถอนทั้งหมด ที่ผ่านมา กทม.ได้เจรจาทำความเข้าใจมาโดยตลอดจนสิ้นสุดเดือน ม.ค.60 สนย. ได้แจ้งความคืบหน้าขณะนี้ฝ่ายทหารได้เข้าไปคุยกับชุมชน มีแนวโน้มชุมชนยินยอมให้เข้ารื้อถอนเพิ่มอีก 10 หลัง รวมทั้งให้ กทม.เข้าไปเก็บเศษวัสดุที่เหลือจากการรื้อถอน ซึ่งอยู่ระหว่างประสานนัดวันเวลาเข้าพื้นที่

-นายธวัชชัย วรมหาคุณ ประธานชุมชนป้อมมหากาฬ กล่าวว่า จากที่ชาวชุมชนทราบว่าจะมีการสนธิกำลังทหารและตำรวจเข้าร่วมกับ กทม. ในการเข้ารื้อถอนบ้านในชุมชนป้อมมหากาฬนั้น หากจะดำเนินการรื้อย้ายจริง ชุมชนยังคงยึดแนวทางการเจรจาเช่นเดิม


ผลกระทบ
ด้านบวก
-ป้อมมหากาฬเป็นพื้นที่ของชาติตามกฎหมาย กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานสำคัญของชาติ ซึ่ง กทม.เป็นผู้ดูแล บุคคลใดไม่สามารถเข้าไปครอบครองได้
ด้านลบ
-ประธานชุมชนป้อมมหากาฬ ระบุที่ผ่านมารัฐบาลพยายามหาทางออกร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคประชาชน อีกทั้งเครือข่ายได้เดินทางไปยื่นหนังสือขอให้จัดเวทีพูดคุยเพื่อหาทางออก 4 ครั้ง แต่ยังไม่ได้รับคำตอบจากรัฐบาล ทั้งที่ตัวแทนชุมชนมีข้อมูลที่ต้องการจะนำเสนอแก่คณะกรรมการอนุรักษ์และพัฒนากรุงรัตนโกสินทร์ แต่ยังไม่ได้รับโอกาส


ข้อคิดเห็น
-สำนักการโยธา สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การเตรียมการเข้ารื้อถอนสิ่งปลูกสร้างภายในพื้นที่ป้อมมหากาฬ

 

9.สำรวจจุดเสี่ยง – เพิ่มกล้อง CCTV ทั่วกรุงเทพฯ
4 ฉบับ มติชน, คม ชัด ลึก, แนวหน้า, สำนักข่าวแห่งชาติ
รายละเอียด
-พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รอง ผบช.น. กล่าวหลังประชุมคณะกรรมการตรวจสอบการใช้งานระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ว่า จากการสำรวจกล้อง CCTV ทั้งหมดในพื้นที่กรุงเทพฯ พบเป็นกล้องของตำรวจราว 3,000 ตัว กล้องของเอกชนที่หันหาพื้นที่สาธารณะอีก 10,000 ตัว และเป็นของ กทม. ประมาณ 50,000 ตัว ซึ่งตำรวจสามารถเชื่อมต่อและเข้าดูภาพได้ทันทีกว่า 13,000 ตัว ส่วนอีกราว 50,000 ตัว ตำรวจอยู่ระหว่างการหารือกับ กทม. เพื่อเชื่อมต่อระบบเข้าด้วยกัน เบื้องต้น กทม. ตอบรับนโยบายแล้ว อยู่ระหว่างพิจารณางบประมาณและเสนอสำนักนายกรัฐมนตรี คาดจะสามารถเชื่อมต่อระบบทั้งหมดและใช้งานได้จริงภายในเดือน มี.ค.นี้

-จากการสำรวจจุดเสี่ยงทั่วกรุงเทพฯ พบมีจุดเสี่ยงทั้งหมด 393 จุด ซึ่งต้องติดตั้งกล้อง CCTV เพิ่มเติม เช่น ถนนนวมินทร์ ถนนรามอินทรา เนื่องจากเป็นจุดที่มีสถิติการก่ออาชญากรรมการทุบกระจกรถและการลักขโมยสูง โดยในจำนวนนี้มีจุดเสี่ยงและเป็นภัยต่อความมั่นคงอีกกว่า 30 จุด กล้อง CCTV ที่จะติดตั้งเพิ่มเติมจะมีความละเอียดสูง บางจุดจะเป็นกล้อง อินฟราเรดมองเห็นในที่มืดสามารถจับภาพคนร้ายได้อย่างชัดเจน

ผลกระทบ
ด้านบวก
-การประสานความร่วมมือในการสำรวจจุดเสี่ยงล่อแหลมด้านอาชญากรรมในกรุงเทพฯ และติดตั้งกล้อง CCTV เพิ่มเติม เพื่อยกระดับการดูแลความปลอดภัยของประชาชนและความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ตลอดจนช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของประชาชน
ด้านลบ
-ที่ผ่านมาตำรวจไม่สามารถเข้าไปดูกล้อง CCTV ของ กทม. ได้ทันทีต้องทำเรื่องผ่าน กทม. ซึ่งใช้เวลานานกว่า 7 วัน ทำให้การติดตามจับกุมตัวคนร้ายล่าช้า


ข้อคิดเห็น
-สำนักการจราจรและขนส่ง และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ความคืบหน้าการเชื่อมต่อระบบกล้อง CCTV ของ กทม.กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

1. เลื่อนเปิดรถไฟฟ้าสายสีเขียว
www.facebook.com/NationChannelTV
https://www.facebook.com/NationChannelTV?fref=nf
60 ความคิดเห็น

- ร้อยละ 86 ของผู้แสดงความคิดเห็น ตั้งข้อสังเกตกรณีโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ ต้องเลื่อนเปิดให้บริการจากแผนเดิมในเดือน ธ.ค.59 ออกไป เนื่องจาก กทม. ยังไม่มีงบประมาณในการรับโอนนั้น ที่ผ่านมาในแต่ละปี กทม. ใช้งบประมาณในการดำเนินโครงการต่างๆ จำนวนมาก เหตุใดจึงไม่มีงบประมาณสำหรับการรับโอนโครงการดังกล่าว เพราะหากดำเนินการล่าช้าออกไปจะยิ่งสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนในการสัญจร
- ร้อยละ 14 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า ผู้บริหาร กทม. ควรเร่งรัดดำเนินโครงการดังกล่าว เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์โดยเร็ว

