• 0000000.png
  • 1111111.png
  • 2222222.png
  • 33333333.jpg
  • 44444444.png
  • addsetp1.png
  • addsetp2.png
  • addsetp11.png
  • addsetp12.png
  • addstep3.png
  • addstep4.png
  • addstep13.png
  • addstep14.png
  • bmaplans58.png
  • checkedlist.png
  • checkk_report.png
  • copy_kpibycheck.png
  • sed_summary1.png
  • sed_summary2.png

สรุปประเด็นข่าวเด่นประจำวันจากกองประชาสัมพันธ์ กทม.

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

1.ขอความร่วมมือเข้มงวดดูแลสัตว์เลี้ยง
3 ฉบับ เดลินิวส์, ข่าวสด, แนวหน้า
รายละเอียด-พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผว.กทม. กล่าวว่า ในช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในเดือน ต.ค.60 กทม.ได้รับมอบหมายในหลายภารกิจที่เกี่ยวข้อง ในส่วนของ สนอ.ได้ดำเนินการดูแลสุนัขและแมวจรจัดบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวังและสนามหลวง เพื่อให้พระราชพิธี ที่จัดขึ้นเป็นไปด้วยความเรียบร้อยสมพระเกียรติ โดยตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค. 59 เป็นต้นมา สำนักงานสัตวแพทย์สาธารณสุข สนอ.ร่วมกับสำนักงานเขตพระนคร ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจสุนัขและแมวจรจัดอย่างต่อเนื่อง และในช่วงใกล้พระราชพิธีจะจัดส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่บริเวณตรอก ซอกซอยที่ใกล้เคียงทุกวัน-กทม.ขอความร่วมมือประชาชนที่พักอาศัยอยู่ในบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง ท้องสนามหลวง ตลอดจนพื้นที่ในเส้นทางเสด็จฯ และใกล้เคียงดูแลสัตว์เลี้ยงของตนให้อยู่ภายในบริเวณบ้านเรือนอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย


ผลกระทบ
ด้านบวก
-ปัจจุบันพบสุนัขจรจัด 81 ตัว และแมวจรจัด 10 ตัว และได้จัดส่งไปดูแลต่อ ณ ศูนย์พักพิงสุนัขประเวศ สำหรับสุนัขและแมวที่มีเจ้าของมาแสดงตนได้ดำเนินการลงทะเบียนและทำประวัติเรียบร้อยแล้ว


ข้อคิดเห็น
-สำนักอนามัย สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินการดูแลสุนัขและแมวจรจัดบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวังและสนามหลวง

 

2.ผลักดัน รพ.กทม.สู่ไทยแลนด์ 4.0
1 ฉบับ ข่าวสด
รายละเอียด
-พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผว.กทม. กล่าวเปิดสัมมนาวิชาการประจำปี ครั้งที่ 15 ภายใต้แนวคิด "โรงพยาบาล กทม.ทันสมัย ก้าวไกล สู่ไทยแลนด์ 4.0 (Thailand 4.0 : Smart BMA Hospital)" ว่า กทม.ต้องการมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนนโยบายของประเทศให้สอดคล้องกับโมเดล Thailand 4.0 โดยเห็นความสำคัญของบทบาทด้านการแพทย์และสาธารณสุขในการให้บริการสุขอนามัยของคนเมือง การจัดสัมมนาครั้งนี้เป็นการเตรียมบุคลากร ด้านการแพทย์และสาธารณสุขให้มีความพร้อมสำหรับการปฏิบัติงานเพื่อก้าวเข้าสู่ยุค Thailand 4.0 นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านผลงานวิจัย งานวิชาการ และนวัตกรรม ซึ่งจะเป็นการยกระดับผลงานทางการแพทย์และสาธารณสุขให้มีคุณภาพมากขึ้น


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การพัฒนามาตรฐานการให้บริการของโรงพยาบาลและศูนย์บริการสาธารณสุขของ กทม.เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน


ข้อคิดเห็น
-สำนักการแพทย์ และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การพัฒนาบุคลากรสำนักการแพทย์และสาธารณสุขของ กทม.ให้มีความพร้อมในการปฏิบัติงานเพื่อก้าวเข้าสู่ยุค Thailand 4.0

 

3.ทดสอบอุโมงค์ระบายน้ำคลองบางซื่อ 25 ส.ค.นี้
3 ฉบับ ข่าวสด, เดลินิวส์, M2F
รายละเอียด-นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รผว.กทม. กล่าวหลังตรวจติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำใต้คลองบางซื่อ จากคลองลาดพร้าว-แม่น้ำเจ้าพระยาว่า ได้สั่งการให้ สนน.กำชับผู้รับจ้าง เพื่อเร่งรัดการก่อสร้างให้แล้วเสร็จโดยเร็ว รวมทั้งได้ให้คำแนะนำในการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคที่ส่งผล กระทบต่อโครงการ คาดการก่อสร้างจะแล้วเสร็จ สามารถเริ่มเดินเครื่องทดสอบระบบประมาณวันที่ 25 ส.ค.นี้ เพื่อทดสอบระบบการทำงานอย่างเต็มรูปแบบ


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การทดสอบระบบการทำงานโครงการอุโมงค์ระบายน้ำใต้คลองบางซื่อก่อนเปิดใช้งานอย่างเต็มรูปแบบ-การเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและแก้ไขปัญหาพื้นที่จุดอ่อนน้ำท่วมขังในกรุงเทพฯ


ข้อคิดเห็น
-สำนักการระบายน้ำ และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ความคืบหน้าโครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำใต้คลองบางซื่อ

 

4.ซ่อมแซมทางเดินริมน้ำ สวนสันติชัยปราการ
1 ฉบับ ไทยรัฐ
รายละเอียด-นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รผว.กทม. กล่าวกรณีชาวชุมชนบางลำพูร้องเรียนทางเดินเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่ช่วงสวนสันติชัยปราการ-บริเวณใต้สะพานปิ่นเกล้ามีสภาพชำรุดว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบโดยเร็วที่สุด พร้อมปรับปรุงทางเดิน ซ่อมแซมไฟฟ้าส่องสว่างที่ชำรุด กำหนดดำเนินการ ให้แล้วเสร็จภายใน 3 วัน เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวกในการสัญจร

ผลกระทบ
ด้านบวก
-การตรวจสอบและแก้ไขเหตุเดือดร้อน ของประชาชน
-ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใช้เส้นทางดังกล่าว

ด้านลบ
-ชาวชุมชนบางลำพูร้องเรียนทางเดินเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่ช่วงสวนสันติชัยปราการ-บริเวณใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าชำรุด อีกทั้งในช่วงกลางคืนจะเสี่ยงต่ออาชญากรรม


ข้อคิดเห็น
-สำนักการโยธา สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การตรวจสอบและปรับปรุงทางเดินเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาที่ชำรุด

 

5.แก้ปัญหาคอขวด BTS สะพานตากสิน
10 ฉบับ มติชน, เดลินิวส์, กรุงเทพธุรกิจ, บ้านเมือง Online, new 18 Online, สำนักข่าวไทย, สำนักข่าวแห่งชาติ,ผู้จัดการรายวัน 360, ข่าวหุ้น, โพสต์ทูเดย์
รายละเอียด
-นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม (คค.) กล่าวหลังประชุมการปรับปรุงสถานีรถไฟฟ้า BTS สถานีสะพานตากสิน (S 6) ร่วมกับ กทม. กรมทางหลวงชนบท และ บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (BTSC) ว่า ที่ประชุมได้ข้อสรุปที่จะไม่ยุบ หรือย้ายสถานีรถไฟฟ้า BTS สะพานตากสิน เพื่อแก้ไขปัญหาการจัดการจราจรเดินรถไฟฟ้า BTS สายสีลม ที่ติดปัญหาเดินรถช่องทางเดียว ในสถานีดังกล่าว แต่จะใช้วิธีเจาะช่องผิวจราจรบนสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ด้านใน 2 ฝั่ง กว้าง 1.80 เมตร (ม.) ยาวประมาณ 10 ม. จำนวน 6 ช่อง เพื่อขยายสถานีรถไฟฟ้าให้สามารถเดินรถทางคู่ได้ และเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อผู้ใช้รถบนสะพาน จึงจำเป็นต้องสร้างพื้นสะพานด้านปีกนอก ทั้ง 2 ฝั่งทดแทนกว้าง 1.80 ม. ยาว 230 ม. เพื่อให้เพียงพอต่อระยะเบี่ยงแนวทางวิ่งของรถยนต์บนสะพาน โดยได้ตกลงกับ กทม.จะดำเนินการ ก่อสร้างพื้นสะพานทดแทนด้านปีกนอกทั้ง 2 ฝั่งให้เสร็จก่อน จึงจะขยายช่องทางวิ่งรถไฟฟ้าเป็นทางวิ่งคู่ พร้อมชานชาลาของรถไฟฟ้า

-คาดจะใช้เวลาศึกษาออกแบบ 5 เดือน และใช้เวลาก่อสร้าง 22 เดือน จึงจะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในเดือน ธ.ค. 62 โดยมีคณะกรรมการร่วมประกอบด้วย กทม. ทช. BTSC และ บช.น.ร่วมวางแผนดำเนินการ ไม่ให้กระทบต่อการเดินทางของประชาชน ยืนยันระหว่างการก่อสร้างประชาชนสามารถเดินทางโดยรถไฟฟ้า และรถยนต์ได้ตามปกติ

-มอบหมายให้กรมเจ้าท่าออกแบบท่าเรือตากสินให้เป็นสถานีเรือ เชื่อมต่อการเดินทางทั้งรถไฟฟ้ารถโดยสารประจำทาง และเรือให้สมบูรณ์แบบ รวมถึงให้ออกแบบสร้างทางเดินเชื่อมต่อเข้าสู่โรงแรมต่าง ๆ ในย่านนั้น และให้ ทช.เปิดพื้นที่เชิงพาณิชย์ด้านข้างสถานีรถไฟฟ้าบริเวณสวนสาธารณะ เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเดินทางของประชาชน

-นายวันชัย ถนอมศักดิ์ รป.กทม. กล่าวว่า กทม.และBTSC ต้องหารืองบประมาณปรับปรุงสถานีรถไฟฟ้า BTS สะพานตากสิน เบื้องต้นเห็นว่า BTSC ควรรับภาระลงทุนทั้งหมด เนื่องจากดำเนินการในส่วนของระบบรถไฟฟ้า นอกจากนี้ เตรียมหารือ ทช. ขอใช้พื้นที่บางส่วนบริเวณใต้สถานีมาพัฒนาเป็นร้านค้าจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มในรูปแบบฟู้ดสตรีท เพื่อให้บริการแก่นักท่องเที่ยว


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การแก้ปัญหาจราจรการเดินรถไฟฟ้า BTS สายสีลมที่มีปัญหาเดินรถทางเดียว ด้วยการปรับเปลี่ยนเป็นทางคู่และเพิ่มชานชาลารองรับการใช้งานได้อย่างปลอดภัย
-เมื่อการปรับปรุงเสร็จจะช่วยเพิ่มการความถี่ของการเดินรถไฟฟ้าสายสีลมให้ใกล้เคียงกับสายสุขุมวิท โดยผู้โดยสารไม่ต้องรอรถไฟฟ้านานเหมือนปัจจุบัน และจะไม่เกิดผลกระทบต่อการจราจรบนสะพาน

ด้านลบ
-ที่ผ่านมาการเดินรถไฟฟ้าที่สถานีรถไฟฟ้า BTS สะพานตากสิน ประสบปัญหาต้องรอสับหลีก เพื่อให้เชื่อมต่อการเดินทางกับส่วนต่อขยายในฝั่งธนบุรี ส่งผลให้ความถี่ในการเดินรถไฟฟ้าไม่เพียงพอ และไม่สอดคล้องกับความถี่ของสายสุขุมวิท ทำให้มีผู้โดยสายตกค้างที่สถานีสยาม


ข้อคิดเห็น
-สำนักการจราจรและขนส่ง บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การปรับปรุงสถานีรถไฟฟ้า BTS สถานีสะพาน ตากสิน

 

6.ฝ่าฝืนขับขี่ จยย.บนทางเท้า เทศกิจมีอำนาจยึดใบขับขี่
2 ฉบับ เดลินิวส์, M2F
รายละอียด
-นายวันชัย ถนอมศักดิ์ รป.กทม. กล่าวกรณีเจ้าหน้าที่เทศกิจดำเนินมาตรการจับปรับรถจักรยานยนต์ที่ขับขี่บนทางเท้าว่า เป็นการดำเนินการตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 โดยหากพบเห็นรถจักรยานยนต์ขับขี่ หรือจอดบนทางเท้า เจ้าหน้าที่เทศกิจจะยึดรถไปไว้ที่สำนักงานเขตพื้นที่เพื่อเปรียบเทียบปรับตามกฎหมาย โดยมีโทษปรับได้ไม่เกิน 5,000 บาท ซึ่งผู้กระทำความผิดสามารถจ่ายค่าปรับได้ที่สำนักงานเขตเท่านั้นเจ้าหน้าที่เทศกิจไม่สามารถเปรียบเทียบปรับ ณ จุดใดจุดหนึ่งได้ และการจ่ายค่าปรับความผิดกรณีขับขี่รถบนทางเท้า ผู้กระทำความผิดต้องได้ใบเสร็จทางราชการออกรับรองการจ่ายค่าปรับอย่างถูกต้อง

-กรณีประชาชนร้องเรียนเจ้าหน้าที่เทศกิจยึดใบขับขี่รถจักรยานยนต์ การยึดใบขับขี่กฎหมายไม่ได้ระบุให้เจ้าหน้าที่เทศกิจดำเนินการได้หรือไม่ แต่เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯเมื่อเจ้าหน้าที่เทศกิจพบผู้ขับขี่รถบนทางเท้า ซึ่งในขณะปฏิบัติหน้าที่ การยึดรถไปยังสำนักงานเขตในทันทีอาจเกิดความไม่สะดวก อีกทั้งอาจสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนที่ยังจำเป็นต้องใช้รถในขณะนั้น การดำเนินการยึดใบขับขี่จึงเป็นแนวทางผ่อนปรนวิธีปฏิบัติ โดยการยึดใบขับขี่แทนการยึดรถและจะออกหนังสือให้ผู้กระทำผิดไปจ่ายค่าปรับที่สำนักงานเขตและรับขอใบขับขี่ หรือบัตรประจำตัวประชาชนคืน แต่หากประชาชนไม่ไปจ่ายค่าปรับตามกฎหมาย กทม.จะแจ้งข้อมูลไปยังกรมขนส่งทางบก เพื่ออายัดการชำระภาษีและต่อทะเบียนประจำปีต่อไป

-นายมานิต อินทรพิมพ์ ผู้แทนกลุ่มผู้พิการที่ใช้วิลแชร์ และภาคีเครือข่ายขนส่งมวลชนทุกคนต้องขึ้นได้ ระบุกรณี กทม.ได้แก้ไขปัญหารถจักรยานยนต์วิ่งบนทางเท้า ด้วยการติดตั้งเสาเอสการ์ด พบทำให้ประชาชนไม่สามารถสัญจรได้อย่างสะดวก เช่น ผู้ใช้รถเข็นเด็ก วีลแชร์ ผู้พิการทางสายตา และผู้ที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์ ฯลฯ ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาปลายเหตุ และไม่ได้ศึกษาถึงผลกระทบต่อผู้ใช้


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การแก้ไขปัญหาการขับขี่ หรือจอดรถจักรยานยนต์ รถยนต์ หรือล้อเลื่อนบนทางเท้า


ข้อคิดเห็น
-สำนักเทศกิจ สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินการตามมาตรการแก้ไขปัญหาการขับขี่ หรือจอดรถยนต์ จักรยานยนต์ หรือล้อเลื่อนบนทางเท้าในพื้นที่กรุงเทพฯ

 

7.เดือน ก.ค.เก็บขยะ-ผักตบชวาในแหล่งน้ำได้ 1.5 แสนตัน
1 ฉบับ ไทยโพสต์
รายละเอียด
-นายสมพงษ์ เวียงแก้ว ผอ.สนน. กล่าวว่า เดือน ก.ค.60 หน่วยงาน กทม. ประกอบด้วย สนน. สสล. และสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต ได้ดำเนินการจัดเก็บขยะ ผักตบชวา และวัชพืชต่างๆ ในลำราง คู คลอง บึงรับน้ำและแม่น้ำ โดยจัดเก็บวัชพืชได้รวม 129,504 ตัน และขยะ 29,893 ตัน สำหรับผักตบชวาที่จัดเก็บได้ สสล.จะนำไปหมักทำปุ๋ยที่โรงขยะหนองแขม เพื่อแจกจ่ายให้ประชาชน บางส่วนจะนำไปให้สำนักงานเขตและ สพส.นำไปดำเนินการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่อไป


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การจัดกิจกรรมตามโครงการ "เราทำความดี ด้วยหัวใจ" เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 65 พรรษา 28 กรกฎาคม 2560
ด้านลบ
-กรุงเทพฯ จะได้รับผลกระทบจากปัญหาผักตบชวามากที่สุดในช่วงเดือน พ.ค.-ต.ค. เนื่องจากผักตบชวาจากจังหวัดที่อยู่เหนือกรุงเทพฯจะไหลผ่านแม่น้ำเจ้าพระยามารวมกันในกรุงเทพฯ จำนวนมาก


ข้อคิดเห็น
-สำนักการระบายน้ำ สำนักสิ่งแวดล้อม สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินการจัดเก็บขยะผักตบชวาและวัชพืชต่างๆในลำราง คู คลอง บึงรับน้ำและแม่น้ำ

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

1.เดินหน้าสร้างเขื่อนคลองลาดพร้าว
1 ฉบับ เดลินิวส์
รายละเอียด
- นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รผว.กทม. กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินโครงการก่อสร้างเขื่อนริมคลองลาดพร้าวที่ต้องรื้อย้ายบ้านบุกรุกทั้งหมด 6,541 หลังคาเรือน อยู่ในแนวก่อสร้างเขื่อน 3,720 หลังคาเรือน และอยู่นอกแนวเขื่อน 2,821 หลังคาเรือนว่า จากการสำรวจการรื้อย้ายบ้านบุกรุกริมคลองลาดพร้าวเกี่ยวเนื่องกับพื้นที่ 8 เขต ได้แก่ เขตลาดพร้าว ห้วยขวาง วังทองหลาง หลักสี่ บางเขน สายไหม จตุจักร และเขตดอนเมือง ขณะนี้พื้นที่เขตจตุจักรเป็นพื้นที่ที่การรื้อย้ายดำเนินการได้ล่าช้าที่สุด เนื่องจากมีกลุ่มต่อต้านแสดงความจำนงไม่ยินยอมเข้าร่วมโครงการรื้อย้ายจำนวนมาก ซึ่งได้เร่งให้สำนักงานเขตเร่งรัดทำความเข้าใจกับประชาชนและรื้อย้ายบ้านรุกล้ำที่อยู่ในแนวก่อสร้างเขื่อน 3,720 หลังคาเรือนออกก่อนทั้งหมด เพื่อให้ผู้รับเหมานำเครื่องจักรเข้าพื้นที่ เพื่อตอกเสาเข็มก่อสร้างเขื่อนได้ ตั้งเป้าหมายภายในปี 60 จะต้องรื้อย้ายบ้านในแนวเขื่อนออกได้ทั้งหมดและตอกเสาเข็มได้ตามกำหนด 60,000 ต้น แต่หากการก่อสร้างเขื่อนติดขัดบ้านเรือนประชาชนบ้านหลังใด ไม่ยอมรื้อย้ายต้องเริ่มบังคับใช้กฎหมายฟ้องร้องดำเนินคดีกับกลุ่มผู้บุกรุกต่อไป


