• 0000000.png
  • 1111111.png
  • 2222222.png
  • 33333333.jpg
  • 44444444.png
  • addsetp1.png
  • addsetp2.png
  • addsetp11.png
  • addsetp12.png
  • addstep3.png
  • addstep4.png
  • addstep13.png
  • addstep14.png
  • bmaplans58.png
  • checkedlist.png
  • checkk_report.png
  • copy_kpibycheck.png
  • sed_summary1.png
  • sed_summary2.png

สรุปประเด็นข่าวเด่นประจำวันจากกองประชาสัมพันธ์ กทม.

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

1.แก้ปัญหาขยะมูลฝอยรณรงค์คัดแยก-กำหนดจุดทิ้ง
4 ฉบับ กรุงเทพธุรกิจ, ข่าวสด, สำนักข่าวไทย, ไทยโพสต์รายละเอียด-พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผว.กทม. กล่าวในการประธานการประชุมคณะผู้บริหาร กทม.โดย สสล. ได้รายงานถึงแนวทางการกำจัดขยะของ กทม. ซึ่งขยะในพื้นที่กรุงเทพฯ ในปี 60 จัดเก็บได้เฉลี่ย 10,527 ตัน/วัน เมื่อผ่านการคัดแยกแล้ว แบ่งออกเป็น4 ประเภท คือ 1) ขยะรีไซเคิล 2) ขยะอินทรีย์ 3) ขยะอันตราย และ 4) ขยะทั่วไป


-สำหรับขยะอินทรีย์ ซึ่งเป็นขยะที่มีมากกว่าขยะชนิดอื่น เนื่องจากเป็นขยะจำพวกเศษอาหาร ขยะเศษผัก/ผลไม้ และเปลือกผลไม้ หากจัดเก็บไม่หมดในแต่ละวันจะมีปัญหาเรื่องการเน่าเหม็น ส่งกลิ่นรบกวน จึงได้กำหนดแนวทางดำเนินการโดยให้จัดเก็บทุกวัน นอกจากนี้ ให้ปรับเปลี่ยน หรือใช้รถจัดเก็บและขนขยะที่มีความเหมาะสมกับขยะ เพื่อความสะดวกในการจัดเก็บขยะ โดยให้คัดเลือกเขตนำร่อง กลุ่มเขตละ 1 เขต ที่มีความเหมาะสมในการดำเนินการเรื่องการจัดเก็บขยะอินทรีย์ รวมถึงคัดเลือก Street Food และให้มีการคัดแยกเศษอาหารก่อนทิ้ง

-สั่งการให้ทั้ง 50 สำนักงานเขตจัดทำป้าย ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบถึงแนวทางการดำเนินงานและคัดแยกขยะก่อนทิ้ง รวมถึงการทิ้งขยะในจุดที่กำหนด เพื่อความสะดวกของเจ้าหน้าที่ในการจัดเก็บขยะและนำไปกำจัด โดยติดตั้งให้เสร็จภายในวันที่ 11 ธ.ค.60


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การบริหารจัดการขยะมูลฝอยของ กทม.และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการดูแลความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยในพื้นที่กรุงเทพฯ

ด้านลบ
-ปัญหาขยะในกรุงเทพฯ เป็นปัญหาใหญ่ในขณะนี้ ซึ่งมีปัญหาทั้งจากการทิ้งขยะไม่เป็นที่และไม่มีการคัดแยกขยะก่อนทิ้ง


ข้อคิดเห็น
-สำนักสิ่งแวดล้อม สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์แนวทางการกำจัดขยะของ กทม. โดยกำหนดให้ประชาชนทิ้งขยะในจุดที่กำหนดและคัดแยกขยะก่อนทิ้ง

 

2.รับสมัคร นศ.ปี 4-5 แก้ปัญหาขาดแคลนครู
2 ฉบับ มติชน, ไทยรัฐ
รายละเอียด
-พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผว.กทม. กล่าวว่า มีแนวคิดเปิดรับสมัครนักศึกษาชั้นปีที่ 4 หรือปีที่ 5 เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการครู กทม. เป็นกรณีพิเศษซึ่งได้มอบหมายให้ สนศ. และสำนักงาน ก.ก. ศึกษากฎระเบียบต่างๆ รวมถึงกำหนดหลักเกณฑ์ในการรับสมัคร อาทิ ผู้สมัครต้องอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ อย่างน้อย10 ปี ฯลฯ และดำเนินการให้เร็วที่สุดหรือหากเป็นไปได้ให้ทันเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 61

ผลกระทบ
ด้านบวก
-การศึกษาแนวทางการลดภาวะขาดแคลนบุคลากรทางการศึกษาในสังกัด กทม.

ด้านลบ
-ปัจจุบันพบปัญหาโรงเรียนในสังกัด กทม.บางแห่งยังขาดแคลนบุคลากรครู


ข้อคิดเห็น
-สำนักการศึกษา สำนักงาน ก.ก.และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินการลดการขาดแคลนบุคลากรทางการศึกษาในสังกัด กทม.

 

3.เตรียมต้อนรับ “คณะก้าวคนละก้าว” วิ่งผ่านกรุงเทพฯ
5 ฉบับ ข่าวสด, M2F, สำนักข่าวไทย, ไทยโพสต์, พิมพ์ไทย
รายละเอียด
-พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผว.กทม. กล่าวในการประชุมคณะผู้บริหาร กทม. ว่า ได้แจ้งในที่ประชุมให้เตรียมอำนวยความสะดวกให้แก่ทีมงานของ “ตูน บอดี้สแลม” ในโครงการก้าวคนละก้าว ที่จะวิ่งผ่านกรุงเทพฯ ในช่วงต้นเดือน ธ.ค.นี้ โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ที่ทีมงานก้าวคนละก้าวจะวิ่งผ่านดูแลความสะดวก รวมทั้งจัดการต้อนรับให้เหมาะสม พร้อมเชิญชวนข้าราชการและบุคลากร กทม.ร่วมบริจาค และให้กำลังใจการทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์แก่สังคม


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การเตรียมการดูแลความสะดวกความปลอดภัย และความเป็นระเบียบเรียบร้อย รวมทั้งจัดการต้อนรับทีมงาน “ก้าวคนละก้าว”


ข้อคิดเห็น
-หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์เชิญชวนชาวกรุงเทพฯ ร่วมบริจาคตามโครงการก้าวคนละก้าว

 

4.คชก.กทม.อนุมัติ EIA 88 โครงการ
2 ฉบับ แนวหน้า, สยามรัฐ
รายละเอียด
-นางสุวรรณา จุ่งรุ่งเรือง รป.กทม. กล่าวหลังการประชุมคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ด้านอาคาร การจัดสรรที่ดิน และบริการชุมชนของ กทม. (คชก.กทม.) ตั้งแต่วันที่ 26 ต.ค.59-6 พ.ย.60 มีโครงการที่เสนอมายังกองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง สสล. เพื่อรอนำเสนอต่อ คชก.กทม. 169 โครงการ ได้รับความเห็นเบื้องต้นจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแล้ว 152 โครงการ ซึ่ง คชก.กทม. ได้ประชุมแล้ว 44 ครั้ง พิจารณารายงานฯ แล้ว 140 โครงการ มีมติเห็นชอบแล้ว 88 โครงการ หรือคิดเป็นร้อยละ 62.9 ของโครงการที่เข้าสู่กระบวนการพิจารณา

ผลกระทบ
ด้านบวก
-กระบวนการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ด้านอาคาร การจัดสรรที่ดินและบริการชุมชนในพื้นที่กรุงเทพฯ


ข้อคิดเห็น
-สำนักสิ่งแวดล้อม และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์แนวทางและขั้นตอนการพิจารณารายงานของโครงการหรือกิจการที่ต้องจัดทำ EIA ในพื้นที่กรุงเทพฯ

 

5.มาตรการ “ ถนน 5 ไม่” นำร่อง 50 เขต
1 ฉบับ เดลินิวส์
รายละเอียด
-นายธีรพันธ์ อภิรัฐธนภรณ์ ผอ.สนท. กล่าวถึงการดำเนินโครงการ “ ถนน 5 ไม่” ว่า เพื่อสร้างทางเท้าที่สวยงามเป็นพื้นที่ให้ประชาชนเดินสัญจรได้อย่างสะดวกและปลอดภัยมากที่สุด ประกอบด้วย (1) ไม่มีการติดตั้งป้ายโฆษณาผิดกฎหมาย หรือการลักลอบติดตั้งป้ายโฆษณาป้ายประชาสัมพันธ์ใด ๆ โดยไม่ได้รับอนุญาต (2) ไม่มีการตั้งวางสิ่งของใด ๆ กีดขวาง ทางเท้า (3) ไม่มีขยะสิ่งปฏิกูลใด ๆ บนทางเท้า (4) ไม่มีแผงค้าผิดกฎหมายลักลอบตั้งวางโดยไม่ได้รับอนุญาต และ (5) ไม่มีการจอดรถ หรือขับขี่บนทางเท้า ทั้งนี้ แต่ละเขตได้คัดเลือก 1 ถนน รวม 50 เขต 50 ถนน เพื่อเร่งประชาสัมพันธ์ หากพบฝ่าฝืนใน 5 ข้อหาดังกล่าว จะจับปรับตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ ในอัตราสูงสุด


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การดูแลและบำรุงรักษาทางเท้าในกรุงเทพฯ ให้มีความสวยงามและเป็นระเบียบเรียบร้อย เพื่อให้ประชาชนสัญจรได้อย่างสะดวกและปลอดภัย


ข้อคิดเห็น
-สำนักเทศกิจ สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินโครงการ “ถนน 5 ไม่” นำร่องในพื้นที่ 50 เขต

 

6.ศาลฯ นัดไต่สวนค่าจอดรถดับเพลิง 29 ม.ค.61
1 ฉบับ เดลินิวส์
รายละเอียด
-นายประยูร ครองยศ รผอ.สปภ. กล่าวว่า กทม.ได้ให้ข้อมูลเบื้องต้นต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ กรณีรถดับเพลิง 139 คัน กับบมจ.นามยง เทอร์มินัล เนื่องจากขณะนี้ยังไม่สามารถหาข้อสรุปเรื่องการจ่ายค่าเก็บรักษารถดับเพลิงซึ่งศาลฯ นัดไต่สวนเบื้องต้นอีกครั้งในวันที่ 29 ม.ค.61 เพื่อให้ทั้ง 2 ฝ่ายนำข้อมูลเสนอต่อศาลเพื่อหาข้อยุติ หากยังไม่สามารถตกลงกันได้ หรือยืดเยื้อออกไป กทม. ได้ขอให้ศาลคุ้มครองชั่วคราว เพื่อนำรถออกมาใช้ก่อน

ผลกระทบ
ด้านบวก
-กระบวนการเจรจาหาข้อสรุปการจ่ายค่าเก็บรักษารถดับเพลิงของ กทม.

ด้านลบ
-บมจ.นามยงฯ เรียกเก็บค่าจอดรถ กว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่ง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผว.กทม. เห็นควรว่าสามารถจ่ายได้ประมาณ 200 ล้านบาทเท่านั้น เนื่องจากตีความว่า กทม.ฝากรถหลังจากที่อนุญาโตตุลาการตัดสินและดำเนินการทางกฎหมายเสร็จสิ้นเมื่อเดือน ธ.ค.58 จนถึงปัจจุบัน เมื่อบริษัทฯ คิดค่าฝากรถและเก็บรักษา 270,000 บาท/วัน เป็นเวลา 20 เดือน ซึ่งบริษัทฯ ไม่ยอมรับราคาค่าจอดดังกล่าว


ข้อคิดเห็น
-สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การเตรียมการ นำรถดับเพลิงออกมาซ่อมแซม เพื่อนำมาใช้ปฏิบัติงานด้านป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของ กทม.

 

7.มูลนิธิบลูมบิร์กสำรวจ 9 ถนนในกรุงเทพฯเสี่ยงอุบัติเหตุ
2 ฉบับ เดลินิวส์, ไทยรัฐ
รายละเอียด
-นายยุคันต์ทิวัตถ์ กมลาสน์กุล ผู้ประสานงานด้านวิศวกรรมความปลอดภัยทางถนน โครงการบิกเกอร์ มูลนิธิบลูมเบิร์ก กล่าวว่า มูลนิธิบลูมเบิร์กร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดำเนินการวิจัยและหาสาเหตุ รวมทั้งแนวทางการลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุจากความเร็วรถในพื้นที่กรุงเทพฯ จากการสำรวจพบในพื้นที่กรุงเทพฯ มีถนนที่เสี่ยงอันตรายจากการเกิดอุบัติเหตุทั้งรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และคนเดินทางทั้งหมด 9 ถนน ได้แก่ ถนนอโศกมนตรี ถนนสุขุมวิท ถนนเพชรบุรี ถนนพระราม 4 ถนนสีลม ถนนเยาวราช ถนนจักรพงษ์ ถนนจักรเพชร และถนนเจริญกรุง

-มูลนิธิฯ ได้แนะนำ กทม.ให้เข้าไปปรับปรุงและเพิ่มเติมระบบต่าง ๆ ติดตั้งเครื่องมือลดความเร็ว อาทิ เนินสะดุด ติดตั้งสัญญาณไฟคนข้าม ติดตั้งรั้วกั้นระหว่างทางเดินคนและถนนแบ่งช่องทางระหว่างรถยนต์และรถจักรยานยนต์ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยมากขึ้น

-นายเกริกฤทธิ์ ศรีรุ่งวิกรัย นักวิจัยความปลอดภัยทางถนน คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ เสนอให้ภาครัฐทดลองกำหนดอัตราความเร็วรถตามพื้นที่ที่มีความเสี่ยง ซึ่งในเขตพื้นที่ชั้นในที่มีการจราจรหนาแน่นควรบังคับความเร็วรถที่ 50 กม./ชม. พื้นที่มีความเสี่ยงประชากรหนาแน่นกำหนดความเร็วที่ 30 กม./ชม. บริเวณเส้นทางหลักที่ไม่มีเกาะกลางถนนควรกำหนดความเร็วที่ 70 กม./ชม.