ข้อเสนอแนะ
สำนักการจราจรและขนส่ง และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ความคืบหน้าการรับโอนโครงการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ

 

2. ครม. เห็นชอบนำสายไฟลงดิน 3 พื้นที่
www.facebook.com/MatichonOnline
https://www.facebook.com/MatichonOnline
78 ความคิดเห็น

- ร้อยละ 62 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า กรณีคณะรัฐมนตรีเห็นชอบแผนงานเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดินเพิ่มเติมใน 3 พื้นที่ คือ โครงการปทุมวัน จิตรลดา พญาไท, พระราม 3 และโครงการนนทรี วงเงินลงทุน 9,088.8 ล้านบาทนั้น เป็นโครงการที่ใช้งบประมาณจำนวนมาก ทั้งที่การไฟฟ้านครหลวงและบริษัทเจ้าของสายสื่อสารควรเป็นผู้ลงทุนทั้งหมด อย่างไรก็ตาม รัฐบาลควรนำงบประมาณไปใช้ในโครงการที่มีประโยชน์กับประชาชนส่วนใหญ่มากกว่า
- ร้อยละ 38 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นด้วยกับโครงการดังกล่าว เพื่อปรับภูมิทัศน์ของบ้านเมืองให้เป็นระเบียบเรียบร้อยและสวยงาม ซึ่งควรจัดระเบียบสายสื่อสารไปในคราวเดียวกัน รวมทั้งมีมาตรการด้านความปลอดภัยและการซ่อมบำรุง

www.facebook.com/thairath
https://www.facebook.com/thairathFan
65 ความคิดเห็น

- ร้อยละ 59 ของผู้แสดงความคิดเห็น สนับสนุนโครงการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดินใน 3 พื้นที่ เพื่อความสวยงามของบ้านเมือง แต่ควรนำสายสื่อสารลงใต้ดินด้วย รวมทั้งควรมีระบบอื่นรองรับ อาทิ การระบายน้ำ การขุดเจาะผิวจราจร การบำรุงรักษา ฯลฯ
- ร้อยละ 41 ของผู้แสดงความคิดเห็น ตั้งข้อสังเกตโครงการดังกล่าวใช้งบประมาณสูงมากและมีการตรวจสอบความเหมาะสมของการใช้งบประมาณหรือไม่

ข้อเสนอแนะ
สำนักการโยธา และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การสนับสนุนการดำเนินการโครงการนำสายไฟฟ้าและสายสื่อสารลงใต้ดินในพื้นที่กรุงเทพฯ

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

1.“สู่โลกการเรียนรู้ศูนย์ศึกษาสิ่งแวดล้อมบางซื่อ”
5 ฉบับ ไทยโพสต์, New)108, สำนักข่าวแห่งชาติ, สำนักข่าวไทย, บ้านเมือง
รายละเอียด
-พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผว.กทม. เป็นประธาน เปิดงาน “สู่โลกการเรียนรู้ ณ ศูนย์การศึกษาและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมบางซื่อ” จากนั้นคณะผู้บริหาร กทม.เยี่ยมชมสวนพืชไม้น้ำ ห้องสมุดสิ่งแวดล้อมและนิทรรศการเพื่อการเรียนรู้ ของศูนย์การศึกษาและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมบางซื่อ และระบบบำบัดน้ำเสียใต้ดิน ซึ่งเป็นระบบบำบัดน้ำเสียใต้ดินแห่งแรกในประเทศไทยเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำเสียจากชุมชนและมลภาวะทางน้ำ โดยมีความสามารถในการบำบัดน้ำเสีย 120,000 ลบ.ม./วัน ให้บริการรวบรวมน้ำเสียจากชุมชนครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 20.70 ตร.กม.ในพื้นที่เขตบางซื่อ บางส่วนของเขตจตุจักร เขตดุสิต และเขตพญาไท เพื่อเข้าสู่โรงควบคุมคุณภาพน้ำใต้ดิน ก่อนปล่อยลงสู่คลองเปรมประชากร คลองบางเขน คลองบางซื่อ และสระน้ำในสวนวชิรเบญจทัศเพื่อช่วยปรับสภาพน้ำให้มีคุณภาพดีขึ้น

-งาน “สู่โลกการเรียนรู้ ณ ศูนย์การศึกษาและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมบางซื่อ” เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาและบูรณาการศูนย์การศึกษาและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมบางซื่อ และบริเวณใกล้เคียง คือ สวนวชิรเบญจทัศ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ และศูนย์กีฬาวชิรเบญจทัศ เพื่อให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ที่สำคัญของนักเรียน นักศึกษา ชุมชน และประชาชนโดย กทม.ได้จัดทำโครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมด้านสิ่งแวดล้อมกับสถานศึกษาในสังกัด กทม. นำนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นรุ่นละ 80 คน เข้าร่วมฐานกิจกรรมต่างๆ เพื่อเรียนรู้การจัดการคุณภาพน้ำ พร้อมปลูกฝังแนวคิดเรื่องการรักษ์สิ่งแวดล้อม


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การส่งเสริมการมีส่วนร่วมด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมกับสถานศึกษาในสังกัด กทม.


ข้อคิดเห็น
-สำนักการระบายน้ำ สำนักการศึกษา และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การจัดงาน “สู่โลกการเรียนรู้ณ ศูนย์การศึกษาและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมบางซื่อ”

 

2.สภา กทม.พิจารณางบรับโอนรถไฟฟ้าแบริ่ง-สมุทรปราการ
3 ฉบับ ไทยรัฐ, เดลินิวส์, โพสต์ทูเดย์
รายละเอียด
-ร.ต.ต.เกรียงศักดิ์ โลหะชาละ ประธานสภา กทม. กล่าวว่า การประชุมสภา กทม. สมัยประชุมสามัญ สมัยที่ 2 ในวันที่ 1 ก.พ.60 ที่ประชุมพิจารณาญัตติขอความเห็นชอบให้ กทม.จ่ายขาดเงินสะสม กทม. จำนวน 3,200 ล้านบาท เพื่อดำเนินการตามภารกิจและอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย เป็นการเร่งด่วน รวมทั้งญัตติร่างข้อบัญญัติ กทม. เรื่อง งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2560 (ฉบับที่...) อีกทั้งจะรายงานผลการดำเนินการและขอความเห็นชอบในหลักการการดำเนินการโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต และช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ พร้อมขอจัดสรรงบประมาณ