ผลกระทบ
ด้านบวก
-ขณะนี้ กทม.ได้รื้อย้ายบ้านในแนวเขื่อนออกไปแล้ว 534 หลังคาเรือน และรื้อย้ายบ้านนอกแนวเขื่อนแล้วจำนวน 453 หลังคาเรือน สามารถดำเนินการก่อสร้างเขื่อนริมคลองลาดพร้าวโดยการตอกเสาเข็มแนวก่อสร้างไปได้ 12,005 ต้น ความยาวการก่อสร้างเขื่อนรวม 9,216 เมตร



ข้อคิดเห็น
-สำนักการระบายน้ำ สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การเร่งรัดรื้อย้ายบ้านเรือนที่บุกรุกริมคลองลาดพร้าว เพื่อดำเนินการก่อสร้างเขื่อนริมคลองลาดพร้าวให้เป็นไปตามแผน

 

2.เปิดสวน 100 ไร่ ธ.ค.นี้
1 ฉบับ เดลินิวส์
รายละเอียด
-นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รผว.กทม. กล่าวว่าปัจจุบัน กทม.มีพื้นที่สีเขียวในรูปแบบสวนสาธารณะ ที่ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ในการออกกำลังกายพักผ่อนหย่อนใจทั้งสิ้น 33 แห่ง พื้นที่รวม 2,983 ไร่ และพื้นที่ที่อยู่ระหว่างดำเนินการปรับปรุงเป็นสวนสาธารณะแห่งใหม่ให้แก่ประชาชนในขณะนี้คือสวนเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษาในพื้นที่เขตบางบอน โดย กทม. ได้เช่าพื้นที่จากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์บริเวณถนนพระราม 2 ซอย 82 รวมพื้นที่กว่า 100 ไร่ เพื่อก่อสร้างปรับปรุงเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ให้ประชาชนใช้ในการออกกำลังกายและพักผ่อนหย่อนใจแบบครบวงจร

-แนวคิดการออกแบบสวนสาธารณะดังกล่าวออกแบบเป็นสวน 9 เนินเดินตามรอยพ่อ ซึ่งเป็นการนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในโครงการต่าง ๆ มาออกแบบพื้นที่ ขณะนี้ กทม.อยู่ระหว่างการก่อสร้าง คาดจะเปิดใช้งานได้ภายในเดือน ธ.ค.60



ผลกระทบ
ด้านบวก
-การเพิ่มพื้นที่สีเขียวในกรุงเทพฯให้ประชาชนมีพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ

ด้านลบ
-องค์การอนามัยโลกกำหนดพื้นที่สีเขียวต่อสัดส่วนประชากรที่เหมาะสมคือ 9 ตารางเมตร/คน ตั้งเป้าหมายภายในปี 2575 แต่ปัจจุบัน กทม. มีสัดส่วนพื้นที่สีเขียวเพียง 6.14 ตารางเมตร/คน


ข้อคิดเห็น
-สำนักสิ่งแวดล้อม สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินการเพิ่มพื้นที่สีเขียวและสวนสาธารณะ ในกรุงเทพฯ

 

3.เดินหน้าโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา
3 ฉบับ ไทยโพสต์, เดลินิวส์, ข่าวสด
รายละเอียด
-นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รผว.กทม. กล่าวหลังลงพื้นที่ติดตามการรื้อย้ายบ้านที่ได้รับผลกระทบจากโครงการพัฒนาพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาว่า จากการลงพื้นที่ติดตามการรื้อย้ายบ้านเรือนที่รุกล้ำริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณชุมชนวัดเทวราชกุญชร เขตดุสิต ซึ่งมีบ้านเรือนรุกล้ำ 12 หลังคาเรือน โดยประชาชน 3 หลังคาเรือนจะเข้าร่วมโครงการบ้านเอื้ออาทร ส่วนประชาชนอีก 9 หลังคาเรือนจะย้ายกลับไปยังภูมิลำเนาเดิม การรื้อย้ายครั้งนี้ สนย. สำนักงานเขตดุสิต และประชาชนในชุมชนได้ร่วมมือกันการรื้อย้ายบ้านที่รุกล้ำ และ สนน.ให้การสนับสนุนเรือในการขนย้ายวัสดุอุปกรณ์และสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ

-ขณะนี้มีบ้านเรือนที่รุกล้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยาและ ได้รื้อย้ายออกไปแล้ว 63 หลัง ส่วนบ้านเรือนประชาชนในชุมชนที่เหลืออยู่ กทม.ได้ทำสัญญารื้อย้าย โดยร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนให้ความช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัย ซึ่งจะเร่งการรื้อย้ายส่วนที่เหลือให้แล้วเสร็จ คาดจะสามารถเริ่มโครงการพัฒนาพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาได้ประมาณเดือน ธ.ค. 60

-นายไทวุฒิ ขันแก้ว รผอ.สนย. กล่าวว่า กทม. เตรียมเปิดประกวดราคาโครงการพัฒนาพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา 3 ช่วง จากทั้งหมด 4 ช่วง ได้แก่ ช่วงที่ 1 ระยะทาง 7 กม. จากสะพานพระรามเจ็ด-คลองสามเสน ระยะดำเนินการ 540 วัน ช่วงที่ 3 ระยะทาง 7 กม. จากสะพานพระรามเจ็ด-คลองบางพลัด ระยะดำเนินการ 540 วัน และช่วงที่ 4 ระยะทาง 7 กม. จากคลองบางพลัด-สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า พื้นที่เขตบางพลัด ระยะดำเนินการ 540 วัน โดยทั้ง 3 โครงการเปิดรับฟังคำวิจารณ์ระหว่างวันที่ 9-16 ส.ค. 60

-ส่วนช่วงที่ 2 ระยะทาง 7 กม. จากคลองสามเสน-สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าในพื้นที่เขตดุสิตและเขตพระนคร อยู่ระหว่างดำเนินการ


ผลกระทบ
ด้านบวก
-ที่ผ่านมา กทม. โดย สนย. และ สำนักงานพื้นที่ ได้ลงพื้นที่พูดคุยกับประชาชนที่บ้านเรือนรุกล้ำริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อสร้างความเข้าใจและการมีส่วนร่วมในโครงการพัฒนาพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งประชาชนในชุมชนทั้ง 14 ชุมชน พร้อมให้ความร่วมมือและยินยอมที่จะรื้อย้ายออกไป

ด้านลบ
-จากการสำรวจพบมีชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการพัฒนาพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งหมด 14 ชุมชน 282 หลังคาเรือน เป็นบ้านเรือนประชาชน 273 หลังคาเรือน เป็นท่าเทียบเรือและโป๊ะ 9 แห่ง


ข้อคิดเห็น
- สำนักการโยธา สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ความคืบหน้าการดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่ ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในส่วนที่ กทม.รับผิดชอบ

 

4.ศึกษาตั้งกองทุนบำเหน็จบำนาญ ขรก.กทม.
1 ฉบับ ข่าวสด รายละเอียด
-นางวรรณวิไล พรหมลักขโณ รผว.กทม. กล่าวว่า หลังจาก สนค. เสนอเรื่องการจัดทำโครงการจ้างที่ปรึกษาศึกษาการจัดตั้งกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กทม. เข้าสู่ที่ประชุมคณะผู้บริหาร กทม.และมีมติเห็นชอบ แต่เนื่องจากเงินสมทบกองทุนบำเหน็จบำนาญฯ เกิดปัญหาขาดสภาพคล่อง ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2556 จึงมีผลให้ต้องแก้ไข พ.ร.บ.บำเหน็จบำนาญข้าราชการ กทม. พ.ศ. 2516 เพื่อให้ กทม. จัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมให้เพียงพอกับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงในปีนั้นได้

-การแก้ไข พ.ร.บ. ดังกล่าว สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ตั้งข้อสังเกตให้ กทม. เข้าสู่ระบบบำเหน็จบำนาญแบบกองทุนบำเหน็จบำนาญที่ประกอบด้วยเงินสมทบของรัฐและเงินสะสมของสมาชิกกองทุน เช่น กองทุนบำเหน็จฯ สนค.จึงนำเรื่องดังกล่าวเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะผู้บริหาร เพื่อขอความเห็นชอบในหลักการ เพื่อดำเนินโครงการจ้างที่ปรึกษาศึกษาการจัดตั้งกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กทม. และศึกษารูปแบบกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการต่อไป

ผลกระทบ
ด้านบวก
-การจัดตั้งกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กทม.ด้านลบ-ปัจจุบันมีข้าราชการบำนาญ 16,508 คนและจะเกษียณอายุราชการในปีงบประมาณ 60 จำนวน 753 คน รวมทั้งสิ้น 17,261 คน ซึ่งต้องใช้งบประมาณเบิกจ่ายในปีงบประมาณ 61 จำนวน 4,261 ล้านบาท และมีแนวโน้มการจ่ายเงินบำเหน็จบำนาญสูงขึ้นทุกปี จนกลาย เป็นภาระด้านงบประมาณในอนาคตและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคาดการณ์ในปี 62 จะต้องใช้งบประมาณจ่ายเงินบำเหน็จบำนาญ 4,720 ล้านบาท ใน ปี 63 จ่ายเงิน 5,220 ล้านบาท ปี 64 จ่ายเงิน 5,720 ล้านบาท และปี 65 จ่ายเงิน 6,220 ล้านบาท


ข้อคิดเห็น
-สำนักการคลัง และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินการจ้างที่ปรึกษาศึกษาการจัดตั้งกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กทม.

 

5.พัฒนาลานกีฬาทั่วกรุงเทพฯ
1 ฉบับ ข่าวสด
รายละเอียด
-นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รผว.กทม. กล่าวในการมอบรางวัลการประกวดลานกีฬาดีเด่นและยอดนักพัฒนาลานกีฬา กทม. ประจำปี 60 ว่า การทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกันเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน เกิดความเอื้ออาทรต่อกัน จึงต้องพัฒนา ปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพลานกีฬาที่มีอยู่ 1,100 แห่งอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านกายภาพ การบริหารจัดการ การจัดกิจกรรม และการส่งเสริมความร่วมมือสนับสนุนจากภาคส่วนต่างๆ เพื่อให้ลานกีฬา กทม.มีมาตรฐานสำหรับการออกกำลังกายและ เล่นกีฬาของประชาชน รวมทั้งเป็นสถานที่ของชุมชนในการจัดกิจกรรมในวันสำคัญต่างๆ


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การสนับสนุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานลานกีฬาของ กทม.


ข้อคิดเห็น
-สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การพัฒนาและปรับปรุงลานกีฬาของ กทม.

 

6.เตรียมซ่อมแซมป้อมมหากาฬ
1 ฉบับ ไทยรัฐ
รายละเอียด
-นายศักดิ์ชัย บุญมา รผอ.สผม. กล่าวว่า สผม.ได้เสนอขอจัดสรรงบประมาณประจำปี 61 เพื่อปรับปรุงซ่อมแซมป้อมมหากาฬและแนวกำแพงของป้อม ซึ่งได้ประสานกรมศิลปากร เพื่อหารือถึงรูปแบบการปรับปรุงซ่อมแซมป้อมมหากาฬ โดย กทม.จะใช้เทคนิคพิเศษในการซ่อมแซม เน้นให้วัสดุเดิมสามารถคงรูปอยู่ได้ เบื้องต้นกรมศิลป์ฯ เห็นชอบในหลักการที่ กทม.จะปรับปรุงแล้ว

-สผม.จะประสานสนย. ให้ตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงโครงสร้างอาคารชั้นเดียวของพระยาญาณประกาศ ซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังป้อมมหากาฬ ติดริมคลองโอ่งอ่าง สามารถปรับปรุงเพื่ออนุรักษ์ตามรูปแบบโครงสร้างเดิมได้หรือไม่ หากได้ข้อสรุป จะเสนอคณะผู้บริหารพิจารณาต่อไป

ผลกระทบ
ด้านบวก
-การปรับปรุงซ่อมแซมป้อมมหากาฬและแนวกำแพงป้อมให้มีความมั่นคงแข็งแรงและสวยงามด้านลบ
-ตั้งแต่ปี 25 ยังไม่ได้มีการปรับปรุงอย่างเต็มรูปแบบ มีเพียงการปรับปรุงเล็กน้อย และจากการตรวจสอบเบื้องต้น พบตามแนวกำแพงป้อม ปูนที่ฉาบกำแพงได้หลุดร่อนเกือบหมด มีการทรุดตัวของกำแพงและโครงสร้างป้อม บันไดทางขึ้นป้อม ทรุดโทรม

ข้อคิดเห็น
-สำนักผังเมือง สำนักการโยธา สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซมป้อมมหากาฬและ แนวกำแพงป้อม

 

7.ปรับแบบสกายวอล์ก “อุดมสุข”
2 ฉบับ มติชน, ไทยโพสต์
รายละเอียด
-รายงานข่าว กทม.มีแผนจะเปิดให้บริการทางเดินเชื่อม (Skywalk) ระหว่างสถานีรถไฟฟ้า BTS อุดมสุขกับสถานีบางนา โดยเป็นทางเดินกว้าง 4 เมตร ระยะทาง 1.7 กิโลเมตร ภายในเดือน ส.ค.-ก.ย.60 อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันการก่อสร้างบางจุดยังไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากกรมทางหลวงได้ทำหนังสือขอความร่วมมือมายัง กทม. ขอให้ปรับแก้แบบบริเวณที่มีการจัดระเบียบรถตู้ เพื่อไม่ให้กีดขวาง หรือเป็นอุปสรรคต่อประชาชนที่มาใช้บริการ โดยปรับให้มีความเหมาะสมกับจุดจอดรถตู้บริเวณใต้ทางด่วนบางนา เพื่อสร้างความสะดวกให้ประชาชนที่มาใช้บริการ ทำให้ต้องขยายระยะเวลาในการก่อสร้างออกไป ส่วนพื้นที่ที่ไม่เกี่ยวข้องยังก่อสร้างได้ตามปกติ ปัจจุบันในภาพรวมโครงการสามารถดำเนินการไปกว่าร้อยละ 70 คาดเปิดให้ประชาชนใช้บริการได้ก่อนปี 61

ผลกระทบ
ด้านบวก
-การเปิดใช้ทางเดินเชื่อม Skywalk ระหว่าง สถานีรถไฟฟ้า BTS อุดมสุขกับสถานีบางนา เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ ผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า BTS
ด้านลบ
-สาเหตุที่ต้องเลื่อนการใช้ทางเดินเชื่อม Skywalk ดังกล่าว เนื่องจาก กรมทางหลวงทำหนังสือขอให้ กทม.ปรับแบบก่อสร้าง เพื่อรองรับการจัดระเบียบรถตู้

ข้อคิดเห็น
-สำนักการจราจรและขนส่ง และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การปรับแก้ไขแบบทางเดินเชื่อม Skywalk สถานีรถไฟฟ้า BTS อุดมสุขกับสถานีบางนา

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
1.ผู้ค้าหน้าโลตัสปิ่นเกล้ารวมตัวตั้งแผงฝืนคำสั่ง กทม.
www.facebook.com/PPTVHD36
https://www.facebook.com/PPTVHD36/videos/1827929863891451/
65,000 views / 1,900 likes / 114 shares / 335 comments

-ร้อยละ 60 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า กรณีกลุ่มผู้ค้ารวมตัวตั้งแผงค้าหน้าห้างเทสโก้ โลตัส ปิ่นเกล้า ฝืนคำสั่งห้ามขายของ กทม. นั้น การกระทำดังกล่าวของผู้ค้าแสดงถึงความมักง่าย เห็นแก่ตัว เอาเปรียบสังคม และไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่ง กทม.ไม่ควรอนุโลม หรือผ่อนผันให้ผู้ค้าค้าขายในบริเวณดังกล่าว เนื่องจากเป็นที่สาธารณะและหากให้ขายได้ ผู้ค้าในพื้นที่อื่นที่ กทม.จัดระเบียบไปแล้ว อาจใช้เป็นข้ออ้างในการกลับมาค้าขายอีก ดังนั้น ผู้ค้าเหล่านี้ควรไปเช่าพื้นที่ค้าขายในตลาด ขณะที่ประชาชนต้องไม่ซื้อสินค้าจากผู้ค้าที่ค้าขายในที่สาธารณะ

-ร้อยละ 40 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า บริเวณดังกล่าวไม่ใช่ทางเท้า แต่เป็นที่สาธารณะ ซึ่ง กทม.ควรจัดระเบียบพื้นที่ให้ผู้ค้าตั้งแผงค้าที่ไม่กีดขวางทางเดิน หรือจัดหาสถานที่ค้าขายให้ผู้ค้าในจุดที่เหมาะสมและมีผู้สัญจรไปมา เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ผู้ที่ประกอบอาชีพสุจริต

ข้อเสนอแนะ
สำนักเทศกิจ สำนักงานเขตบางกอกน้อย และกองประชาสัมพันธ์ประชาสัมพันธ์การกวดขันจัดระเบียบทางเท้าในพื้นที่กรุงเทพฯ รวมทั้งการชี้แจงทำความเข้าใจกับกลุ่มผู้ค้าบริเวณหน้าห้างเทสโก้ โลตัส ปิ่นเกล้า
 
593 likes / 41 shares / 90 comments

-ร้อยละ 75 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า กรณีในสื่อสังคมออนไลน์มีการเผยแพร่ภาพ กทม.นำเสาเหล็กเก่าๆ มากั้น เพื่อป้องกันรถจักรยานยนต์ขับขี่บนทางเท้าบริเวณช่วงสถานีรถไฟฟ้า BTS หมอชิต ไปธนาคารทหารไทย สำนักงานใหญ่ นั้น เป็นการแก้ปัญหาแบบมักง่าย และไม่มีประโยชน์ เพราะผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ยังสามารถขี่ผ่านได้ ทั้งยังสร้างความลำบากให้ผู้ที่ใช้วีลแชร์