ผลกระทบ
ด้านบวก
-การสำรวจและแก้ไขปัญหาด้านวิศวกรรมจราจรบนสายสำคัญในกรุงเทพฯ เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนน

ด้านลบ
-ทุกเส้นทางที่มีการสำรวจ พบมีปัญหาการจราจรพลุกพล่าน ทั้งคนเดินเท้า รถยนต์ และรถจักรยานยนต์ใช้ถนนร่วมกัน ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนนได้มาก

ข้อคิดเห็น
-สำนักการโยธา สำนักการจราจร และขนส่ง และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์แนวทางดำเนินการของ กทม.เพื่อสร้างความปลอดภัยทางถนน

ฝ่ายวิเคราะห์ข่าว กองประชาสัมพันธ์

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

1.รณรงค์ทิ้งขยะให้เป็นที่

1,100 likes / 85 comments
-ร้อยละ 66 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า กรณีในสื่อสังคมออนไลน์มีการเผยแพร่ภาพขยะที่เกิดจากการทิ้งขยะไม่เป็นที่ อาทิ ในตู้รับบริจาคตามห้างสรรพสินค้า ช่องหยอดเหรียญบนรถโดยสารประจำทาง ตู้กดน้ำดื่ม ฯลฯ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงควรหันมาให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยดำเนินการดังนี้ จัดการรณรงค์ทิ้งขยะให้เป็นที่ โดยอาจใช้รูปแบบเหมือนโครงการตาวิเศษที่สมาคมสร้างสรรค์ไทยเคยรณรงค์และประสบความสำเร็จอย่างมาก ปลูกฝังจิตสำนึกรับผิดชอบต่อสังคมและเรื่องวินัยในเด็กและเยาวชน รณรงค์คัดแยกขยะ รณรงค์ให้ประชาชนส่งภาพ หรือคลิปผู้ที่ทิ้งขยะไม่เป็นที่เพื่อเป็นหลักฐานจับปรับ เพิ่มจำนวนถังขยะในที่สาธารณะ จัดวันนัดเก็บขยะ ตั้งตู้แลกขวดน้ำพลาสติก นำสื่อโชเชียลมีเดียมาใช้ในการรณรงค์
-ร้อยละ 34 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า ปัญหาการทิ้งขยะไม่เป็นที่เกิดจากความมักง่าย ขาดจิตสำนึก และถังขยะหายาก

www.facebook.com/StreetHeroProject
https://www.facebook.com/streetheroproject/?hc_ref=ARTUW5VodxAemZpVxlfZIPCI2ZEirZ5EwV_N1phVc3G6Fh9NMliaiAJmeCtqdfGqRUw
216 likes / 82 shares / 23 comments
-ร้อยละ 63 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวควรดำเนินการรณรงค์ทิ้งขยะให้เป็นที่ ขณะที่ผู้บังคับใช้กฎหมายต้องจับปรับผู้ฝ่าฝืนอย่างเข้มงวดและเพิ่มถังขยะในที่สาธารณะ
-ร้อยละ 37 ของผู้แสดงความคิดเห็น ตั้งข้อสังเกตการทิ้งขยะไม่เป็นที่เกิดจากความมักง่ายและขาดจิตสำนึกของประชาชน
ข้อเสนอแนะ
สำนักเทศกิจ สำนักสิ่งแวดล้อม และกองประชาสัมพันธ์ประชาสัมพันธ์การรณรงค์ไม่ทิ้งขยะในที่สาธารณะ โดยปลูกจิตสำนึกของประชาชน การกวดขันจับปรับผู้ฝ่าฝืนตามพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 รวมทั้งการเพิ่มถังขยะในที่สาธารณะ
 
 
2.ย้ายต้นไม้เกาะกลางสร้างสกายวอล์กบีทีเอสหมอชิต
333 likes / 17 shares / 55 comments

-ร้อยละ 78 ของผู้แสดงความคิดเห็น ไม่เห็นด้วยกรณีการย้ายต้นไม้บริเวณเกาะกลางถนน เพื่อสร้างทางเดินยกระดับ (สกายวอล์ก) เชื่อมต่อสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีหมอชิต เพราะเป็นการพัฒนาเมืองแบบขาดวิสัยทัศน์และความล้มเหลวในการออกแบบอย่างไร้ทิศทาง เนื่องจากสกายวอล์กดังกล่าวมีแต่ผู้พักอาศัยในคอนโดมีเนียมเพียงแห่งเดียวเท่านั้นที่ได้รับประโยชน์

-ร้อยละ 22 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า ควรออกแบบให้ต้นไม้อยู่ร่วมกับสกายวอล์กได้ เพื่อจะได้ไม่ต้องตัด หรือย้ายต้นไม้ออกจากพื้นที่

ข้อเสนอแนะ
สำนักการจราจรและขนส่ง และกองประชาสัมพันธ์ชี้แจงกรณีการก่อสร้างทางเดินยกระดับ (สกายวอล์ก) ตามแนวเกาะกลางถนนพหลโยธิน โดยเชื่อมจากสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส หมอชิต เชื่อมสะพานลอยคนเดินข้าม ทางเข้าสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสวนจตุจักร ฝั่งขาเข้าเมืองไปถึงปากซอยพหลโยธิน 18/1 เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินเชื่อมต่อของประชาชน
 

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

1.กทม. พร้อมรับโอนภารกิจงานจราจร
4 ฉบับ ไทยโพสต์, เดลินิวส์, ข่าวสด, สำนักข่าวไทย
รายละเอียด
-พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผว.กทม. กล่าวกรณีคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม (ตำรวจ) มีมติถ่ายโอนภารกิจด้านการจราจรของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ให้ กทม. เทศบาล และเมืองพัทยาว่า ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อยุติแต่งานในส่วนที่ กทม. สามารถรับโอนได้ทันทีคือ การอำนวยความสะดวกด้านการจราจรและด้านวิศวกรรมจราจร อาทิ การขีดสีตีเส้น ปรับเปลี่ยนไฟจราจร ป้ายจราจร และการบังคับใช้กฎหมายสำหรับผู้ที่จอดรถในพื้นที่ห้ามจอด การออกใบสั่ง การเปรียบเทียบปรับ แต่ยังมีบางภารกิจที่มีปัญหาติดขัด อาทิ หากมีคดีอาญาเกิดขึ้นบนผิวการจราจร อำนาจการสืบสวนสอบสวนเป็นของเจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจเท่านั้น ซึ่งหากมีการรับโอนภารกิจมาจริง ต้องแก้ไขระเบียบที่เป็นข้อจำกัด เพื่อให้สอดคล้องกับการปฏิบัติหน้าที่ ส่วนการปฏิบัติหน้าที่ต้องยืมตำรวจมาช่วยราชการ เช่นเดียวกับกรณีการโอนย้ายตำรวจดับเพลิง เพื่อให้ช่วยให้คำแนะนำก่อน ซึ่งต้องรอข้อสรุปที่ชัดเจนอีกครั้งในวันที่ 1 ก.พ.61 โดยหากมีการรับโอนชัดเจน คาด กทม.จะมีบุคลากรเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 5,000-6,000 คน ซึ่งอาจต้องแยกสำนัก การจราจรและขนส่งเป็นสำนักจราจร ดูแลงานด้านการจราจร และสำนักขนส่ง ดูแลด้านระบบคมนาคม


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การเตรียมความพร้อมการรับโอนภารกิจด้านการจราจรจาก สตช.


ข้อคิดเห็น
-สำนักการจราจรและขนส่ง และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การวางแนวทางเตรียมความพร้อมการรับโอนภารกิจด้านการจราจร

 

2.ตั้งงบฯ ปี 61 ส่งนักเรียนฝึกภาษา ที่ออสเตรเลีย
1 ฉบับ ไทยรัฐ
รายละเอียด
-พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผว.กทม. กล่าวระหว่างตรวจเยี่ยมโรงเรียนหนองจอกพิทยานุสรณ์ เขตหนองจอกและโรงเรียนลำพะอง เขตลาดกระบัง เพื่อติดตาม การดำเนินงานตามนโยบายด้านการศึกษาว่า ปี 61 ได้ตั้งงบประมาณสำหรับโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยนในต่างประเทศช่วงฤดูร้อน ตั้งเป้าหมายคัดเลือกนักเรียน 100 คน เพื่อไปศึกษาภาษาต่างประเทศหลักสูตรระยะสั้น ซึ่งที่ผ่านมา กทม.ได้จัดโครงการคัดเลือกนักเรียนไปเรียนที่ประเทศสิงคโปร์ แต่ในปีนี้อาจจะเปลี่ยนเป็นประเทศออสเตรเลีย


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การสร้างโอกาส สร้างแรงบันดาลใจให้นักเรียนอยากเรียนรู้ภาษาและมีความกล้าแสดงออกมากขึ้นซึ่งนักเรียนบางคนที่ไม่มีโอกาสได้ไปต่างประเทศ จะใช้โอกาสสอบคัดเลือก เพื่อไปเรียนรู้การใช้ภาษา ต่างประเทศในช่วงเวลาระยะสั้น


ข้อคิดเห็น
-สำนักการศึกษา และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยนในต่างประเทศช่วงฤดูร้อน

 

3.ตรวจสอบปรับปรุงห้อง ผว.กทม. ยังไม่ได้ข้อสรุป
4 ฉบับ เดลินิวส์, ไทยรัฐ,แนวหน้า, สำนักข่าวไทย
รายละเอียด
-พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผว.กทม. กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีการตรวจสอบการปรับปรุงห้องทำงานของผู้บริหาร กทม. ซึ่งเป็นการปรับปรุงตั้งแต่สมัย ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ดำรงตำแหน่ง ผว.กทม. และอยู่ระหว่างการตรวจสอบของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ว่า การปรับปรุงดังกล่าวเป็นการดำเนินการโดยที่ยังไม่มีการลงนามในสัญญา หรือเบิกจ่ายงบประมาณใดๆ ซึ่งได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสรุปข้อมูล เพราะขณะนี้เมื่อยังไม่ได้ข้อสรุปในการปรับปรุง เมื่อห้องเกิดความชำรุดเสียหายก็ไม่สามารถซ่อมแซมได้ โดย ป.กทม. ได้มอบหมายให้ นายพิชญา นาควัชระ รป.กทม. เป็นประธานคณะกรรมการ การตรวจสอบการปรับปรุงห้องทำงาน สำหรับทางออกมี 2 แนวทาง คือ ทุบทิ้งในส่วนที่ดำเนินการไปแล้วก่อนปีใหม่ หากยังไม่มีข้อยุติ หรือให้ผู้รับเหมาบริจาคเป็นของหลวง


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การตรวจสอบการดำเนินงานของ กทม. จากหน่วยงานภายนอก


ข้อคิดเห็น
-หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ผลการตรวจสอบการปรับปรุงห้องทำงานของ ผว.กทม.

 

4.ไล่ออก 4 ขรก. อุโมงค์ไฟ/กำชับจัดซื้อยึดระเบียบเคร่งครัด
5 ฉบับ ไทยโพสต์, ไทยรัฐ, สำนักข่าวไทย, เดลินิวส์, ข่าวสด
รายละเอียด
-พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผว.กทม. กล่าวกรณี คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดทางวินัยร้ายแรงข้าราชการ กทม. 4 ราย กระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการในโครงการค่าใช้จ่ายในการประดับตกแต่งไฟฟ้า เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว วงเงิน 39.5 ล้านบาทว่าภายหลัง ป.ป.ช.แจ้งผลความผิดมา กทม.ได้ดำเนินการตามขั้นตอน โดยนำเรื่องเข้าคณะอนุกรรมการวิสามัญเกี่ยวกับวินัยและการออกจากราชการ (อ.ก.ก.วินัย) พิจารณา และมีมติเป็นเอกฉันท์คือ ให้ไล่ออกข้าราชการที่เกี่ยวข้องรวม 4 ราย ได้แก่ น.ส.ปราณี สัตยประกอบ อดีต รป.กทม. และอดีต ผอ.สวท., นายธวัชชัย จันทร์งาม ผอ.กองการท่องเที่ยว สวท., นายมรกต ภูมิพาณิช และนายสิทธิโชค อภิบาล นักพัฒนาการท่องเที่ยวปฏิบัติการ โดยคำสั่งมีผลตั้งแต่วันที่ 24 พ.ย.60 เป็นต้นไป ซึ่งข้าราชการทั้ง 4 ราย สามารถยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการ กทม. (ก.พ.ค.) ได้ตามขั้นตอนภายใน 30 วัน

-นอกจากนี้ ได้กำชับการจัดซื้อจัดจ้างต้องเป็นไปตามระเบียบพัสดุของกระทรวงการคลังอย่างเคร่งครัด โดยใช้วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ยกเว้นมีเหตุจำเป็นเร่งด่วนที่จำเป็นต้องใช้งบประมาณ เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชน เช่น อุทกภัย อัคคีภัย และแผ่นดินไหว


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การดำเนินการของ กทม. กรณี ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดข้าราชการ กทม.


ข้อคิดเห็น
-หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงาน กทม.

 

5.อุโมงค์ระบายน้ำบึงหนองบอนคืบหน้าแล้ว 30%
3 ฉบับ สำนักข่าวแห่งชาติ, M2F, บ้านเมือง Online
รายละเอียด
-นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รผว.กทม. กล่าวหลังลงพื้นที่ตรวจความคืบหน้าโครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำจากบึงหนองบอนลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณอาคารรับน้ำคลองเคล็ด ปล่องรับน้ำซอยอุดมสุข 56 ปล่องรับน้ำซอยอุดมสุข 42 และอาคารรับน้ำซอยสุขุมวิท 101/1 ว่า ขณะนี้งานก่อสร้างดำเนินการไปแล้วกว่าร้อยละ 30 ซึ่งได้กำชับให้บริษัทผู้รับจ้างเร่งรัดการก่อสร้างเร็วยิ่งขึ้น นอกจากนี้ มอบหมายให้ สนน.หารือกับผู้รับจ้างในการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคที่ส่งผลกระทบต่อโครงการ เพื่อให้โครงการก่อสร้างแล้วเสร็จตามสัญญา


ผลกระทบ
ด้านบวก
-หากโครงการอุโมงค์ระบายน้ำจากบึงหนองบอนลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาแล้วเสร็จ จะสามารถป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่ประมาณ 85 ตารางกิโลเมตร ในพื้นที่เขตประเวศ สวนหลวง พระโขนง และเขตบางนาได้อย่างเต็มระบบและมีประสิทธิภาพมากขึ้น


ข้อคิดเห็น
-สำนักการระบายน้ำ และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ความคืบหน้าการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำจากบึงหนองบอนลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา

 

6.เตรียมทำหลักสูตรฝึกอาชีพระดับมัธยม
1 ฉบับ ไทยรัฐ
รายละเอียด
-น.ส.ฐานิตา แพร่วานิชย์ ผอ.สนศ กล่าวว่า สนศ.และ สพส. อยู่ระหว่างการจัดทำหลักสูตรฝึกอาชีพให้กับนักเรียนโรงเรียนสังกัด กทม.ระดับมัธยม โดยได้คัดเลือกโรงเรียนนำร่อง 6 โรงเรียน เพื่อเปิดหลักสูตรฝึกอาชีพระยะ 6-12 เดือน อาชีพที่คาดจะเปิดการเรียนการสอน เช่น ช่างคอมพิวเตอร์ ช่างยนต์ ช่างเสริมสวย เชฟ ช่างไฟฟ้า ช่างอิเล็กทรอนิกส์ การจัดทำหลักสูตรดังกล่าว ไม่ได้เทียบเท่า ปวส. หรือ ปวช. แต่เพื่อให้นักเรียนได้มีอาชีพติดตัวเป็นทางเลือกในการประกอบอาชีพได้ในอนาคต โดยโรงเรียนจะมอบประกาศนียบัตรให้นักเรียนเมื่อสำเร็จหลักสูตร


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การจัดทำหลักสูตรฝึกอาชีพให้กับนักเรียนในโรงเรียนสังกัด กทม.


ข้อคิดเห็น
-สำนักการศึกษา สำนักพัฒนาสังคม และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การจัดทำหลักสูตรฝึกอาชีพให้กับนักเรียนในโรงเรียนสังกัด กทม.