-นายมานิต เตชะอภิโชค กรรมการ ผอ.บริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด (KT) กล่าวถึงการเดินรถไฟฟ้าจากสถานีแบริ่ง-สำโรง ซึ่งตั้งเป้าหมายเปิดบริการ เดินรถสถานีสำโรงภายในเดือน มี.ค.60 ว่า ไม่สามารถเปิดเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยาย 1 สถานีได้ทันตามกำหนด เนื่องจากงานติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณล่าช้ากว่าแผน สาเหตุจากผู้รับจ้างไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้เต็มที่ เชื่อว่าหากมีการส่งมอบพื้นที่แล้วเสร็จ รวมถึงเปิดให้ผู้รับจ้างเข้าทำงานได้เต็มกำลัง การติดตั้งระบบจะแล้วเสร็จตามแผนที่วางไว้

-นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ช่วยผู้ว่าการ รฟม.ในฐานะ ผอ.โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียวใต้ แบ่ริ่ง-สมุทรปราการ และสีเขียวเหนือ หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต กล่าวว่า การโอนสิทธิการบริหารการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวทั้ง 2 ช่วง ให้ กทม. ต้องรอผลการประชุมสภา กทม.ในวันที่ 1 ก.พ.นี้ ก่อนว่าจะเห็นชอบวงเงินลงทุนรวมทั้งหมด 2 ช่วงหรือไม่ เพื่อนำเงินมาจ่ายคืนค่าก่อสร้างให้ รฟม.หาก กทม. ไม่รับภาระหนี้ดังกล่าวจะเสนอบอร์ด รฟม. วันที่ 6 ก.พ.นี้ เพื่อหาทางออกในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดย รฟม.พร้อมบริหารการเดินรถเอง และเตรียมเสนอที่ประชุมคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) พิจารณาในวันที่ 9 ก.พ. ทั้งนี้ ค่าก่อสร้าง ค่าจัดกรรมสิทธิ์ และค่าธรรมเนียมต่าง ๆ กทม. จะต้องจ่ายให้ รฟม.เพื่อให้ได้สิทธิเข้าไปบริหาร การเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว ทั้ง 2 ช่วง ก่อนวันที่ 1 เม.ย. 60


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การบริหารจัดการเดินรถไฟฟ้า BTS ส่วนต่อขยายสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ และช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต


ข้อคิดเห็น
-สำนักการจราจรและขนส่ง บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ความคืบหน้าการเตรียมความพร้อมรับโอนรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง- สมุทรปราการ และช่วงหมอชิต- สะพานใหม่-คูคต

 

3.เปิดศูนย์ส่งต่อผู้ป่วยติดเตียง
2 ฉบับ สยามรัฐ, เดลินิวส์
รายละเอียด
-นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รผว.กทม. กล่าวว่า กทม.ได้เปิดศูนย์ส่งต่อการพยาบาลต่อเนื่องที่บ้าน กทม. (BMA Home Ward Referral Center) ตั้งอยู่ที่กองการพยาบาลสาธารณสุข สนอ.ชั้น 6 อาคารสำนักงานเขตห้วยขวาง โดยเป็นศูนย์ส่งต่อผู้ป่วยที่ต้องได้รับการพยาบาลต่อเนื่องที่บ้าน ผ่านระบบส่งต่อที่ทันสมัยโดยกองการพยาบาลฯ เป็นศูนย์กลางประสานส่งต่อระหว่างโรงพยาบาลในเครือข่ายกับศูนย์บริการสาธารณสุข กทม. ทั้ง 68 แห่ง เพื่อติดตามเยี่ยมและให้การพยาบาลต่อเนื่องที่บ้าน ในลักษณะดูแลผู้ป่วยที่บ้านดุจโรงพยาบาลในกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง 6 กลุ่ม


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การวางแผนสนับสนุนการพัฒนาแผนพยาบาลและระบบส่งต่อผู้ป่วยที่ต้องได้รับการพยาบาลต่อเนื่องที่บ้านของ กทม.


ข้อคิดเห็น
-สำนักอนามัย สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การเปิดศูนย์ส่งต่อการพยาบาลต่อเนื่องที่บ้านของ กทม.

 

4.เปิด “หอสมุดเมือง” 1 เม.ย.นี้
2 ฉบับ แนวหน้า, สยามรัฐ
รายละเอียด
-น.ส.ปราณี สัตยประกอบ รป.กทม. กล่าวถึงความคืบหน้าการก่อสร้างหอสมุดเมืองบริเวณแยกคอกวัว ถนนราชดำเนินว่าขณะนี้งานโครงสร้างและตกแต่งภายในเสร็จสมบูรณ์แล้ว อยู่ระหว่างดำเนินการทดสอบระบบ พร้อมจัดหนังสือเข้าชั้น จัดส่วนของนิทรรศการและกิจกรรม ตลอดจนระบบเทคโนโลยี โดยเชิญหน่วยงานและกลุ่มต่างๆ ทั้งสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย มูลนิธิหนังสือเด็ก มหาวิทยาลัยสถาบันการศึกษา มูลนิธิ ผู้พิการทางสายตา สถาบันศาสนา นักเขียนที่มีชื่อเสียง และบุคคลสำคัญของ กทม. ร่วมจัดสร้างหอสมุดเมืองให้มีความหลากหลายตอบสนองตรงความต้องการของคนกรุงเทพฯ ทุกกลุ่ม โดยจะเสร็จเรียบร้อยภายในเดือน มี.ค.60 และเปิดอย่างเต็มรูปแบบในวันที่ 1 เม.ย.60 ในช่วงแรกจะเปิดบริการเวลา 08.00-24.00 น.