-ร้อยละ 25 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า การนำเสาเหล็กมากั้นบนทางเท้าอาจเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งดีกว่าไม่ทำอะไร หรือแค่ติดป้ายประกาศ อย่างไรก็ตาม ต้องหาวิธีแก้ปัญหาในระยะยาว อาทิ เจ้าหน้าที่เทศกิจต้องจับปรับผู้ฝ่าฝืนจริงจัง เปลี่ยนเป็นเสาเหล็กอย่างดีทาสีให้มองเห็นได้ชัดเจนและให้วีลแชร์สามารถผ่านได้

ข้อเสนอแนะ
สำนักเทศกิจ สำนักงานเขตจตุจักร และกองประชาสัมพันธ์ประชาสัมพันธ์การดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาการขับขี่ หรือจอดรถยนต์และรถจักรยานยนต์บนทางเท้าในพื้นที่กรุงเทพฯ รวมทั้งตรวจสอบการนำเสาเหล็กมากั้นบนทางเท้าบริเวณช่วงสถานีรถไฟฟ้า BTS หมอชิต ไปธนาคารทหารไทย สำนักงานใหญ่

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

1.กทม.ปลูกต้นไม้ 1,158 ต้น น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ
6 ฉบับ มติชน,ไทยโพสต์, เดลินิวส์, ข่าวสด,สำนักข่าวแห่งชาติ, สำนักข่าวไทยรายละเอียด
-พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผว.กทม. กล่าวเปิดกิจกรรมปลูกต้นไม้ตามโครงการประชารัฐให้แผ่นดินว่า กทม.ได้ดำเนินกิจกรรมตามแนวทางพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดชและให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่มอบหมายให้กระทรวง ทบวง กรม ซึ่งนำโดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) และกระทรวงมหาดไทย (มท.) กทม. และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง ร่วมกันรณรงค์และส่งเสริมทุกภาคส่วนให้ปลูกต้นไม้พร้อมกันทั่วประเทศ

-กิจกรรมในวันนี้ กทม.ได้เตรียมปลูกไม้ยืนต้น ได้แก่ ต้นรวงผึ้ง ต้นเสลา ต้นทองอุไร จำนวน 1,158 ต้น ปลูกบริเวณถนนตัดใหม่ เริ่มจากแยกจรัญสนิทวงศ์-ถนนกาญจนาภิเษก รวมระยะทางทั้งสิ้น 7 กิโลเมตร และเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กรุงเทพฯ พร้อมเชิญชวนให้ทุกภาคส่วนร่วมกันปลูกและดูแลรักษาต้นไม้ให้เป็นประโยชน์ต่อลูกหลานในอนาคต

ผลกระทบ
ด้านบวก
-กิจกรรมปลูกต้นไม้ตามโครงการประชารัฐร่วมใจปลูกต้นไม้ให้แผ่นดิน เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 รวมทั้งเพื่อปลูกฝังจิตสำนึกในการอนุรักษ์ต้นไม้ และการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้แก่เมือง


ข้อคิดเห็น
-สำนักสิ่งแวดล้อม สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชนร่วมปลูกต้นไม้ตามโครงการประชารัฐให้แผ่นดิน

 

2.แนะ ผช.ผอ.เขตลงพื้นที่รับฟังปัญหา
2 ฉบับ เดลินิวส์, ข่าวสด
รายละเอียด
-นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รผว.กทม. กล่าวบรรยายพิเศษการฝึกอบรมการบริหารงานเขต หลักสูตร ผช.ผอ.เขต ในหัวข้อ "ปริทัศน์อำนาจหน้าที่ ผช.ผอ.เขต" ว่า การทำงานในตำแหน่ง ผช.ผอ.เขตประเภทอำนวยการต้นจะเกี่ยวกับด้านแผนงาน ด้านบริหารทรัพยากรบุคคล ด้านบริหารทรัพยากรงบประมาณตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการ กทม. พ.ศ. 2528 มาตรา 68 กับมาตรา 84 ได้เน้นย้ำถึงการเป็นผู้บริหารที่ดีควรรับทราบถึงปัญหาในพื้นที่ หากลงพื้นที่ตรวจสอบจะทำให้รับทราบปัญหาที่เกิดขึ้นได้ดีกว่า ช่วยให้สามารถกำหนดวิธีการทำงานตลอดจนการแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้องรวดเร็ว รวมทั้งควรจะมีระบบติดตามงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อรับทราบความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคการดำเนินงานอย่างแท้จริง


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารราชการของสำนักงานเขต


ข้อคิดเห็น
-สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินการแก้ปัญหาให้ประชาชนในพื้นที่

 

3.รณรงค์ลดผู้ติดเชื้อเอดส์
3 ฉบับ ไทยโพสต์, เดลินิวส์, M2F
รายละเอียด
-นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รผว.กทม. กล่าวหลังประชุมคณะกรรมการ กทม.ว่าด้วยการป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์ว่า ในปี 60 คาดการณ์จากจำนวนประชากรในพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 8-10 ล้านคน พบกลุ่มประชากรที่เข้าถึงยากและเป็นกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสติดเชื้อ HIV มากกว่ากลุ่มประชากรอื่น ได้แก่ กลุ่มชายมีเพศสัมพันธ์กับชาย ชายขายบริการทางเพศ กลุ่มสาวประเภทสอง พนักงานบริการทางเพศหญิง และผู้ใช้สารเสพติดชนิดฉีด

-สำหรับเป้าหมายในอนาคตของการยุติเอดส์ในพื้นที่ กรุงเทพฯ ระหว่างปี 60-73 ได้แก่ การลดผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ให้เหลือไม่เกิน 500 ราย/ปี และจำนวนเด็กติดเชื้อแรกเกิดเหลือไม่เกิน 25 ราย/ปี รวมถึงลดจำนวนการเสียชีวิตในผู้ป่วยติดเชื้อ HIV ไม่เกิน 2,000 ราย/ปี อีกทั้งเพื่อลดการตีตราและเลือกปฏิบัติ เพราะ HIVและเพศภาวะลงร้อยละ 90

-ปัจจุบัน กทม.ได้ติดตั้งจุดบริการถุงยางอนามัยฟรี (Condom point) เพื่อกระจายถุงยางอนามัยทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ รวมทั้งหมดกว่า 4,000 แห่ง เพื่อรณรงค์สร้างความตระหนักให้ประชาชนมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย ตลอดจนจัดโครงการรณรงค์ให้ความรู้แก่เด็กนักเรียนตามสถานศึกษาในสังกัดโรงเรียน กทม.และโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ซึ่งจากเดิมพบนักเรียนมีความรู้น้อยเรื่องเพศสัมพันธ์และ HIV น้อยมาก แต่เมื่อจัดโครงการรณรงค์ดังกล่าวพบเด็กมีความรู้และความเข้าใจมากขึ้นร้อยละ 90 ซึ่งจะขับเคลื่อนโครงการต่อไป

-การบริการตรวจเลือดหาเชื้อ HIV บริการยาต้านไวรัส หากเป็นประชาชนทั่วไปสามารถเข้ารับบริการดังกล่าวได้ฟรีที่ศูนย์บริการสาธารณสุข กทม. ทั้ง 68 แห่ง และโรงพยาบาลสังกัด กทม. หรือโรงพยาบาลของรัฐอื่นๆ แต่หากเป็นกลุ่มผู้ไร้สิทธิไม่มีบัตรประชาชน สัญชาติ หรือกลุ่มแรงงานต่างด้าวการรับยาต้านไวรัสยังไม่มีบริการอย่างเต็มที่ แต่กลุ่มบุคคลดังกล่าวต้องได้รับการป้องกันดูแลอย่างเหมาะสม ซึ่ง กทม.ได้เปิดให้บริการประชาชนกลุ่มผู้ไร้สิทธิแรงงานต่างด้าว เข้ารับยาต้านไวรัสฟรีได้ที่ศูนย์บริการสาธารณสุข 26 เจ้าคุณพระประยูรวงศ์เขตธนบุรี และศูนย์บริการสาธารณสุข 28 กรุงธนบุรีเขตคลองสาน ซึ่งเป็นพื้นที่นำร่องเพื่อบริการดูแลประชาชนกลุ่มไร้สิทธิอย่างเหมาะสมมากที่สุด

ผลกระทบ
ด้านบวก
-ผลการดำเนินการในปีที่ผ่านมาพบ ผู้ติดเชื้อได้รับการวินิจฉัยเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 79 ในปี 60 จากเดิมร้อยละ 66 ในปี 58 และปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อเข้าถึงยาต้านไวรัสร้อยละ 60 และผู้ติดเชื้อที่รับยาไวรัสควบคุมไวรัสสำเร็จร้อยละ 80

-การสร้างความตระหนักถึงปัญหาและวางแนวทางแก้ไขให้ความสำคัญต่อการป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในพื้นที่กรุงเทพฯด้านลบ-ปัจจุบันกลุ่มชายรักชายมีแนวโน้มติดเชื้อ HIV สูงมากกว่ากลุ่มอื่น เนื่องจาก เกิดการเลียนแบบพฤติกรรมจากละครโทรทัศน์ ประกอบกับสื่อใหม่ จนทำให้ชายรักชายกลายเป็นเรื่องแฟชั่นสู่การเปิดตัวเร็วขึ้นในเยาวชนประกอบกับความรู้เกี่ยวกับเรื่องเอดส์ที่มีน้อย จึงเป็นกลุ่มที่เสี่ยงมาก


ข้อคิดเห็น
-สำนักอนามัย สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์ในพื้นที่กรุงเทพฯ

 

4.ร่วมแรง" ทำดีเพื่อพ่อ" ระดมขุด 58 คลอง
2 ฉบับ เดลินิวส์, ข่าวสด
รายละเอียด
-นายภัทรุตม์ ทรรทรานนท์ ป.กทม. กล่าวหลังประชุมกิจกรรม "เราทำความดี ด้วยหัวใจ" ระยะที่ 1 ระหว่างวันที่ 14 ส.ค.-5 ธ.ค. 60 ว่า เพื่อมอบหมายภารกิจและหารือแนวทางการจัดกิจกรรมทำความสะอาดคู คลอง (Big Cleaning Day) เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหภูมิพลอดุลยเดชในพื้นที่กรุงเทพฯ ตามที่รัฐบาลมอบหมายให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและในแนวทางเดียวกัน

-แผนปฏิบัติงาน "เราทำความดี ด้วยหัวใจ" ระยะที่ 1 ระหว่างวันที่ 14 ส.ค.-5 ธ.ค. 60 กำหนดรายชื่อคูคลองที่มีแผนจัดทำกิจกรรมทั้ง 50 เขตพร้อมแผนที่รวม 58 คลอง เบื้องต้นกำหนดพื้นที่ปฏิบัติการจัดกิจกรรมระหว่างวันที่ 14-31 ส.ค. 60 ดังนี้ วันที่ 14 ส.ค. 60 ลำรางตายิ้มจากคลองประเวศ-คลองพังพวย เขตมีนบุรี วันที่ 15 ส.ค. 60 คลองตาเล่งรามอินทรา 38 เขตบึงกุ่ม วันที่ 16 ส.ค. 60 คลองควาย เขตบางบอนวันที่ 17 ส.ค. 60 ลำกระโดง ซอยยิ้มประยูร เขตภาษีเจริญ วันที่ 18-20 ส.ค. 60 คลองวัดน้อยนพคุณ เขตดุสิต วันที่ 21-22 ส.ค. 60 คูน้ำริมทางรถไฟสายใต้คลองเปรมประชากร คลองส้มป่อย เขตบางซื่อ วันที่ 23-24 ส.ค. 60 คลองขันแตก เขตประเวศ วันที่ 25-28 ส.ค. 60 คลองตาเปีย เขตประเวศ วันที่ 29 ส.ค. 60 คลองลำกอไผ่ เขตลาดกระบัง วันที่ 30 ส.ค. 60 คลองลำกระโดงสาธารณประโยชน์ เขตบางแค และวันที่ 31 ส.ค. 60 คลองสวนเลียบ (คลองวัดศาลาครืน) เขตจอมทอง


ผลกระทบ
ด้านบวก
-แผนปฏิบัติงานในการจัดกิจกรรม "เราทำความดี ด้วยหัวใจ" ในพื้นที่กรุงเทพฯ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช


ข้อคิดเห็น
-หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรม "เราทำความดี ด้วยหัวใจ" ในพื้นที่กรุงเทพฯ

 

5.แก้ปัญหาป้ายโฆษณาผิดกฎหมาย
1 ฉบับ ไทยรัฐ
รายละเอียด
-นายวันชัย ถนอมศักดิ์ รป.กทม. กล่าวว่า ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เทศกิจแต่ละเขตลงพื้นที่ตรวจสอบและจัดเก็บโฆษณาผิดกฎหมายและไม่ได้รับอนุญาตให้ติดตามเสาไฟฟ้า หรือต้นไม้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งหลังจากจัดเก็บแล้วแต่ละเขตจะแจ้งไปยังเจ้าของป้าย เพื่อเปรียบเทียบปรับแต่ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เนื่องจากส่วนใหญ่ปฏิเสธความเป็นเจ้าของป้ายนั้นๆ ทำให้แต่ละเขตไม่สามารถเอาผิดได้และจะดำเนินคดีได้เฉพาะกรณีที่เห็นการกระทำความผิดซึ่งหน้า ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นมานานกว่า 10 ปี และเทศกิจต้องคอยตระเวนออกตรวจพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องปรามไม่ให้มีการลักลอบติดป้ายโฆษณาผิดกฎหมาย

-ปัจจุบันพบการลักลอบโฆษณาตามทางเท้า เสาไฟฟ้า จำนวนมาก โดยผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ส่วนใหญ่ ได้จ้างแรงงานต่างด้าวมารับจ้างถือป้ายโฆษณาประเภทที่อยู่อาศัยตามทางเท้า จึงได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่เทศกิจตรวจสอบเป็นคนต่างด้าวหรือไม่ หากใช่ ให้ตรวจสอบบัตรอนุญาตการทำงาน หากพบทำงานไม่ตรงตามที่ได้รับอนุญาต เจ้าหน้าที่เทศกิจสามารถนำตัวส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ ส่วนกรณีคนถือป้ายที่เป็นคนไทย การถือป้ายโฆษณาบนทางเท้าซึ่งเป็นที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตถือเป็นการกระทำผิดกฎหมายอาญา มาตรา 385 เช่นกัน ทั้งนี้ กทม.ได้ทำหนังสือถึงผู้ประกอบการหมู่บ้านจัดสรร คอนโดมิเนียม และอสังหาริมทรัพย์ ขอความร่วมมือไม่ให้ดำเนินการที่ขัดต่อระเบียบของ กทม. หรือเข้าข่ายผิดกฎหมาย เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง

-นายสัจจะ คนตรง ผอ.สนท. กล่าวว่า สนท.สรุปการจัดเก็บป้ายโฆษณาผิดกฎหมาย ประจำปี 59 ตั้งแต่ 1 ม.ค.-31 ธ.ค.59 เก็บได้ 58,531 ป้าย ดำเนินคดี 3,393 ราย ปรับเงินผู้กระทำผิด 6,630,900 บาท โดยเขตที่จัดเก็บป้ายโฆษณาผิดกฎหมายได้มากที่สุด ได้แก่ เขตบางขุนเทียน 6,007 ส่วนเขตที่จัดเก็บป้ายโฆษณาผิดกฎหมายได้น้อยที่สุด ได้แก่ เขตพญาไท 20 ป้าย ขณะที่การจัดเก็บป้ายโฆษณาผิดกฎหมาย ในปี 60 ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-31 พ.ค. เก็บได้ 13,759 ป้าย ดำเนินคดี 767 ราย ปรับเงิน 1,882,700 บาท จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่เทศกิจกวดขันเก็บป้ายผิดกฎหมายมากขึ้น


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การแก้ไขปัญหาการติดตั้งป้ายโฆษณาผิดกฎหมายในกรุงเทพฯ-พ.ร.บ.รักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535
ด้านลบ
-กทม.ได้รับข้อมูลบริษัทที่รับจ้างติดตั้งป้ายโฆษณา จะตั้งเป้าหมาย ติดป้ายให้ได้ 500 ป้าย/วัน เพื่อให้ได้ ส่วนแบ่งมากขึ้น


ข้อคิดเห็น
-สำนักเทศกิจ สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินการแก้ไขปัญหาป้ายโฆษณาผิดกฎหมาย

 

6.หารือแนวทางเปลี่ยนชื่อถนนสุทธิสารฯ เป็นอินทามระ
1 ฉบับ ไทยรัฐ
รายละเอียด
-ว่าที่ร้อยตรีภาณุพงษ์ สุทธิสาร ผอ.สปท. กล่าวหลังประชุมคณะกรรมการพิจารณาเปลี่ยนชื่อถนนสุทธิสารวินิจฉัยเป็นถนนอินทามระว่า ผว.กทม.ได้มอบหมายให้ สกค.หารือกับเลขาธิการสำนักงานศาลปกครองสูงสุด ถึงแนวทางการปฏิบัติตามคำสั่งศาลในการเปลี่ยนชื่อถนน โดยที่ประชุมได้หารือถึงการเตรียมข้อมูลและแผนรองรับ นอกจากนี้ จะหารือกับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย กรณีการเปลี่ยนชื่อถนนสายนี้จำเป็นต้องปรับเรียงบ้านเลขที่ใหม่หรือไม่


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การหารือแนวทางปฏิบัติและแผนรองรับการเปลี่ยนชื่อถนนสุทธิสารวินิจฉัยเป็นถนนอินทามระตามคำสั่งศาลปกครองสูงสุด


ข้อคิดเห็น
-สำนักงานปกครองและทะเบียน สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินการตามแนวทางปฏิบัติและแผนรองรับการเปลี่ยนชื่อถนนสุทธิสาร วินิจฉัยเป็นถนนอินทามระ

 

7.รัชกาลที่ 10 ทรงมีพระกระแสรับสั่ง 9 ข้อ
14 ฉบับไทยรัฐ, ข่าวสด,เดลินิวส์, แนวหน้า, มติชน, ไทยโพสต์, สำนักข่าวแห่งชาติ,สำนักข่าวไทย,กรุงเทพธุรกิจ, สยามรัฐ,คม ชัด ลึก, บ้านเมือง,ผู้จัดการรายวัน 360°,โพสต์ทูเดย์
รายละเอียด
-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า เมื่อช่วงค่ำวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระราชวโรกาสให้เข้าเฝ้าฯ เป็นการส่วนพระองค์ โดยได้ถวายรายงานการทำงานของรัฐบาล ซึ่งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีกระแสรับสั่งประกอบด้วย (1) ทรงมีความห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยทรงมีรับสั่งให้ช่วยเหลือตามมาตรการต่างๆ ด้วยความรวดเร็ว นอกจากนี้ รับสั่งให้มีการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนในแต่ละพื้นที่ (2) ขอให้ทำให้ประเทศชาติและประชาชนมีความสุข และให้ทำทุกมาตรการอย่างต่อเนื่อง (3) ให้ช่วยกันรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีที่มีมาแต่โบราณกาลในส่วนที่ดีงาม มีเอกลักษณ์ความเป็นไทย ทำให้นักท่องเที่ยวได้พบเห็นและชื่นชม (4) ทรงมีรับสั่งถึงภัยคุกคามในรูปแบบต่างๆ และทรงเป็นห่วงเรื่องภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ต้องเตรียมมาตรการรองรับไว้ให้เป็นสากล (5) ให้เร่งดูแลระบบการศึกษา เพื่อเร่งกระบวนการเรียนรู้ให้คนไทยมีความรู้อย่างจริงจัง ทำงานได้ สามารถที่จะมีอาชีพมั่นคง มีความเข้มแข็ง และมีหลักคิดที่ถูกต้องในทุกเรื่อง (6) ให้ช่วยกันส่งเสริมงานจิตอาสา (7) การดูแลประชาชนให้ความเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรม (8) ข้าราชการทุกหมู่เหล่า หรือส่วนราชการประพฤติตนเป็นแบบอย่าง เป็นแม่แบบให้กับประชาชน ให้เกิดความเคารพศรัทธา และเชื่อมั่นในการทำงาน (9) สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีรับสั่งขอให้ช่วยกันสร้างความเข้าใจ ขยายสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงทำไว้อย่างมากมายให้ยึดถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติต่อไป ขณะเดียวกันทรงให้นึกถึงสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 ด้วย


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การบริหารราชการ กทม.ตามแนวทางกระแสรับสั่งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และน้อมนำแนวทางปฏิบัติตามพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช


ข้อคิดเห็น
-หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การนำแนวพระราชดำริรัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 10 มาเป็นแนวทางในการบริหารราชการ กทม.