 

7.เร่งรัดอุโมงค์แยกไฟฉาย
1 ฉบับ ไทยรัฐ
รายละเอียด
-รายงานข่าวความคืบหน้าโครงการก่อสร้างอุโมงค์ทางลอดถนนพรานนก-จรัญสนิทวงศ์ หรืออุโมงค์แยกไฟฉาย ขณะนี้ดำเนินการแล้วร้อยละ 65 เนื่องจากตลอดปี 60 กทม. ต้องชะลอการก่อสร้าง เพื่อไม่ให้กระทบกับงานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน อย่างไรก็ตาม จากข้อตกลงที่ดำเนินการร่วมกัน การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) จะต้องคืนพื้นที่บริเวณดังกล่าวให้ กทม.ทั้งหมดประมาณต้นปี 61 เพื่อให้ กทม.สามารถเร่งก่อสร้างงานอุโมงค์ทางลอดต่อ โดย กทม.เตรียมวางแนวทางพิจารณาการก่อสร้างที่ชัดเจนร่วมกับ รฟม. เมื่อสามารถเข้าพื้นที่ก่อสร้างได้จะเร่งดำเนินการให้อุโมงค์ทางลอดแยกไฟฉายสามารถเปิดใช้งานได้อย่างสมบูรณ์ในต้นปี 62


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การพัฒนาโครงข่ายการจราจรในพื้นที่ฝั่งธนบุรีและก่อสร้างอุโมงค์ลอดทางแยกสำคัญ เพื่อบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัด

ด้านลบ
-กทม.ดำเนินโครงการก่อสร้างอุโมงค์ลอดแยกไฟฉายตั้งแต่ปี 52 แต่เกิดข้อติดขัดเนื่องจากมีประชาชนร้องเรียนให้ปรับรูปแบบอุโมงค์ ขยายทางเท้าในบริเวณดังกล่าว จึงต้องแก้ไขแบบอุโมงค์ และเมื่อก่อสร้างไปได้บางส่วนก็ต้องหยุดการก่อสร้าง เนื่องจากแนวเส้นทางถนนจรัญสนิทวงศ์มีการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินช่วงบางซื่อ- ท่าพระ ซึ่งตัวโครงการทับซ้อนกัน จึงต้องให้การก่อสร้างรถไฟฟ้าในทางยกระดับดำเนินการเสร็จสิ้นก่อน


ข้อคิดเห็น
-สำนักการโยธา สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การเร่งรัดดำเนินโครงการก่อสร้างอุโมงค์ทางลอดถนนพรานนก-จรัญสนิทวงศ์

 

8.พิจารณาเงินรางวัลประจำปี ขรก.-ลูกจ้าง กทม.
1 ฉบับ ข่าวสด
รายละเอียด
-รายงานข่าวคณะกรรมการพิจารณาจัดสรรเงินรางวัลประจำปีของ กทม. (โบนัส) จะประชุมแนวทางการจ่ายเงินรางวัลประจำปี 60 (โบนัส) ให้ข้าราชการ และบุคลากรของ กทม. ได้ประมาณต้นเดือน ธ.ค.นี้ ก่อนเสนอ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผว.กทม. ลงนามเห็นชอบ ส่วนการได้รับโบนัสระดับบุคคลทั้งข้าราชการสามัญและลูกจ้างประจำจะจ่ายตามผลประเมินระดับบุคคลใน 3 ระดับ ซึ่งปีนี้กำหนดให้โบนัสข้าราชการและลูกจ้างประจำอยู่ในระดับสูงสุด 1.5 เท่าของเงินเดือน แต่จะกำหนดเกณฑ์การประเมินเป็น 3 ระดับคือ ได้ 1.5 เท่า 1.4 เท่า และ 0.75 เท่าตามลำดับ สำหรับลูกจ้างชั่วคราว จะจ่ายตามผลประเมินตามระดับ

ผลกระทบ
ด้านบวก
-การพิจารณาแนวทางการจ่ายเงินรางวัลประจำปี 2560 ให้แก่ข้าราชการและบุคลากรของ กทม. เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่


ข้อคิดเห็น
-สำนักงาน ก.ก. และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ผลการประชุมคณะกรรมการพิจารณาจัดสรรรางวัลประจำปี 60 ของ กทม. เกี่ยวกับแนวทางการจ่ายเงินรางวัลประจำปี 2560ฝ่ายวิเคราะห์ข่าว กองประชาสัมพันธ์

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
1.พิจารณามติ อ.ก.ก.วินัยให้ไล่ออก ขรก.พัวพันอุโมงค์ไฟ
www.facebook.com/ข่าวด่วนออนไลน์
www.kaohit.com
88 reads / 22 comments
https://kaohit.com/58385
113 likes / 38 comments

-ร้อยละ 67 ของผู้แสดงความคิดเห็น ตั้งข้อสังเกตถึงการที่คณะอนุกรรมการวิสามัญเกี่ยวกับวินัยและการออกจากราชการ (อ.ก.ก.วินัย) ประชุมหารือกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดทางวินัยร้ายแรงข้าราชการ กทม.จำนวน 4 ราย พัวพันโครงการค่าใช้จ่ายในการประดับตกแต่งไฟฟ้าเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว วงเงิน 39.5 ล้านบาท ผลการพิจารณามีมติเป็นเอกฉันท์ให้ไล่ออกข้าราชการ กทม.ทั้ง 4 รายขณะที่ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผว.กทม.ได้มอบหมายให้นางวรรณวิไล พรหมลักขโณ รผว.กทม.เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร (ก.ก.) ในวันที่ 23 พ.ย.นี้ เพื่อพิจารณามติของ อ.ก.ก.วินัย คาดจะมีการลงนามในคำสั่งไล่ออกภายในวันที่ 24 พ.ย.นี้ นั้น กรณีเช่นนี้มีกรณีศึกษาหลายเรื่อง ซึ่งข้าราชการต้องทราบอยู่แล้วว่า แม้นักการเมืองจะสั่งให้ทำ แต่ไม่เหลือหลักฐานไว้ จึงรอดไป ขณะที่การพิจารณาชี้มูลความผิดเฉพาะข้าราชการประจำ ทำให้สังคมมองว่าเป็นการพิจารณาสองมาตรฐาน ทั้งที่ผู้สั่งอนุมัติให้ดำเนินโครงการและ ผว.กทม.ในขณะนั้นควรมีความผิดด้วย

-ร้อยละ 33 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า เป็นเรื่องดีที่ กทม.ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ในเรื่องดังกล่าวอย่างรวดเร็ว ฉับไว และนอกจากไล่ออกแล้ว จะดำเนินการยึดทรัพย์ด้วยหรือไม่

ข้อเสนอแนะ
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และกองประชาสัมพันธ์ประชาสัมพันธ์แนวทางปฏิบัติภายหลัง อ.ก.ก.วินัย มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ไล่ออกข้าราชการ กทม.4 ราย ที่พัวพันในโครงการค่าใช้จ่ายในการประดับตกแต่งไฟฟ้าเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว เช่น การยึดทรัพย์ การชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้น การเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง เป็นต้น
 
2.ชื่นชมป้ายรถโดยสารหน้าวัดปทุมวนาราม
www.pantip.com
https://pantip.com/topic/37107910
6 comments

-ร้อยละ 100 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า การปรับปรุงป้ายรถโดยสารประจำทางบริเวณหน้าวัดปทุมวนาราม ที่กลุ่ม Mayday ดำเนินการร่วมกับ กทม.และสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ สบร. ตามโครงการเผยแพร่องค์ความรู้สู่ประชาชนโดยกระจายผ่านป้ายรถเมล์ เพื่อใช้ประโยชน์จากพื้นที่บริเวณป้ายรถโดยสารประจำทางให้เป็นแหล่งกระจายความรู้อีกรูปแบบหนึ่ง โดย สบร. จะนำองค์ความรู้ต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์มานำเสนอในรูปแบบ QR Code และจัดเรียงไว้ในพื้นที่บริเวณป้ายรถโดยสารประจำทาง เพื่อให้ประชาชนที่สนใจสามารถดาวน์โหลดไปอ่านผ่านโทรศัพท์มือถือในช่วงระหว่างรอรถประจำทาง หรือในโอกาสอื่น ๆ ต่อไปได้ ขณะนี้อยู่ในช่วงเริ่มต้น โดยจัดทำที่ป้ายโอสถศาลาและป้ายวัดปทุมวนาราม เขตปทุมวัน นั้น เป็นเรื่องที่ดีและน่าชื่นชม เนื่องจากมีประโยชน์กับประชาชน เพราะมีแผนที่เส้นทางที่เข้าใจง่าย สวยงาม และสะดวกในการใช้งาน โดยขอให้พัฒนาขยายผลออกไปในป้ายรถโดยสารประจำทางอื่น ๆ ด้วย ที่สำคัญควรมีการดูแลรักษาไมให้มีผู้มาขีดเขียนทับ หรือติดประกาศ เพื่อให้สามารถใช้งานได้นาน ๆ

ข้อเสนอแนะ
สำนักการจราจรและขนส่ง และกองประชาสัมพันธ์ประชาสัมพันธ์การประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและกลุ่มต่าง ๆ ในการปรับปรุงป้ายรถโดยสารประจำทางและป้ายหยุดรถในพื้นที่กรุงเทพฯ

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

1.เตรียมจัดเก็บภาษียาสูบ-น้ำมัน-โรงแรมปี 62
4 ฉบับ ไทยโพสต์, มติชน, ไทยรัฐ, โพสต์ทูเดย์
รายละเอียด
-นายกฤษฎา ศิริพิบูลย์ ผอ.สนค. กล่าวว่า กทม.อยู่ระหว่างปรับปรุง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการ กทม. พ.ศ.2528 ให้ กทม.มีอำนาจเก็บรายได้จากภาษียาสูบ ที่พักและโรงแรม เพื่อให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ.กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2549 ขณะนี้ร่างกฎหมายดังกล่าวผ่านการพิจารณาจากกระทรวงมหาดไทยแล้ว เตรียมเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณา คาดจะใช้เวลาดำเนินการประมาณ 1 ปี ก่อนที่ กทม.จะยกร่างข้อบัญญัติรองรับและเริ่มจัดเก็บได้ในปี 62


ผลกระทบ
ด้านบวก
-เมื่อปรับแก้ พ.ร.บ.ระเบียบบริหาร ราชการ กทม. คาดจะทำให้ กทม.มีรายได้เพิ่มจากการเก็บภาษีดังกล่าวประมาณ 1,700-1,800 ล้านบาท จากฐานภาษีใหม่ทั้ง 3 รายการ ได้แก่ ภาษียาสูบ ภาษีน้ำมัน และภาษีโรงแรมและที่พัก


ข้อคิดเห็น
-สำนักการคลัง และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การเตรียมจัดเก็บรายได้จากภาษียาสูบที่พักและโรงแรม

 

2.ปรับแผนรองรับสังคมผู้สูงอายุ
3 ฉบับ ข่าวสด, ไทยโพสต์, บ้านเมือง Online
รายละเอียด
-นางวันทนีย์ วัฒนะ รป.กทม. กล่าวเปิดประชุมวิพากษ์ร่างแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ กทม. ระยะที่ 2 (พ.ศ.25612564) ว่า ที่ผ่านมากทม.ได้ดำเนินการงานด้านผู้สูงอายุในพื้นที่กรุงเทพฯหลายอย่าง แต่ยังจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนการทำงานให้เป็นแบบเชิงรุกและบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ มากขึ้น เมื่อมีแนวทางการปฏิบัติที่ชัดเจนจะช่วยให้สามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และบรรลุวัตถุประสงค์ที่วางไว้


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การกำหนดมาตรการและกลยุทธ์ให้หน่วยงานในสังกัด กทม.มีกรอบและทิศทางการทำงานด้านผู้สูงอายุต่อเนื่องจากแผนพัฒนาคุณภาพชีวิต กทม.ระยะที่ 1 (พ.ศ.2557-2560)ด้านลบ-จากการติดตามตัวเลขผู้สูงอายุในพื้นที่กรุงเทพฯ ปัจจุบันมีอยู่ร้อยละ 17 และอีกไม่นานจะเข้าสู่ร้อยละ 20 ซึ่งถือเป็นสังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบ


ข้อคิดเห็น
-สำนักอนามัย สำนักพัฒนาสังคม และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุของ กทม.

 

3.ปรับปรุงอุโมงค์ลอดแยก-เพิ่มความปลอดภัยผู้ใช้เส้นทาง
1 ฉบับ ไทยรัฐ
รายละเอียด
-พ.ต.ท.อนุชา ตู้มณีจินดา สว.จร.สน.สุทธิสาร กล่าวว่า สนย. มีโครงการปรับปรุงผิวจราจรภายในอุโมงค์ทางลอดแยกห้วยขวางและแยกสุทธิสาร ถนนรัชดาภิเษก และมีหนังสือ บช.น.และ สน.พื้นที่ ขอปิดการจราจร ในอุโมงค์ทางลอด โดยให้ใช้ถนนพื้นราบแทน ซึ่งได้รับความเห็นชอบเรียบร้อยแล้ว กำหนดระยะเวลาทำงานตั้งแต่วันที่ 21-30 พ.ย.นี้ ระหว่างเวลา 23.00-05.00 น. ของวันรุ่งขึ้น

-นายณรงค์ เรืองศรี รผอ.สนน. กล่าวว่า สนน. อยู่ระหว่างประกวดราคาหาผู้รับจ้างปรับปรุงระบบไฟฟ้าแสงสว่าง ระบบป้องกันน้ำท่วมและระบบแจ้งเตือนระบบขัดข้องอัตโนมัติภายในอุโมงค์ทางลอดรถยนต์ 3 แห่ง ประกอบด้วย (1) อุโมงค์ทางลอดรถยนต์ถนนพหลโยธิน-วัดลาดปลาเค้า (2) อุโมงค์ทางลอดรถยนต์สุทธิสาร-ถนนรัชดา (ถนนรัชดา-สุทธิสารวินิจฉัย) และ (3) อุโมงค์ทางลอดรถยนต์ แยกประชาราษฎร์บำเพ็ญ (ถนนรัชดา-ประชาราษฎร์บำเพ็ญ) คาดจะได้บริษัทผู้รับจ้างภายในปี 60 หลังลงนามสัญญาว่าจ้างตั้งเป้าหมายการปรับปรุงซ่อมแซมทั้ง 3 อุโมงค์จะแล้วเสร็จภายใน 7 เดือน


ผลกระทบ
ด้านบวก
-อุโมงค์ทางลอดรถยนต์ดังกล่าว อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของ สนย. แต่มีเนื้องานบางส่วนที่มอบหมายให้ สนน.ดูแลเฉพาะบางจุด แต่ เพื่อให้การบริหารจัดการภายในอุโมงค์ทางลอด เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงมอบให้ สนน.ดูแลและปรับปรุงซ่อมแซมระบบภายในอุโมงค์ทั้งหมด-การปรับปรุงระบบต่างๆ ภายในอุโมงค์ทางลอดแยกของ กทม. เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มความปลอดภัยของผู้ใช้เส้นทาง


ข้อคิดเห็น
-สำนักการโยธา สำนักการระบายน้ำ และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินการปรับปรุงผิวจราจร ภายในอุโมงค์ทางลอดแยก ห้วยขวางและแยกสุทธิสาร ถนนรัชดาภิเษก

 