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การดำเนินพันธกิจตามโครงการกรุงเทพเมืองหนังสือโลก
-การส่งเสริมการอ่านของประชาชน


ข้อคิดเห็น
-สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว และกองประชาสัมพันธ์ประชาสัมพันธ์การเปิดให้บริการหอสมุดเมืองในวันที่ 1 เม.ย.60

 

5.ผังเมืองภาคกรุงเทพฯ- ปริมณฑล
1 ฉบับ เดลินิวส์
รายละเอียด
-นายวันชัย ถนอมศักดิ์ ผอ.สผม. กล่าวว่า การวางผังเมืองภาคกรุงเทพฯ และปริมณฑล จะพิจารณาภาพรวม 6 จังหวัดคือ กรุงเทพฯ สมุทรปราการ สมุทรสาคร นนทบุรี นครปฐม และปทุมธานี โดยกำหนดร่วมกันให้สอดคล้องใน 4 ด้าน คือ (1) ผังการใช้ประโยชน์ที่ดิน (2) ผังคมนาคม (3) ผังสาธารณูปโภค และ(4) ผังด้านสิ่งแวดล้อมและพื้นที่สีเขียว โดยจะวางผังระบบการระบายน้ำให้เหมาะสมกับทุกพื้นที่ พร้อมดูแลพื้นที่สีเขียว ซึ่งผังดังกล่าวจะเป็นกรอบให้แต่ละจังหวัดพัฒนาพื้นที่ในทิศทางเดียวกัน ทั้งนี้ กทม.ได้ร่วมประชุมวางแนวทางเบื้องต้นกับจังหวัดปริมณฑลแล้วและอยู่ระหว่างวางผังเมืองอย่างเป็นรูปธรรม คาดจะแล้วเสร็จสิ้นและใช้งานได้ในปี 61


ผลกระทบ
ด้านบวก
-ปัจจุบันกรุงเทพฯ เป็นเมืองศูนย์กลางที่ประชาชนในจังหวัดปริมณฑลเข้ามาทำงานจำนวนมาก พื้นที่กรุงเทพฯ และจังหวัดข้างเคียงกลายเป็นพื้นที่ไร้รอยต่อ การรองรับการพัฒนาพื้นที่ให้เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ ลดปัญหาความขัดแย้งด้านการใช้ประโยชน์ที่ดิน จัดระบบคมนาคมขนส่งและโครงสร้างพื้นฐานให้สอดคล้องและเหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที่ จึงมีความจำเป็นอย่างมาก
ด้านลบ
-ที่ผ่านมาการวางผังเมืองรวมจะเป็นการวางผังในระดับจังหวัด โดยแต่ละจังหวัดจะวางผังเมืองตามยุทธศาสตร์ของจังหวัด ซึ่งไม่สอดคล้องกันและส่งผลต่อการพัฒนาพื้นที่


ข้อคิดเห็น
-สำนักผังเมือง และกองประชาสัมพันธ์ประชาสัมพันธ์การประสานความร่วมมือกับจังหวัดปริมณฑลในการวางผังเมืองภาคกรุงเทพฯ และปริมณฑล

 

6.กทม.เตรียมเข้าบริหารตลาดเจเจกรีน
1 ฉบับ เดลินิวส์
รายละเอียด
-นายศุภกร วีรสุวิภากร ผอ.กองอำนวยการตลาดนัด กทม. กล่าวถึงการบริหารจัดการตลาดนัดกลางคืน “เจเจกรีน” พื้นที่ 20 ไร่ ติดกับสวนจตุจักรว่า กทม.ได้เช่าพื้นที่ดังกล่าวของสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ และให้สิทธิบริษัท วีมัลติมีเดีย จำกัด เช่าพื้นที่ต่อ โดยบริษัทฯ ได้จัดทำเป็นตลาดนัดตอนกลางคืนต่อมาสัญญาที่ กทม. ทำกับสวนสมเด็จฯ และสัญญาที่ กทม. ให้บริษัทฯ เช่าพื้นที่สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 12 ส.ค.59 ระหว่างนั้นสวนสมเด็จฯ ได้ให้ กทม. เช่าพื้นที่ต่อไปจนถึงปี 61 โดยลงนามสัญญาไปเมื่อวันที่ 15 ธ.ค.59 แต่บริษัทฯ ไม่มีการติดต่อเพื่อดำเนินการให้แล้วเสร็จ ดังนั้น ตั้งแต่เดือน ก.พ. 60 เป็นต้นไป กทม.จะบริหารจัดการตลาดเจเจกรีน ยืนยันจะไม่ขึ้นค่าเช่าแผง หรือค่าจอดรถโดยผู้ค้ารายเดิม หรือรายใหม่ที่มีความประสงค์จะขายค้าในพื้นที่ให้ติดต่อลงทะเบียนได้ที่กองอำนวยการตลาดนัด กทม.ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การบริหารจัดการตลาดนัดของ กทม.


ข้อคิดเห็น
-กองอำนวยการตลาดนัด กทม. และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การเปิดจองพื้นที่ค้าขายในตลาดนัดกลางคืน “เจเจกรีน”

 

7.ศาลนัดไต่สวนพยานคดีสร้างลิฟต์คนพิการล่าช้า
1 ฉบับ กรุงเทพธุรกิจ
รายละเอียด
-นายธีรยุทธ สุคนธวิท ประธานภาคีเครือข่ายขนส่งมวลชนทุกคนต้องขึ้นได้ (T4A) กล่าวถึงการยื่นฟ้องศาลแพ่ง เพื่อเรียกร้องค่าเสียหาย กรณี กทม. และบมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (BTSC) จัดลิฟต์และสิ่งอำนวยความสะดวกล่าช้าว่า ขณะนี้ศาลได้รับเรื่องเรียบร้อยแล้ว โดยจะไต่สวนพยานหลักฐานในวันที่ 30 มี.ค.60 อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเรื่องนี้เป็นประเด็นสาธารณะ เพราะลิฟต์ขึ้นสถานีรถไฟฟ้าเป็นประโยชน์ต่อประชาชนทุกคน เครือข่ายฯ จึงเชิญชวนประชาชนเข้ามาสนับสนุนเรื่องนี้ เพื่อสะท้อนความรู้สึกของประชาชน เพื่อให้ทั้งสองหน่วยงานสร้างลิฟต์ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว โดยร่วมลงชื่อได้ทาง Facebook เพจ “ขนส่งมวลชน ทุกคนต้องขึ้นได้”


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การจัดสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกแก่ผู้พิการและผู้สูงอายุในกรุงเทพฯ
ด้านลบ
-เครือข่ายขนส่งมวลชนทุกคนต้อง เชิญชวนประชาชนร่วมเรียกร้องสิทธิด้วยการร่วมลงชื่อสนับสนุน เพื่อให้ กทม.และ BTSC เร่งรัดการก่อสร้างลิฟต์ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว


ข้อคิดเห็น
-สำนักการจราจรและขนส่ง บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การเร่งรัดก่อสร้างลิฟต์โดยสารสำหรับผู้พิการบนสถานีรถไฟฟ้า BTS

 