 

8.เตรียมพร้อมแผนดูแลงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ
9 ฉบับ สำนักข่าวไทย, ไทยรัฐ, เดลินิวส์, มติชน, , คม ชัด ลึก สยามรัฐ, แนวหน้า, สำนักข่าวแห่งชาติ,ผู้จัดการรายวัน 360°
รายละเอียด
-พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา รอง ผบ.ตร.กล่าวหลังประชุมคณะอนุกรรมการฝ่ายรักษาความปลอดภัยและการจราจรงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชว่า ที่ประชุมเตรียมความพร้อมให้ครอบคลุมทุกมิติ เพื่อให้งานพระราชพิธีฯ ที่จัดขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี โดยก่อนงานพระราชพิธีประมาณ 1 เดือน จะระดมกำลังกวาดล้างอาชญากรรม สแกนพื้นที่ ตรวจสอบอาคาร บ้านเรือนที่พัก ร่วมกับทหาร กระทรวงมหาดไทย และกทม.เพื่อยืนยันความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ตลอดจนคัดกรองบุคคลที่จะเข้าร่วมงาน อีกทั้งจะบูรณาการกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการอำนวยความสะดวกด้านจราจรให้ประชาชนที่ประสงค์จะเข้าร่วมงานเดินทางฟรีทั้งทางรถยนต์ รถไฟ และทางเรือ ภาพรวมขณะนี้มีความพร้อมกว่าร้อยละ 90 ยืนยันมีมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยเป็นไปตามมาตรฐานสากล สำหรับกำลังพลที่ใช้ในการดูแลความปลอดภัยครั้งนี้มาจากทุกภาคส่วนกว่า 30,000 คน พร้อมกันนี้ได้ประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในกิจกรรมทำความดีด้วยหัวใจ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งเพื่อให้การจัดงานพระราชพิธีสำคัญยิ่งครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ

ผลกระทบ
ด้านบวก
-การเตรียมความพร้อมการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
-การบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในการดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกด้านจราจรให้ประชาชนที่เดินทางมาร่วมงานพระราชพิธี


ข้อคิดเห็น
-หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกประชาชนที่เข้าร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
1.อดีตนายกฯ ชี้ถนนเลียบแม่น้ำส่งผลต่อวิถีชีวิตคนไทย
www.facebook.com/รสนาโตสิตระกูล
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=1399658493444043&id=236945323048705
594 likes / 98 shares / 44 comments

-ร้อยละ 52 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นด้วยกรณีนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ระบุหากเปรียบบางกระเจ้าเป็นปอดของกรุงเทพฯ แม่น้ำเจ้าพระยาก็ถือเป็นเส้นเลือดใหญ่ของคนกรุงเทพฯ และคนทั่วไป จึงต้องการเห็นแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไม่สิ่งกีดขวางต่างๆ เป็นแม่น้ำที่ใสสะอาด และมีความสงบให้กลับคืนมา เพราะการสร้างถนนเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา ตามโครงการพัฒนาพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาจะส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและคุณภาพชีวิตของประชาชนที่อาศัยอยู่ริมน้ำ

-ร้อยละ 48 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า โครงการพัฒนาพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา โดยทำทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาจะทำให้ประชาชนทั่วไปได้ใช้ประโยชน์จากพื้นที่ริมน้ำในการพักผ่อนและออกกำลังกาย เช่นเดียวกับในหลายๆ ประเทศ ทั้งยังเป็นการแก้ปัญหาการสร้างบ้านเรือนรุกล้ำพื้นที่สาธารณะที่เป็นต้นเหตุของการทิ้งขยะและปล่อยน้ำเสียลงแม่น้ำ

ข้อเสนอแนะ
สำนักการโยธา และกองประชาสัมพันธ์ประชาสัมพันธ์ความคืบหน้าการดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ในส่วนที่ กทม.รับผิดชอบ
 
2.ผู้โดยสารล้นสถานี BTS หมอชิต
www.facebook.com/MGROnlineLive
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=1696245383740372&id=401831669848423
305 likes / 42 shares / 48 comments

-ร้อยละ 68 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า กรณีเมื่อเวลาประมาณ 13.30 น. ของวันที่ 6 ส.ค.60 บริเวณสถานีรถไฟฟ้า BTS หมอชิต เจ้าหน้าที่ปิดกั้นบันไดทางขึ้นชานชาลาสถานี เนื่องจากบริเวณชานชาลามีผู้โดยสารยืนรอจนเต็มพื้นที่ ทำให้มีผู้โดยสารตกค้างจำนวนมาก นั้น เหตุใดจึงไม่มีการประกาศแจ้งให้ผู้ใช้บริการได้รับทราบ รวมถึงการแจ้งผ่านสื่อออนไลน์ ขณะที่รถไฟฟ้า BTS สถานีหมอชิตจะมีผู้ใช้บริการจำนวนมากในวันเสาร์-อาทิตย์ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องการเดินทางมาตลาดนัดสวนจตุจักร

-ร้อยละ 32 ของผู้แสดงความคิดเห็น ตั้งข้อสังเกตเหตุการณ์ดังกล่าวแสดงว่า มีผู้หันมาใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะเพิ่มขึ้น ผู้ให้บริการจึงควรปรับปรุงการบริหารจัดการให้ดีขึ้น อาทิ เพิ่มตู้โดยสารในช่วงเวลาเร่งด่วนและวันเสาร์-อาทิตย์ในบางสถานี เพื่อรองรับผู้ใช้บริการ เพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ตู้แลกเหรียญ หรือเครื่องจำหน่ายตั๋วที่รับธนบัตร ห้องน้ำ ลิฟต์โดยสาร เป็นต้น

ข้อเสนอแนะ
สำนักการจราจรและขนส่ง บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ และกองประชาสัมพันธ์ประชาสัมพันธ์การปรับปรุงการให้บริการระบบรถไฟฟ้า BTS

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

1.เจรจาค่าจอดรถดับเพลิง
5 ฉบับ ข่าวสด, เดลินิวส์, มติชน, ไทยโพสต์, ไทยรัฐ
รายละเอียด
-พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผว.กทม. กล่าวกรณี บริษัท นามยง เทอร์มินัล จำกัด ยื่นฟ้อง กทม.เป็นคดีแพ่งต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางให้ กทม. ชำระค่าเก็บรักษารถดับเพลิงที่จอดไว้ที่ท่าเรือ 139 คัน รวมเป็นเงิน 1,040.81 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีของเงินต้น 972.72 ล้านบาท นับจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระหนี้แล้วเสร็จ พร้อมชำระค่าฝากรถ 270,000 บาท/วัน นับจากวันฟ้องจนกว่าจะนำรถดับเพลิงทั้งหมดออกจากท่าเรือว่า กทม.ไม่สามารถจ่ายค่าเก็บรักษารถดับเพลิงในวงเงินดังกล่าวได้ เนื่องจากบริษัท นามยงค์ฯ ได้คิดค่าใช้จ่ายรวมตั้งแต่รถดับเพลิงมาจอดเมื่อปี 47 ซึ่งในขณะนั้นรถดับเพลิงยังไม่ใช่ทรัพย์สินของ กทม. ยังถือเป็นทรัพย์สินที่อยู่ในความครอบครอง ของบริษัท สไตเออร์ เดมเลอร์ พุค สเปเชียล ฟาห์รซอยก์ จำกัด

-กทม.จะรับผิดชอบค่าฝากรถหลังจากที่อนุญาโตตุลาการตัดสินและดำเนินการทางกฎหมายเสร็จสิ้นเมื่อเดือนธ.ค.58 จนถึงปัจจุบันเท่านั้น ซึ่ง กทม.ต้องชำระเงิน 200 ล้านบาท หากบริษัทนามยงค์ฯ จะฟ้องร้องก็ให้เป็นไปตามกระบวนการของศาล

-ส่วนเรือดับเพลิง 30 ลำ ที่อยู่ระหว่างซ่อมแซมที่อู่ต่อเรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เนื่องจากเรือมีขนาดใหญ่มาก และ กทม.มีสถานีดับเพลิงที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งจอดเรือได้เพียง 3 สถานีและการนำเรือมาใช้ต้องมีเจ้าหน้าที่ที่เชี่ยวชาญประจำอีกลำละ 3 คน ซึ่ง กทม.ไม่มีเจ้าหน้าที่ที่เชี่ยวชาญในเรื่องนี้มาก่อน จึงต้องพิจารณาหาแนวทางดำเนินการต่อไป

ผลกระทบ
ด้านบวก
-ก่อนหน้านี้ กทม.เคยเจรจากับ บริษัท นามยงค์ฯ ถึงอัตราค่าฝากรถดับเพลิง ซึ่งขณะนั้นบริษัทฯได้เรียกเก็บค่าฝากรถดับเพลิง 139 คัน เป็นเงินประมาณ 800 ล้านบาทแต่ กทม.ต่อรองเหลือ 350 ล้านบาท ซึ่งบริษัทฯ ปฏิเสธ กทม.จึงฟ้องต่อศาลปกครอง ขอคุ้มครองชั่วคราวเพื่อนำรถดับเพลิง ซึ่งเป็นยุทธภัณฑ์ออกมาซ่อมแซม เนื่องจากเอกชนไม่สามารถครอบครองยุทธภัณฑ์ได้ และได้แจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรแหลมฉบัง หากมีการเคลื่อนย้ายรถดับเพลิงให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการจับกุม-การนำรถดับเพลิงออกมาซ่อมแซมเพื่อนำมาใช้ปฏิบัติงาน

ด้านลบ
-หากการเจรจาเรื่องค่าเก็บรักษารถดับเพลิงยืดเยื้อจะไม่เป็นผลดีต่อทั้ง 2 ฝ่าย เพราะรถดับเพลิงชุดดังกล่าวถือเป็นยุทธภัณฑ์เพื่อบรรเทาสาธารณภัย ไม่สามารถดำเนินการใดๆ ได้



ข้อคิดเห็น
-สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินการกรณีบริษัท นามยงค์ เทอร์มินัล จำกัด ยื่นฟ้อง กทม.ให้ชำระค่าเก็บรักษารถดับเพลิง

 

2.อบรมอาสาสมัครช่วย จนท.เฝ้าระวังภัย
3 ฉบับ ไทยโพสต์, แนวหน้า, M2F
รายละเอียด
-พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รผว.กทม. กล่าวเปิดโครงการอบรมอาสาสมัครรักษาความปลอดภัยและการแจ้งเหตุว่า กทม.จัดโครงการอบรมดังกล่าว เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ความเข้าใจในหลักการป้องกันและแจ้งเหตุ รวมทั้งสามารถแก้ไขสถานการณ์เบื้องต้นที่พบได้ โดยบูรณาการความร่วมมือกับหลายฝ่ายเพื่อสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานความมั่นคงทั้งทหารและตำรวจในการดูแลรักษาความปลอดภัยของเมือง ซึ่งผู้รับการอบรมจะได้รับความรู้เกี่ยวกับหลักการสังเกตจดจำวัตถุระเบิด ข้อกฎหมายการจับกุม โดยวิทยากรจากกลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด (EOD) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แบ่งการอบรมเป็น 2 ช่วง ช่วงเช้าผู้เข้ารับการอบรมจาก 25 เขต 3,500 คน และช่วงบ่าย 25 เขต 3,500 คน

-ระหว่างวันที่ 25-29 ต.ค.60 จะมีพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งถือเป็นพระราชพิธีครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดและจะมีประชาชน รวมถึงชาวต่างชาติมาร่วมพระราชพิธีจำนวนมาก กทม.จึงร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้ง กอร.รส. กองทัพภาคที่ 1 และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำหนดจัดการอบรมอาสาสมัครเพื่อสร้างเครือข่ายในการรักษาความปลอดภัยให้แก่เมือง ซึ่งมีผู้ที่ผ่านการอบรมแล้ว 23,600 คน คาดจะมีผู้ผ่านการอบรมทั้งสิ้น 50,000 คน สามารถเป็นหูเป็นตาให้แก่เจ้าหน้าที่ภาครัฐในการดูแลความปลอดภัยครอบคลุมพื้นที่ 50 เขต โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดูแลพื้นที่ท้องสนามหลวงในช่วงที่มีพระราชพิธีสำคัญให้มีประสิทธิภาพต่อไป


ผลกระทบ
ด้านบวก
- การสร้างเครือข่ายอาสาสมัครเพื่อสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ในการดูแลรักษาความปลอดภัยในพื้นที่กรุงเทพฯ


ข้อคิดเห็น
-สำนักเทศกิจ และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การฝึกอบรมอาสาสมัครรักษาความปลอดภัยและแจ้งเหตุเพื่อสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ภาครัฐในการดูแลความปลอดภัยให้แก่เมือง

 

3.เร่งสร้างจุดกลับรถใต้สะพานทวีวัฒนาคาดเสร็จ ก.ย.นี้
2 ฉบับ ไทยรัฐ, บ้านเมือง Online
รายละเอียด
-นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รผว.กทม. กล่าวหลังติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างจุดกลับรถยนต์บริเวณใต้สะพานข้ามคลองทวีวัฒนา ถนนพุทธมณฑลสาย 3 เขตบางแคว่า กทม.ได้ดำเนินโครงการก่อสร้างจุดกลับรถยนต์บริเวณใต้สะพานข้ามคลองทวีวัฒนา ซึ่งขณะนี้ สนย.ได้เข้าพื้นที่สร้างคันทางด้วยเศษวัสดุเหลือใช้ เสริมรองพื้นทางด้วยกากยาง เสริมพื้นทางด้วยหินคลุก ปูแอสฟัลต์ผสมร้อน รวมทั้งที่ผ่านมาได้ประสานการไฟฟ้านครหลวงย้ายเสาไฟฟ้าสายไฟและการประปานครหลวงเพื่อย้ายท่อประปาที่กีดขวางเส้นทางการก่อสร้างออกจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว คาดจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 7 ก.ย.60

ผลกระทบ
ด้านบวก
-การเร่งรัดดำเนินโครงการก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามกำหนด


ข้อคิดเห็น
-สำนักการโยธา และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ความคืบหน้าโครงการก่อสร้างจุดกลับรถยนต์บริเวณใต้สะพานข้ามคลองทวีวัฒนา

 

4.ย้ายต้นไม้-เตรียมพื้นที่ขยายถนนสุทธาวาส
1 ฉบับ สยามรัฐ
รายละเอียด
-นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รผว.กทม. กล่าวว่า จากการติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างขยายผิวจราจรถนนสุทธาวาสและสะพานข้ามถนนจรัญสนิทวงศ์พบมีอาคารก่อสร้างอยู่ในที่ดินริมทางรถไฟ 35 หลัง ซึ่งเขตบางกอกน้อยได้ทำหนังสือแจ้งให้เจ้าของอาคารมาแสดงตัว หรือมาพบเจ้าหน้าที่ภายใน 7 วัน หากไม่มีเจ้าของมาแสดงตัว จะออกคำสั่งกับผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เพื่อรื้อถอนอาคารต่อไป ส่วนต้นไม้ที่อยู่ในแนวขยายถนนและต้องล้อมย้ายนำไปบำรุงรักษา ก่อนที่จะนำไปปลูกในบริเวณที่เหมาะสม มี 90 ต้น และเขตได้จัดเก็บขยะ ซึ่งเป็นเศษวัสดุก่อสร้าง กิ่งไม้ ถุงพลาสติก ขยะประเภทอื่นๆ ที่มีผู้ลักลอบนำมาทิ้งข้างถนนสุทธาวาส ซึ่งเป็นที่ดินของ ร.ฟ.ท. โดยให้แจ้งเบาะแสผู้ลักลอบทิ้งขยะเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การดำเนินโครงการ เพื่อแก้ไขปัญหาจราจรบริเวณโรงพยาบาลศิริราชและพื้นที่โดยรอบ


ข้อคิดเห็น
-สำนักการโยธา สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การเร่งรัดดำเนินโครงการก่อสร้างขยายผิวจราจรถนนสุทธาวาสลาสะพานข้ามถนนจรัญสนิทวงศ์

 

5.จัดระเบียบร้านเหล้ารอบสถานศึกษา
1 ฉบับ เดลินิวส์
รายละเอียด
-นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รผว.กทม. กล่าวว่า กทม.จะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ตำรวจ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย และกรมสรรพสามิต เพื่อกำหนดพื้นที่โซนนิ่งไม่ให้มีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อเด็กและเยาวชนที่อายุต่ำกว่า 20 ปี หากมีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อเด็ก หรือจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต จะต้องถูกสั่งปิดโดยไม่มีกำหนด นอกจากนี้ กำหนดมาตรการจัดระเบียบพื้นที่โดยรอบสถานศึกษาคือ (1) ดำเนินการกับผู้ค้า ผู้เสพทุกรายอย่างจริงจัง(2) จัดระเบียบบ้านเช่าและหอพักนักศึกษาให้เป็นระเบียบ ไม่เป็นแหล่งมั่วสุม (3) กวดขันให้สถานบริการ สถานบันเทิง ร้านเกม ปฏิบัติตามกฎหมาย(4) กวดขันการจำหน่ายสุรา ร้านยาดอง เหล้าปั่น ฯ ลฯ การซื้อขายและสูบบารากู่อย่างจริงจัง (5) ป้องกันและปราบปรามการพนันทุกชนิด (6) ร่วมรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้รอบสถาบันการศึกษาเป็นสังคม สันติสุข