4.ศาลปกครองสั่ง กทม.เร่งรื้ออาคารดิโอทัส
5 ฉบับ ไทยรัฐ, มติชน, ผู้จัดการออนไลน์, ประชาชาติธุรกิจ ออนไลน์, มติชน ออนไลน์
รายละเอียด
-ศาลปกครองกลางมีคำสั่งบังคับคดีตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดให้ ผอ.เขตปทุมวัน และ ผว.กทม. ปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดให้ครบถ้วน โดยใช้อำนาจตามมาตรา 43 แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ดำเนินการกับเจ้าของ หรือผู้ครอบครองอาคารโรงแรมดิเอทัสและอาคารเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ดิเอทัสเรสซิเด้นซ์ ซอยร่วมฤดี เขตปทุมวัน ดำเนินการรื้อถอนอาคารทั้งหมด หรือบางส่วนภายในระยะเวลาที่กำหนด และรายงานให้ศาลปกครองกลางทราบทุกระยะ จนกว่าจะมีการปฏิบัติครบถ้วน หาก ผอ.เขตปทุมวัน และ ผว.กทม.ไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดให้ถูกต้องครบถ้วน หรือปฏิบัติล่าช้าเกินสมควร ศาลจะไต่สวน เพื่อมีคำสั่งปรับและแจ้งผู้บังคับบัญชาลงโทษทางวินัยต่อไป

ผลกระทบ
ด้านบวก
-การดำเนินการรื้อถอนอาคารที่ก่อสร้างโดยมิชอบตามคำสั่งศาลปกครองสูงสุดด้านลบ-เจ้าของอาคารอยู่ระหว่างยื่นฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายต่อ กทม. ในฐานะผู้อนุญาตก่อสร้างอาคารและทำให้เกิดความเสียหายในปัจจุบัน


ข้อคิดเห็น
-สำนักการโยธา สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ความคืบหน้าการดำเนินการรื้อถอนอาคารโรงแรมดิเอทัส และอาคารเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ ซ.ร่วมฤดี รวมทั้งการเตรียมการกรณีเจ้าของอาคารจะยื่นฟ้องร้องค่าเสียหายต่อ กทม.ในฐานะเป็นผู้อนุญาตก่อสร้างอาคาร

 

5.นำร่องเปิดจองคิวบริการงานทะเบียนออนไลน์ 1 ฉบับ เดลินิวส์ รายละเอียด - รายงานข่าว กทม.เปิดทดลองระบบการให้บริการงานทะเบียน โดยให้บริการจองคิวออนไลน์ผ่าน www.bfc.bangkok.go.th แก่ประชาชนที่จะติดต่องานบัตรประจำตัวประชาชนเฉพาะการทำบัตรครั้งแรกและบัตรหมดอายุ รวมถึงบริการย้ายเข้า-ออกงานทะเบียนบ้าน ขณะนี้อยู่ระหว่างทดลองระบบและนำร่องระยะที่ 1 ใน 5 สำนักงานเขต ได้แก่ เขตประเวศ เขตบางเขน เขตจตุจักร เขตคันนายาว และเขตบางขุนเทียน โดยสามารถเลือกวันที่จะเข้ารับบริการได้วันจันทร์วันศุกร์ ช่วงเช้า 09.00-12.00 น.ช่วงบ่าย 13.00-15.00 น. และวันเสาร์ช่วงบ่าย 13.00-15.00 น. เพื่อประเมินการให้บริการและความพึงพอใจของประชาชน ก่อนที่จะเปิดบริการเต็มรูปแบบให้ครบทั้ง 50 สำนักงานเขตต่อไป

-ฝ่ายทะเบียน สำนักงานเขตบางรัก เปิดบริการช่องทางการติดต่อขอคำแนะนำตรวจสอบเอกสารด้านการทะเบียน รวมถึงตรวจสอบเอกสารหลักฐานคุณสมบัติการจดทะเบียนสมรสระหว่างชาวต่างชาติกับคนไทย และการจองคิวจดทะเบียนสมรสล่วงหน้าได้ที่ Facebook : ฝ่ายทะเบียนสำนักงานเขตบางรัก แอพพลิเคชั่น Line : @clj8295q และหมายเลขโทรศัพท์ 0-2236-1513

ผลกระทบ ด้านบวก -การเพิ่มความสะดวกให้แก่ประชาชนที่มาติดต่อราชการที่สำนักงานเขต ข้อคิดเห็น -สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การทดลองระบบการให้บริการงานทะเบียน โดยให้บริการจองคิวออนไลน์แก่ประชาชน

 

6.เตรียมรับโอนภารกิจด้านจราจรจาก สตช.
4 ฉบับ ไทยโพสต์, มติชน, ข่าวสด, แนวหน้า
รายละเอียด
-นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ โฆษกกรรมการปฏิรูปตำรวจ กล่าวหลังประชุมคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม (ตำรวจ) ว่า ที่ประชุมมีมติถ่ายโอนภารกิจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ตามข้อเสนอของคณะอนุกรรมการอำนาจหน้าที่และภารกิจตำรวจ โดยภารกิจที่สมควรถ่ายโอนภายในเวลา 3 ปี ได้แก่ ด้านการจราจร ที่โอนให้กับ กทม. เทศบาลนครต่างๆ และเมืองพัทยา

-ทุกภารกิจการถ่ายโอน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องจัดทำแผนเสนอคณะกรรมการปฏิรูปฯ ภายในวันที่ 1 ก.พ.61 เพื่อปรับปรุงแก้ไขให้เสร็จสมบูรณ์และนำเสนอคณะรัฐมนตรีในวันที่ 3 เม.ย.61 หากหน่วยงานที่รับถ่ายโอนภารกิจไปแล้ว ไม่ดำเนินการจะต้องรับผิดชอบตามกฎหมายอาญา มาตรา 157 ว่าด้วยการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การจัดทำแผนเพื่อเตรียมการรับโอนภารกิจด้านการจราจรจาก สตช.


ข้อคิดเห็น
-หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การเตรียมพร้อมรับโอนภารกิจด้านการจราจรจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติฝ่ายวิเคราะห์ข่าว กองประชาสัมพันธ์

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

1.เอกชนสร้างกำแพงกีดขวางทางเท้า

1,000 likes / 116 shares / 108 comments

-ร้อยละ 83 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า กรณีในสื่อสังคมออนไลน์มีการเผยแพร่ภาพทางเท้าบริเวณหน้าอาคารปาร์ค เวนเชอร์ อีโคเพล็กซ์ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณแยกเพลินจิต ถนนวิทยุ มีพื้นที่ทางเท้าแคบมาก เพราะมีทั้งเสาไฟฟ้า สะพานลอยคนข้าม และอาคารดังกล่าวสร้างกำแพงขึ้นมากีดขวางทาง ทำให้ประชาชนไม่สามารถเดินผ่านได้ นั้น ประชาชนควรมีสิทธิ์ที่จะได้ใช้ทางเท้าในการสัญจร รวมทั้งเหตุใดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงปล่อยให้เอกชนสร้างกำแพงในลักษณะดังกล่าว ทั้งที่จุดนั้นมีทางลงสะพานลอยคนข้ามอยู่แล้ว ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนในการสัญจร โดยกรณีดังกล่าวพบในหลายพื้นที่ อาทิ หน้าอาคาร QHouse ลุมพินี หน้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

-ร้อยละ 17 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า เอกชนมีสิทธิ์ที่จะใช้พื้นที่ของตนเอง แต่ กทม.กลับสร้างสะพานลอยคนข้ามในบริเวณนี้ ขณะที่ทางเท้าบริเวณดังกล่าวไม่ค่อยมีประชาชนใช้ในการสัญจรมากนัก โดยส่วนใหญ่จะเดินอ้อมเข้าไปในพื้นที่ของเอกชน

ข้อเสนอแนะ
สำนักการโยธา สำนักงานเขตปทุมวัน และกองประชาสัมพันธ์ชี้แจงการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน กรณีมีสิ่งก่อสร้างกีดขวางทางสัญจร
 
2.วิธีแก้ปัญหารถไฟฟ้าไม่เพียงพอกับจำนวนผู้โดยสาร
376 likes / 47 shares / 79 comments

-ร้อยละ 67 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า วิธีการแก้ไขปัญหารถไฟฟ้าทั้งใต้ดินและลอยฟ้าไม่เพียงพอต่อจำนวนผู้ใช้บริการที่น่าจะตรงจุดและได้ผลมากที่สุด 5 ลำดับแรก ได้แก่ การเพิ่มจำนวนรอบในช่วงเวลาเร่งด่วนและกำหนดเวลาแต่ละรอบให้ชัดเจน ตรงเวลา, การเพิ่มจำนวนตู้โดยสาร, การถอดเก้าอื้ออกจากตู้โดยสารและลดราคาเพื่อสร้างแรงจูงใจ ซึ่งเป็นแนวทางที่ง่ายที่สุดและไม่ต้องใช้งบประมาณ, การกระจายความเจริญออกต่างจังหวัดและวางผังเมืองใหม่ และการรณรงค์ให้ผู้โดยสารยืนชิดด้านใน ไม่พิงเสา ไม่ใช้โทรศัพท์มือถือ

-ร้อยละ 23 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า แนวทางอื่นๆ ที่น่าจะช่วยแก้ปัญหาได้ อาทิ บำรุงรักษารถไฟฟ้าตามรอบระยะเวลา เพื่อลดปัญหาการขัดข้อง ลดราคาค่าโดยสารในช่วงเวลาที่ไม่เร่งด่วน เพิ่มพนักงานจัดเส้นทางข้างบนสถานีในช่วงเวลาเร่งด่วนและจัดพนักงานดันผู้โดยสารเข้าตู้โดยสารเหมือนในต่างประเทศ เป็นต้น

ข้อเสนอแนะ
สำนักการจราจรและขนส่ง และกองประชาสัมพันธ์ประชาสัมพันธ์การเตรียมการรองรับจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้า บีทีเอสที่เพิ่มขึ้น อาทิ การเพิ่มตู้โดยสาร การเพิ่มจำนวนรอบ

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

1.กทม.ยังไม่ยกเลิก 232 จุดผ่อนผัน
9 ฉบับ เดลินิวส์, สำนักข่าวแห่งชาติ, สยามรัฐ, M2F, มติชน, แนวหน้า, สำนักข่าวไทย, ผู้จัดการรายวัน 360°,บ้านเมือง Online
รายละเอียด
-พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผว.กทม. กล่าวว่า กทม.ยังไม่มีนโยบายจัดระเบียบทางเท้าในพื้นที่กรุงเทพฯ เพิ่มเติมจากเดิมที่เคยได้จัดระเบียบและยกเลิกจุดผ่อนผันหาบเร่แผงลอยบนทางเท้าไปแล้ว โดยได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลกวดขันพื้นที่ที่จัดระเบียบไปแล้วให้มีความเรียบร้อยตามแนวทางการจัดระเบียบมีลักษณะทางกายภาพที่ดีขึ้น ประชาชนได้รับความสะดวกในการสัญจรมากขึ้นและไม่ให้ผู้ค้าหาบเร่แผงลอยกลับมาขายซ้ำ

-นายวันชัย ถนอมศักดิ์ รป.กทม. กล่าวว่า จุดผ่อนผันที่ยังเหลือ 232 จุด จากที่ได้จัดระเบียบไปแล้ว 451 จุด กทม.ยังไม่มีกำหนดเวลาดำเนินการจัดระเบียบหรือยกเลิกในขณะนี้ หากจะจัดระเบียบพื้นที่ หรือยกเลิกจุดผ่อนผันต้องพิจารณาอย่างรอบคอบและรอบด้าน โดยให้สำนักงานเขตสำรวจและกำหนดแนวทาง พร้อมทั้งเตรียมมาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ จัดหาตลาดแห่งใหม่ไว้รองรับ อีกทั้งต้องประสานทำความเข้าใจกับผู้ค้าล่วงหน้า เพื่อให้ผู้ค้าเตรียมตัวหาสถานที่ใหม่อย่างน้อย 2 เดือน


ผลกระทบ
ด้านบวก
-นโยบายการจัดระเบียบทางเท้าในพื้นที่กรุงเทพฯ-การจัดหาพื้นที่ค้าขายแห่งใหม่รองรับผู้ค้าที่ได้รับผลกระทบจากการจัดระเบียบด้านลบ-ที่ผ่านมาผู้ค้าร้องเรียนเรื่องการจัดระเบียบทางเท้า ส่งผลให้ไม่มีที่ทำมาหากินและได้รับความเดือดร้อน


ข้อคิดเห็น
-สำนักเทศกิจ สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การกวดขันดูแลพื้นที่ที่จัดระเบียบทางเท้าไปแล้วให้มีความเรียบร้อยตามแนวทางการจัดระเบียบ

 

2.เคาะประตูบ้านป้องกันโรคไข้เลือดออก
1 ฉบับ สำนักข่าวไทย
-พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผว.กทม. กล่าวว่า ในเดือน พ.ย.เป็นช่วงที่โรคไข้เลือดออกมีอัตราการแพร่ระบาดสูงสุด กทม. จึงได้รณรงค์ป้องกัน โดยลงพื้นที่เคาะประตูบ้านและเข้าไปตามโรงเรียนต่างๆ เพื่อให้ความรู้แก่เด็ก เยาวชน และประชาชนในการป้องกันโรคไข้เลือดออก โดยหมั่นดูแลทำความสะอาดบ้านและบริเวณโดยรอบที่อยู่อาศัย ด้วยวิธี 3 เก็บคือเก็บบ้าน เก็บภาชนะที่มีน้ำขัง และเก็บขยะ เพื่อไม่ให้มีแอ่งน้ำ ซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายและไม่มีมุมมืดอับอันเป็นที่ซ่อนตัวของยุงลายตัวแก่ รวมทั้งระมัดระวังไม่ให้ยุงกัด โดยเฉพาะตอนกลางวัน นอกจากนี้ ให้ฉีดพ่นหมอกควันไล่ยุงในโรงเรียนต่างๆ ในช่วงวันหยุดและเติมทรายอะเบทกำจัดลูกน้ำยุงลายลงในแหล่งน้ำต่างๆ


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ในการป้องกันโรคไข้เลือดออกแก่เด็กเยาวชน ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ
ด้านลบ
-เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีร่างกายอ่อนแอเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย หากได้รับเชื้อโรคไข้เลือดออกอาจมีภาวะของโรคอื่นๆ แทรกซ้อน ทำให้เกิดอาการรุนแรงเฉียบพลันจนถึงขั้นเสียชีวิตได้


ข้อคิดเห็น
-สำนักอนามัย สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การรณรงค์ป้องกันโรคไข้เลือดออกในพื้นที่กรุงเทพฯ

 

3.เตรียมปรับปรุงเสาชิงช้า
2 ฉบับ สยามรัฐ, แนวหน้า
รายละเอียด
-นายศักดิ์ชัย บุญมา ผอ.สผม. กล่าวว่า กทม. จะดำเนินการปรับปรุงเสาชิงช้า เนื่องจากสภาพปัจจุบันได้ตรวจสอบพบมีสีกะเทาะและไม้เสาบางส่วนแตก พื้นฐานเสาชิงช้าบางจุดทรุด และสกปรก ซึ่งได้ขอจัดสรรเงินงบประมาณประจำปีไว้ 2 ล้านบาท เพื่อซ่อมแซม ขณะนี้เริ่มตั้งนั่งร้านคลุมตัวเสาทั้งหมดแล้ว ใช้เวลาปรับปรุง 300 วัน


