• 0000000.png
  • 1111111.png
  • 2222222.png
  • 33333333.jpg
  • 44444444.png
  • addsetp1.png
  • addsetp2.png
  • addsetp11.png
  • addsetp12.png
  • addstep3.png
  • addstep4.png
  • addstep13.png
  • addstep14.png
  • bmaplans58.png
  • checkedlist.png
  • checkk_report.png
  • copy_kpibycheck.png
  • sed_summary1.png
  • sed_summary2.png

สรุปประเด็นข่าวเด่นประจำวันจากกองประชาสัมพันธ์ กทม.

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

1.แก้ปัญหาผลกระทบสร้างเขื่อนคลองแสนแสบ
1 ฉบับ ข่าวสด
-ร.ต.ต.เกรียงศักดิ์ โลหะชาละ ประธานสภา กทม.กล่าวในการประชุมติดตามปัญหาการร้องเรียนจากประชาชนเขตหนองจอก กรณีผลกระทบจากการก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล.และทางเดินริมคลองแสนแสบว่า สืบเนื่องจากปัญหาน้ำท่วมเมื่อปลายปี 54 ซึ่งรัฐบาลและ กทม.มีนโยบายสร้างเขื่อนและคันกั้นน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม กทม.ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาลดำเนินโครงการ โดยว่าจ้างเอกชนมาดำเนินการตามสัญญา ตั้งแต่วันที่ 26 เม.ย.59 สิ้นสุดสัญญาวันที่ 3 มิ.ย.63 ซึ่งมี 70 ครัวเรือนริมคลองที่เข้าข่ายต้องจัดระเบียบปรับปรุงและรุกล้ำพื้นที่สาธารณะ ทั้งนี้ สภา กทม.จะลงพื้นที่ติดตามปัญหาและข้อเท็จจริงในการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานและภาคประชาชน เพื่อแก้ไขต่อไป


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การบูรณาการความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาให้ผู้ได้รับผลกระทบจากการดำเนินโครงการก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล.และทางเดินริมคลองแสนแสบ


ข้อคิดเห็น
-สำนักการระบายน้ำ สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ความคืบหน้า การก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล.และทางเดินริมคลองแสนแสบ

 

2.ประสาน บช.น.จุดเสี่ยงทั่วกรุงเทพฯ
1 ฉบับ ข่าวสด
รายละเอียด
-พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รผว.กทม. กล่าวว่า ได้ทำหนังสือถึง ผบช.น. ขอให้สำรวจพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการก่อเหตุอาชญากรรมทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ เมื่อสำรวจพื้นที่ดังกล่าวได้แล้วให้ส่งมายัง กทม. เพื่อให้สำนักงานเขต 50 เขต ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขสภาพแวดล้อม ติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างในพื้นที่เปลี่ยวและกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ซึ่งจะให้ทุกสำนักงานเขตเก็บข้อมูล และถ่ายภาพทั้งก่อนดำเนินการและหลังดำเนินการ

-กทม.จะดำเนินโครงการ Public Eyes เครือข่ายเฝ้าระวังความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน 24 ชั่วโมงรวมศูนย์ข้อมูลและเชื่อมโยงเทคโนโลยีการเฝ้าระวัง พร้อมบริหารจัดการและแก้ไขเหตุการณ์ทันท่วงที 24 ชั่วโมง นำร่องในพื้นที่ชั้นใน ย่านธุรกิจ และจุดเชื่อมต่อคมนาคม

-ส่วนพื้นที่รกร้าง ซึ่งมีผู้ครอบครอง กทม.จะประสานขอความร่วมมือเจ้าของที่ดินให้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขเอง หรือดำเนินการล้อมรั้วหากไม่ดำเนินการ กทม.จะเข้าไปดำเนินการและเรียกค่าใช้จ่ายจากเจ้าของที่ดิน


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การปรับปรุงสภาพแวดล้อม เพื่อตัดวงจรการก่ออาชญากรรม ตามนโยบายปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนของ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผว.กทม.


ข้อคิดเห็น
-หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การสำรวจพื้นที่ที่มีความเสี่ยง ต่อการก่อเหตุอาชญากรรม เพื่อดำเนินการปรับปรุงแก้ไขสภาพแวดล้อม

 

3.ปลูก ‘ต้นรวงผึ้ง’ เฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ 10
1 ฉบับ แนวหน้า
-นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รผว.กทม. กล่าวว่า กทม. จะดำเนินการปลูก ‘ต้นรวงผึ้ง’ เป็นต้นไม้ประจำรัชกาลที่ 10 ภายในสวนวชิรเบญจทัศ ซึ่งเป็นสวนที่ได้รับพระราชทานชื่อจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เมื่อวันที่ 28 ก.ค.45 วันคล้ายวันพระราชสมภพ พระชนมพรรษาครบ 50 พรรษา ทั้งยังเป็น 1 ใน 3 สวน ที่ กทม.อยู่ระหว่างดำเนินการเชื่อมรวมกับสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ และสวนจตุจักร ตามกระแสรับสั่งของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อปี 54 ที่ได้ให้รวม 3 สวนเข้าไว้ด้วยกัน และได้พระราชทานชื่อว่า “อุทยานสวนจตุจักร” จึงเป็นสถานที่เหมาะสมอย่างยิ่ง รวมทั้งจะปลูกในพื้นที่สำนักงานเขต 50 เขตด้วย รวมจำนวน 110 ต้น ขณะนี้ สสล.จัดหาต้นรวงผึ้งได้บางส่วนแล้ว