8.ตรวจสอบการใช้งานรถดับเพลิง
1 ฉบับ ข่าวสด
รายละเอียด
-รายงานข่าว กทม.ได้ทยอยนำรถดับเพลิง ชนิด 4x4 พร้อมเครื่องสูบน้ำชนิดหาบหาม ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่น L200 จำนวน 72 คัน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในกลุ่มรถดับเพลิงที่นำออกมาจากบริษัทเทพยนต์ อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี 176 คัน ที่กองโรงงานช่างกล สนค. ซ่อมบำรุง เพื่อเข้าประจำการ 35 สถานีดับเพลิงหลัก ในกรุงเทพฯ โดยนำรถออกมาล็อตแรก 35 คัน เมื่อวันที่ 30 ก.ย.58 และล็อตที่ 2 อีก 37 คัน เมื่อวันที่ 11 พ.ย.58 ใช้งานเรียบร้อยแล้ว แต่ไม่สามารถลงรายละเอียดการเบิกน้ำมันตามระเบียบของราชการได้ เนื่องจากรถดังกล่าวยังไม่มีป้ายทะเบียนที่ออกจากกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ขณะที่การซ่อมบำรุงรถดับเพลิงขนาดใหญ่อีก 105 คัน ที่นำออกมาพร้อมกันอยู่ระหว่างร่างประกวดราคา (TOR) ซึ่งยังไม่แล้วเสร็จ นอกจากนี้ ยังพบอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัยที่จัดซื้อในล็อตเดียวกัน ซึ่งจัดเก็บที่ท่าเรือกรุงเทพ คลองเตย ตั้งแต่ปี 49 มีอายุการใช้งาน 5 ปี ใช้การไม่ได้แล้ว

-นายณันทพงศ์ เชิดชู รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กล่าวว่า การนำรถที่ยังไม่จดทะเบียนไปใช้วิ่งบนท้องถนนเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและยังไม่ได้รับเรื่องขออนุญาตจดทะเบียนรถดับเพลิงของ กทม.แต่อย่างใด


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การพัฒนาประสิทธิภาพการปฏิบัติงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของ กทม.
ด้านลบ
-มีกระแสข่าวรถดับเพลิงชนิด 4x4 ที่นำออกมาใช้งานอาจใช้วิธีการเติมน้ำมันด้วยการถ่ายเทจากรถคันอื่นเพื่อวิ่งรถให้บริการไปก่อน
-การนำรถดับเพลิงดังกล่าวออกมาใช้อาจผิด พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 ตามมาตรา 6 ข้อหาใช้รถที่ยังไม่ได้จดทะเบียนมีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท


ข้อคิดเห็น
-สำนักป้องกันและบรรเทา สาธารณภัยและกองประชาสัมพันธ์ชี้แจงกรณีการนำรถดับเพลิงออกมาใช้งาน โดยที่ยังไม่ป้ายทะเบียน

 

9.27 ก.พ.ยกเสาเอก “พระเมรุมาศ”
10 ฉบับมติชน, ไทยรัฐ, เดลินิวส์, ข่าวสด, สยามรัฐ,แนวหน้า, คม ชัด ลึก, กรุงเทพธุรกิจ, ไทยโพสต์, สำนักข่าวไทย
รายละเอียด
-นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า กำหนดการพิธีบวงสรวงและยกเสาเอกในวันที่ 27 ก.พ.นี้ เวลา 10.01 น. ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างทำหนังสือถึงนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เกี่ยวกับรายละเอียดพิธีบวงสรวงและการยกเสาเอกดังกล่าว โดยจะเชิญพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธีดังกล่าว จากนั้นจะเชิญผู้เกี่ยวข้องกับการดำเนินการจัดสร้างพระเมรุมาศทุกภาคส่วนเข้าร่วมพิธีต่อไป


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การเตรียมการจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศและบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช


ข้อคิดเห็น
-หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การสนับสนุนการจัดสร้างพระเมรุมาศ

 

 

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

1. สร้างสวนสาธารณะ-เพิ่มพื้นที่สีเขียว
www.facebook.com/Prachachat
https://www.facebook.com/PrachachatOnline
16 ความคิดเห็น

- ร้อยละ 57 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า กรณี กทม. จัดสร้างสวนพระยาภิรมย์ เขตมีนบุรี เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวในกรุงเทพฯ นั้น เป็นเรื่องที่ดีเพื่อให้ประชาชนมีสถานที่ออกกำลังกายเพิ่มขึ้น และขอให้เพิ่มสวนสาธารณะในพื้นที่ชั้นในด้วย
- ร้อยละ 43 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า นอกจากการเพิ่มสวนสาธารณะแล้ว ขอให้ กทม. ดูแลบำรุงรักษาต้นไม้บนทางเท้าและบริเวณ เกาะกลางถนน โดยไม่ตัดกิ่งจนเหลือแต่ตอ เพื่อให้เป็นร่มเงาของผู้ที่สัญจรไปมา

ข้อเสนอแนะ
สำนักสิ่งแวดล้อม สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในพื้นที่กรุงเทพฯ

 

2. แนะทำทางม้าลายแบบไม่มีเกาะกลาง
www.facebook.com/JapanPespective
https://www.facebook.com/JapanPespective
35 ความคิดเห็น

- ร้อยละ 52 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า กรณีในสื่อสังคมออนไลน์มีการตั้งข้อสังเกตการทำทางม้าลายให้เป็นระดับเดียวกัน โดยไม่มีเกาะกลางถนนกีดขวาง นั้น อาจไม่เหมาะสมกับพฤติกรรมการใช้รถใช้ถนนของคนไทย เพราะยังขาดจิตสำนึกและวินัยจราจร โดยอาจใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นที่กลับรถ รวมถึงยังไม่ปลอดภัยสำหรับประชาชนในการยืนรอตรงเส้นแบ่งในถนนที่มีขนาดเล็ก
- ร้อยละ 48 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า ในประเทศญี่ปุ่นมีการทำทางม้าลายที่เป็นระดับเดียวกัน โดยตัดผ่านเกาะกลางถนน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการก้าวขึ้น-ลง โดยเฉพาะผู้พิการ ผู้สูงอายุ และผู้ที่ใช้วีลแชร์ ประเทศไทยจึงควรทำทางม้าลายในรูปแบบดังกล่าว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยมีการออกกฎระเบียบให้ชัดเจนไม่ให้รถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์ใช้เป็นที่กลับรถ

ข้อเสนอแนะ
สำนักการจราจรและขนส่ง และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การพิจารณาแนวทางการทำทางม้าลายให้มีระดับเดียวกับถนน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้สูงอายุและผู้พิการ