-ในปี 60 กทม.เตรียมลงนามความร่วมมือกับสถานศึกษาทั้งสิ้น 18 แห่ง ได้แก่ 1) มหาวิทยาลัย (ม.) ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ 2) ม.สวนดุสิต 3) ม.มหิดล คณะสาธารณสุขศาสตร์ ราชเทวี 4) ม.เกษตรศาสตร์ บางเขน 5) ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ 6) ม.เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร 7) สถาบันฯ พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง 8) ม.เทคโนโลยี มหานคร หนองจอก 9) ม.รามคำแหง 2 10) สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น 11) ม.เกษมบัณฑิต วิทยาเขตพัฒนาการ 12) สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน 13) ม.เทคโนโลยีราชมงคล ตะวันออก (วิทยาเขตอุเทนถวาย) 14) จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย 15) ม.เทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ บพิตรพิมุข 16) ม.มหิดล (ศิริราชพยาบาล) 17) วิทยาลัย เทคโนโลยีปิ่นมณฑล ทวีวัฒนา 18) ม.กรุงเทพธนบุรี


ผลกระทบ
ด้านบวก
-โครงการดูแลสภาพแวดล้อมพื้นที่โดยรอบสถานศึกษา โดยมุ่งเน้นการป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติดและอบายมุข
-จากการดูแลพื้นที่นำร่องมหาวิทยาลัย 15 แห่ง พบจากในปี 57 มีร้านจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยรอบสถานศึกษา 2,653 ร้าน แต่ปัจจุบันร้านดังกล่าวเหลือเพียง 324 ร้าน


ข้อคิดเห็น
-สำนักอนามัย สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินการตามมาตรการจัดระเบียบพื้นที่โดยรอบสถานศึกษา

 

6.ดึงทุกภาคส่วนร่วมขับเคลื่อนเขตสุขภาพกรุงเทพฯ
2 ฉบับ ข่าวสด, แนวหน้า
รายละเอียด
-นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รผว.กทม. กล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน (กปข.) เขตพื้นที่ 13 กรุงเทพฯ ครั้งที่ 1 ว่า ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดตั้งเขตสุขภาพเพื่อประชาชน พ.ศ.2559 เพื่อเป็นกลไกหลักกำหนดเป้าหมายและยุทธศาสตร์เกี่ยวกับระบบสุขภาพในเขตพื้นที่และบูรณาการภารกิจและอำนาจหน้าที่ โดยเน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในสังคมให้เกิดความสอดคล้องต่อความจำเป็นด้านสุขภาพของประชาชน ครอบครัว ชุมชน

-การจัดพื้นที่กลุ่มจังหวัดที่อยู่ใกล้เคียงกันซึ่งซ้อนทับกับเขตพื้นที่ของกระทรวงสาธารณสุขและสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เพื่อง่ายกับการ บูรณาการงานและเป็นจุดเริ่มต้นในการทำงานร่วมกัน แบ่งพื้นที่ทั่วประเทศเป็น 13 เขต ประกอบด้วย ภาคเหนือ 3 เขต ภาคใต้ 2 เขต ภาคอีสาน 4 เขต ภาคกลาง 3 เขต และกรุงเทพมหานคร 1 เขต โดย กปข.เขตพื้นที่ 13 กรุงเทพฯ มีคณะกรรมการ 46 คน ประกอบด้วย ผว.กทม. หรือ รผว.กทม.ที่ได้รับมอบหมายเป็นประธานกรรมการ ป.กทม.เป็นรองประธานกรรมการ และคณะกรรมการอีก 44 คน ประกอบด้วย กรรมการจากผู้แทนส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐ 18 คน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและวิชาชีพ กรรมการภาคเอกชนและภาคประชาสังคม


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การบูรณาการการทำงาน ความรู้ เครือข่ายและทรัพยากรที่มีอยู่อย่าง มีประสิทธิภาพ เพื่อจัดการสุขภาพ ในทุกมิติอย่างสมบูรณ์ทั้งทางกาย จิต ปัญญา และสังคม ให้เชื่อมโยงกันเป็นองค์รวมอย่างสมดุล และเน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนที่มีบทบาทเกี่ยวข้องกับสุขภาพของคน ชุมชน และสังคมตามแนวคิด "ประชารัฐ" ยึดประโยชน์สุขของประชาชนเป็นศูนย์กลาง


ข้อคิดเห็น
-สำนักอนามัย สำนักการแพทย์ สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินงานของเขตสุขภาพเพื่อประชาชนในกรุงเทพฯ

 

7.ชิม-ช็อปตลาดชานกรุง
1 ฉบับ ข่าวสด
รายละเอียด
-นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รผว.กทม. เปิดงานตลาดชานกรุงในพื้นที่เขตชั้นนอกกรุงเทพฯ ซึ่งจะมีไปจนถึงวันที่ 10 ส.ค.นี้ เวลา 13.00-21.00 น. ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พระราม 2 ภายในงานจัดให้มีกิจกรรมต่างๆ ได้แก่ การจำหน่ายและแสดงสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชน (โอท็อป) ผลิตภัณฑ์กรุงเทพมหานคร (Bangkok Brand) ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร อาหารอร่อยชวนชิม พร้อมชมการแสดงศิลปวัฒนธรรม การแสดงดนตรีจากศิลปิน ชื่อดัง และกิจกรรมสาระบันเทิงบนเวทีตลอดงาน นอกจากนี้ ยังมีการอบรมวิชาชีพระยะสั้นจากโรงเรียนฝึกอาชีพ กทม.โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่กรุงเทพฯ


ข้อคิดเห็น
-สำนักพัฒนาสังคม สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชนเที่ยวชมงานตลาดชานกรุงที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพระราม 2

 

8.ลูกพาแม่ขึ้น BTS ฟรี วันแม่ 12 ส.ค.นี้
1 ฉบับ ไทยรัฐ
รายละเอียด
-นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการ ผอ.ใหญ่ บริษัท บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (BTSC) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้า BTS แจ้งว่า เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 85 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในวันที่ 12 ส.ค.2560 วันแม่แห่งชาติ รถไฟฟ้า BTS จัดกิจกรรมให้ลูกพาแม่โดยสารรถไฟฟ้า BTS ฟรีตลอดสายทุกเส้นทาง รวมทั้งส่วนต่อขยายสายสุขุมวิท และสายสีลม ตั้งแต่เวลา 06.00 - 24.00 น. ซึ่งแม่และลูกต้องขึ้น/ลงสถานีเดียวกัน สามารถติดต่อขอรับคูปองเดินทางฟรีได้ที่ห้องจำหน่ายบัตร


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การจัดกิจกรรมให้ลูกได้แสดงความกตัญญูกตเวทีต่อแม่ และสนับสนุนสถาบันครอบครัวให้มีความใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น


ข้อคิดเห็น
-สำนักการจราจรและขนส่ง บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรมลูกพาแม่ขึ้นรถไฟฟ้า BTS ฟรี ในวันแม่แห่งชาติ

 

9.กฟผ.ประสาน กทม.ตรวจสอบแนวไฟฟ้าก่อนอนุมัติก่อสร้าง
1 ฉบับ ไทยรัฐ
รายละเอียด
-รายงานข่าวการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มีหนังสือถึง ป.กทม. ขอความร่วมมือ กทม. ในการพิจารณาอนุญาตปลูกสร้างอาคารในที่ดินที่ติดกับแนวเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าให้ติดต่อไปยัง กฟผ. เพื่อตรวจสอบ ก่อนการพิจารณาอนุญาต เนื่องจากปัจจุบันมีการปลูกสร้างอาคารในเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าเป็นจำนวนมาก ส่งผลต่อระบบการจ่ายกระแสไฟฟ้าและเป็นอุปสรรคในการเข้าบำรุงรักษาสายส่งไฟฟ้าแรงสูง

ผลกระทบ
ด้านบวก
-การประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในการตรวจสอบแนวโครงข่ายไฟฟ้าก่อนการพิจารณาอนุญาตปลูกสร้างอาคาร


ข้อคิดเห็น
-สำนักการโยธา สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การให้ความร่วมมือกับ กฟผ.ในการตรวจสอบ แนวเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าก่อนพิจารณาอนุญาตปลูกสร้างอาคาร

 

10.ตระกูลอินทามระ เตรียมฟ้อง กทม. ผิดมาตรา 157
1 ฉบับ สำนักข่าวไทย
รายละเอียด
-นายกฤษฎา อินทามระ กล่าวว่า ตระกูลอินทามระ เตรียมฟ้อง กทม.ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณี กทม. เตรียมแจกแบบสอบถามไปยังประชาชนในพื้นที่เขต ดินแดง และเขตพญาไท เกี่ยวกับคำสั่งศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาให้ กทม.เปลี่ยนชื่อถนนสุทธิสารวินิจฉัยเป็นถนนอินทามระ ภายใน 180 วันนับแต่คดีถึงที่สุด เนื่องจากเห็นว่าการกระทำดังกล่าวของผู้บริหาร กทม.ถือเป็นการไม่เคารพคำพิพากษาของศาลและ ยังเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามมาตรา 157 ดังนั้น ตระกูลอินทามระจึงเห็นสมควรมอบหมายให้ตน เป็นโจทก์ยื่นฟ้องผู้บริหาร กทม.ในความผิดอาญาตามมาตรา 157 หาก กทม.ยังเดินหน้าแจกแบบสอบถาม


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การสำรวจข้อมูล เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาเปลี่ยนชื่อถนนสุทธิสารวินิจฉัยเป็นถนนอินทามระ ตามคำสั่งศาลปกครองสูงสุด
ด้านลบ
-นายกฤษฎา อินทามระ ระบุข้อเท็จจริงเรื่องถนนอินทามระ กทม. มีทะเบียนประวัติถนนปี 2503 ตั้งแต่แรก แต่ผู้บริหาร กทม.ไม่ได้นำทะเบียนประวัติถนนปี 2503 มาบังคับใช้อย่างตรงไปตรงมา ทั้งยังบิดเบือนข้อเท็จจริงและปิดบังอำพรางเพื่อให้ประชาชนสับสน แสดงให้เห็นว่า กทม. มีเจตนาทำให้คุณงามความดีของตระกูลอินทามระได้รับความเสียหาย


ข้อคิดเห็น
-สำนักงานปกครองและทะเบียน สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ชี้แจงกรณีการแจกแบบสอบถามประชาชนในพื้นที่เขตดินแดง และเขตพญาไท เกี่ยวกับการเปลี่ยนชื่อถนนสุทธิสารวินิจฉัยเป็นถนนอินทามระ

 

11.ร่วมใจปลูกต้นไม้รำลึกในหลวง ร.9
4 ฉบับ ไทยรัฐ, มติชน, สำนักข่าวไทย, สำนักข่าวแห่งชาติ
รายละเอียด
-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวตอนหนึ่งในรายการศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนว่าขอเชิญชวนคนไทยร่วมใน “โครงการประชารัฐร่วมใจปลูกต้นไม้ให้แผ่นดิน” ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่สาธารณะ พื้นที่ป่า พื้นที่รัฐ โดยเริ่มทำพร้อมกันทั้งประเทศในวันที่ 7 ส.ค. เรื่อยไปจนถึงวันที่ 30 ก.ย.นี้ เพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ที่สำคัญเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกในการอนุรักษ์ต้นไม้และทรัพยากรป่าไม้ให้แก่ชนรุ่นหลัง และร่วมกันทำถวายสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบันด้วย


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การจัดกิจกรรม“โครงการประชารัฐร่วมใจปลูกต้นไม้ให้แผ่นดิน” ในส่วนของ กทม.


ข้อคิดเห็น
-หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชนร่วมปลูกต้นไม้ในกิจกรรม“โครงการประชารัฐร่วมใจปลูกต้นไม้ให้แผ่นดิน”

 

12.ชุมชนริมน้ำร้องยุติทางเดินเลียบเจ้าพระยา
1 ฉบับ ไทยโพสต์
รายละเอียด
-นางปิ่นทอง วงษ์สกุล ตัวแทนชุมชนกุฎีจีน กล่าวในการ เสวนาหัวข้อ "พัฒนาแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างไรให้ยั่งยืน"ว่า ชุมชนกุฎีจีนเป็นชุมชนเก่าแก่มีอายุกว่า 248 ปี มีสถานที่สำคัญที่พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้หลายแห่งก่อนหน้านี้ชุมชนได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนกั้นน้ำของ กทม. ที่บดบังทัศนียภาพสิ่งปลูกสร้างในชุมชน และเป็นอุปสรรคต่อประชาชนที่เดินทางมาเยี่ยมชมสถานที่สำคัญ นอกจากนี้ ยังมีโป๊ะเรือ กทม. ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ แต่ กทม.นำเรือมาจอดทิ้งไว้จึงขอให้ กทม.เข้ามาดูแลเรื่องดังกล่าว โดยเสนอแนะ กทม.ควรนำงบฯ โครงการสร้างทางเดินเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา มาพัฒนาจุดแข็งของแต่ละชุมชนริมแม่น้ำในแนวทางที่เหมาะสม โดยอาศัยการมีส่วนร่วมของประชาชนในชุมชน

-นางรวีวรรณ สมิตะมาน ตัวแทนชุมชนบ้านปูน เสนอแนะให้นำงบฯ ในโครงการดังกล่าวมาปรับปรุง คูคลองและแม่น้ำเจ้าพระยาให้สะอาด และพัฒนาเส้นทางการสัญจรตามคูคลองต่างๆ ในกรุงเทพฯ-นางอรศรี ศิลปี ประธานชุมชนบางลำภู ระบุไม่เห็นด้วยกับการก่อสร้างทางเดินเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาของ กทม. เนื่องจากที่ผ่านมาคนในชุมชนใช้ประโยชน์จากแม่น้ำเจ้าพระยาทุกด้าน และเห็นว่าแม่น้ำควรใช้ในการเดินเรือ ไม่ใช่ให้รถวิ่ง หรือสร้างถนน

ผลกระทบ
ด้านบวก
-การมีส่วนร่วมของชุมชนพื้นที่ในการดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาด้านลบ-ตัวแทนชุมชนบ้านปูนระบุการก่อสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อปี 38 ทำให้เกิดปัญหาน้ำเน่าเสียในชุมชน เนื่องจากน้ำขังบริเวณใต้ถุนบ้านของประชาชนในชุมชนไม่สามารถระบายได้ แม้ชาวบ้านจะพยายามทุกวิถีทาง เพื่อแก้ปัญหาน้ำเน่าเสีย แต่ไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้ นอกจากนี้ เขื่อนกันน้ำท่วมทำให้ทัศนียภาพของชุมชนแย่ลงกว่าเดิม


-ที่ผ่านมา กทม.สร้างทางเลียบระยะสั้นตั้งแต่บริเวณใต้สะพานปิ่นเกล้า-สวนสันติชัยปราการ ให้เป็นเส้นทางท่องเที่ยวขนาดเล็ก แต่ปัจจุบันถูกทิ้งให้รกร้าง ทางเดินบางจุดชำรุด เป็นพื้นที่ที่มีปัญหาเรื่องความปลอดภัยจากทั้งมิจฉาชีพ รวมทั้งมีคนเร่ร่อน เข้ามาใช้เป็นที่อาบน้ำ ทำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวไม่กล้าใช้ทางดังกล่าว


ข้อคิดเห็น
-สำนักการโยธา สำนักงานเขตและกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ความคืบหน้า การดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
1.ทางจักรยานในกรุงเทพฯ ตอบสนองความต้องการผู้ใช้หรือไม่
www.pantip.com
https://pantip.com/topic/36716334
56 comments

-ร้อยละ 56 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า การจัดทำทางจักรยานที่สามารถใช้ประโยชน์ได้จริง ควรพิจารณาจัดทำในถนนที่สร้างใหม่ มีการแบ่งช่องทางและมีแท่งปูนกั้นที่ชัดเจน เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้จักรยาน นอกจากนี้ ควรสร้างทางจักรยานเลียบคลองให้ครอบคลุม ซ่อมแซมจุดที่ชำรุด เพื่อให้เส้นทางต่อเนื่อง และปรับปรุงจุดตัดคลองกับถนนให้สามารถใช้เส้นทางได้สะดวก ปลอดภัย

-ร้อยละ 44 ของผู้แสดงความคิดเห็น ตั้งข้อสังเกตการจัดทำทางจักรยานในกรุงเทพฯ ยังไม่ตอบสนองความต้องการของผู้ที่ใช้จักรยาน เพราะไปสร้างในพื้นที่ที่ชาวบ้านไม่ต้องการ กระทบต่อการประกอบอาชีพ รวมทั้งสภาพอากาศยังไม่เอื้ออำนวยต่อการขี่จักรยานในชีวิตประจำวัน ขณะที่ระบบขนส่งหลักยังไม่เชื่อมต่อ ทำให้การเดินทางโดยจักรยานยังไม่ได้รับความสะดวกเท่าที่ควร

ข้อเสนอแนะ
สำนักการจราจรและขนส่ง สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ประชาสัมพันธ์การกวดขันตรวจสอบทางจักรยานของ กทม.ไม่ให้มีการใช้งานผิดประเภท รวมทั้งการพิจารณาจัดทำเส้นทางจักรยานเลียบคลองในพื้นที่กรุงเทพฯ
 
2.เปิดโหวตประชาชนชื่นชอบจัดระเบียบทางเท้าหรือไม่
www.pantip.com
https://pantip.com/topic/36719874
18 comments

-ร้อยละ 88 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า กรณีมีผู้ตั้งกระทู้ให้ประชาชนร่วมลงคะแนนชื่นชอบการจัดระเบียบทางเท้าแบบในปัจจุบันหรือไม่ ซึ่งจะปิดลงคะแนนในวันที่ 8 พ.ย.นี้ โดยผู้ตั้งกระทู้เห็นด้วยกับการจัดระเบียบเพื่อคืนทางเท้าให้ประชาชนใช้ในการสัญจร แต่สำหรับร้านรถเข็นเล็กๆ ที่ไม่กีดขวางทางเท้าควรคงไว้ นั้น หากจะจัดระเบียบผู้ค้าหาบเร่แผงลอยบนทางเท้าควรยกเลิกทั้งหมด เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกันและเพื่อความสะอาด ความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง ประชาชนสามารถสัญจรไปมาได้อย่างสะดวกสบาย อย่างไรก็ตาม ควรจัดพื้นที่เป็นศูนย์อาหารและค้าขายที่เป็นสัดส่วน เช่น ตลาด สวนสาธารณะ บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้า โดยให้ผู้ค้าเช่าพื้นที่ รวมทั้งดูแลเรื่องสุขอนามัยและรักษาความสะอาดของพื้นที่