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การปลูกต้นรวงผึ้งเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ในสวนวชิรเบญจทัศ และในพื้นที่สำนักงานเขต 50 เขต เพื่อสร้างร่มเงาให้ความร่มเย็นแก่ประชาชน


ข้อคิดเห็น
-สำนักสิ่งแวดล้อม สำนักงานเขตและกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การปลูกต้นรวงผึ้ง เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

 

4.ตรวจสอบเหตุอาคารสุขมวิท 87 ถล่ม
18 ฉบับ กรุงเทพธุรกิจ, มติชน, ไทยรัฐ, เดลินิวส์, แนวหน้า, ไทยโพสต์,คม ชัด ลึก, บ้านเมือง, สำนักข่าวไทย, โพสต์ทูเดย์, สำนักข่าวแห่งชาติ, ผู้จัดการรายวัน 360°, ข่าวสด, สยามรัฐ, เดอะเนชั่น, New)108,
บางกอกโพสต์, M2F
-นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รผว.กทม. กล่าวหลังลงพื้นที่ตรวจความคืบหน้าเหตุอาคารทรุดตัว ภายในซอยสุขุมวิท 87 ว่า อาคารดังกล่าวมีบริษัท ไทยยานยนตร์ เซลส์แอนด์เซอร์วิส จำกัด เป็นเจ้าของ ได้มีหนังสือแจ้งก่อสร้าง ดัดแปลง หรือรื้อถอนอาคารเพื่อใช้เป็นที่ว่าง โดยยื่นคำขอรับใบขออนุญาตต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น ตามมาตรา 39 ทวิ ลงวันที่ 22 พ.ย.59 (แบบ ยผ.1) ต่อมาสำนักงานเขตพระโขนงได้ตรวจสอบพบโครงการรื้อถอนอาคารจัดทำมาตรการป้องกันวัสดุและฝุ่นละอองไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ ไม่อยู่ในสภาพใช้งานได้ดี ทั้งยังสร้างความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้พักอาศัยข้างเคียงและผู้สัญจรผ่านไป-มา จึงแจ้งให้เจ้าของอาคารและผู้ที่เกี่ยวข้องระงับการรื้อถอนอาคารทันที และจัดทำมาตรการป้องกันวัสดุและฝุ่นละอองให้ครบถ้วนสมบูรณ์ภายใน 15 วัน ตั้งแต่วันที่ 2 ธ.ค. ส่วนสาเหตุที่อาคารทรุดตัวอยู่ระหว่างรอการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่

-เบื้องต้นทราบว่ามีผู้เสียชีวิต 2 ราย คาดยังติดอยู่ภายในอาคารอีก 2 ราย และได้หารือกับวิศวกรจากวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) เจ้าหน้าที่ฝ่ายโยธาเขต กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ทหาร และ สปภ. แล้วว่าจะเข้าพื้นที่เพื่อตัดชิ้นส่วนของอาคารบางส่วน เพื่อนำร่างผู้เสียชีวิตออกมา จากนั้นจะหารือขั้นตอนวิธีการรื้อถอนอาคารดังกล่าวต่อไป เพื่อให้เกิดความรอบคอบมากที่สุด ซึ่งเขตพระโขนงจะหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพิจารณาออกประกาศ เป็นพื้นที่ภัยพิบัติในพื้นที่ดังกล่าว โดยขณะนี้เขตได้ระงับไม่ให้มีการรื้อถอนอาคารและห้ามเข้าพื้นที่แล้ว

-นางวิมลรัตน์ เศรษฐอนันต์ ผอ.เขตพระโขนง กล่าวว่า อาคารแห่งนี้สูง 8 ชั้น อยู่ระหว่างรื้อถอนอาคาร เจ้าของอาคารได้ขออนุญาตรื้อถอนจาก สนย. เมื่อวันที่ 22 พ.ย.ที่ผ่านมา แต่ระหว่างการรื้อถอนอาคาร เกิดเสียงดังและมีฝุ่นรบกวนพื้นที่ข้างเคียง สำนักงานเขตพระโขนง จึงสั่งระงับการรื้อถอนทั้งหมดตั้งแต่วันที่ 2 ธ.ค. อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เขตฯ อยู่ระหว่างออกหนังสือสั่งปิดกั้นพื้นที่ ห้ามเข้าใช้อย่างเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยของประชาชน