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การปรับปรุงเสาชิงช้า เพื่อให้มี ความสวยงามสมกับเป็นโบราณสถานคู่กรุงเทพฯ และเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาตินิยมมาเที่ยวชม


ข้อคิดเห็น
-สำนักผังเมือง สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินการปรับปรุงโบราณสถานสำคัญในพื้นที่กรุงเทพฯ

 

4.ตั้งคณะกรรมการติดตามงาน “ลอกท่อ”
1 ฉบับ มติชน
รายละเอียด
-นายณรงค์ เรืองศรี รผอ.สนน. รายงานในที่ประชุมหัวหน้าหน่วยงาน กทม. ถึงแผนการทำความสะอาดท่อระบายน้ำ คู คลองในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่า ในปี งบประมาณ 60 ได้ขุดลอกคูคลอง 37 แห่ง ส่วนใน ปีงบประมาณ 61 อยู่ระหว่างทำความสะอาดคูคลองตามที่ได้รับประมาณให้ดำเนินการแล้ว 10 แห่ง จากแผนกำหนดขุดลอกคูคลอง 18 แห่ง ส่วนท่อระบายน้ำในพื้นที่กรุงเทพฯ รวม 6,491 ถนน มีความยาว 6,442 กม. ในปีงบประมาณ 61 กำหนดแผนล้างทำความสะอาดท่อระบายน้ำ 575 ถนน โดยจะดำเนินการเอง 79 ถนน ยาว 164 กม. และจ้างกรมราชทัณฑ์ 82 ถนน ส่วนที่เหลือ 414 ถนน ได้ล้างทำความสะอาดแล้วในช่วงปี 60 พบระบายน้ำได้ดี ไม่มีดินเลน

-ผว.กทม. สั่งการให้ตั้งคณะทำงานตรวจติดตามแผนการทำความสะอาดคู คลอง และท่อระบายน้ำ ในพื้นที่กรุงเทพฯ ประกอบด้วย ทปษ.ของผว.กทม. ผช.ลผว.กทม. รป.กทม. คณะกรรมการติดตามนโยบายของ ผว.กทม. และ รผอ.กอ.รมน.กทม. ทั้งนี้ มอบหมายให้นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รผว.กทม.บริหารจัดการแบ่งภารกิจให้ 6 กลุ่มเขต


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การขุดลอกคูคลองและท่อระบายน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในพื้นที่กรุงเทพฯ


ข้อคิดเห็น
-สำนักการระบายน้ำ สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินการทำความสะอาดท่อระบายน้ำและคูคลองในพื้นที่กรุงเทพฯ

 

5.ไล่ออก 4 ขรก. ทุจริตอุโมงค์ไฟ
3 ฉบับ ข่าวสด, เดลินิวส์, มติชน
รายละเอียด
-รายงานข่าวคณะอนุกรรมการวิสามัญเกี่ยวกับวินัยและการออกจากราชการ (อ.ก.ก.วินัย) ได้หารือกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ทำหนังสือ ปช.002/1107 ถึง ผว.กทม. เรื่องขอให้พิจารณาโทษทางวินัย ชี้มูลความผิดทางวินัยร้ายแรงข้าราชการ กทม. 4 ราย กรณีโครงการค่าใช้จ่ายในการประดับตกแต่งไฟฟ้าเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของ กทม.ผลการพิจารณามีมติเป็นเอกฉันท์ให้ไล่ออกจากราชการทั้ง 4 ราย โดยจะนำผลการประชุม อ.ก.ก.วินัย ส่งให้คณะกรรมการ ข้าราชการ กทม. (ก.ก.) พิจารณา เพื่อทำหนังสือให้ ผว.กทม. ลงนามต่อไป

ผลกระทบ
ด้านบวก
-กระบวนการพิจารณาโทษทางวินัยแก่ข้าราชการ กทม.ที่กระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ

ด้านลบ
-เมื่อ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดวินัยร้ายแรง กทม.จำเป็นต้องไล่ออกข้าราชการสถานเดียว พร้อมชี้มูลความผิดตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ลงวันที่ 24 ธ.ค.36 ที่ห้ามปลด หรือให้ออกจากราชการ แต่ต้องไล่ออกอย่างเดียว


ข้อคิดเห็น
-หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ การเพิ่มความเข้มงวดในการดำเนินการโครงการจัดซื้อจัดจ้าง ของ กทม.

 

6.ทายาทอินทามระยื่นฟ้อง กทม.สำรวจความเห็นเปลี่ยนชื่อถนนสุทธิสารฯ
3 ฉบับ ไทยรัฐ, ไทยโพสต์, สำนักข่าวไทย
รายละเอียด
-นายกฤษฎา อินทามระ ผู้ฟ้องคดีให้ กทม.เปลี่ยนชื่อถนนและซอยบริเวณถนนสุทธิสารวินิจฉัยและซอย อินทามระทั้ง 59 ซอย ให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงและหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ยื่นคำแถลงต่อศาลปกครองกลาง เพื่อขอให้ศาลเรียก กทม.มาชี้แจงถึงความจำเป็นในการทำแบบสอบถามสำรวจความคิดเห็นประชาชน เกี่ยวกับการเปลี่ยนชื่อถนนบริเวณถนนสุทธิสารฯ รวมถึงให้ กทม.ชี้แจงกรณีได้ทำหนังสือถึงเลขาสำนักงานศาลปกครอง และได้รับคำแนะนำให้ทำแบบสำรวจความคิดเห็นก่อนเปลี่ยนชื่อถนนว่าเป็นความจริงหรือไม่

ผลกระทบ
ด้านบวก
-การดำเนินการสำรวจความคิดเห็นประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ตามแนวทางปฏิบัติของศาลปกครองสูงสุด กรณีมีคำพิพากษาให้เปลี่ยนชื่อถนนสุทธิสารวินิจฉัยเป็นถนนอินทามระ

ด้านลบ
-ผู้ฟ้องคดีระบุกรณี กทม.ออกแบบ สอบถามความคิดเห็นของประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ เพื่อให้แสดงความคิดเห็นที่ส่อไปในทางโต้แย้ง คัดค้าน หรือไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดหรือไม่ และหากประชาชนตอบว่าควรกำหนดเป็นชื่อถนนสุทธิสารฯ เหมือนเดิม จะเป็นการชี้นำให้ประชาชนออกความเห็นโต้แย้งไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษา ซึ่งทำให้เสื่อมเสียกระบวนการยุติธรรม

ข้อคิดเห็น
-สำนักงานปกครองและทะเบียน สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ชี้แจงถึงเหตุผลในการสำรวจความคิดเห็นประชาชนในพื้นที่กรณีมีคำพิพากษาให้เปลี่ยนชื่อถนนสุทธิสารวินิจฉัยเป็นถนนอินทามาระ

ฝ่ายวิเคราะห์ข่าว กองประชาสัมพันธ์

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
1.สื่อญี่ปุ่นรายงานข่าวปัญหาน้ำท่วมขังในกรุงเทพฯ
www.mgronline.com
https://mgronline.com/japan/detail/9600000116875
1,000 shares / 36 comments
-ร้อยละ 80 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า กรณีสถานีโทรทัศน์อาซาฮีของญี่ปุ่น รายงานถึงการจัดการระบบระบายน้ำในกรุงเทพฯ ภายหลังฝนตกหนักจะมีน้ำท่วมขังและต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงในการระบายน้ำ เช่น บริเวณพร้อมพงษ์ (ซอยสุขุมวิท 39) ที่มีชาวญี่ปุ่นอาศัยอยู่จำนวนมาก ซึ่งปัญหาน้ำท่วมขังดังกล่าวเกิดจากขยะจำนวนมากกีดขวางระบบระบายน้ำ ขณะที่ กทม.ยังไม่มีแนวทางการรับมือและการจัดระบบระบายน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ นั้น เป็นเรื่องที่น่าอับอายและส่งผลต่อภาพลักษณ์ของกรุงเทพฯ ขณะที่ปัญหาน้ำท่วมขังเกิดจากความมักง่ายของประชาชนที่ทิ้งขยะลงแม่น้ำคูคลองและที่สาธารณะร้อยละ 70 ส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 30 เกิดจากการบริหารจัดการของ กทม.
-ร้อยละ 20 ของผู้แสดงความคิดเห็น ตั้งข้อสังเกตปัญหาขยะที่อุดตันท่อระบายน้ำหลังจากฝนตก ส่วนหนึ่งมาจากประชาชนและร้านค้าที่นำถุงขยะมาตั้งวางบนทางเท้าเพื่อรอรถเก็บขยะมาจัดเก็บ เมื่อฝนตกน้ำท่วมขังทำให้ขยะกระจายออกไป ซึ่ง กทม.ควรกำหนดจุดทิ้งขยะให้ชัดเจนและจัดถังขยะรองรับ เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว รวมทั้งรณรงค์ไม่ทิ้งขยะในที่สาธารณะและดำเนินการกวดขันจับปรับผู้ฝ่าฝืนอย่างจริงจัง
www.pantip.com
https://pantip.com/topic/37108005
15 comments
-ร้อยละ 58 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า ปัญหาดังกล่าวส่วนหนึ่งเกิดจากความมักง่ายของประชาชนที่ทิ้งขยะไม่เป็นที่ ทั้งยังขาดความตระหนักและจิตสำนึกสาธารณะในการดูแลรักษาความสะอาดของพื้นที่สาธารณะที่ทุกคนใช้ประโยชน์ร่วมกัน ประกอบกับผู้บังคับใช้กฎหมายขาดการกวดขันดูแลจับปรับผู้ที่กระทำผิดอย่างเข้มงวด
-ร้อยละ 42 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า การแก้ปัญหาการระบายน้ำต้องดำเนินการหลายแนวทางควบคู่กัน อาทิ ขยายท่อระบายน้ำในกรุงเทพฯ ให้สามารถรองรับปริมาณน้ำได้มากขึ้น ขุดลอกคูคลองและล้างทำความสะอาดท่อระบายน้ำในตรอก ซอย หมู่บ้าน และชุมชนอย่างสม่ำเสมอ รณรงค์คัดแยกขยะ จัดตั้งถังขยะในที่สาธารณะ
www.facebook.com/Ar-pae.com
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=1311544802283260&id=296293617141722
1,500 likes / 234 shares / 222 comments
-ร้อยละ 80 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า การนำเสนอรายงานข่าวดังกล่าวเป็นเรื่องที่น่าอายมาก เพราะแสดงถึงนิสัยมักง่ายและขาดระเบียบวินัยอย่างหนักของคนไทย
-ร้อยละ 20 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า ประชาชนทุกคนต้องมีส่วนช่วยในการแก้ปัญหาด้วยการลดการผลิตขยะและทิ้งขยะให้เป็นที่ ขณะที่ภาครัฐต้องทำให้ประชาชนเข้าถึงการทิ้งขยะมากที่สุด รวมทั้งรณรงค์เรื่องความรับผิดชอบต่อส่วนรวม และมีบทลงโทษผู้ที่ทิ้งขยะไม่เป็นที่

ข้อเสนอแนะ
สำนักการระบายน้ำ สำนักสิ่งแวดล้อม สำนักงานเขตวัฒนา และกองประชาสัมพันธ์ประชาสัมพันธ์การดำเนินการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในพื้นที่กรุงเทพฯ รวมทั้งพิจารณาตั้งถังขยะและจุดทิ้งขยะในที่สาธารณะ
 
2. ติดป้ายห้ามให้อาหารสุนัขและแมวจรจัด
www.facebook.com/Putthachai Kamgaew
1,200 likes / 2,016 shares / 313 comments
-ร้อยละ 83 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นเห็นด้วยกรณีฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาล สำนักงานเขตพระนคร ติดป้ายห้ามให้อาหารสุนัขและแมวในที่ หรือทางสาธารณะ หากฝ่าฝืนมีโทษปรับ 2,000 บาท เนื่องจากมีประชาชนที่อาศัยบริเวณใกล้เคียงร้องเรียนเรื่องกลิ่นเหม็นและทางสกปรก จากการให้อาหารแมวในพื้นที่สาธารณะ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสิ่งแวดล้อมฯ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและพบมีการให้อาหารแมวจรจัดจริง จึงได้ติดป้ายประชาสัมพันธ์ดังกล่าว ส่วนแมวได้จับไปทำหมันและส่งไปที่ศูนย์พักพิงสุนัขฯ เขตประเวศ นั้น เป็นวิธีการที่ถูกต้องแล้ว เพราะการให้อาหารสุนัขและแมวจรจัดในที่ หรือทางสาธารณะเป็นการสร้างความเดือดร้อนให้ผู้ที่อยู่อาศัยในบริเวณใกล้เคียงและทำให้สัตว์เหล่านี้เพิ่มจำนวนขึ้น
-ร้อยละ 17 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ขณะที่หน่วยงานรัฐควรมีแนวทางการแก้ไขปัญหาและบริหารจัดการสุนัขและแมวจรจัดอย่างเป็นระบบ รวมทั้งมีแนวทางอื่นรองรับ นอกจากการห้ามให้อาหารอย่างเดียว เช่น ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการทำหมันและนำแมวเหล่านี้ไปดูแล ระดมทุนช่วยทำหมันและแมวจรจัดในพื้นที่

www.facebook.com/นี่แหละประเทศไทย
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=460971610965208&id=164034270658945
290 likes / 5 shares / 40 comments
-ร้อยละ 100 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า เป็นวิธีการที่ถูกต้องแล้ว โดยหากต้องการเลี้ยงก็ควรนำไปเลี้ยงที่บ้านและทำหมัน เพื่อไม่เกิดความเดือดร้อนต่อชุมชน ขณะที่ภาครัฐควรหาแนวทางแก้ไขปัญหาสุนัขและแมวจรจัดในระยะยาว เช่น จัดทำทะเบียนสัตว์ จัดสถานที่ดูแลที่เป็นระบบและเปิดให้ผู้สนใจรับไปเลี้ยง
www.pantip.com
https://pantip.com/topic/34761756
19 likes / 24 comments
-ร้อยละ 83 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า ปัญหาสุนัขจรจัดเป็นปัญหาระดับชาติที่ต้องแก้ไขในระดับนโยบาย โดยรัฐบาลต้องจัดตั้งศูนย์สงเคราะห์สัตว์ในทุกจังหวัด เพื่อใช้เป็นพื้นที่ในการดูแลสุนัขและแมวจรจัด รวมทั้งแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ โดยเฉพาะกลุ่มที่ค้าขายสัตว์มีการลงทะเบียนและจัดเก็บภาษีอย่างเหมาะสม
-ร้อยละ 17 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า กทม.ควรปรับปรุงศูนย์พักพิงสุนัขที่ประเวศทั้งด้านสถานที่และจัดงบประมาณดูแลอย่างเพียงพอ
ข้อเสนอแนะ
สำนักอนามัย สำนักงานเขตพระนคร และกองประชาสัมพันธ์ประชาสัมพันธ์แนวทางการดำเนินการแก้ไขปัญหาสุนัขจรจัดในพื้นที่กรุงเทพฯ รวมทั้งกรณีการติดป้ายห้ามให้อาหารสุนัขและแมวจรจัดในพื้นที่เขตพระนคร