-ร้อยละ 12 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า การจัดระเบียบทางเท้าของ กทม.ในปัจจุบัน แม้จะทำให้ทางเท้าสะอาด ไม่มีสิ่งกีดขวาง แต่กลับส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของคนกรุงเทพฯ ที่ต้องเปลี่ยนไปซื้ออาหารจากร้านสะดวกซื้อแทน

ข้อเสนอแนะ
สำนักเทศกิจ สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ประชาสัมพันธ์การกวดขันจัดระเบียบทางเท้าในพื้นที่กรุงเทพฯ ไม่ให้มีผู้ค้ากลับมาค้าขายอีก

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

1.โปรดเกล้าฯ จิตอาสาขุดลอกคูคลอง-ปรับภูมิทัศน์คลองขวางบน
1 ฉบับ มติชน
รายละเอียด
-สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ข้าราชบริพารหน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์หน่วยราชการในพระองค์ หน่วยพระราชทาน และประชาชนจิตอาสาร่วมกันขุดลอกคูคลองและเก็บผักตบชวา รวมทั้งปรับภูมิทัศน์ในพื้นที่คลองขวางบน เขตสวนหลวง ซอยอ่อนนุช 10-ซอยอ่อนนุช 28 แบ่งการปฏิบัติงานเป็น 3 โซนระหว่างวันที่ 31 ก.ค.-1 ส.ค. เมื่อแล้วเสร็จแล้วจะเปิดช่องทางระบายน้ำให้สามารถระบายน้ำได้อย่างรวดเร็วและมีพื้นที่ที่จะรองรับปริมาณน้ำฝนที่ตกหนักในระยะนี้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากปัญหาน้ำท่วมขัง

-ส่วนปัญหาด้านการจราจรในพื้นที่กรุงเทพฯ ได้จัดกิจกรรมจิตอาสาจราจรเพื่ออำนวยความสะดวกในการจราจรร่วมกับเจ้าหน้าที่จราจรในพื้นที่บริเวณหน้าสถานศึกษาต่างๆ โดยเริ่มจากสถานศึกษารอบพระราชวังดุสิต เพื่อช่วยให้การรับ-ส่งบุตรหลานเข้าเรียนในชั่วโมงเร่งด่วนเป็นไปด้วยความเรียบร้อยการจราจรไม่ติดขัด รวมทั้งการรณรงค์สร้างจิตสำนึกแก้ไขปัญหาจราจรบริเวณถนนสายหลัก หรือถนนที่มีการจราจรคับคั่ง หรือย่านการค้าสำคัญในพื้นที่กรุงเทพฯ เพื่อสร้างวินัยจราจรและร่วมกันแก้ไขปัญหาจราจรให้มีความคล่องตัวขึ้น


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การจัดกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ตามโครงการ "เราทำความดี ด้วยหัวใจ" เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2560 ในพื้นที่กรุงเทพฯ


ข้อคิดเห็น
-สำนักการระบายน้ำ สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์จัดกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ของ กทม.เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2560

 

2.เตรียมเพาะดอกดาวเรือง ประดับตกแต่งสถานที่สำคัญ ช่วงงานพระราชพิธี
2 ฉบับ ไทยโพสต์, มติชน
รายละเอียด
-นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รผว.กทม. กล่าวในการตรวจเยี่ยมการเพาะดอกดาวเรือง บริเวณเรือนเพาะชำพันธุ์ไม้ ถ.สุขาภิบาล 2 ซ.15 เขตประเวศว่า สสล. ได้เตรียมเพาะดอกดาวเรืองและดอกไม้สีเหลืองประมาณ 400,000 ต้น เพื่อประดับตกแต่งสถานที่สำคัญต่างๆ ในพื้นที่กรุงเทพฯ นอกจากนี้ สวนสาธารณะต่างๆ ได้เตรียมเพาะดอกดาวเรืองและดอกไม้สีเหลืองอีกประมาณ 50,000 ต้น

-การปลูกดาวเรืองให้ออกดอกพร้อมกันทุกพื้นที่และบานทันในช่วงงานพระราชพิธีถวายพระเพลิง พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ตั้งแต่วันที่ 20 ต.ค.60 เป็นต้นไป ควรเริ่มปลูกในช่วงต้นเดือน ส.ค.นี้ สำหรับประชาชนที่สนใจสามารถสอบถามวิธีการปลูกดอกดาวเรืองได้จากสวนสาธารณะทุกแห่งของ กทม.


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การเตรียมความพร้อมการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ


ข้อคิดเห็น
-สำนักสิ่งแวดล้อม สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การเตรียมการประดับตกแต่งสถานที่สำคัญและสวนสาธารณะของ กทม.เพาะดอกดาวเรืองและดอกไม้สีเหลือง

 

3.เปิดใช้งาน “พระปกเกล้าสกายพาร์ก” ปี 61
1 ฉบับ เดลินิวส์
รายละเอียด
-นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รผว.กทม. กล่าวถึงความคืบหน้าแผนดำเนินโครงการพระปกเกล้าสกายพาร์กว่า ยืนยันจะไม่มีการยกเลิกโครงการ ขณะนี้ สผม.ออกแบบสวนสาธารณะลอยฟ้าเสร็จแล้ว และ กทม.ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่โดยรอบ ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ต้องการให้ กทม.เร่งพัฒนาพื้นที่ให้เกิดผลสำเร็จโดยเร็ว เพื่อพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจการท่องเที่ยว

-กทม.ได้ประชุมหารือร่วมกับการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) และกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เจ้าของพื้นที่และชี้แจงถึงการออกแบบเพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชนผู้มาใช้สวนสาธารณะดังกล่าวและผู้ขับขี่รถบนสะพานใกล้เคียงแล้ว โดยการออกแบบจะก่อสร้างโครงสร้างรั้วดูแลความปลอดภัยของผู้ใช้งาน และจะติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างกล้อง CCTV เพื่อดูแลประชาชนอย่างเต็มที่และจะก่อสร้างลิฟต์เพื่อให้ผู้พิการผู้สูงอายุสามารถขึ้นสู่สวนสาธารณะลอยฟ้าได้ใช้งานอย่างสะดวก

-จากนี้ กทม. จะเร่งพัฒนาพื้นที่โครงสร้างสะพานด้วนเดิมที่มีระยะทางยาวกว่า 280 เมตร กว้างประมาณ 8 เมตร ให้เป็นสวนสาธารณะลอยฟ้าที่สมบูรณ์ ซึ่งในปลายปี 60 จะเร่งประกาศ TOR หาเอกชนเข้าปรับปรุง และคาดจะเสร็จสมบูรณ์เปิดให้ประชาชนใช้งานได้ในปลายปี 61

ผลกระทบ
ด้านบวก
-กทม.ต้องการปรับพื้นที่สะพานด้วนซึ่งเป็นโครงสร้างเก่าของโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าลาวารินในอดีตที่อยู่ระหว่างสะพานพระปกเกล้า แต่ไม่ได้มีการใช้งานใด ๆ กทม.จึงวางแผนการปรับพื้นที่ดังกล่าวเป็นสวนสาธารณะลอยฟ้าให้ประชาชนใช้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของกรุงเทพฯภายใต้โครงการพระปกเกล้าสกายพาร์ก

ด้านลบ
-ที่ผ่านมาโครงการดังกล่าวติดปัญหาเจ้าของพื้นที่คือ กทพ. และ ทช.ยังไม่อนุมัติการใช้ตัวสะพานให้ กทม. เนื่องจากติดปัญหาเกรงอาจเกิดอันตรายกับผู้ขับขี่รถบนสะพานพระปกเกล้า


ข้อคิดเห็น
-สำนักผังเมือง สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินโครงการพระปกเกล้าสกายพาร์ก

 

4.เตรียมเลิกหาบเร่อีก 11 จุด
1 ฉบับ เดลินิวส์
รายละเอียด
-นายวัลลภ สุวรรณดี ประธาน ทปษ.ของ ผว.กทม. กล่าวหลังลงพื้นที่เปิดกองอำนวยการร่วมจัดระเบียบทางเท้าถนนบรมราชชนนี เขตบางกอกน้อยว่า ขณะนี้เขตบางกอกน้อยได้ดำเนินการจัดระเบียบผู้ค้าในพื้นที่ เพื่อคืนทางเท้าสาธารณะและถนนให้ประชาชนใช้สัญจร โดยยกเลิกจุดผ่อนผันแล้ว 10 จุด คงเหลือที่ต้องยกเลิกอีก 11 จุด ซึ่งอยู่ระหว่างรอประกาศยกเลิกจุดผ่อนผันยกเลิกผู้ค้านอกจุดผ่อนผันแล้ว 3 จุด และขณะนี้ได้ดำเนินการยกเลิกผู้ค้านอกจุดผ่อนผันอีก 2 จุด ได้แก่ บริเวณหน้าร้านจักรวาลโฟโต้ดิจิตอลและหน้าภัตตาคารกุ้งหลวง ถนนบรมราชชนนี

-นโยบายจัดระเบียบผู้ค้าทั่วเขตกรุงเทพฯ จะทยอยยกเลิกจุดค้าขายหาบเร่แผงลอยในพื้นที่ทางเท้าสาธารณะและจัดหาสถานที่ทำการค้าแห่งใหม่เพื่อคืนพื้นที่ทางเท้าตลอดจนรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การจัดระเบียบผู้ค้า เพื่อคืนพื้นที่ทางเท้าให้ประชาชนสัญจรได้อย่างสะดวกและปลอดภัย


ข้อคิดเห็น
-สำนักเทศกิจ สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินการจัดระเบียบทางเท้าในพื้นที่กรุงเทพฯรวมทั้งการกวดขันดูแลพื้นที่จัดระเบียบไปแล้วไม่ให้ผู้ค้ากลับมาอีก

 

5.ประชุมนานาชาติเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงเมือง
3 ฉบับข่าวสด, พิมพ์ไทย,สำนักข่าวแห่งชาติ
รายละเอียด
-นายเกรียงพล พัฒนรัฐ รป.กทม. กล่าวเปิดการประชุมนานาชาติเพื่อเสริมสร้างศักยภาพการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของเมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ว่า กทม.ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ Asia Pacific Network (APN) จัดการประชุมนานาชาติครั้งนี้ขึ้น ระหว่างวันที่ 31 ก.ค. - 4 ส.ค.นี้ โดยมีผู้แทนจากประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ ไทย ลาว เวียดนาม พม่า กัมพูชา อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และ กทม.เข้าร่วมการประชุม

-การประชุมครั้งนี้เป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวทางการแก้ไขปัญหาในเรื่องต่างๆ และนำองค์ความรู้ที่ได้จากการศึกษาวิจัยมาขับเคลื่อนการดำเนินการ เพื่อปรับตัวให้เข้ากับบริบทของเมือง เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่เมืองต้องเผชิญอย่างรอบด้าน

ผลกระทบ
ด้านบวก
-การประชุมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวทางแก้ไขปัญหาต่างๆ ของเมืองจะทำให้กรุงเทพฯ และเมืองอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก้าวสู่ความเป็นเมืองที่มีความเข้มแข็งและพร้อมรับมือกับปัญหาอุปสรรคในทุกมิติ


ข้อคิดเห็น
-สำนักสิ่งแวดล้อม และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินการของ กทม.เพื่อเตรียมรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของเมือง

 

6.ปรับค่าจอดรถอาคารบางลำพู-สวนมะลิ ต.ค.นี้
1 ฉบับ เดลินิวส์
รายละเอียด
-นายกฤษฎา ศิริพิบูลย์ ผอ.สนค. กล่าวว่า ปัจจุบัน กทม. ได้เปิดใช้บริการอาคารจอดยานยนต์ 2 แห่ง ได้แก่ (1) อาคารที่จอดยานยนต์บริเวณตลาดยอด บางลำพู เขตพระนคร รองรับรถยนต์ได้ 550 คัน และรถจักรยานยนต์ได้ 99 คัน และ (2) อาคารที่จอดรถยานยนต์บริเวณตลาดสวนมะลิ ถนนเฉลิมเขตร์ 2 เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ซึ่งจอดได้เฉพาะรถยนต์ 528 ช่อง อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา กทม.ได้จัดจอดรถในอาคารจอดยานยนต์ของ กทม. ในอัตราคงที่ต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลากว่า 20 ปี ซึ่งปัจจุบันสภาพสังคมเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงต่อเนื่องทำให้การเก็บค่าจอดรถอัตราคงที่เดิม เกิดความไม่เหมาะสม กทม. จึงต้องปรับแก้ระเบียบโดยเทียบเคียงอัตราการจัดเก็บค่าที่จอดยานยนต์ของภาคเอกชนให้เหมาะสมมากที่สุด โดยจะปรับอัตราค่าจอดรายเดือนจาก 2,000 บาท เป็น 3,500 บาท และปรับค่าจอดรถรายชั่วโมง จาก 15-20 บาท เป็นเริ่มต้นที่ 20-30 บาท/ชั่วโมง โดยการแก้ระเบียบ กทม. ในการจัดเก็บค่าจอดยานยนต์ในอัตราใหม่จะเริ่มการจัดเก็บได้ในปีงบประมาณ 61 เริ่มเดือน ต.ค.นี้

ผลกระทบ
ด้านบวก
-การให้บริการอาคารจอดยานยนต์ของ กทม. ทำให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยในการจอดยานยนต์แก่ประชาชนและไม่ให้มีการจอดเกะกะกีดขวางการจราจร

-การปรับอัตราค่าจอดรถในอาคารจอดยานยนต์ของ กทม.ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพสังคมปัจจุบัน


ข้อคิดเห็น
-สำนักการคลัง และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การเตรียมการปรับค่าบริการอาคารจอดยานยนต์ของ กทม.

 

7.ทช.นัดหารือแผนขยายสะพานตากสิน 10 ส.ค.นี้
1 ฉบับ เดลินิวส์
รายละเอียด
-นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) กล่าวว่า วันที่ 10 ส.ค.นี้ จะประชุมหารือกับ บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (BTSC) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือเรื่องการปรับปรุงสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสินรองรับการเพิ่มรางรถไฟฟ้าสถานีสะพานตากสิน ในฐานะที่ ทช.เป็นเจ้าของสะพานฯ และได้อนุมัติแบบการก่อสร้างที่ BTSC เสนอมาแล้ว โดยจะร่วมกันแถลงรายละเอียดการปรับปรุงให้ประชาชนรับทราบด้วย

-นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการ ผอ.ใหญ่ BTSC กล่าวว่า การปรับปรุงเพื่อวางรางรถไฟเพิ่มเป็น 2 รางและขยายชานชาลาเพิ่มจะไม่มีการทุบสะพานและไม่กระทบต่อการจราจรบนสะพานและผู้โดยสารรถไฟฟ้า เพราะใช้พื้นที่สะพานตากสิน 1 ช่องจราจรระยะทางประมาณ 250 เมตร กว้าง 1.8 เมตร ดังนั้น ต้องขยายสะพานทั้ง 2 ฝั่ง เพิ่มอีก 1 ช่องจราจรทดแทนให้สะพานตากสินทั้ง 2 ฝั่งยังมี 3 ช่องจราจรเท่าเดิม ในขณะก่อสร้างจะไม่กระทบต่อการเดินรถไฟฟ้าบริเวณสะพานตากสิน

-ขณะนี้ BTSC อยู่ระหว่างออกแบบรายละเอียดการก่อสร้างคาดจะแล้วเสร็จภายใน 2-3 เดือน จากนั้นจะนำแบบรายละเอียดเสนอ ทช.อนุมัติต่อไป คาดจะดำเนินการได้ภายในปี 60 และใช้เวลาปรับปรุงประมาณ 1 ปี ส่วนค่าก่อสร้าง BTSC และ กทม.เป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งจะหารือถึงสัดส่วนต่อไป


ผลกระทบ
ด้านบวก
-เมื่อดำเนินการปรับปรุงสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสินรองรับการ เพิ่มรางรถไฟฟ้าสถานีสะพานตากสินแล้วเสร็จจะเพิ่มการให้บริการรถไฟฟ้าสายสีลมได้ขบวนละ 2 นาทีทำให้ผู้โดยสารไม่ต้องรอรถไฟฟ้านานขึ้น
ด้านลบ
-ปัจจุบันในช่วงเร่งด่วนผู้โดยสารบริเวณสถานีสะพานตากสินหนาแน่นมาก แม้ที่ผ่านมาได้เพิ่มความถี่การให้บริการเดินรถไฟฟ้า BTS สายสุขุมวิทที่วิ่งจากหมอชิต-สำโรง ขบวนละ 2-3 นาที ส่วนสายสีลมจากสนามกีฬาฯ-บางหว้า ขบวนละ 4 นาที เนื่องจากต้องรอสับหลีกรางที่สถานีสะพานตากสิน ซึ่งมีรางเดียวบริเวณกลางสะพานตากสิน เมื่อรถจะเข้าสถานีต้องสลับกันเข้า จึงทำให้เกิดความล่าช้า


ข้อคิดเห็น
-สำนักการจราจรและขนส่ง บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ผลการหารือการปรับปรุงสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสินรองรับการเพิ่มรางรถไฟฟ้าสถานีสะพานตากสิน

 

8.ชุมชนป้อมมหากาฬเตรียมยื่นหนังสือขอชะลอรื้อย้าย
1 ฉบับ มติชน
รายละเอียด
-รายงานข่าวชุมชนป้อมมหากาฬเตรียมร่างจดหมายยื่นต่อ ผว.กทม. เรื่อง ขอชะลอการรื้อย้าย จากกำหนดเดิมวันที่ 31 ก.ค.60 เป็นเดือน เม.ย.61 โดยมีเหตุผล 3 ประการหลัก (1) ในการประชุมระบุคุณค่ายังไม่ ตกผลึกในประเด็นการบริหารจัดการ ชุมชนจึงต้องการให้มีความชัดเจนในประเด็นดังกล่าวก่อนที่จะรื้อถอนบ้าน โดยยืนยันข้อเสนอเรื่องการทำพื้นที่ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ และพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ที่มีชีวิต (2) การรื้อย้ายอาจกระทบต่อคำแถลงคุณค่า โดยเฉพาะในข้อที่ระบุถึงเศรษฐกิจชุมชน และ (3) การแจ้งเตือนกะทันหัน ระยะเวลาที่ให้ไม่เพียงพอต่อการเตรียมการได้ทัน กล่าวคือ นับจากวันติดหมายวันที่ 18-31 ก.ค. เป็นเวลาเพียง 12 วัน อีกทั้งจะส่งผลกระทบต่างๆหลายประการ อาทิ อาชีพที่ยึดโยงกับพื้นที่โดยรอบการศึกษาของเด็กในชุมชน ซึ่งจะจบภาคการศึกษา ในเดือน เม.ย. ผู้สูงอายุที่มีสวัสดิการรักษาพยาบาล ในโรงพยาบาลในพื้นที่