-นายนพดล ฉายปัญญา ผอ.กองควบคุมอาคาร สนย. กล่าวว่า เจ้าของอาคารขออนุญาตรื้อถอนอาคาร กับ สนย. แต่ยังไม่ได้รับความเห็นชอบ อย่างไรก็ตาม ในกรอบของกฎหมาย แม้ สนย.ยังไม่ได้อนุญาต เอกชนสามารถใช้ช่องทาง ตามมาตรา 39 ทวิ พ.ร.บ.ควบคุมอาคารฯ เข้าดำเนินการรื้อถอนอาคารไปก่อนได้ โดยต้องมีผู้ตรวจสอบอาคารควบคุมงาน แต่ในระหว่างการรื้อถอนมีความไม่ปลอดภัย ส่งผลต่อสภาพพื้นที่โดยรอบ สำนักงานเขตจึงสั่งระงับการ รื้อถอน แต่เจ้าของอาคารยังฝ่าฝืนคำสั่ง จนเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายชัดเจน สำหรับการดูแลพื้นที่ขณะนี้ ถือเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ กทม. ได้ประสาน วสท. เข้าตรวจสอบพื้นที่ ซึ่งขณะนี้เป็นพื้นที่ไม่ปลอดภัย ห้ามเข้าพื้นที่โดยเด็ดขาด โดยต้องมีการวางแผนความปลอดภัยที่ชัดเจนอีกครั้ง ก่อนจะเข้าดำเนินการใด ๆ กับอาคาร

-นายภัทรุตม์ ทรรทรานนท์ ป.กทม. กล่าวว่า ภารกิจเร่งด่วนในขณะนี้ต้องค้นหาผู้สูญหายอีก 2 ราย แต่ต้องใช้ความระมัดระวัง เพราะยังมีอาคารด้านข้างที่อาจได้รับผลกระทบและพังลงมาได้อีก จึงได้ใช้ลวดสลิงในการขึง เพื่อยึดอาคารให้เกิดความปลอดภัยต่อผู้ปฏิบัติงาน เบื้องต้นเปลี่ยนจากการใช้รถเครนยกแผ่นปูนออก มาเป็นการเจาะแผ่นปูนทีละแผ่นไปถึงพื้นด้านล่างเพื่อสอดกล้องดูว่าจุดดังกล่าวมีผู้สูญหายตรงกับตำแหน่งที่สุนัขตำรวจได้ทำสัญญาณไว้หรือไม่ ก่อนจะมีการรื้อแผ่นปูนขึ้นอีกครั้ง จากนี้ กทม.จะเข้าไปดูแลในสมาคมวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับบริษัทรื้อถอนอาคารมากขึ้น เนื่องจากพบปัญหาที่ผ่านมามักเกิดเหตุการณ์อันเกิดจากความไม่ชำนาญ หรือความไม่เข้าใจของผู้ประกอบวิชาชีพ

-นายยุทธพันธุ์ มีชัย ลผว.กทม. กล่าวหลังประชุมหารือแนวทางการกู้ศพคนงานออกจากซากอาคารว่า การปฏิบัติการแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกจะเป็นของเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่จะเข้าไปนำศพออกมา และส่วนที่สองเป็นการประเมินความปลอดภัยแข็งแรงของตัวอาคาร อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะเร่งนำศพออกมาเพื่อให้ญาติได้นำไปบำเพ็ญกุศลตามศาสนาต่อไป


ผลกระทบ
ด้านบวก
-มาตรการดูแลความปลอดภัยและป้องกันเหตุเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้พักอาศัยข้างเคียงระหว่างการรื้อถอนอาคารขนาดใหญ่
ด้านลบ
-อาคารดังกล่าวมีความสูงมากกว่า 3 ชั้น ซึ่งต้องมีวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญควบคุมการรื้อถอน รวมทั้งมีโครงสร้างแบบพื้นไร้คาน โดยใช้หลักการคานมากกว่าเสา ในการก่อสร้างต้องใช้สลิงเป็นตัวยึดและรับ น้ำหนักของตัวอาคาร หากไม่มีการศึกษาระบบโครงสร้างให้ถี่ถ้วน จะส่งผลเสียต่อการรื้อถอน ซึ่งขั้นตอนการรื้อถอนต้องมีการค้ำยันพื้นดินเพื่อป้องกันการถล่ม แต่จากการตรวจสอบพบมีการค้ำยันไม่ถูกต้อง
-อุปสรรคของการค้นหาผู้ที่ติดอยู่ภายในอาคารคือ ซากวัสดุอาคารที่กองทับถมหลายชั้น รวมถึงเศษวัสดุแผ่นพื้นที่ห้อยค้างอยู่บนตัวอาคารอาจหลุดร่วงลงมาให้เกิดอันตรายระหว่างปฏิบัติงานได้


ข้อคิดเห็น
-สำนักการโยธา สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ชี้แจงผลการตรวจสอบสาเหตุการทรุดตัวของอาคารและการค้นหาผู้ที่ติดอยู่ในซากอาคาร รวมทั้งการดำเนินการเข้มงวดตรวจสอบการรื้อถอนอาคารให้เป็นไปตามมาตรฐาน