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

1.ปรับปรุงถ.ประชาร่วมใจ รองรับการจราจร
3 ฉบับ ข่าวสด, ไทยรัฐ, สำนักข่าวแห่งชาติ
รายละเอียด
-นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รผว.กทม. กล่าวในการลงพื้นที่ติดตามโครงการก่อสร้างปรับปรุงถนนประชาร่วมใจ-ถนนมิตรไมตรีว่า การดำเนินโครงการ จำเป็นต้องย้ายระบบสาธารณูปโภคที่อยู่ในแนวขยายถนนดังกล่าว ขณะนี้ได้เร่งรัดให้ผู้รับจ้างจัดทำแผนเพื่อดำเนินการย้ายระบบสาธารณูปโภคร่วมกับ สนย.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งผู้รับจ้างยืนยันจะเริ่มงานได้ภายในเดือน พ.ย.นี้


ผลกระทบ
ด้านบวก
-เมื่อโครงการก่อสร้างปรับปรุงถนนประชาร่วมใจ-ถนนมิตรไมตรีแล้วเสร็จ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของถนนประชาร่วมใจให้สามารถรองรับปริมาณการจราจรที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งเพื่อพัฒนาพื้นที่และการใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตมีนบุรี เขตคลองสามวา และเขตหนองจอก ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมของประชาชนให้ดีขึ้น

ด้านลบ
-ปัจจุบันบริเวณดังกล่าวมีการพัฒนาพื้นที่และการใช้ประโยชน์ที่ดิน รวมถึงการขยายตัวของชุมชน ประชาชนสร้างบ้านเรือนพักอาศัยเพิ่มขึ้น ก่อให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัดในช่วงเวลาเร่งด่วน อีกทั้งสภาพผิวจราจรชำรุดเสียหาย ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนในการสัญจรผ่านไปมา


ข้อคิดเห็น
-สำนักการโยธา สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินโครงการก่อสร้างปรับปรุงถนนประชาร่วมใจ-ถนนมิตรไมตรี

 

2.เร่งก่อสร้างอุโมงค์ถาวรธวัช
1 ฉบับ ไทยรัฐ
รายละเอียด
-นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รผว.กทม. กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการก่อสร้างทางลอดถนนพัฒนาการ-รามคำแหง-ถาวรธวัชว่า โครงการดังกล่าวกำหนดสิ้นสุดสัญญาว่าจ้างวันที่ 10 เม.ย.61 แต่ผู้รับจ้างได้ขอขยายเวลาการก่อสร้างออกไปอีก 184 วัน เนื่องจากมีความล่าช้าในการรื้อย้ายสาธารณูปโภค อย่างไรก็ตาม ภายหลังขยายเวลาการก่อสร้างและได้ลงพื้นที่ติดตามโครงการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้กำชับผู้รับจ้างให้ก่อสร้างแล้วเสร็จภายในเดือน พ.ย.61


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การพัฒนาถนนและโครงข่ายการจราจร เพื่อแก้ปัญหาการจราจรในกรุงเทพฯ

ด้านลบ
-ที่ผ่านมาการดำเนินโครงการฯ ล่าช้า เนื่องจากปัญหาอุปสรรคด้านการรื้อย้ายสาธารณูปโภค นอกจากนี้มีประชาชนร้องเรียนรูปแบบการป้องกันอันตรายจากการก่อสร้างที่ยังไม่สมบูรณ์


ข้อคิดเห็น
-สำนักการโยธา สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การเร่งรัดดำเนินโครงการก่อสร้างทางลอดถนนพัฒนาการ-รามคำแหง-ถาวรธวัช

 

3.เตรียมปรับปรุงอาคารจอดรถบางลำพู-สวนมะลิ
3 ฉบับ ไทยโพสต์, ข่าวสด, บ้านเมือง Online
รายละเอียด
-นางวรรณวิไล พรหมลักขโณ รผว.กทม. กล่าวหลัง ลงพื้นที่ตรวจอาคารจอดรถของ กทม. บริเวณบางลำพูและสวนมะลิว่า ได้ตรวจความเป็นระเบียบเรียบร้อยและโครงสร้างความแข็งแรงของอาคาร ทั้ง 2 แห่ง ซึ่งได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ตรวจสอบคุณภาพของอากาศ ปรับปรุงระบบระบายอากาศบริเวณที่จอดรถชั้นใต้ดินรวมทั้งปรับปรุงการใช้พื้นที่จอดรถให้มีการใช้ประโยชน์สูงสุด ตรวจสอบประสิทธิภาพของกล้อง CCTV การติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างเพิ่มเติม ขยายพื้นที่ช่องจอดรถให้เหมาะสม และรื้อย้ายสิ่งของที่เก็บไว้บริเวณลานจอดรถออกไปโดยการซ่อมแซมระบบระบายอากาศ หรือส่วนอื่นๆ ของอาคารให้เร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว หากต้องใช้งบประมาณให้เสนอขอจัดสรรงบประมาณในปี 62 หลังจากนี้จะนำผลการประชุมหารือแนวทางการดำเนินการ เพื่อให้คณะผู้บริหาร กทม.พิจารณาในการประชุมคณะผู้บริหารครั้งต่อไป


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การปรับปรุงการให้บริการอาคารจอดยานยนต์ของ กทม.และการเตรียมการปรับอัตราค่าธรรมเนียมที่จอดยานยนต์ของ กทม.ให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน

ด้านลบ
-อาคารจอดยานยนต์ของ กทม.บริเวณถนนบางลำพูและสวนมะลิมีสภาพเก่าทรุดโทรม เนื่องจากเปิดใช้งานมานานและไม่เคยได้รับการปรับปรุง


ข้อคิดเห็น
-สำนักการคลัง สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินการปรับปรุงอาคารจอดรถของ กทม.บริเวณบางลำพูและสวนมะลิ

 

4.พัฒนาศูนย์เยาวชนเป็นศูนย์นันทนาการ 3 วัย
2 ฉบับ ไทยรัฐ, ไทยโพสต์
รายละเอียด
-นายเฉลิมพล โชตินุชิต ผอ.สวท. กล่าวว่า กทม.มีนโยบายเตรียมพร้อมรับมือสังคมผู้สูงอายุในกรุงเทพฯ โดยพัฒนาศูนย์เยาวชน กทม. ทั้ง 36 แห่ง รวมถึงศูนย์เยาวชน กทม. (ไทย-ญี่ปุ่น) และศูนย์กีฬาอีก 12 แห่ง ทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ ให้เป็นศูนย์นันทนาการ 3 วัย ครอบคลุมกลุ่มทั้งคนทำงาน ผู้สูงอายุ และเยาวชน นอกจากนี้ ในอนาคต กทม.มีแนวคิดให้โรงเรียนฝึกอาชีพสังกัด กทม.เข้ามาสอนฝึกอาชีพแก่ผู้สูงอายุ เพื่อให้ความรู้แก่เยาวชนและสร้างความสัมพันธ์กับผู้เข้ามาใช้บริการอีกทางหนึ่ง

-โครงการดังกล่าวจะเริ่มนำร่องที่ศูนย์เยาวชนในพื้นที่ 6 กลุ่มเขต ให้เป็นศูนย์นันทนาการ 3 วัย คาดจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในเดือน ธ.ค.นี้ โดยจะแล้วเสร็จทั้งหมดภายในเดือน ต.ค. ปี 61


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การพัฒนาศูนย์เยาวชน กทม. เพื่อรองรับการให้บริการประชาชนทุกกลุ่ม

-การเตรียมความพร้อมรับมือสังคมผู้สูงอายุในกรุงเทพฯ



ข้อคิดเห็น
-สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การพัฒนาศูนย์เยาวชน กทม. ให้เป็นศูนย์นันทนาการ 3 วัย

 

5.ประชาชนเข้าร่วมกลุ่มไลน์ “รางวัลนำจับ” กว่าแสนราย
1 ฉบับ เดลินิวส์
รายละเอียด
-นายธีรพันธ์ อภิรัฐธนภรณ์ ผอ.สนท. กล่าวว่า ตามที่ กทม. ได้ให้ประชาชนร่วมแจ้งเหตุ หากพบผู้กระทำผิดตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 พร้อมรับรางวัลนำจับกึ่งหนึ่งของค่าปรับจากผู้กระทำความผิด ขณะนี้มีประชาชนสนใจเข้าร่วมกลุ่มไลน์ “รางวัลนำจับ”กว่า 100,000 ราย

-การเปิดให้ส่งข้อมูลเบาะแสผู้กระทำผิดตั้งแต่วันที่ 15 ส.ค. -ปัจจุบันมีผู้แจ้งข้อมูลเบาะแสทั้งสิ้นกว่า 8,000 เรื่อง สามารถแจ้งไปยังสำนักงานเขตพื้นที่ที่เกิดเหตุเพื่อดำเนินการตามกฎหมายได้ 5,708 เรื่อง ในจำนวนดังกล่าวสามารถดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด ไปแล้ว 361 เรื่อง และแบ่งส่วนแบ่งค่าปรับให้แก่ประชาชนได้ 200 เรื่อง รวมจำนวนเงินแบ่งค่าปรับแก่ประชาชนผู้แจ้งเบาะแส 85,300 บาท โดยเรื่องที่ประชาชนแจ้งข้อมูลมากที่สุดคือ การกระทำความผิดกรณีการขับขี่รถ และจอดรถบนทางเท้า


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การมีส่วนร่วมของประชาชนในการแก้ไขปัญหาการจอด หรือขับขี่รถยนต์รถจักรยานยนต์ หรือล้อเลื่อนบน ทางเท้าในพื้นที่กรุงเทพฯ


ข้อคิดเห็น
-สำนักเทศกิจ สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินการแก้ไขปัญหาการจอด หรือขับขี่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือล้อเลื่อนบนทางเท้า

 

6.ผังเมืองรวมฉบับใหม่บังคับใช้ปลายปี 61
1 ฉบับ เดลินิวส์
รายละเอียด
-นายศักดิ์ชัย บุญมา ผอ.สผม. กล่าวว่า กทม. ได้ดำเนินโครงการวางและจัดทำผังเมืองรวม กทม. (ปรับปรุงครั้งที่ 4) โดยอยู่ระหว่างจัดประชุมกลุ่มย่อย ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเด็นต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ จะจัดประชุมคณะทำงานร่วมในด้านต่างๆ เพื่อนำผลการประชุมมาประมวลเป็นข้อมูลในการกำหนดผังเมืองอย่างบูรณาการ คาดจะแล้วเสร็จและประกาศบังคับใช้ปลายปี 61

-นายนพนันท์ ตาปนานนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางผังเมือง กล่าวว่า คณะที่ปรึกษาเสนอแนวทางการวางและจัดทำผังเมืองฉบับใหม่ โดยกำหนด 3 โซนในพื้นที่พาณิชยกรรม ได้แก่ (1) ซับซีบีดี ซึ่งเน้นพื้นที่มีการเชื่อมต่อการเดินทาง เช่น พหลโยธิน มักกะสัน (2) ซับเซ็นเตอร์ครอบคลุมรัศมีโดยรอบไม่เกิน 10 กม. ซึ่งเป็นการกำหนดศูนย์ย่อยชานเมือง เช่น มีนบุรี ลาดกระบัง บางแค และ (3) คอมมูนิตี้เซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นศูนย์บริการในชุมชนจะครอบคลุมรัศมีไม่เกิน 5 กม. โดยใช้มาตรการด้าน FAR โบนัส เพื่อสร้างแรงจูงใจให้เกิดการพัฒนาพื้นที่ในเชิงพาณิชย์


ผลกระทบ
ด้านบวก
-นายนพนันท์ ตาปนานนท์ ผู้เชี่ยวชาญ ด้านการวางผังเมือง ระบุจากการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ รวมทั้งการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ของเอกชนจะส่งผลให้เมืองและการใช้ประโยชน์ที่ดินบริเวณรอบโครงการเปลี่ยนไปมากใน 5-10 ปีข้างหน้า จำเป็นต้องปรับผังการใช้ประเภทที่ดิน เพื่อรองรับการพัฒนาในพื้นที่ ขณะเดียวกันกรมโยธาธิการและผังเมืองอยู่ระหว่าง ร่างผังภาค กทม.และปริมณฑล พ.ศ.2580 ซึ่งมีแนวโน้มจะจำกัดการขยายตัวของเมืองไม่ให้พัฒนาเกินวงแหวนกาญจนาภิเษก เพื่อให้เมืองมีความกระชับ ดังนั้น ผังเมืองรวม กทม. (ปรับปรุงครั้งที่ 4) จึงต้องสอดรับไปในทิศทางเดียวกัน

-การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการปรับปรุงผังเมืองรวม กทม.ให้สอดคล้องกับสภาพการณ์และสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไป


ข้อคิดเห็น
-สำนักผังเมือง และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ความคืบหน้าการจัดทำผังเมืองรวม กทม. (ปรับปรุงครั้งที่ 4)

 

7.รถไฟฟ้าสีชมพู-เหลืองเริ่มสร้างปี 61
9 ฉบับ กรุงเทพธุรกิจ, มติชน, ข่าวหุ้น, คม ชัด ลึก, เดลินิวส์, แนวหน้า, สำนักข่าวไทย, ไทยรัฐ, สำนักข่าวแห่งชาติ
รายละเอียด
-นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ช่วยผู้ว่าการ รฟม. กล่าวว่า ขณะนี้โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพูช่วงแคราย-มีนบุรี และสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง ล่าช้ากว่าแผนประมาณ 3 เดือน เนื่องจากรอการเวนคืนพื้นที่จากประชาชน รวมทั้งอยู่ระหว่างประสานกรมทางหลวงและ กทม. ขอใช้พื้นที่ก่อสร้าง คาดจะส่งมอบพื้นที่และเริ่มก่อสร้างได้ภายในไตรมาส 1 ของปี 61

-รถไฟฟ้าสายสีชมพูจะเร่งส่งมอบพื้นที่ให้ได้ในเดือน ม.ค. 61 ขณะนี้เริ่มปิดเบี่ยงช่องจราจร1 จุด เพื่อทดสอบการรองรับน้ำหนักของเสาเข็มและจะรื้อย้ายสาธารณูปโภคตั้งแต่วันที่ 25 พ.ย. นี้ ส่วนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองจะส่งมอบพื้นที่ให้ได้ในไตรมาส 1 ของปี 61 เช่นกัน สำหรับรูปแบบการก่อสร้างจะใช้แบบน็อกดาวน์คือ หล่อคานสำเร็จรูปมาติดตั้งเพื่อความสะดวกรวดเร็วในการก่อสร้างระยะเวลา 3 ปี 3 เดือน ตั้งเป้าหมายเปิดให้บริการปี 64 คาดจะมีผู้โดยสาร 35,000 คน/วัน

ผลกระทบ
ด้านบวก
-การขยายเส้นทางรถไฟฟ้าและการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนทางรางในพื้นที่กรุงเทพฯด้านลบ-ผลกระทบด้านการจราจรระหว่างการดำเนินโครงการก่อสร้าง


ข้อคิดเห็น
-สำนักการโยธา สำนักการจราจรและขนส่ง และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การส่งมอบพื้นที่ให้ รฟม.เพื่อใช้ในโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพูฝ่ายวิเคราะห์ข่าว กองประชาสัมพันธ์

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
1.แนวทางแก้ปัญหาคอขวดรถไฟฟ้าบีทีเอสตากสิน
www.prachachat.net
600 likes / 62 shares / 23 comments