ผลกระทบ
ด้านบวก
-การรื้อถอนบ้านในชุมชนป้อมมหากาฬ และดำเนินการปรับปรุงภูมิทัศน์ป้อมมหากาฬ เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกันด้านลบ-วันที่ 31 ก.ค.เป็นวันสุดท้ายที่ กทม. กำหนดให้เวลาชุมชนป้อมมหากาฬ ในการย้ายออกจากบ้านที่จะมีการรื้อถอน 12 หลัง


ข้อคิดเห็น
-สำนักการโยธา สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ความคืบหน้าการปรับภูมิทัศน์พื้นที่ภายในป้อมมหากาฬ

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

1.สั่ง 50 เขตคุมเข้มลักลอบทิ้งขยะริมทาง
www.facebook.com/NationTV22
https://www.facebook.com/359255107449/posts/10155729538037450
191 likes / 2 shares / 15 comments

-ร้อยละ 85 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นด้วยกรณี พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง ผว.กทม. กำชับสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต เข้มงวดการสำรวจพื้นที่รกร้างว่างเปล่า ซึ่งอาจเป็นที่ลักลอบนำขยะมาทิ้ง หากพบพื้นที่ลักษณะดังกล่าวให้เร่งดำเนินการตามมาตรการที่กำหนดไว้ทันที ได้แก่ ประสานหน่วยงาน หรือเอกชนเจ้าของที่ดินปรับพื้นที่ให้โปร่งโล่ง กั้น หรือล้อมรั้ว พร้อมทั้งติดป้ายห้ามทิ้งขยะ และให้เจ้าหน้าที่เทศกิจตรวจตราเป็นระยะ หากจุดใดสามารถติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) เพื่อเฝ้าระวังได้ให้ประสาน สจส.ดำเนินการ รวมทั้งขอความร่วมมือประชาชนที่อยู่บริเวณใกล้เคียงร่วมเป็นเครือข่ายเฝ้าระวังแจ้งเบาะแสผู้ลักลอบทิ้งขยะ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างจริงจัง นั้น ปัญหาการทิ้งขยะในที่สาธารณะมีการรณรงค์มานาน แต่ยังมีผู้ลักลอบนำมาทิ้ง เพราะความมักง่ายและขาดจิตสำนึกของประชาชน ซึ่งเป็นปัญหาเร่งด่วนที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรร่วมกันแก้ไข โดยเสนอแนะให้ กทม.ตั้งทีมงานเฝ้าระวังในช่วงเวลากลางคืน เพิ่มโทษปรับผู้ที่ลักลอบทิ้งขยะ รวมทั้งพิจารณาให้รางวัลกับประชาชนที่แจ้งเบาะแสและมีหลักฐานนำจับ ส่วนการติดกล้อง CCTV อาจจะไม่ได้ผล

-ร้อยละ 15 ของผู้แสดงความคิดเห็น ตั้งข้อสังเกตการลักลอบนำขยะประเภทเศษวัสดุก่อสร้าง กิ่งไม้ และขยะประเภทอื่นๆ มาทิ้งในพื้นที่ว่าง ซึ่งเป็นของหน่วยงานราชการและเอกชนตามริมถนนสาธารณะต่างๆ มีมานานแล้ว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะหน่วยงานเจ้าของพื้นที่ รวมทั้ง กทม.ไม่ได้ดำเนินการกวดขันและเข้าไปดำเนินการจับเก็บ

www.facebook.com/กรุงเทพธุรกิจ
https://www.facebook.com/135182934814/posts/10156892089959815
113 likes / 2 shares / 13 comments

-ร้อยละ 90 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า ปัญหาการทิ้งขยะในที่รกร้างและคูคลองเกิดจากความมักง่ายและขาดจิตสำนึกของประชาชนและผู้ประกอบการ ซึ่งหน่วยงานภาครัฐควรกวดขันจับปรับจริงจัง เพิ่มโทษให้หนัก รวมทั้งให้เงินรางวัลนำจับกับผู้แจ้งเบาะแส

-ร้อยละ 10 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า กทม.ควรจัดหาพื้นที่สำหรับเป็นจุดทิ้งขยะชิ้นใหญ่ กิ่งไม้ เศษวัสดุก่อสร้าง และกำหนดเวลาจัดเก็บ เพื่อแก้ปัญหาประชาชนและผู้ประกอบการลักลอบนำขยะเหล่านั้นไปทิ้งในที่สาธารณะ

ข้อเสนอแนะ
สำนักสิ่งแวดล้อม สำนักเทศกิจ สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ประชาสัมพันธ์การจัดเก็บขยะชิ้นใหญ่ และการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการตามมาตรการแก้ปัญหาการลักลอบทิ้งขยะในพื้นที่รกร้างว่างเปล่า
 
2. กทม. ค้างชำระค่าเดินรถไฟฟ้า “แบริ่ง-สำโรง”
www.facebook.com/Prachachat
https://www.facebook.com/182927663813/posts/10155764990448814
255 likes / 19 shares / 14 comments

-ร้อยละ 56 ของผู้แสดงความคิดเห็น ตั้งข้อสังเกตเหตุใด กทม.ยังไม่จ่ายค่าจ้างเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย ช่วงแบริ่ง-สำโรง ให้ บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (BTSC) หลังเปิดทดลองเดินรถตั้งแต่เดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งคิดอัตราค่าจ้างเดินรถ 20 ล้านบาท/เดือน รวมทั้งการบริหารจัดการเดินรถสายสีเขียวส่วนต่อขยาย ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ และส่วนต่อขยายหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ก็ยังไม่ได้ข้อสรุปเรื่องการชำระเงินค่าก่อสร้าง

-ร้อยละ 44 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า กทม.ควรให้สัมปทาน BTSC ในการบริหารจัดการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย รวมทั้งพิจารณาปรับลดอัตรากำลังบุคลากรและจ้างเอกชนเข้ามาดำเนินการแทน เพื่อนำงบประมาณไปเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เกิดประโยชน์กับประชาชน

ข้อเสนอแนะ
สำนักการจราจรและขนส่ง บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด และกองประชาสัมพันธ์ประชาสัมพันธ์ความคืบหน้าการเตรียมการบริหารจัดการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย รวมทั้งกรณีค้างชำระค่าจ้างเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายให้ บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

1.สภา กทม.ศึกษาค่าติดตั้งระบบ-ค่าเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย
2 ฉบับ ไทยรัฐ, มติชน
รายละเอียด
-พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผว.กทม. กล่าวถึงการชำระเงินค่าก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยายช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ และส่วนต่อขยายช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ประมาณ 60,000 ล้านบาท ซึ่ง กทม.ได้รับโอนภารกิจจากการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ว่า กทม.จะรับผิดชอบเรื่องการติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณการเดินรถ และการซ่อมบำรุง โดยได้มอบหมายให้บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (KT) เป็นผู้บริหารจัดการ และ KT ได้จ้าง บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (BTSC) เดินรถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย ซึ่งเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย.60 แล้ว 1 สถานี คือ แบริ่ง-สำโรง ขณะนี้ สภา กทม. ได้ตั้งคณะกรรมการวิสามัญ เพื่อศึกษาพิจารณาการจ่ายค่าติดตั้งระบบ และค่าจ้างเดินรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายให้ถูกต้องตามกฎระเบียบข้อบังคับต่างๆ-นายสุธน อาณากุล ผอ.สจส. กล่าวว่า ภายหลังที่ กทม.มอบหมายให้ KT บริหารจัดการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย ซึ่ง KT ได้ลงนามว่าจ้าง BTSC ในการติดตั้งระบบและให้บริการเดินรถ เบื้องต้น BTSC คิดอัตราค่าจ้างเดินรถ 20 ล้านบาท/เดือน


ผลกระทบ
ด้านบวก-การบริหารจัดการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการและหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต

ด้านลบ
-นับตั้งแต่ กทม.เปิดทดลองเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายแบริ่ง-สำโรง เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา KT ยังไม่ได้จ่ายเงินค่าจ้างเดินรถไฟฟ้าให้ BTS ซึ่ง BTSC มีหนังสือถึง กทม.แจ้งว่าหาก กทม.ยังไม่สามารถจ่ายเงินเป็นค่าจ้างเดินรถได้ BTSC จะคิดอัตราดอกเบี้ยปีละ 5.2 บาท


ข้อคิดเห็น
-สำนักการจราจรและขนส่ง บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การเตรียมการบริหารจัดการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย

 

2.กำชับ 50 เขต คุมเข้มปัญหาทิ้งขยะที่รกร้าง
5 ฉบับ มติชน, ข่าวสด, M2F, ไทยโพสต์, โพสต์ทูเดย์
รายละเอียด
-พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผว.กทม. กล่าวว่า ได้สั่งการให้กลุ่มเขตกรุงเทพเหนือและกรุงเทพตะวันออก ระดมกำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องมือลงพื้นที่แก้ปัญหา การลักลอบทิ้งขยะบริเวณริมถนนคู่ขนานกาญจนาภิเษกในพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานเขตสายไหมและเขตคลองสามวา สามารถเคลื่อนย้ายขยะออกได้หมดรวมขยะประมาณ 700 ตัน หลังนำขยะออกจากบริเวณดังกล่าวแล้ว กทม.จะประสานการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) และกรมทางหลวง จัดทำป้ายห้ามทิ้งขยะพร้อมแจ้งบทลงโทษตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 และกฎหมายอื่นๆ ของกรมทางหลวง นอกจากนี้ ได้ตั้งเต็นท์กองอำนวยการร่วมเฝ้าระวังการลักลอบทิ้งขยะริมทาง โดยมีเจ้าหน้าที่เทศกิจ สายตรวจกรมทางหลวง กทพ. ตำรวจ และทหาร สลับสับเปลี่ยนไปตรวจตราอย่างต่อเนื่อง

-เพื่อไม่ให้เกิดกรณีดังกล่าวกับพื้นที่อื่นๆ จึงกำชับให้ทั้ง 50 เขต เข้มงวดสำรวจพื้นที่รกร้างว่างเปล่า หากพบให้เร่งประสานเจ้าของที่ดินปรับพื้นที่ให้โปร่ง โล่ง กั้น หรือล้อมรั้ว พร้อมติดป้ายห้ามทิ้งขยะ และให้เจ้าหน้าที่เทศกิจเข้าไปตรวจตราเป็นระยะ หากจุดใดสามารถติดตั้งกล้อง CCTV ได้ให้ประสาน สจส.ดำเนินการ รวมทั้งขอความร่วมมือประชาชนที่อยู่บริเวณใกล้เคียงเป็นเครือข่ายเฝ้าระวังแจ้งเบาะแสผู้ลักลอบทิ้งขยะ


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การประสานความร่วมมือในการแก้ปัญหาการลักลอบนำขยะเศษวัสดุก่อสร้าง กิ่งไม้และขยะประเภทอื่นๆ มาทิ้งในพื้นที่ว่างซึ่งเป็นของหน่วยงานราชการและเอกชนตามริมถนนสาธารณะ
ด้านลบ
-ปัจจุบันมีผู้ลักลอบนำขยะประเภทเศษวัสดุก่อสร้าง กิ่งไม้ และขยะอื่นๆ ไปทิ้งในพื้นที่ว่างจำนวนมาก ก่อให้เกิดปัญหาสภาพแวดล้อมเสื่อมโทรม สกปรก ไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย


ข้อคิดเห็น
-สำนักสิ่งแวดล้อม สำนักเทศกิจ สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การจัดเก็บขยะชิ้นใหญ่และการดำเนินการตามมาตรการแก้ปัญหาการลักลอบนำขยะมาทิ้งในพื้นที่สาธารณะ

 

3.จัดรับฟังความเห็นอุโมงค์ระบายน้ำคลองเปรมฯ
5 ฉบับ ไทยโพสต์, ไทยรัฐ,ข่าวสด, สำนักข่าวแห่งชาติ, สยามรัฐ
รายละเอียด
-นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รผว.กทม. กล่าวเปิดการประชุมรับฟังความคิดเห็นโครงการจ้างที่ปรึกษาออกแบบ จัดทำรายละเอียด รายการ ประมาณราคา และเอกสารประกวดราคาโครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำคลองเปรมประชากร จากคลองบางบัวลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาว่า การป้องกันแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ในพื้นที่กรุงเทพฯ ระบบท่อ และระบบคลอง ยังเป็นหัวใจสำคัญในการระบายน้ำ ที่ผ่านมา กทม.พยายามพัฒนาระบบดังกล่าวให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการะบายน้ำ ซึ่งอุโมงค์ระบายน้ำเป็นอีกหนึ่งวิธีในการป้องกันและแก้ไขน้ำท่วมได้ ทั้งนี้ ยอมรับโครงการมีทั้งผู้ที่ได้รับผลกระทบ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย แต่โดยรวมประชาชนส่วนใหญ่จะได้รับผลประโยชน์ จึงมีการประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อประกอบการพิจารณาการออกแบบโครงการต่อไป คาดจะสามารถสรุปรูปแบบโครงการได้ภายในเดือน ก.พ.61 อย่างไรก็ตามอุโมงค์ระบายน้ำอย่างเดียวแก้ปัญหาน้ำท่วมไม่ได้ทั้งระบบ ทุกอย่างต้องช่วยเหลือกันและกัน ทั้งระบบท่อ คลอง การก่อสร้างอุโมงค์เป็นการเพิ่มพื้นที่รับน้ำ หากเพิ่มได้จะช่วยให้การเร่งระบายน้ำในกรุงเทพฯ ดีขึ้น ระยะเวลาน้ำท่วมขังลดน้อยลง

-นายสมพงษ์ เวียงแก้ว ผอ.สนน. กล่าวว่า กทม.ได้ว่าจ้างบริษัท ยูทิลิตี้ดีไซน์คอนซัลแตนท์ จำกัด บริษัท เอกกรุ๊ปคอนซัลแตนท์ จำกัด และบริษัท โชติจินดาคอนซัลแตนท์ จำกัด เพื่อเป็นที่ปรึกษาโครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำคลองเปรมประชากร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 5.7 เมตร ความยาว 13.5 กิโลเมตร ความลึก 30-40 เมตร ใต้แนวคลองเปรมประชากรและถนนรัชดาภิเษก ซึ่งจะรับน้ำจากคลองบางบัว คลองวัดหลักสี่ คลองบางเขน และคลองเปรมประชากร ระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา 60 ลูกบาศก์เมตร/วินาที


ผลกระทบ
ด้านบวก
-ปัจจุบันกรุงเทพฯ มีอุโมงค์ระบายน้ำ 7 แห่ง ความยาวรวมกว่า 19 กม. หากอุโมงค์ระบายน้ำคลองเปรมประชากรสามารถก่อสร้างแล้วเสร็จ จะเป็นอุโมงค์ระบายน้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุด สามารถป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ 109 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่เขตดอนเมือง หลักสี่ สายไหม บางเขน และเขตจตุจักร

ด้านลบ
-พื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกภายในคันกั้นน้ำพระราชดำริ เป็นที่ราบต่ำ ทำให้ประสบปัญหาน้ำท่วมอยู่เสมอ


ข้อคิดเห็น
-สำนักการระบายน้ำ และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ผลการรับฟังความคิดเห็นโครงการจ้างที่ปรึกษา โครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำคลองเปรมประชากร จากคลองบางบัวลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา

 

4.เชื่อมท่อลอดวงเวียนบางเขนแก้ปัญหาน้ำท่วม
2 ฉบับไทยรัฐ, ข่าวสด
รายละเอียด
-นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รผว.กทม. กล่าวว่า กทม.ได้แก้ไขปัญหาน้ำท่วมบริเวณวงเวียนบางเขนโดยร่วมกับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) วางท่อลอดจากวงเวียนบางเขน-หน้าห้าง เทสโก้โลตัส หลักสี่ ซึ่งท่อลอดดังกล่าวจะช่วยดึงน้ำจากบริเวณวงเวียนบางเขนไปลงยังคลองรางอ้อรางแก้ว และลงสู่คลองสอง หรือคลองลาดพร้าว ขณะนี้ได้ดำเนินการเสร็จแล้ว สนน.ได้นำเครื่องสูบน้ำมาตั้งเพื่อเร่งระบายน้ำลงสู่คลองรางอ้อรางแก้ว มั่นใจปัญหาน้ำท่วมขังบริเวณวงเวียนบางเขนจะดีขึ้น


ผลกระทบ
ด้านบวก-การเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำ เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมขังบริเวณวงเวียนบางเขน


ข้อคิดเห็น
-สำนักการระบายน้ำ และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมบริเวณวงเวียนบางเขน

 

5.เตรียมจ้างเอกชนบริหารหอสมุดเมือง กทม.
1 ฉบับ ข่าวสด
รายละเอียด
-นางวรรณวิไล พรหมลักขโณ รผว.กทม. มอบหมายให้สำนักงาน ก.ก. นำเรื่องการพัฒนาระบบการจ้างงานของหอสมุดเมือง กทม.เสนอเข้าสู่ที่ประชุมเพื่อพิจารณา

-จากการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบาย ผว.กทม.และนำเสนอคณะอนุกรรมการวิสามัญ (อ.ก.ก.) เกี่ยวกับยุทธศาสตร์การบริหารทรัพยากรบุคคล พิจารณาให้ความเห็นชอบในหลักการ โดยจ้างเอกชนเข้ามาพัฒนาหอสมุดเมือง และจะนำเสนอ อ.ก.ก.เกี่ยวกับระบบราชการพิจารณาต่อไป


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การพัฒนาระบบการจ้างงานของหอสมุดเมืองกรุงเทพมหานครและการบริหารงานเพื่อลดค่าใช้จ่ายและส่งเสริมให้คนทุกกลุ่มเข้ามาใช้บริการมากขึ้น
ด้านลบ
-จากการวิเคราะห์ข้อมูลพบปัจจุบันหอสมุดเมืองกรุงเทพมหานครมีกำลังคนไม่พอ ไม่มีตำแหน่งพัฒนาสารสนเทศ สร้างนวัตกรรม และจัดกิจกรรมให้น่าสนใจ ซึ่งอาจทำให้ผู้ใช้บริการลดลง


ข้อคิดเห็น
-สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์แนวทางการบริหารจัดการหอสมุดเมืองกรุงเทพมหานคร

 

6.พัฒนาโรงเรียนฝึกอาชีพ กทม. ผลิตแรงงานป้อนตลาด
1 ฉบับ เดลินิวส์
รายละเอียด
-นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รผว.กทม. กล่าวว่า จากการเปิดการเรียนการสอนวิชาชีพต่างๆ ในโรงเรียน ฝึกอาชีพ กทม. ที่ผ่านมาพบประชาชนที่มาเรียนกว่าร้อยละ 80 ต้องการฝึกเพื่อนำไปประกอบอาชีพ ส่วนอีกร้อยละ 20 เป็นกลุ่มวัยเกษียณ ผู้สูงอายุ ที่มาเรียนฝึกอาชีพเพื่อใช้เวลาว่างหาความรู้เพิ่มเติมใหม่ๆ