 

5.เปิดใช้แฟลตอ่อนนุช-หนองแขม
1 ฉบับมติชน
-นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รผว.กทม. กล่าวหลังลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อยอาคารที่พักอาศัยข้าราชการและลูกจ้าง กทม. (แฟลตอ่อนนุช) เขตประเวศว่า ได้มอบหมายให้ สสล. เข้ามาดูแลทำความสะอาด ซึ่งได้จัดบิ๊กคลีนนิ่งภายในแฟลตทั้ง 2 แห่ง คือ อ่อนนุชและหนองแขม ให้ข้าราชการ กทม.และลูกจ้างประจำสามารถเข้าพักอาศัยได้ รวมถึงติดมิเตอร์น้ำและไฟฟ้าเรียบร้อยแล้ว คุณสมบัติของผู้มีสิทธิพักอาศัยในอาคารสงเคราะห์ จะเป็นไปตามระเบียบของ กทม.

-วันที่ 27 ธ.ค.นี้ ผว.กทม.จะมอบกุญแจให้ข้าราชการ กทม. และลูกจ้างประจำ ผู้ได้รับสิทธิเข้าอาศัยเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ พร้อมเลี้ยงอาหารเพื่อต้อนรับและเป็นขวัญกำลังใจให้ทุกคน ส่วนวันที่ 28 ธ.ค. จะมอบกุญแจให้ผู้พักอาศัยในแฟลตหนองแขม


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การจัดสวัสดิการด้านที่อยู่อาศัย เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ข้าราชการและลูกจ้างประจำของ กทม.ผู้มีรายได้น้อย


ข้อคิดเห็น
-หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การจัดสวัสดิการด้านที่พักอาศัยให้ข้าราชการและลูกจ้าง กทม.

 

6.สุ่มตรวจกระเช้าปีใหม่
1 ฉบับ เดลินิวส์
-นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รผว.กทม. กล่าวว่า ในช่วงใกล้เข้าสู่เทศกาลปีใหม่ กทม.ได้ดำเนินการควบคุมดูแลการจัดและจำหน่ายกระเช้าของขวัญรูปแบบต่าง ๆ เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคด้านอาหารโดยขอความร่วมมือผู้จำหน่ายกระเช้าของขวัญ คัดเลือกสินค้าคุณภาพดี มีฉลากอาหารถูกต้อง มี อย. รับรองแสดงรายละเอียด วันหมดอายุของสินค้าทุกชนิดบนกระเช้าของขวัญ โดยต้องแสดงสัญลักษณ์ของห้าง สถานประกอบการบนกระเช้าของขวัญ แสดงวันที่รับเปลี่ยน หรือคืนสินค้า หากผู้บริโภคไม่พึงพอใจในคุณภาพสินค้าสามารถนำมาแลกเปลี่ยน หรือ คืนได้ภายในวันที่ 28 ก.พ. 60 ซึ่งผู้ประกอบการต้องติดแผ่นป้ายประกาศให้ชัดเจน

-กทม. ได้สั่งการให้ทั้ง 50 สำนักงานเขต สุ่มตรวจกระเช้าปีใหม่ในห้างร้านต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องตลอดเทศกาลหากพบผู้ประกอบการไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติฯ ที่กำหนด แจ้งได้ที่ฝ่ายสิ่งแวดล้อมฯ สำนักงานเขต หรือสายด่วน กทม. 1555 ได้ทันที


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การตรวจสอบและควบคุมการจัดจำหน่ายกระเช้าของขวัญเพื่อดูแลและคุ้มครองผู้บริโภค
ด้านลบ
-ในช่วงเทศกาลปีใหม่เป็นช่วงที่ประชาชนต่างซื้อหาของขวัญปีใหม่รูปแบบต่าง ๆ เพื่อมอบให้แก่กัน โดยเฉพาะกระเช้าของขวัญ อาจมีบางส่วนที่พบกระเช้าที่ไม่ได้คุณภาพ หลอกลวงผู้บริโภค


ข้อคิดเห็น
-สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การสุ่มตรวจกระเช้าของขวัญ ในห้างร้านต่างๆ เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค

 

7.โครงการพระปกเกล้าสายปาร์ก
1 ฉบับ ข่าวสด
-นายวัลลภ สุวรรณดี ประธาน ทปษ.ของ กทม. กล่าวว่า กทม.จะเร่งรัดโครงการพระปกเกล้า สกายปาร์ก ปรับปรุงเส้นทางสัญจรบริเวณช่องกลางสะพานพระปกเกล้า ระยะทาง 280 เมตร ให้เป็นสวนลอยฟ้า พร้อมทางเดินและมุมพักผ่อนชมวิวที่สวยงามของแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งจะเริ่มดำเนินการในเดือน มิ.ย.60 ระยะเวลา 1 ปี ในการปรับปรุงสะพานด้วน (ทางรถไฟที่อยู่ระหว่างสะพานพุทธกับสะพานพระปกเกล้า) กว้าง 8 เมตร ยาว 200 เมตร เพื่อ เชื่อมโยงพื้นที่ฝั่งธนบุรีกับฝั่งพระนคร ซึ่งประชาชนหรือนักท่องเที่ยวจะสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของกรุงเทพฯ ได้เกิน 180 องศา