-ร้อยละ 90 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า กรณีการแก้ปัญหาคอขวดรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีตากสิน โดย บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (บีทีเอสซี) ผู้รับสัมปทานจาก กทม.จะไม่ย้ายสถานี แต่ปรับปรุงใหม่และขยายรางรถไฟจากวิ่งทางเดี่ยวเป็นทางคู่ให้รถสามารถวิ่งสวนทางกันได้ จากปัจจุบันจะต้องรอสับหลีก พร้อมกับขยายพื้นที่ชานชาลาเพิ่ม ซึ่งจะใช้บประมาณก่อสร้างราว 1,100 ล้านบาท นั้น กรณีนี้เป็นอีกบทเรียนสำหรับผู้มีอำนาจตัดสินใจและสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของผู้บริหารในยุคนั้น ทั้งที่หากวางแผนก่อสร้างตั้งแต่แรกก็จะไม่ต้องมาแก้ไขใหม่ให้สิ้นเปลืองงบประมาณที่มาจากภาษีของประชาชน นอกจากนี้ ยังสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนที่ใช้บริการ

-ร้อยละ 10 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า เมื่อปรับปรุงและขยายรางรถไฟจากรางเดี่ยวเป็นรางคู่แล้ว จะช่วยให้การเดินทางในช่วงเช้าและเย็นคล่องตัวขึ้น เพราะไม่ต้องเสียเวลารอสับหลีกทาง

ข้อเสนอแนะ
สำนักการจราจรและขนส่ง และกองประชาสัมพันธ์ประชาสัมพันธ์แนวทางการแก้ไขปัญหาคอขวดรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีตากสิน รวมทั้งการเตรียมการแก้ไขปัญหาการเชื่อมโยงระบบคมนาคมและการขนส่งบริเวณสะพานสาทรและพื้นที่โดยรอบ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชนที่ใช้ระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางราง
 
2. จัดระเบียบทางเท้าหน้าเซ็นทรัลลาดพร้าวยังไม่คืบหน้า
388 likes / 19 shares / 84 comments

-ร้อยละ 92 ของผู้แสดงความคิดเห็น ตั้งข้อสังเกตกรณีนายปกครอง พลเมือง ผอ.เขตจตุจักร ระบุการจัดระเบียบทางเท้าบริเวณหน้าห้างเซ็นทรัล ลาดพร้าว ขณะนี้ยังไม่สามารถหาข้อสรุปเรื่องขอบข่ายอำนาจของ กทม.ในการดำเนินการที่ชัดเจน สำนักงานเขตจึงยังไม่มีอำนาจจัดระเบียบ โดยจะนัดหารือร่วมกับผู้มีอำนาจในการตัดสินใจของ ร.ฟ.ท.อีกครั้ง เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการดำเนินการจัดระเบียบ นั้น การประสานงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐแย่มาก ทั้งยังผลักภาระความผิดชอบกันไปมา ทั้งที่ควรบูรณาการการแก้ปัญหาร่วมกัน โดยคำนึงถึงผลประโยชน์และความเดือดร้อนของประชาชนผู้ใช้ทางเท้าเป็นสำคัญ เพราะหากผ่อนผันไปเรื่อย ๆ ผู้ค้าก็จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

-ร้อยละ 8 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรบูรณาการแก้ไขปัญหาร่วมกัน โดยอาจใช้โมเดลที่สยามสแควร์มาเป็นแนวทางในการจัดระเบียบ หากไม่ดำเนินการแก้ไขปัญหา กทม.ต้องฟ้องร้อง ร.ฟ.ท.ในฐานะเจ้าของพื้นที่ที่ปล่อยปละเลยให้มีการทำพื้นที่สกปรกและกีดขวางทางสัญจรของประชาชน รวมทั้งห้างเซ็นทรัล ในฐานะผู้เช่า ที่ไม่ได้ดูแลพื้นที่ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย

ข้อเสนอแนะ
สำนักงานเขตจตุจักร และกองประชาสัมพันธ์ประชาสัมพันธ์การเร่งรัดดำเนินการจัดระเบียบทางเท้าบริเวณหน้าห้างเซ็นทรัล ลาดพร้าว

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

1.ระดมสมอง ส.ก. – ผู้บริหาร กทม.ก้าวสู่ไทยแลนด์ 4.0
4 ฉบับข่าวสด, สยามรัฐ, แนวหน้า, บ้านเมือง Online
รายละเอียด
-พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผว.กทม. กล่าวในการสัมมนาระหว่างสมาชิกสภา กทม. (ส.ก.) และผู้บริหาร กทม. หัวข้อ "สภากรุงเทพมหานคร กรุงเทพมหานคร กับการก้าวสู่ไทยแลนด์ 4.0" ว่า การสัมมนาในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสอันดีที่คณะผู้บริหารทุกระดับจะได้มาร่วมกันแสดงความคิดว่าจะพัฒนาเมืองไปในรูปแบบใดในอนาคต ให้สอดคล้องตามนโยบายของรัฐบาล ไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งที่ผ่านมา กทม. ได้พัฒนารูปแบบการทำงาน เริ่มจากการลดระยะเวลาและขั้นตอนการใช้บริการของภาครัฐ โดยเปิดให้ประชากรจองคิวเข้ารับบริการภาครัฐด้วยระบบออนไลน์ เพื่อเพิ่มความสะดวกให้ประชาชน

-สำหรับปัญหาการบริหารจัดการระบบระบายน้ำ กทม. สามารถจัดการระบบน้ำเหนือและน้ำหนุนได้ แต่ปัญหาที่เกิดจากน้ำฝนยังยากที่จะจัดการ เนื่องจากสภาพพื้นที่ของกรุงเทพฯ ในปัจจุบันมีความเปลี่ยนแปลงไปมาก มีการก่อสร้างอาคารสูงอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น กทม. จะศึกษาแนวทางการจัดทำธนาคารน้ำ เหมือนเช่นที่ประเทศญี่ปุ่น เพื่อให้สามารถจัดเก็บน้ำเพื่อใช้ประโยชน์ทั้งในฤดูฝนและฤดูแล้งได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การประสานความร่วมมือระหว่างสภา กทม. และผู้บริหาร กทม. ในการพัฒนาเมืองให้สอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล


ข้อคิดเห็น
-สำนักงานเลขานุการสภา กทม. และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์สรุปผลการสัมมนาและการระดมความคิดเห็นจากสมาชิกสภา กทม. และผู้บริหาร กทม. เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาเมืองให้สอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล

 

2.เตรียมเปิดสวนสาธารณะบางบอนเดือน ธ.ค.นี้
1 ฉบับ สยามรัฐ
รายละเอียด
-นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รผว.กทม. กล่าวว่า ภายในปี 60 จะเปิดสวนสาธารณะของ กทม. เพิ่มอีก1 แห่ง คือ สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติฯ เขตบางบอน โดยจะแล้วเสร็จเปิดให้ประชาชนเข้าใช้บริการในเดือน ธ.ค.นี้ นอกจากนี้ โครงการก่อสร้างสวนสาธารณะอีก 2 แห่ง อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการ ซึ่งจะแล้วเสร็จต้นปี 61 ได้แก่ สวนสาธารณะบึงลำไผ่ เขตมีนบุรี คาดจะสามารถเปิดใช้ได้ในเดือน ม.ค. 61 และสวนบริเวณซอยเพชรเกษม 69 (บางบอน 3) เขตบางแค คาดจะเปิดใช้ได้ในเดือน ก.พ. 61 และยังมีสวนที่อยู่ระหว่างก่อสร้างอีก 1 แห่ง คือ สวนสาธารณะภายในสถานีพัฒนาที่ดินกรุงเทพมหานคร ถนนบางขุนเทียนชายทะเล


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การเพิ่มพื้นที่สีเขียวและพื้นที่สวนสาธารณะ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของคนกรุงเทพฯ

 

3.เดินหน้าตอกเสาเข็มเขื่อนคลองลาดพร้าว
1 ฉบับ เดลินิวส์
รายละเอียด
-นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รผว.กทม. กล่าวถึงความคืบหน้าการสร้างเขื่อนระบายน้ำแนวคลองลาดพร้าวว่า การก่อสร้างแนวเขื่อนพร้อมทางเดินริมคลองลาดพร้าว ตลอดแนวพื้นที่ 8 เขต ระยะทางรวม 45,300 เมตร จะต้องตอกเสาเข็มสร้างเขื่อนรวม 60,000 ต้น ขณะนี้ กทม.สามารถตอกเสาเข็มได้แล้ว 14,552 ต้น ระยะทางยาวรวม 11,253 เมตร

-นายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวในพิธียกเสาเอกสร้างบ้านใหม่ให้ชาวชุมชนริมคลองลาดพร้าว บริเวณชุมชนสหกรณ์บ้านมั่นคงลาดพร้าวสามัคคี ถนนประชาร่วมใจ 43 เขตคลองสามวาว่า พอช. ได้จัดหาพื้นที่ก่อสร้างบ้านมั่นคงรองรับประชาชนที่ต้องรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากแนวก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำ เพื่อป้องกันน้ำท่วมของ กทม. โดยจะก่อสร้างบ้านมั่นคงในพื้นที่ดังกล่าวรวม 40 หลังคาเรือน ซึ่งการก่อสร้างจะแล้วเสร็จและประชาชนสามารถย้ายเข้าอยู่อาศัยอย่างสมบูรณ์ ได้ประมาณกลางปี 61

-บ้านเรือนรุกล้ำคลองลาดพร้าวที่ต้องรื้อย้าย เพื่อก่อสร้างเขื่อนพัฒนาระบบระบายน้ำในคลอง มีจำนวน 52 ชุมชน รวม 7,081 ครัวเรือน ขณะนี้ได้ดำเนินการแล้ว 13 ชุมชน ก่อสร้างบ้านแล้วเสร็จ 915 ครัวเรือน และตามเป้าหมายการรื้อย้ายบ้านทั้งหมดจะดำเนินการเสร็จสิ้นในปี 62


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การแก้ไขปัญหาสิ่งปลูกสร้างที่กีดขวางทางระบายน้ำตามนโยบายรัฐบาล
-การดำเนินโครงการเขื่อนคลองลาดพร้าว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในพื้นที่กรุงเทพฯ


ข้อคิดเห็น
-สำนักการระบายน้ำ สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การเร่งรัดดำเนินการก่อสร้างโครงการเขื่อนคลองลาดพร้าว


ข้อคิดเห็น
-สำนักสิ่งแวดล้อม สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การจัดหาพื้นที่ เพื่อก่อสร้างสวนสาธารณะขนาดใหญ่ในพื้นที่กรุงเทพฯ

 

4.ชี้แจงข้อเท็จจริงโครงการทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา
1 ฉบับ บ้านเมือง Online
รายละเอียด
-นายภัทรุตม์ ทรรทรานนท์ ป.กทม. มอบหมายให้ นายณัฏฐ์ ศรีสุคนธนันท์ ผอ.สนย. ชี้แจงกรณีองค์กร World Monument Fund ระบุแม่น้ำเจ้าพระยากำลังตกอยู่ในความเสี่ยงของการถูกทำลายจากการพัฒนาโครงการทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาที่รัฐบาลวางแผนจะสร้างทางเลียบล้ำลงไปในแม่น้ำ พร้อมเรียกร้องให้มีการเปิดพื้นที่แสดงความเห็นของทุกภาคส่วนที่มีส่วนได้ส่วนเสียว่า รัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยและ กทม. ดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในเขตกรุงเทพฯ ในการดำเนินงานได้ศึกษาความเหมาะสมทุกด้าน เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการออกแบบรูปแบบโครงการ ทบทวนผลการศึกษา แผนพัฒนาต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง แผนยุทธศาสตร์ แผนแม่บท กฎหมาย ระเบียบ และผังเมือง กทม. อย่างครบถ้วน เพื่อเป็นข้อมูลพิจารณากำหนดแผนการพัฒนาพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่และการพัฒนาในอนาคต ตลอดจนศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับโครงการในด้านต่างๆ โดยจัดประชุมกลุ่มย่อยและสัมภาษณ์เชิงลึกต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับชุมชน หน่วยงานราชการ สถานประกอบการในพื้นที่โครงการมาโดยตลอดมากกว่า 400 ครั้ง เพื่อรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และนำข้อมูลดังกล่าวมาพิจารณาจัดทำแผนแม่บทและรูปแบบโครงการที่มีความเหมาะสม เพื่อให้เป็นที่ยอมรับของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย

-สำหรับขั้นตอนการจัดทำแบบรายละเอียดเพื่อการก่อสร้างเป็นไปตามหลักวิชาการ การประชาสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งโครงการฯ ได้ดำเนินการตามระเบียบที่เกี่ยวข้องทุกขั้นตอน นอกจากนี้ ได้เผยแพร่ข้อมูลผ่านทางเว็บไซต์โครงการ www.chaophrayaforall.com ซึ่งเป็นช่องทางที่บุคคลทั่วไป ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ผู้สนใจและประชาชนทั่วไป สามารถเข้าถึงข้อมูลและแสดงความคิดเห็นได้ตลอดจนถึงปัจจุบัน


ผลกระทบ
ด้านบวก
-โครงการพัฒนาพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในเขตกรุงเทพฯ เพื่อให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงแม่น้ำเจ้าพระยาได้อย่างเท่าเทียม แก้ไขปัญหาการรุกล้ำพื้นที่แม่น้ำเจ้าพระยาโดยผิดกฎหมาย อีกทั้งดำเนินการจัดระเบียบพื้นที่ ฟื้นฟูและเพิ่มคุณค่าของแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งเป็นมรดกวัฒนธรรมและพื้นที่ สำคัญด้านประวัติศาสตร์ของประเทศ

ด้านลบ
-องค์กร World Monument Fund ระบุแม่น้ำเจ้าพระยากำลังตกอยู่ในความเสี่ยงของการถูกทำลายจากการพัฒนาโครงการทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา รัฐบาลวางแผนจะสร้างทางเลียบล้ำลงไปในแม่น้ำ กว้างข้างละ 10 เมตร และยาวตลอดแนวลำน้ำ 2 ฝั่ง รวมระยะทางทั้งสิ้น 57 กิโลเมตร พร้อมเรียกร้องให้มีการเปิดพื้นที่แสดงความเห็นของทุกภาคส่วนที่มีส่วนได้ส่วนเสีย และต้องไม่มีการก่อสร้างใดๆ ลงในแม่น้ำ ก่อนที่จะศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมอย่างชัดเจน หรือการออกแบบพื้นที่ให้เหมาะสมกับบริบท


ข้อคิดเห็น
-สำนักการโยธา และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ความคืบหน้าการดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในส่วนที่ กทม. รับผิดชอบ

 

5.เตรียมยกเลิก 232 จุดผ่อนผัน
2 ฉบับ เดลินิวส์, M2F
รายละเอียด
-นายวันชัย ถนอมศักดิ์ รป.กทม. กล่าวว่า จากนโยบายการจัดระเบียบทางเท้าที่ กทม. ได้ประกาศยกเลิกจุดผ่อนผันที่กำหนดตั้งแต่ปี 57 จนถึงปัจจุบันยกเลิกไปแล้วทั้งสิ้น 451 จุด เหลือจุดผ่อนผันอีก 232 จุด ซึ่ง กทม. เตรียมวางแผนจะประกาศยกเลิกต่อไป จากนี้ให้สำนักงานเขตพื้นที่ที่ยังคงมีจุดผ่อนผันจะต้องสำรวจพื้นที่จุดผ่อนผันที่สร้างผลกระทบกับประชาชน หรือสร้างปัญหากระทบต่อการจราจร เพื่อวางแนวทางการยกเลิกจุดผ่อนผัน และจัดระเบียบพื้นที่ทางเท้านั้น ๆ ให้เป็นทางเท้าสำหรับการเดินสัญจรอย่างแท้จริง