 

3. ตั้งป้ายโฆษณา-ตู้โทรศัพท์กีดขวางทางเดิน
www.facebook.com/เฮ้ยนี่มันฟุตบาทไทยแลนด์
https://www.facebook.com/thailandfootpath
18 ความคิดเห็น

- ร้อยละ 100 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า ขณะที่ทางเท้าในหลายพื้นที่ อาทิ ถนนสาทร ถนนพัฒนาการ บริเวณฝั่งตรงข้ามสำนักงานเขตสวนหลวง มีการตั้งป้ายโฆษณาและตู้โทรศัพท์ กีดขวางทางสัญจรของประชาชน เหตุใด กทม. จึงปล่อยให้มีการติดตั้งในลักษณะดังกล่าว

ข้อเสนอแนะ
สำนักเทศกิจ สำนักการจราจรและขนส่ง สำนักงานเขตบางรัก สำนักงานเขตสวนหลวง และกองประชาสัมพันธ์ ชี้แจงการตรวจสอบและแก้ปัญหาการติดตั้งป้ายโฆษณาและตู้โทรศัพท์กีดขวางทางเท้า

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

1. Big Cleaning รอบศาลาว่าการ กทม.
1 ฉบับ ข่าวสด
รายละเอียด
- พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผว.กทม. กล่าวเปิดกิจกรรม "Big Cleaning Day @ City Hall ศาลาว่าการ กทม. สวย สะอาด ด้วยพลังรวมใจ" โดยคณะผู้บริหารข้าราชการ กทม. เจ้าของอาคาร ผู้ประกอบการ ประชาชน นักเรียน และจิตอาสาบริเวณโดยรอบร่วมกันฉีดล้างทำความสะอาดลานคนเมืองว่า กทม. ได้กำหนดนโยบายสะอาด (Clean) ซึ่งเป็นนโยบายที่ต้องดำเนินการทันที ตามนโยบาย "ผลักดันทันใจ แก้ไขทันที Now" เพื่อกระตุ้นการร่วมกันดูแลรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง
- จากนั้น ผว.กทม. ประธานสภา กทม. ป.กทม. และคณะผู้บริหาร ได้ร่วมกันปลูกต้นรวงผึ้งหน้าอาคารศาลาว่าการ กทม. เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

ผลกระทบ
ด้านบวก
- การจัดกิจกรรมทำความสะอาดเมือง ตามนโยบายสะอาดของ ผว.กทม. โดยประสานความร่วมมือจากทุกหน่วยงาน

ข้อคิดเห็น
- สำนักสิ่งแวดล้อม สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรมทำความสะอาดเมืองทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ

 

2. เปิดสวนพระยาภิรมย์ย่านมีนบุรี
4 ฉบับ ไทยโพสต์, เดลินิวส์, มติชน, แนวหน้า
รายละเอียด
- พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผว.กทม.กล่าวเปิด "สวนพระยาภิรมย์" เขตมีนบุรีว่า สวนพระยาภิรมย์เป็นสวนสุขภาพสำหรับประชาชนมีนบุรีและพื้นที่ฝั่งกรุงเทพฯ ตะวันออก โดยสวนแห่งนี้จัดสร้างขึ้นบนพื้นที่ 10 ไร่ 3 งาน 27 ตารางวา เดิมเป็นพื้นที่รกร้าง มีน้ำท่วมขัง ประชาชนไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ สสล.จึงได้สร้างสวนในรูปแบบสวนสาธารณะระดับหมู่บ้าน ประกอบด้วย ลานกิจกรรม ลานสวนสุขภาพ ศาลาพักผ่อน สนามหญ้า สนามเด็กเล่น เส้นทางเดิน-วิ่ง ออกกำลังกาย
- การเปิดสวนพระยาภิรมย์จะทำให้ กทม.มีสวน สาธารณะเพิ่มเป็น 33 แห่ง ภายใต้เป้าหมายการเพิ่มพื้นที่สีเขียวอย่างต่อเนื่องให้เป็นไปตามแผนพัฒนากรุงเทพมหานครระยะ 20 ปี (พ.ศ.2556-2575) โดยต้องมีพื้นที่สีเขียวต่อประชากร 9 ตารางเมตร/คน นอกจากนี้ กทม.ยังขอให้ทุกภาคส่วนร่วมกันเพิ่มพื้นที่สีเขียว โดยการปลูกต้นไม้คนละ 1 ต้น ภายในบริเวณบ้าน หรือพื้นที่ว่าง ซึ่งความร่วมมืออย่างจริงจังจะทำให้กรุงเทพฯ แวดล้อมไปด้วยพื้นที่สีเขียว เป็นเมืองแห่งสิ่งแวดล้อมที่ดีที่ทุกคนสามารถสัมผัสธรรมชาติ ได้อย่างแท้จริง

ผลกระทบ
ด้านบวก
- จากการที่ กทม.ดำเนินการเพิ่มพื้นที่สีเขียวอย่างต่อเนื่อง ทำให้ขณะนี้กรุงเทพฯ เพิ่มพื้นที่สีเขียวได้ 21,875 ไร่ คิดเป็นสัดส่วนต่อประชากร 6.14 ตารางเมตร/คน เพื่อตอบสนองความต้องการการพักผ่อนของประชาชนในทุกมุมเมือง
- การดำเนินการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ตามนโยบายการดูแลคุณภาพชีวิตประชาชน อันเป็น 1 ใน 19 ภารกิจ ผลักดันทันทีคือ การปลูกป่าในใจคนตามศาสตร์พระราชา
ด้านลบ
- ปัจจุบันพื้นที่ส่วนใหญ่ถูกจับจองเพื่อพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัยและศูนย์การค้าจำนวนมาก แต่พื้นที่สีเขียวยังไม่เพียงพอกับจำนวนประชากรที่นับวันจะเพิ่มขึ้น

ข้อคิดเห็น
- สำนักสิ่งแวดล้อม สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในพื้นที่กรุงเทพฯ

 