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การปรับปรุงเส้นทางสัญจรบริเวณช่องกลางสะพานพระปกเกล้าให้เป็นสวนลอยฟ้ากลางแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งแรกในอาเซียน



ข้อคิดเห็น
-สำนักการโยธา สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การเร่งรัดดำเนินโครงการพระปกเกล้า สายปาร์ก

 

8.อำนวยความสะดวกกลุ่มนักปั่นจักรยานกราบสักการะพระบรมศพ
2 ฉบับ สำนักข่าวแห่งชาติ, ไทยโพสต์
-น.ส.ตรีดาว อภัยวงศ์ โฆษกของ กทม. กล่าวว่า ขณะนี้มีประชาชนหลายกลุ่มหลายจังหวัดปั่นจักรยานมาถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อความสะดวกในการพักรอ การเปลี่ยนเครื่องแต่งกาย และจอดรถจักรยาน กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) ร่วมกับ กทม. ศูนย์ประสานงานอาสาสมัคร Volunteers for Dad มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขอให้นักปั่นจักรยานที่ประสงค์ปั่นจักรยานมาถวายสักการะพระบรมศพฯ ยื่นเอกสารแจ้งกำหนดการเดินทาง จำนวนสมาชิก วันและเวลาที่จะเดินทางมา ยังศูนย์ประสานงานฯ ก่อนการเดินทาง เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้จัดเตรียมพื้นที่จอดจักรยานและสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ให้ โดยขอแบบฟอร์มรายละเอียดต่างๆ ที่ศูนย์ประสานงาน Volunteer For Dad หรืออีเมลล์ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 063 237 0434


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การจัดบริการและการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ


ข้อคิดเห็น
-หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การจัดบริการและอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ

 

9.โครงการสะพานคนเดินข้ามเจ้าพระยา
3 ฉบับ ไทยรัฐ, เดลินิวส์, M2F
รายละเอียด
-นายไทวุฒิ ขันแก้ว ผอ.สำนักงานออกแบบ สนย. กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการจ้างที่ปรึกษา สำรวจและออกแบบสะพานคนเดินและทางจักรยานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณท่าพระจันทร์-ท่าศิริราชว่าที่ปรึกษาได้สรุปผลการศึกษาเบื้องต้น จากการประชุมสัมมนารับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 2 ส่วนใหญ่ประชาชนเห็นด้วยกับโครงการฯ คณะที่ปรึกษาได้ประมาณค่าใช้จ่ายในการลงทุนและดำเนินงานประมาณ 2,458.4 ล้านบาท ในส่วนนี้ยืนยันไม่มีการเวนคืนที่ดินเพื่อก่อสร้างโครงการฯ ส่วนรูปแบบสะพานคนเดินฯ จะมีความสูงเท่ากับสะพานพระปิ่นเกล้า มีความยาวประมาณ 240 เมตร กว้าง 10-15 เมตร หลังจากนี้คณะที่ปรึกษาจะรวบรวมผลการศึกษาทั้งหมดส่ง สนย.ภายในเดือน ม.ค.60 จากนั้นสนย.จะนำเสนอคณะกรรมการเกาะรัตนโกสินทร์พิจารณาให้ความเห็นชอบ ควบคู่กับการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ขณะเดียวกันจะเดินหน้ากระบวนการขออนุมัติงบประมาณ 2,500 ล้านบาท โดยเบื้องต้นจะของบจากรัฐบาลทั้งหมด หากรัฐบาลเห็นชอบสามารถดำเนินโครงการได้ทันที แต่หากรัฐบาลไม่อนุมัติงบฯ จะต้องใช้งบฯ ของ กทม.ทั้งหมด ซึ่งต้องนำเข้าที่ประชุมสภา กทม.เพื่อพิจารณาต่อไป

-การสร้างสะพานทางเดินข้ามดังกล่าวประชาชนและผู้ให้บริการเรือข้ามฟากไม่มีข้อขัดแย้ง หรือส่วน ใหญ่ไม่คัดค้าน เนื่องจากคาดการณ์จะมีผู้ใช้บริการจำนวนมาก อีกทั้งมีจุดชมวิวลานกิจกรรม อย่างไรก็ตาม กรณีการติดตามโครงการ หรือคัดค้านของกลุ่มคนหรือองค์กรบางกลุ่มนั้นสามารถทำได้ เพราะ กทม.เปิดให้ตรวจสอบข้อมูลได้เต็มที่