-กทม. วางแนวทางประสานข้อมูลกระทรวงแรงงาน เพื่อเปิดวิชาการเรียนการสอนในภาคแรงงานธุรกิจที่ขาดแคลน หาก กทม.เปิดการสอนในสายอาชีพดังกล่าวและสามารถจัดหางานให้ผู้เรียนได้ จะเป็นรูปแบบการสร้างงานสร้างอาชีพที่ครบวงจรและยั่งยืน นอกจากนี้ ในสายอาชีพอื่นๆ ที่มีการสอน แต่ยังไม่มีระบบจัดหาอาชีพ ผู้ประกอบการรองรับ แต่เมื่อประสานความร่วมมือกับกระทรวงแรงงานแล้ว ในอนาคตการฝึกอาชีพสาขาใด ๆ ของ กทม. จะมีการหางานในอาชีพดังกล่าวให้แก่ผู้เรียนด้วย เพื่อป้อนแรงงานฝีมือเข้าสู่ตลาดแรงงาน ทำให้เกิดการนำไปใช้ประโยชน์จริงมากที่สุด

ผลกระทบ
ด้านบวก
-ปัจจุบัน กทม. มีโรงเรียนฝึกอาชีพบริการแก่ประชาชน 10 แห่ง มีการเรียนการสอน 164 หลักสูตร ในแต่ละปีจะมีประชาชนเข้าฝึกอาชีพรวมกว่า 20,000 คน วิชาเรียนที่เรียนมากที่สุดคือ ซอยผมสตรี อันดับ 2 วิชาตัดผมสุภาพบุรุษ อันดับ 3 วิชาขนมอบ อันดับ 4 วิชาแต่งผมสตรี และ อันดับ 5 วิชานวดแผนไทยเพื่อสุขภาพ

ข้อคิดเห็น
-สำนักพัฒนาสังคม และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การพัฒนาการเรียนการสอนทางวิชาชีพต่างๆ ของโรงเรียนฝึกอาชีพ กทม. เพื่อส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้ให้แก่ประชาชน

 

7.ประชุม 3 ฝ่าย หาทางออกชุมชนป้อมมหากาฬ
2 ฉบับ มติชน,โพสต์ทูเดย์
รายละเอียด
-นายยุทธพันธุ์ มีชัย ลผว.กทม. กล่าวหลังร่วมประชุมคณะกรรมการ 3 ฝ่าย ได้แก่ ฝ่ายชาวบ้านและนักวิชาการ, ฝ่ายทหาร และฝ่าย กทม. เพื่อหารือทางออกกรณีชุมชนป้อมมหากาฬ เขตพระนครว่า จากนี้จะนำข้อมูลต่างๆ จากการประชุมตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา นำเสนอในที่ประชุมคณะผู้บริหาร กทม. ต่อไป ยืนยันตนมีความเป็นธรรม ไม่มีอคติใดๆ และไม่เคยเป็นศัตรูกับชาวชุมชนป้อมมหากาฬ

-นางภารนี สวัสดิรักษ์ นักวิชาการอิสระด้านผังเมือง นำเสนอให้ใช้พื้นที่ในชุมชนป้อมมหากาฬเป็นบ้านมั่นคงโดยประสานความร่วมมือเพื่อการฟื้นฟู อนุรักษ์ และพัฒนา ซึ่งอาจต้องตั้งคณะทำงานโดยมีนักเศรษฐศาสตร์ นักกฎหมาย มีการแบ่งปันการลงทุน ผลประโยชน์ การรับผิดชอบ ทั้งนี้ จะไม่มีการขยายชุมชนแต่ให้เป็นพื้นที่อนุรักษ์


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่ป้อมมหากาฬ เพื่อเปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์มากขึ้น
ด้านลบ
-ในการประชุมคณะกรรมการ 3 ฝ่ายยังมีการถกเถียงกันในประเด็นการมองค่าของความเป็นมนุษย์


ข้อคิดเห็น
-สำนักการโยธา สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ความคืบหน้าการหาทางออกกรณีชุมชนป้อมมหากาฬ

 

8.เดินหน้าปรับภูมิทัศน์เมือง
2 ฉบับ ไทยโพสต์, มติชน
รายละเอียด
-นายวันชัย ถนอมศักดิ์ รป.กทม. กล่าวหลังประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาการจัดระเบียบทางเท้า เกาะกลางถนน และการให้สิทธิ์เอกชนดำเนินการเกี่ยวกับการติดตั้งป้ายโฆษณาในเขตสาธารณะว่าที่ประชุมได้พิจารณาแนวทางการจัดระเบียบทางเท้า และแนวทางการจัดการป้ายโฆษณาขนาดใหญ่และพื้นที่เกาะกลางถนน เบื้องต้นจะขอความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับระบบสาธารณูปโภค และบริษัทที่เกี่ยวข้องกับระบบเครือข่ายการสื่อสาร ร่วมกับ กทม.เพื่อจัดระเบียบสายไฟฟ้าและสายสื่อสารบนถนนสายหลักลงใต้ดิน ซึ่งหลังการหารือมีข้อสรุป หากหน่วยงานใดไม่ปฏิบัติตาม กทม.จะดำเนินการตัดสายไฟทันที

-ผว.กทม.กำชับให้เร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปี ในถนนสายหลักที่ยังไม่ได้ดำเนินการ ได้แก่ ถนนสุขุมวิท พหลโยธิน พญาไท และถนนราชปรารภ ส่วนป้ายโฆษณาที่อยู่ระหว่างการฟ้องร้องกับ กทม.จะไม่ต่ออายุ เมื่อหมดสัญญาและจะดำเนินการรื้อถอนให้เร็วที่สุดสำหรับป้ายที่มีสัญญากับ กทม.และไม่ติดการฟ้องร้อง กทม.จะพิจารณาการต่อสัญญาจากความเหมาะสม โดยป้ายต้องครอบคลุมพื้นที่ไม่เกิน 1 ส่วน 3 ของขนาดทางเท้า พร้อมกับฟื้นฟูทางเท้าที่ชำรุดให้สวยงามและอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน

-สำหรับป้ายโฆษณาขนาดใหญ่บริเวณเกาะกลางถนนที่มีทั้งหมด 382 ป้าย ซึ่งเดิมป้ายดังกล่าวเป็นลักษณะไตรวิชั่นจะเปลี่ยนเป็นป้ายโฆษณาเป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถแสดงข้อมูลต่างๆ อาทิ การรายงานสภาพการจราจร พื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังตามสถานการณ์ปัจจุบัน โดยร่วมมือกับกองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) เบื้องต้นได้มอบหมายให้ สจส. ร่วมกับ กปส. กำหนด TOR เพื่อหาผู้รับเหมามาดำเนินการต่อไป


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การจัดระเบียบสายไฟ-สายสื่อสาร และป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ และพื้นที่เกาะกลางถนน เพื่อความสวยงามและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของเมืองด้านลบ-ที่ผ่านมามีบางหน่วยงานปล่อยให้มีสายไฟฟ้าและสายสื่อสารที่ไม่มีการใช้ประโยชน์กว่าร้อยละ 60 ในกรุงเทพฯ ก่อให้เกิดผลกระทบต่อต้นไม้และบดบังทัศนียภาพ จนกลายเป็นภาระหน้าที่ของกทม.เพียงหน่วยงานเดียว


ข้อคิดเห็น
-สำนักการโยธา สำนักการจราจรและขนส่ง และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินการจัดระเบียบทางเท้าและป้ายโฆษณาขนาดใหญ่รวมทั้งพื้นที่เกาะกลางถนนในกรุงเทพฯ

 

9.เสนอตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการดูแลคูคลอง
2 ฉบับ ไทยโพสต์, กรุงเทพธุรกิจ
รายละเอียด
-พล.ต.ท.ธีระศักดิ์ ง่วนบรรจง ส.ก. ได้ยื่นญัตติเรื่อง ขอให้สภา กทม. ตั้งคณะกรรมการวิสามัญศึกษาการบูรณาการแผนงานและงบประมาณในการบำรุงรักษาและพัฒนาคลองสายสำคัญในกรุงเทพฯ ในการประชุมสภา กทม. สมัยประชุมสามัญที่ 3 ครั้งที่ 4 ว่า กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีคูคลองจำนวนมาก กระจายอยู่ในจุดต่างๆ รวมกว่า 3,000 แห่ง ซึ่งมีการใช้ประโยชน์ด้านการระบายน้ำเป็นส่วนใหญ่อีกทั้งคูคลองยังมีประโยชน์ในด้านเกษตรกรรม คมนาคม อุปโภคบริโภค การระบายน้ำ และการพักผ่อนหย่อนใจ อย่างไรก็ตาม การใช้ประโยชน์คูคลองในปัจจุบันลดน้อยลง เนื่องจากปัญหาน้ำในคลองเน่าเสีย จากการทิ้งขยะของประชาชน การปล่อยน้ำเสียครัวเรือนสู่คลอง การมีวัชพืชกีดขวางทางน้ำไหล ดังนั้น ทุกฝ่ายจึงต้องร่วมกันฟื้นฟูคลองให้กลับมามีประสิทธิภาพ สามารถใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ ได้เช่นในอดีต

-การฟื้นฟูดูแลคูคลองต่างๆ จำเป็นต้องรณรงค์สร้างการมีส่วนร่วมจากประชาชนใช้มาตรการทางกฎหมายเข้าร่วมในการจัดการดูแลคลอง รวมทั้งวางแนวทางพัฒนาทุกภาคส่วนไปพร้อมกัน ทั้งการแก้ปัญหาน้ำเน่าเสีย การกำจัดวัชพืช การส่งเสริมระบบคมนาคมทางน้ำ และการสร้างการท่องเที่ยวในคลองจึงต้องการให้ตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการดูแลคูคลองแบบองค์รวม เพื่อจัดทำแผนการพัฒนาคลองให้ครบทุกรูปแบบ และจัดทำงบประมาณในการบำรุงรักษาคูคลองให้เหมาะสมมากที่สุด

-ทั้งนี้ ที่ประชุมสภา กทม. ได้ตั้งคณะกรรมการวิสามัญศึกษาการบูรณาการแผนงานและงบประมาณในการบำรุงรักษาและพัฒนาคลองสายสำคัญในกรุงเทพฯ โดยใช้ระยะเวลาในการศึกษา 180 วัน


ผลกระทบ
ด้านบวก
-แนวทางบริหารจัดการแม่น้ำคูคลองในพื้นที่กรุงเทพฯ
ด้านลบ
-จากการศึกษาพบอุปสรรคในการบริหารจัดการแม่น้ำ คู คลอง หลายประการ ทั้งปัญหาการรุกล้ำแนวเขตของประชาชนริมคลอง ปัญหาวัชพืชและขยะมูลฝอย ขวางทางน้ำ ปัญหามลภาวะจากการปล่อยน้ำเสียโดยชุมชน ปัญหาความเหมาะสมทางกายภาพ เช่น ตอม่อสะพาน ระบบสาธารณูปโภคที่ขวางทางเดินเรือ ระดับท้องสะพานที่ต่ำ ปัญหาข้อจำกัดทางกฎหมาย เช่น ความชัดเจนในขอบเขตการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานที่รับผิดชอบ เช่น การขออนุญาตเดินเรือ หรือสร้างท่าเทียบเรือ

-ที่ผ่านมาลักษณะการทำงานของแต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการคูคลองยังไม่ได้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน


ข้อคิดเห็น
-สำนักการระบายน้ำ และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินการบริหารจัดการแม่น้ำคูคลองในกรุงเทพฯ

 

10.มท. กำชับติดตามสถานการณ์น้ำ-บริหารสิ่งของบริจาคอย่างโปร่งใส
2 ฉบับสำนักข่าวแห่งชาติ,สำนักข่าวไทย
รายละเอียด
-พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย (มท.) ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีห่วงใยสถานการณ์อุทกภัย จึงกำชับให้ มท. ร่วมกับหน่วยทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางมาตรการแก้ไขปัญหาเชิงรุกให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ดูแลผู้ประสบภัยอย่างทั่วถึง เชื่อมโยงการระบายน้ำอย่างเป็นระบบ เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำจากลำน้ำสาขาลงสู่แม่น้ำสายหลัก ตลอดจนขุดลอกลำคลองและลำรางสาธารณะ เพื่อเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำและให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ให้ประสานจังหวัดที่เป็นเส้นทางผ่านของน้ำ เตรียมพร้อมรับมือปริมาณน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณที่ลุ่มต่ำริมน้ำเตรียมขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง ติดตามสถานการณ์และประกาศเตือนภัยจากหน่วยงานภาครัฐอย่างใกล้ชิด

-นายกฤษฎา บุญราช ปลัด มท. กล่าวว่า ได้สั่งการให้จังหวัดต่างๆ กำชับหน่วยงานและภาคเอกชนในพื้นที่ที่จะดำเนินการเปิดรับบริจาคเงินและสิ่งของ เพื่อนำไปช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วมว่า ต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามระเบียบของทางราชการ มีหลักฐานให้สามารถตรวจสอบได้ เช่น การออกใบเสร็จรับเงิน หรือหลักฐานการรับสิ่งของบริจาค หรือเงินบริจาคให้เรียบร้อยและต้องประชาสัมพันธ์แจ้งสรุปยอดรับบริจาคในแต่ละวัน หรือแต่ละห้วงเวลา รวมทั้งต้องแสดงรายการจ่าย การนำเงินไปใช้ หรือสิ่งของไปช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบภัยไว้ด้วย สำหรับการรับบริจาคในส่วนของจังหวัด ขอให้จังหวัดกำหนดตัวบุคคล เจ้าหน้าที่ หรือแผนกการรับบริจาค และการแจกจ่ายไว้ให้ชัดเจนด้วย เพื่อให้มีผู้รับผิดชอบด้านการรับบริจาคและการแจกจ่ายไว้เป็นการเฉพาะและสามารถชี้แจงตรวจสอบได้ในภายหลัง

ผลกระทบ
ด้านบวก
-การเตรียมการป้องกันและรับมือสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองสาขาต่างๆ ที่จะไหลผ่านพื้นที่กรุงเทพฯ
ด้านลบ
-ขณะนี้การเปิดรับบริจาคเงินและสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัย หรือได้รับความเดือดร้อน และมีการนำเสนอข่าวทางสื่อมวลชนและเผยแพร่ทางสื่อออนไลน์ว่า การเปิดรับบริจาคดังกล่าวบางแห่งมีความไม่โปร่งใส ไม่ถูกต้องตามระเบียบของทางราชการ อาจเป็นช่องทางให้เกิดการนำเงินและ สิ่งของบริจาคไปใช้ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาค


ข้อคิดเห็น
-สำนักการระบายน้ำ สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การเตรียมการรับมือสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
1.รื้อบ้านบนทางเท้าใน ซ.พหลโยธิน 21
www.facebook.com/Naibann.com
https://www.facebook.com/495134180551141/posts/1526800140717868
752 likes / 28 shares / 68 comments

-ร้อยละ 85 ของผู้แสดงความคิดเห็น ชื่นชมกรณี กทม.ดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างบนทางเท้าบริเวณซอยพหลโยธิน 21 ทะลุซอยวิภาวดีรังสิต 30 เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้เป็นทางสัญจรและลดปัญหาอุบัติเหตุที่จะตามมา นั้น ขอให้ กทม.ดำเนินการสำรวจพื้นที่อื่นๆ ด้วย โดยเฉพาะหน้าอาคารพาณิชย์ที่มีการต่อเติม หรือตั้งวางสิ่งของยื่นออกมาบนทางเท้า

-ร้อยละ 9 ของผู้แสดงความคิดเห็น ตั้งข้อสังเกตเหตุใดจึงปล่อยให้มีการสร้างบ้านบนทางเท้าและออกบ้านเลขที่ให้ กรณีนี้หน่วยงานใดจะเป็นผู้รับผิดชอบ

-ร้อยละ 6 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า ขอให้ กทม.ดำเนินการจัดระเบียบทางเท้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริเวณป้ายศาลาที่พักผู้โดยสาร

ข้อเสนอแนะ
สำนักเทศกิจ สำนักงานเขตจตุจักร และกองประชาสัมพันธ์ประชาสัมพันธ์การกวดขันตรวจสอบและรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำพื้นที่สาธารณะ
 
 
2.เตรียมนำร่องรณรงค์จำกัดความเร็วรถหน้า รร.โยธินบูรณะ
www.manager.co.th
63 likes / 11 comments

-ร้อยละ 53 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นด้วยกับการรณรงค์โครงการ “ฟ้องป้าเปีย ช้าลงหน่อย ชีวิตปลอดภัย” (Slow Down to Save Lives) ซึ่งมูลนิธิป้องกันอุบัติภัยแห่งเอเชีย (AIP Foundation) และภาคีเครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากอุบัติภัยความเร็ว นำเสนอผลการรณรงค์ต่อ กทม.และ บช.น. หลังจากเปิดระดมความคิดเห็นของประชาชนผ่านสื่อออนไลน์ จำนวน 1 ล้านคน ตั้งแต่วันที่ 18 พ.ค.- 18 ก.ค. 2560 โดยเสนอให้นำร่องจำกัดจำกัดความเร็วรถ ออกข้อบังคับกำหนดไม่เกิน 50 กม./ชม. ในเขตชุมชนหนาแน่น เริ่มที่หน้าโรงเรียนโยธินบูรณะ ลดการเกิดอุบัติเหตุ นั้น การออกข้อบังคับโดยกำหนดความเร็วรถในเขตชุมชนหนาแน่นเป็นเรื่องดี เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน แต่ควรเพิ่มสะพานลอยคนเดินข้ามและทางม้าลายในเขตชุมชน รวมทั้งจัดอาสาจราจรคอยอำนวยความสะดวกในการข้ามทางม้าลายในช่วงเวลาเร่งด่วน ตลอดจนดำเนินการเอาผิดกับผู้ที่ไม่ใช้ทางข้ามในเขตชุมชน

-ร้อยละ 47 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า การกำหนดความเร็วรถในเขตชุมชนหนาแน่นจะสร้างปัญหาการจราจรติดขัดตามมา จึงควรบังคับใช้การจำกัดเวลาเฉพาะช่วงเวลาที่มีคนสัญจรไปมาจำนวนมากเท่านั้น

ขัอเสนอแนะ
สำนักการจราจรและขนส่ง สำนักงานเขตบางซื่อ และกองประชาสัมพันธ์ประชาสัมพันธ์การดำเนินการนำร่องจำกัดความเร็วความเร็วรถบริเวณหน้าโรงเรียนโยธินบูรณะ เขตบางซื่อ โดยจัดทำป้ายเตือนและตีเส้นจราจรให้เหมาะสมกับความเร็วที่กำหนด