3. จ่าย "เงินพิเศษ" พนักงานกวาดเสียชีวิตขณะปฏิบัติงาน
6 ฉบับ เดลินิวส์, ข่าวสด, ไทยโพสต์, มติชน, ไทยรัฐ, สำนักข่าวไทย
รายละเอียด
- พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผว.กทม. กล่าวว่า จากกรณีเกิดอุบัติเหตุรถชนนางเถาวัน ธะนันไชย ลูกจ้างประจำตำแหน่งพนักงานกวาด เขตสายไหม จนทำให้เสียชีวิตเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 29 ม.ค.60 นั้น ได้มอบหมายให้ผู้เกี่ยวข้องประสาน สน.ท้องที่เร่งนำ ผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี ส่วน กทม.จะดูแลเยียวยาผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นลูกจ้างประจำของ กทม. จากการคำนวณสิทธิประโยชน์เบื้องต้นผู้เสียชีวิตจะได้รับเงินช่วยเหลือจากทางราชการประมาณ 1.6 ล้านบาท และได้กำชับให้พิจารณาสิทธิประโยชน์ที่พึงได้รับอย่างครบถ้วนต่อไป นอกจากนี้ จะเจรจากับผู้ก่อเหตุถึงการช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วย
- นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รผว.กทม. กล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของนางเถาวัน และขอให้พนักงานทำความสะอาด พนักงานกวาดขยะ พนักงานตัดแต่งต้นไม้ และพนักงานรดน้ำต้นไม้ เพิ่มความระมัดระวัง โดยสวมเสื้อสะท้อนแสงทุกครั้งที่ปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะช่วงเช้ามืดที่แสงสว่างยังมีไม่มาก ควรปฏิบัติหน้าที่ในแหล่งที่มีผู้คนพลุกพล่านก่อนและรอจนมีแสงสว่างชัดเจน จึงค่อยย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ในจุดที่ไม่ค่อยมีแสงสว่าง
- นายภัทรุตม์ ทรรทรานนท์ ป.กทม. กล่าวว่า กทม.จะให้การดูแลตามสิทธิอย่างเต็มที่และผู้บริหาร กทม.ได้เน้นย้ำให้ทุกฝ่ายระมัดระวังความปลอดภัยในการทำงาน อย่างไรก็ตาม พนักงานที่ปฏิบัติงานมีความ สุ่มเสี่ยง อาจต้องมีการทบทวนรายละเอียดเรื่องเบี้ยเสี่ยงภัยเพิ่มขึ้น
- น.ส.ตรีดาว อภัยวงศ์ โฆษกของ กทม. กล่าวว่า ที่ประชุมคณะผู้บริหาร กทม.ได้พิจารณาเรื่องการดูแลสิทธิประโยชน์ข้าราชการและบุคลากร กทม. ซึ่งเสียชีวิตในขณะปฏิบัติหน้าที่ สำหรับกรณี ผอ.เขตพระนครที่เสียชีวิตระหว่างการนำข้าราชการออกกำลังกายนั้น ผว.กทม.ได้สั่งการให้พิจารณาเป็นกรณีพิเศษเป็นรายบุคคล ขณะนี้ได้เสนอขอเลื่อนขั้นเงินเดือนไปยังสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อได้รับอนุมัติแล้วจะนำขั้นเงินเดือนมาคำนวณ เพื่อมอบเงินช่วยเหลือจากทางราชการให้ครอบครัวของ ผอ.เขตพระนคร ส่วนนางเถาวัน ธะนันไชย ลูกจ้างประจำตำแหน่งพนักงานกวาดเขตสายไหมนั้น ผว.กทม. ได้กำชับให้พิจารณาเลื่อนขั้นเป็นกรณีพิเศษเนื่องจากเป็นการเสียชีวิตในขณะปฏิบัติหน้าที่เช่นกัน

ผลกระทบ
ด้านบวก
- การดูแลสิทธิประโยชน์ของข้าราชการและบุคลากร กทม. ที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่
- การเพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัยในการปฏิบัติงานที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ
ด้านลบ
- ที่ผ่านมามีอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับเจ้าหน้าที่ กทม.ที่ทำงานสุ่มเสี่ยงบ่อยครั้ง แต่ กทม. ยังไม่มีเบี้ยเสี่ยงภัยสำหรับเจ้าหน้าที่เหล่านี้

ข้อคิดเห็น
- สำนักสิ่งแวดล้อม สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การเพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัยเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ

 

4. ร.10 เสด็จเปิด "นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ"
4 ฉบับ กรุงเทพธุรกิจ, ไทยรัฐ, แนวหน้า, สำนักข่าวไทย
รายละเอียด
- พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รผว.กทม. กล่าวหลังประชุมร่วมกับกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) ถึงความคืบหน้าการสร้างนิทรรศการ "เย็นศิระ เพราะพระบริบาล" ว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร จะเสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานพิธีเปิดในวันที่ 9 ก.พ.60 เวลา 19.00 น. โดยขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อม และในวันที่ 7 ก.พ. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะมาตรวจความพร้อม โดยนิทรรศการจะเปิดไปจนถึงเดือน มิ.ย.นี้ จากนั้น จึงเคลื่อนตัวอาคารนิทรรศการไปยังด้านทิศเหนือ เพื่อไม่ให้บดบังภูมิทัศน์พระเมรุมาศ

ผลกระทบ
ด้านบวก
- การจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ "เย็นศิระ เพราะพระบริบาล"

ข้อคิดเห็น
- สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การเปิดนิทรรศการ “เย็นศิระเพราะพระบริบาล”ที่สนามหลวง

 