ผลกระทบ
ด้านบวก
-จากการประชุมสัมมนารับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 2 ส่วนใหญ่ประชาชน เห็นด้วยกับโครงการฯ ขณะที่โครงการฯ มีความคุ้มค่าทั้งการอำนวยความสะดวกผู้ที่สัญจรทั้งสองฝั่ง เฉลี่ย 7,000 คน/วัน ขณะเดียวกันเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศ หากก่อสร้างสะพานเสร็จจะทำให้ผู้คนสัญจรได้เห็นทัศนียภาพ ภูมิทัศน์ริมแม่น้ำ นอกจากนี้ บนสะพานจะออกแบบพื้นที่สำหรับรถพยาบาลขนาดเล็กเท่ารถกอล์ฟวิ่งรับ-ส่งผู้ป่วยข้ามฝั่งได้อย่างสะดวก โดยจะเชื่อมต่อไปยังอาคารของโรงพยาบาลศิริราช แต่ไม่ได้ออกแบบสำหรับรถยนต์ทั่วไปใช้งาน
ด้านลบ
-กลุ่ม Friends of the river โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กแฟนเพจตั้งข้อสังเกตถึงความคุ้มค่าและความจำเป็นของโครงการฯ เมื่อเทียบกับเรือข้ามฟาก


ข้อคิดเห็น
-สำนักการโยธา สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ผลการศึกษาโครงการสะพานคนเดินและทางจักรยานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณท่าพระจันทร์-ท่าศิริราช

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

1. ผว.กทม. ประกาศนโยบายบริหารราชการ กทม.
www.facebook.com/ทวงคืนทางเท้า
https://www.facebook.com/footpaththai?fref=nf
20 ความคิดเห็น

- ร้อยละ 75 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า กรณี พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผว.กทม. พร้อมคณะผู้บริหาร กทม. แถลงนโยบายการบริหารราชการ กทม. นั้น ขอสนับสนุนและเป็นกำลังใจให้ผู้บริหาร กทม. ในการดำเนินงาน โดยเฉพาะการจัดระเบียบทางเท้าทั้งการยกเลิกจุดผ่อนผันและการกวดขันการจอด หรือขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้า โดยขอให้ดำเนินการอย่างจริงจัง ต่อเนื่อง และปรับปรุงการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่เทศกิจให้เป็นสายตรวจเดินทางเท้า รวมทั้งบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่เลือกปฏิบัติ
- ร้อยละ 25 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า การจัดระเบียบทางเท้าในกรุงเทพฯ ทำได้ยาก เนื่องจากมีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง

ข้อเสนอแนะ
สำนักเทศกิจ สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินการจัดระเบียบทางเท้าในพื้นที่กรุงเทพฯ

 

2. ประเมินผลทางม้าลาย 3 มิติ
www.facebook.com/กลุ่มคนไทยไม่เอาหาบเร่แผงลอย
https://www.facebook.com/saynostall?fref=ts
30 ความคิดเห็น

- ร้อยละ 85 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า กรณีการทดลองทำทางม้าลาย 3 มิติ ซึ่ง กทม. ดำเนินการบริเวณสวนวชิรเบญจทัศ หรือสวนรถไฟ และจะมีการประเมินผลโครงการนั้น สิ่งสำคัญของการใช้รถใช้ถนนคือ จิตสำนึกและวินัยจราจร ขณะที่สังคมไทยยังให้ความสำคัญกับรถยนต์เป็นอันดับแรก จึงมีการก่อสร้างสะพานลอยคนข้ามจำนวนมาก ขณะที่ตำรวจก็เน้นการระบายรถเป็นหลัก ทั้งที่ควรให้ความสำคัญกับคนเดินเท้ามากที่สุด
- ร้อยละ 15 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า ทางม้าลาย 3 มิติ มีความสวยงามและไม่ควรยกเลิก รวมทั้งถึงเวลาแล้วที่จะต้องให้ความสำคัญกับการทำทางม้าลายดีๆ และสามารถใช้งานได้จริง ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่ไม่หยุดรถให้ผู้ที่ข้ามทางม้าลาย

ข้อเสนอแนะ
สำนักการจราจรและขนส่ง และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การประเมินผลทางม้าลาย 3 มิติ รวมทั้งการรณรงค์เรื่องวินัยจราจรในผู้ใช้รถใช้ถนน