ผลกระทบ
ด้านบวก
-ในจุดที่มีการประกาศยกเลิกจุดผ่อนผันไปแล้ว กทม. จะตรวจสอบ สภาพพื้นที่หลังการจัดระเบียบ ซึ่งทุกจุดจะต้องมีกายภาพพื้นที่ที่เหมาะสม ทางเท้าเรียบเสมอ ประชาชนสามารถเดินสัญจรได้อย่างสะดวก โดยจุดที่ กทม. จัดระเบียบไปแล้ว จะห้ามมิให้มีแผงค้ากลับมายึดพื้นที่ได้อีกโดยเด็ดขาด ตลอด 24 ชั่วโมง


ข้อคิดเห็น
-สำนักเทศกิจ สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินการยกเลิกจุดผ่อนผันตามนโยบายจัดระเบียบทางเท้าในพื้นที่กรุงเทพฯ

 

6.สำรวจความเห็นประชาชน กรณีเปลี่ยนชื่อถนนสุทธิสารฯ เป็นอินทามระ
2 ฉบับ ไทยรัฐ, สำนักข่าวไทย
รายละเอียด
-นายวันชัย ถนอมศักดิ์ รป.กทม. กล่าวถึงความคืบหน้าการเปลี่ยนชื่อถนนสุทธิสารวินิจฉัยเป็นถนนอินทามระ ตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดว่า ภายหลังศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 20 ก.ค. 60 ให้ กทม.ดำเนินการเปลี่ยนชื่อถนนสุทธิสารฯ ให้เป็นไปตามข้อเท็จจริง ภายใน 180 วัน กทม.ได้ทำหนังสือถึงเลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง เมื่อวันที่ 10 ก.ย. 60 เพื่อขอแนวทางปฏิบัติตามคำสั่งของศาล ขณะนี้มีหนังสือตอบกลับมาแล้วให้ กทม. สำรวจความคิดเห็นประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ ก่อนเปลี่ยนชื่อถนนให้สอดคล้องกับความเป็นจริง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างทำความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่ ก่อนลงพื้นที่จริง โดยกำหนดให้แล้วเสร็จภายในเดือน พ.ย.นี้ จากนั้น สยป.จะสรุปผลภายในวันที่ 4 ธ.ค. เพื่อส่งให้ที่ประชุมคณะกรรมการกำหนดชื่อถนน ตรอก ซอย พิจารณาในวันที่ 7 ธ.ค. ก่อนนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่ ในวันที่ 12 ธ.ค. พร้อมรายงานผลการดำเนินการให้ ผว.กทม. รับทราบ และแจ้งเขตภายในวันที่ 17 ธ.ค. เพื่อให้เขตออกประกาศการใช้ชื่อถนน ซอย โดยจะส่งหนังสือรายงานผลการดำเนินงานต่อศาลฯ ภายในวันที่ 25 ธ.ค. คาดทุกกระบวนการจะแล้วเสร็จก่อน 180 วัน ตามคำสั่งศาลฯ ซึ่งครบกำหนดในวันที่ 8 ม.ค.61

-นายแสนยากร อุ่นมีศรี ผอ.เขตดินแดง กล่าวว่า เตรียมประชุมทำความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่ที่ต้องลงพื้นที่แจกแบบสอบถาม ซึ่งจะเริ่มลงพื้นที่วันที่ 21 พ.ย. โดยจัดเจ้าหน้าที่ไว้ 250 คน กระจายแจกแบบสอบถามประชาชนในพื้นที่ที่อาศัยอยู่มากกว่า 11,000 หลังคาเรือน ใช้การสุ่มตัวอย่างร้อยละ 50 จึงเตรียมแบบสอบถามไว้ 5,500 ชุด คาดจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 25 พ.ย. โดยเขตจะประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบ และอาจเปิดให้ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ก่อน เพื่อทราบจำนวนคนในแต่ละวัน พร้อมรองรับและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนให้ได้มากที่สุด

-นายกฤษฎา อินทามระ ทายาทตระกูลอินทามระ กล่าวว่า กทม. ไม่จำเป็นต้องสำรวจความคิดเห็นประชาชนเรื่องการกำหนดและเปลี่ยนแปลงชื่อถนนและซอยบริเวณถนนสุทธิสารวินิจฉัยและซอยอินทามระทั้ง 59 ซอยอีก เพราะการต่อสู้คดีถึงที่สุดแล้ว โดย กทม. เป็นผู้แพ้คดีและคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดระบุชัดเจนให้ กทม. เปลี่ยนชื่อถนนตามอำนาจหน้าที่ให้เป็นไปตามข้อเท็จจริง กทม. จึงควรดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ เช่น เปลี่ยนป้ายชื่อถนน ประชาสัมพันธ์แจ้งให้ประชาชนทราบว่าจะมีการเปลี่ยนชื่อถนนเพราะเหตุใด นอกจากนี้ เหตุใด กทม.ต้องสำรวจความคิดเห็นประชาชนช่วงใกล้ครบ 180 วัน ที่ศาลกำหนดกรอบเวลาให้ กทม.ดำเนินการ ซึ่งจะครบกำหนดวันที่ 24 ม.ค.61 หากผลสำรวจสรุปว่า ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ต้องการให้เปลี่ยนชื่อถนนและคงชื่อถนนไว้ตามเดิม กทม.จะทำอย่างไร หากจะอ้างเพียงเสียงประชาชนอย่างเดียว โดยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาล กระบวนการยุติธรรมก็จะไม่มีที่สิ้นสุด และตนจะดำเนินการฟ้องร้อง กทม. ในคดีอาญาตามมาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การดำเนินการสำรวจความคิดเห็นประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ตามแนวทางปฏิบัติของศาลปกครองสูงสุด กรณีมีคำพิพากษาให้เปลี่ยนชื่อถนนสุทธิสารวินิจฉัยเป็นถนนอินทามระ

ด้านลบ
-การเปลี่ยนชื่อถนนจากสุทธิสารฯ เป็นถนนอินทามระ จะกระทบกับประชาชนกว่า 17,000 คน ที่ต้องทยอยเดินทางมาเปลี่ยนบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านที่สำนักงานเขต


ข้อคิดเห็น
-สำนักงานปกครองและทะเบียน สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินการสำรวจความคิดเห็นประชาชนในพื้นที่ กรณีการเปลี่ยนชื่อถนนสุทธิสารวินิจฉัยเป็นถนนอินทามระ ตามแนวทางปฏิบัติของศาลปกครองสูงสุด

 

7.รอ มท.อนุมัติประกวดราคาโครงการพัฒนาริมเจ้าพระยา
1 ฉบับ ไทยรัฐ
รายละเอียด
-นายจิระเดช กรุณกฤตกุล ผอ.สำนักงานออกแบบ สนย. กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการพัฒนาพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ระยะทาง 14 กิโลเมตร ตั้งแต่บริเวณสะพานพระราม 7-สะพานปิ่นเกล้าว่า กทม.อยู่ระหว่างเสนอกระทรวงมหาดไทย (มท.) ขออนุมัติประกวดราคาโครงการ ก่อนประกาศหา ผู้รับจ้าง เนื่องจากปัจจุบันมีบังคับใช้ พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฉบับใหม่ ประกอบกับโครงการนี้เป็นงบเงินอุดหนุนจากรัฐบาลทั้งหมด อย่างไรก็ตาม กำหนดการเดิมที่ กทม.ได้คาดการณ์ โครงการจะเริ่มก่อสร้างช่วงต้นปี 61 อาจล่าช้าออกไปอีก เพราะต้องรอคณะกรรมการอนุรักษ์และพัฒนากรุงรัตนโกสินทร์และเมืองเก่าเห็นชอบรูปแบบการก่อสร้าง ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป ส่วนการรื้อย้ายบ้านที่รุกล้ำริมแม่น้ำ คาดจะดำเนินการแล้วเสร็จทั้งหมดในเดือน ม.ค.61


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาตามนโยบายของรัฐบาล

ด้านลบ
-การดำเนินโครงการอาจต้องล่าช้าออกไป เพราะต้องเริ่มกระบวนการขั้นตอนจัดซื้อจัดจ้างใหม่และต้องรอคณะกรรมการอนุรักษ์และพัฒนากรุงรัตนโกสินทร์และเมืองเก่าเห็นชอบในรูปแบบก่อสร้างด้วย


ข้อคิดเห็น
-สำนักการโยธา และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ความคืบหน้าการดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา

 

8.พัฒนาที่รกร้างทำบ้านให้ลิงแสม
1 ฉบับ เดลินิวส์
รายละเอียด
-นายประเสริฐ ฉวีอินทร์ ผอ.เขตบางขุนเทียน กล่าวถึงการดูแลลิงแสมในพื้นที่เขตบางขุนเทียนว่า กทม. ได้ร่วมมือกับกรมอุทยานฯ เพื่อย้ายลิงแสมบางส่วนไปอาศัยยังพื้นที่ที่เหมาะสมอื่น ๆ เพื่อไม่ให้ประชากรลิงมากจนเกินไป และเขตฯ ได้จัดซื้อพื้นที่ว่างเปล่าขนาดกว่า 12 ไร่ ซึ่งวางแผนจัดทำเป็นพื้นที่ให้ลิงแสมอยู่อาศัยและพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เหมาะสม แต่ด้วยปัญหาด้านงบประมาณทำให้โครงการยังไม่คืบหน้า อย่างไรก็ตาม เขตได้พยายามให้ข้อมูลนักท่องเที่ยว โดยดำเนินการติดป้ายประชาสัมพันธ์การให้อาหารที่เหมาะสม และขอความร่วมมือร้านค้าที่จำหน่ายอาหารให้แก่ลิง ให้จำหน่ายอาหารที่เหมาะสมกับลิงแสมมากที่สุด พร้อมกันนี้ ได้ประสานกรมทางหลวง เพื่อติดป้ายเตือนให้รถชะลอความเร็ว เพื่อป้องกันอุบัติเหตุเฉี่ยวชนลิงแสมได้รับบาดเจ็บ


ผลกระทบ
ด้านบวก
-จากข้อมูลพบว่าปัจจุบันพื้นที่บางขุนเทียนมีลิงแสมรวมจำนวนกว่า 300 ตัว ซึ่งจะอยู่อาศัยกระจายอยู่บริเวณอนุสาวรีย์คุณกะลา ซึ่งตั้งอยู่ตรงแยกคุณกะลา ติดคลองสนามชัย โดยพื้นที่ดังกล่าวถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของเขตบางขุนเทียน โดยจะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากมาท่องเที่ยวและให้อาหารลิงกันอย่างต่อเนื่อง


ข้อคิดเห็น
-สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดูแลลิงแสมในพื้นที่เขตบางขุนเทียน

 

9.เตรียมจัดงานครบ 45 ปี สถาปนา กทม.
2 ฉบับ มติชน, ไทยรัฐ
รายละเอียด
-รายงานข่าว กทม. เตรียมจัดงานวันสถาปนา กทม. ครบ 45 ปี บริเวณลานคนเมือง ในวันที่ 14 ธ.ค.60 โดยกิจกรรมภายในงานช่วงเช้าจะมีพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 146 รูป จากนั้นจะมีพิธีสักการะพระพุทธนวราชบพิตร พิธีถวายเทวบรรณาการ พิธีบวงสรวงศาลพระภูมิ "หลวงปู่มงคลประสาท" และศาลจีน "เจ้าพ่อเพ่งนั้มกิมไซ"

-นอกจากนี้ แต่ละหน่วยงานของ กทม.จะจัดกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์แก่ผู้ยากไร้ ด้อยโอกาส พิการ ผู้สูงอายุ หรือกิจกรรมบำเพ็ญกุศลต่างๆ เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับข้าราชการ กทม.ที่ล่วงลับไปแล้ว โดยกิจกรรมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-14 ธ.ค.นี้


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การจัดกิจกรรมเนื่องในโอกาสวันสถาปนา กทม. ครบ 45 ปี ในวันที่ 14 ธ.ค.60


ข้อคิดเห็น
-หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เนื่องในวันสถาปนา กทม. ระหว่างวันที่ 9 – 14 ธ.ค.60

 

10.กำชับทุกเขตตรวจสอบร้านอาหารทำบ่อดักไขมัน
3 ฉบับ เดลินิวส์, แนวหน้า, M2F
รายละเอียด
-รายงานข่าว กทม. ได้วางแนวทางแก้ปัญหาท่อระบายน้ำอุดตันจากคราบไขมัน โดยเฉพาะสถานประกอบการร้านอาหารที่มีอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ กว่า 12,000 ร้าน ต้องมีระบบดักไขมันก่อนจะปล่อยน้ำเสียลงสู่ท่อระบายน้ำ โดยร้านอาหารต้องมีใบอนุญาตการเป็นสถานที่จำหน่ายอาหารตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุขฯ ซึ่งต้องขออนุญาตและต่ออายุใบอนุญาตทุกปีที่สำนักงานเขตพื้นที่ และการให้ใบอนุญาตดังกล่าวมีข้อกำหนดชัดเจนต้องมีการจัดทำถัง หรือบ่อดักไขมัน

-ผู้บริหาร กทม. สั่งกวดขันให้ทุกสำนักงานเขตตรวจสอบร้านอาหารให้ปฏิบัติอย่างถูกต้องตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุขฯ โดยหากร้านค้าใดปฏิบัติไม่ถูกต้อง ทิ้งขยะสิ่งปฏิกูลลงท่อระบายน้ำโดยตรง โดยไม่มีบ่อดักไขมันตามกฎหมาย หรือกระทำการไม่ถูกตามข้อกำหนดการเป็นสถานที่จำหน่ายอาหาร ให้เพิกถอนใบอนุญาตฯ ทันที


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การแก้ปัญหาท่อระบายน้ำอุดตันจากคราบไขมันต่างๆ-การเตรียมความพร้อมระบบระบายน้ำ และเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในกรุงเทพฯ

ด้านลบ
-ปัญหาท่อระบายน้ำอุดตัน ส่วนใหญ่เกิดจากเศษขยะ สิ่งปฏิกูลต่างๆ อุดตันท่อระบายน้ำ เป็นขยะทั่วไปกว่าร้อยละ 70 และเป็นคราบไขมันกว่าร้อยละ 30 ซึ่งเกิดจากการทิ้งขยะเศษอาหาร คราบไขมันลงสู่ท่อระบายน้ำโดยเฉพาะร้านอาหารริมทาง สถานประกอบการที่ไม่มีระบบดักจับไขมัน และทิ้งน้ำลงสู่ท่อระบายน้ำ ทำให้เกิดไขมันจับตัวเป็นก้อนและอุดตันท่อระบายน้ำอย่างมาก


ข้อคิดเห็น
-สำนักอนามัย สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การกวดขันตรวจสอบร้านอาหารต้องจัดทำถัง หรือบ่อดักไขมันตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุขฯ

ฝ่ายวิเคราะห์ข่าว กองประชาสัมพันธ์