5. กทม.คุมเข้มห้ามรถจยย.วิ่งบนทางเท้า
3 ฉบับ ไทยโพสต์, เดลินิวส์, ข่าวสด
รายละเอียด
- น.ส.ตรีดาว อภัยวงศ์ โฆษกของ กทม. กล่าวหลังการประชุมคณะผู้บริหาร กทม.ว่า สนท.ได้รายงานความคืบหน้าการแก้ไขปัญหารถจักรยานยนต์ขับขี่ บนทางเท้า ซึ่ง ผว.กทม.สั่งการให้สำนักงานเขตกวดขันไม่ให้มีการจอด หรือขับขี่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือล้อเลื่อนบนทางเท้าอย่างเคร่งครัด โดยจัดชุดเจ้าหน้าที่เทศกิจออกปฏิบัติหน้าที่อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะช่วงเวลาชั่วโมงเร่งด่วน และถนนที่มีการจราจรหนาแน่น เช่น ถนนสุขุมวิท ถนนพระรามที่ 4 ถนนเพชรบุรี ถนนพหลโยธิน ถนนรัชดาภิเษก ถนนจรัญสนิทวงศ์
- พ.ต.อ.พิชัย เกรียงวัฒนศิริ รป.กทม. กล่าวว่า การจับปรับผู้กระทำความผิดกรณีขับขี่ หรือจอดรถยนต์ จักรยานยนต์ ล้อเลื่อนต่าง ๆ บนทางเท้า หากพบผู้กระทำความผิดพนักงานเจ้าหน้าที่ต้องนำผู้กระทำผิดไปดำเนินการจับปรับที่สำนักงานเขตพื้นที่นั้น ๆ แต่ในกรณีพบรถจอดบนทางเท้าโดยไม่พบเจ้าของรถ พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจในการเคลื่อนย้ายรถออกจากทางเท้าได้ทันที ซึ่ง กทม.ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เทศกิจเคลื่อนย้ายรถที่จอดกีดขวางทางเท้ามาไว้ที่สำนักงานเขตและดำเนินการจับปรับเจ้าของผู้ครอบครองรถ ส่วนรถยนต์ที่จอดกีดขวางบนทางเท้า กทม.ไม่มีอุปกรณ์ในการเคลื่อนย้ายรถยนต์ออกจากทางเท้าและไม่มีอำนาจ ในการบังคับล็อกล้อตามกฎหมาย ดังนั้น กทม.จะประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรเพื่อดำเนินการบังคับล็อกล้อ โดยอาศัยอำนาจเจ้าหน้าที่ตำรวจตามกฎหมายต่อไป

ผลกระทบ
ด้านบวก
- การกวดขันไม่ให้มีการจอด หรือขับขี่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือล้อเลื่อนบนทางเท้า ตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535
ด้านลบ
- ผลการจับกุมและดำเนินคดีผู้กระทำผิด ปี 59 มีผู้กระทำผิด 13,868 ราย ค่าปรับ 8,579,060 บาท

ข้อคิดเห็น
- สำนักเทศกิจ สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การรณรงค์กวดขันห้ามจอด หรือขับขี่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือล้อเลื่อนบนทางเท้า

 

6. เลื่อนเปิดเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว แบริ่ง-สำโรง
3 ฉบับ ไทยรัฐ, เดลินิวส์, สำนักข่าวไทย
รายละเอียด
- นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ช่วยผู้ว่าการ รฟม. ในฐานะ ผอ.โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย กล่าวว่า คณะกรรมการตรวจรับงานโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการได้ตรวจรับงานจากผู้รับเหมาก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ ทั้งโครงสร้างทางวิ่ง ระบบราง สถานี อาคารจอดรถแล้วจร และศูนย์ควบคุมการเดินรถ (เดปโป้) สำหรับการคืนผิวจราจรพื้นราบบนถนนสุขุมวิท ผู้รับเหมาจะทยอยคืนให้เป็นช่วงๆ ซึ่งจะเสร็จสิ้นในปี 60 คาดการปรับปรุงผิวจราจรจะแล้วเสร็จภายในเดือน เม.ย.61
- ส่วนการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ ขณะนี้อยู่ระหว่างรอความชัดเจนการรับโอนหนี้จาก กทม. ซึ่งต้องเสนอขออนุมัติจากสภา กทม. ทั้งนี้ คณะกรรมการกำกับฯ กำหนดกรอบเรื่องการโอนหนี้ต้องให้ได้ข้อยุติภายในวันที่ 31 ม.ค.60 อย่างไรก็ตาม ภายในต้นเดือน ก.พ.นี้ หาก กทม.ยังไม่มีความชัดเจน หรือยังไม่พร้อม รฟม.เตรียมแผนสำรอง โดยจะเสนอกระทรวงคมนาคม และคณะรัฐมนตรี พิจารณาขออนุมัติให้ รฟม.เดินรถเอง ส่วนแผนดำเนินการ รฟม.จะเจรจากับ บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (BTSC) โดยตรง เพื่อให้ทันเปิดบริการเดินรถตามแผนที่กำหนดไว้ภายในเดือน ธ.ค.61 พร้อมกันทั้ง 9 สถานี

ผลกระทบ
ด้านบวก
- การพัฒนาระบบขนส่งมวลชนทางราง เพื่อบรรเทาปัญหาจราจรติดขัดในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล
ด้านลบ
- กรณี กทม. จะกำหนดเปิดเดินรถ 1 สถานี ระยะทาง 1 กม. จากสถานีแบริ่ง-สถานีสำโรงในเดือน มี.ค. 60 นี้ จากที่ รฟม.หารือกับที่ปรึกษาแล้ว กทม.ไม่สามารถเปิดเดินรถได้เนื่องจากต้องมีเวลาทดสอบระบบเดินรถไฟฟ้า (test run) 3-6 เดือน หากเปิดเดินรถโดยยังไม่ผ่านการรับรองจะไม่ปลอดภัย

ข้อคิดเห็น
- สำนักการจราจรและขนส่ง และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ความคืบหน้าการรับโอนการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ

 

7. น้ำเจ้าพระยาเริ่มเค็ม-ส่งสัญญาณแล้ง
1 ฉบับ เดลินิวส์
รายละเอียด
- รายงานข่าวสถานการณ์ความเค็มของน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่กรุงเทพฯ ค่าความเค็มที่วัดได้จากจุดวัดน้ำตัวอย่าง 9 จุดของ กทม. พบเพิ่มสูงเกือบ ทุกจุด โดยค่าสูงเกิน 1.5 กรัมต่อลิตร (ppt.) จะมีผลต่อพืช ทั้งนี้ ผู้บริหาร กทม.ได้มอบหมายให้กลุ่มกรุงเทพตะวันออก ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งเร่งวางแผนแก้ไขปัญหาภัยแล้งและให้ความช่วยเหลือเกษตรกร รวมทั้งสำรวจพื้นที่รกร้างว่างเปล่า เพื่อทำแนวกันไฟ

ผลกระทบ
ด้านลบ
- ปกติประมาณเดือน เม.ย. จึงจะพบสถานการณ์น้ำเค็มหนักที่สุด แต่ในช่วงหลังสถานการณ์น้ำเค็มมักจะเริ่มขึ้นเร็วมาก เนื่องจากการปล่อยน้ำจากเขื่อนมาดันน้ำทะเลค่อนข้างน้อย เพราะปริมาณน้ำน้อย จึงทำให้ค่าความเค็มสูงมาก สถานการณ์ดังกล่าวทำให้เห็นถึงปัญหาภัยแล้งที่เริ่มเร็วขึ้นมากและ มีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ

ข้อคิดเห็น
- สำนักการระบายน้ำ สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่กรุงเทพฯ