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

1.ผว.กทม.แถลงนโยบาย บริหารราชการ กทม.
11 ฉบับ สำนักข่าวไทย, มติชน, แนวหน้า, ไทยรัฐ, ข่าวสด, กรุงเทพธุรกิจ, สยามรัฐ, เดลินิวส์, New)108, M2F, โพสต์ทูเดย์
รายละเอียด
-พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผว.กทม.พร้อมคณะผู้บริหาร กทม. แถลงนโยบายการบริหารงานราชการ กทม. ภายใต้แนวคิด “ผลักดันทันใจ แก้ไขทันที NOW! กับผู้ว่าฯ อัศวิน” ว่า หลังจากที่ได้รับการแต่งตั้งจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ด้วยวิธีพิเศษ ฉะนั้น คณะทำงานภายใต้การบริหารของตน ต้องรับใช้ชาวกรุงเทพฯ แบบพิเศษเช่นกัน เพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น การแก้ปัญหาน้ำรอระบาย เปลี่ยนเป็นน้ำเร่งระบาย เพิ่มเครื่องสูบน้ำบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนเร็วที่สุด การจัดระเบียบทางเท้า กำชับให้เจ้าหน้าที่แต่ละพื้นที่สอดส่องดูแลใกล้ชิด ห้ามมีผู้ค้ากลับมาตั้งแผงอีก ตลอดจนการบังคับใช้กฎหมาย อย่างเข้มงวด เช่น กรณีรถจักรยานยนต์ขับขี่บนทางเท้า ฝ่าฝืนจับปรับทันที ยืนยันการดำเนินงานโครงการต่างๆ หลังจากนี้ต้องตรวจสอบได้ใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน พร้อมให้ความร่วมมือกับนายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน สามารถท้วงติงได้ทุกเมื่อ โดยแต่ละโครงการมี รผว.กทม. ทั้ง 4 คน รับผิดชอบงานแต่ละด้านอย่างชัดเจน

-สำหรับนโยบายดำเนินงาน ปี 60 กทม.เร่งผลักดัน 1 ภารกิจพิเศษ 5 นโยบายทันใจ 19 ภารกิจ โดยภารกิจพิเศษ คือ การบริหารจัดการภายในมณฑลพิธีท้องสนามหลวง ดูแลและอำนวยความสะดวกประชาชนที่เดินทางเข้ามากราบถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชให้ได้รับความสะดวกสบายมากที่สุด ส่วน 5 นโยบายทันใจ 19 ภารกิจ ประกอบด้วย สะอาด สะดวก ปลอดภัย คุณภาพชีวิตดีและวิถีพอเพียง มั่นใจเห็นผลเป็นรูปธรรมภายในระยะเวลา 6 เดือน ไม่เกิน 1 ปี พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนวางรากฐานสร้างความเข้มแข็ง พัฒนาเมือง ดูแลคุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพฯ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดอย่างยั่งยืน


ผลกระทบ
ด้านบวก
-นโยบายการบริหารราชการ กทม. ของคณะผู้บริหารฝ่ายการเมืองเพื่อพัฒนาเมืองและดูแลคุณภาพชีวิตคนกรุงเทพฯ


ข้อคิดเห็น
-หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การนำนโยบายการบริหารราชการ กทม. ของคณะผู้บริหาร กทม.ชุดปัจจุบันไปปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

 

2.ศูนย์กีฬาทางน้ำบึงหนอนบอน
1 ฉบับ ไทยโพสต์
รายละเอียด
-นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รผว.กทม. กล่าวในการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์กีฬาทางน้ำบึงหนองบอนว่า ศูนย์กีฬาทางน้ำบึงหนองบอน เปิดดำเนินการเมื่อวันที่ 23 มิ.ย.51 เป็นศูนย์กีฬาทางน้ำแห่งแรกของกรุงเทพฯ ซึ่งได้พัฒนาบึงรับน้ำหนองบอนให้เป็นศูนย์กีฬาทางน้ำ ทั้งยังมีพื้นที่สำหรับกีฬาบนบกและกิจกรรมออกกำลังกายกลางแจ้ง และศูนย์การเรียนรู้น้ำคือชีวิต นอกจากนี้ กทม.ได้จัดทำเส้นทางจักรยาน รอบบึงหนองบอน ระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร แบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วน ซึ่งแตกต่างกับเส้นทางจักรยานพื้นที่อื่นๆ คือ ส่วนแรกกว้างประมาณ 1.5 เมตร เป็นเลนจักรยาน สำหรับนักปั่นที่ใช้ความเร็ว ส่วนที่ 2 กว้างประมาณ 2.5-3.5 เมตร เป็นเลนจักรยานสำหรับครอบครัวที่ให้เด็กและประชาชนทั่วไปออกกำลังกาย และใช้ประโยชน์ร่วมกันอย่างปลอดภัย สำหรับศูนย์กีฬาทางน้ำบึงหนองบอน เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น. โดยมีเจ้าหน้าที่แนะนำและสอนการใช้อุปกรณ์กีฬาทางน้ำฟรี

-ศูนย์กีฬาทางน้ำบึงหนองบอนเปิดดำเนินการมาเป็นระยะเวลา 8 ปี สภาพอาคารและพื้นที่บางส่วนได้ชำรุดทรุดโทรม เช่น ระบบไฟฟ้า ระบบประปา ระบบสุขาภิบาล หลังคารั่วซึม และพื้นที่โดยรอบ เนื่องจากมีการทรุดตัวของดิน ซึ่ง กทม.จะดำเนินการจัดสรรงบประมาณในการปรับปรุงซ่อมแซมศูนย์กีฬาทางน้ำบึงหนองบอน เพื่อความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่มาออกกำลังกาย เล่นกีฬาทางน้ำ และปั่นจักรยาน


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การพัฒนาศูนย์กีฬาทางน้ำเพื่อส่งเสริมการออกกำลังกายของประชาชน


ข้อคิดเห็น
- สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชนมาออกกำลังกายและขี่จักรยานที่บึงหนองบอน

 

3.ปี 60 ปฏิรูปสาธารณสุข กทม. ครั้งใหญ่
3 ฉบับ มติชน, ไทยโพสต์, บ้านเมือง
รายละเอียด
-นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รผว.กทม. กล่าวว่า การพัฒนาระบบสาธารณสุขในพื้นที่กรุงเทพฯ จะต้องทำงานแบบร่วมมือกันเป็นองค์รวม เพื่อให้การเข้าถึงด้านบริการสุขภาพของประชาชนในทุกพื้นที่เขตตนเอง ซึ่งมีแนวคิดให้คลินิกเอกชนเข้ามาเป็นพันธมิตรในการคัดกรองผู้ป่วย ประชาชนสามารถใช้สิทธิตามที่ตนเองมีอยู่เหมือนกับการไปใช้บริการที่ศูนย์บริการสาธารณสุข กทม. ขณะเดียวกันต้องทำงานเชิงรุกมากขึ้นด้วยการออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ให้มากขึ้น จากเดิม 2 เดือน/ครั้ง เปลี่ยนเป็น 1 เดือน/ครั้ง และทุกครั้งจะมีหน่วยงานที่ดูแลด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ได้แก่ สพส.และสำนักเขตเข้าไปร่วมทีมด้วย

-สำหรับการพัฒนาโรงพยาบาลในสังกัด กทม.ให้มีความเป็นเลิศในด้านต่างๆ เพื่อรองรับการรักษาผู้ป่วยให้ได้ครบวงจร ซึ่งปัจจุบันโรงพยาบาลในสังกัด กทม.มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเท่านั้น จึงต้องมีการพัฒนาศักยภาพโรงพยาบาลให้เท่าเทียมกับโรงพยาบาลที่เป็นโรงเรียนแพทย์ด้วย โดยโรงพยาบาล สิรินธรจะพัฒนาเป็นมหาวิทยาลัยการแพทย์นานาชาติ คาดจะสามารถรับสมัครนักศึกษาได้ภายในปี 61 ขณะที่โรงพรยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์จะพัฒนาเป็นศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูขนาดใหญ่ภายในปี 60 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรักษาประชาชน


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การพัฒนาคุณภาพการให้บริการทางการแพทย์และสาธารณสุขของ กทม.
ด้านลบ
-ปัจจุบัน กทม.ยังมีปัญหาเรื่องการขาดแคลนบุคลากรทางด้านการแพทย์เป็นจำนวนมาก ขณะที่ประชาชนบางกลุ่มยังไม่สามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้


ข้อคิดเห็น
-สำนักการแพทย์ สำนักอนามัย และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การพัฒนาบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขของ กทม.

 

4.ก่อสร้าง รพ. ดอนเมือง
1 ฉบับ ไทยรัฐ
รายละเอียด
-นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รผว.กทม. กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการก่อสร้างโรงพยาบาลดอนเมืองว่ายังติดขัดปัญหาพื้นที่การก่อสร้างโรงพยาบาลที่ถนนนาวงประชาพัฒนา เขตดอนเมือง ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของวัดปากน้ำ ภาษีเจริญยังไม่ได้ข้อสรุปเรื่องการเช่าพื้นที่ ทั้งนี้ กทม.เตรียมหารือกับเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญอีกครั้ง พร้อมกันนี้จะสำรวจหาที่ดินรองรับการก่อสร้างโรงพยาบาลดอนเมืองกรณีไม่สามารถดำเนินการในที่ดินดังกล่าวได้


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การขยายการให้บริการทางการแพทย์ของ กทม.ให้ครอบคลุมทั้ง 4 มุมเมือง
ด้านลบ
-ที่ผ่านมาวัดปากน้ำคิดค่าเช่าที่ดินระยะเวลา 30 ปี จำนวน 1,041 ล้านบาท ซึ่งผู้บริหาร กทม.ชุดก่อนได้เจรจาต่อรองราคาจนเหลือ 413 ล้านบาท แต่สภา กทม. เห็นว่ายังมีราคาสูงเกินไป


ข้อคิดเห็น
-สำนักการแพทย์ และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การก่อสร้างโรงพยาบาล กทม.ให้ครอบคลุมพื้นที่ 4 มุมเมือง

 

5.โครงการพัฒนาพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา
1 ฉบับ เดลินิวส์
รายละเอียด
-นายไทวุฒิ ขันแก้ว ผอ.สำนักงานออกแบบ สนย. กล่าวถึงการดำเนินโครงการก่อสร้างทางเดินทางจักรยานริมแม่น้ำ ระยะทางสองฝั่งรวม 14 ก.ม. ว่า กทม.ได้ประเมินสภาพบ้านเรือนในชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินโครงการซึ่งต้องย้ายออกจากพื้นที่ 12 ชุมชน รวม 309 ครัวเรือน กทม.ได้ประเมินสภาพบ้านเรือนเพื่อจะจ่ายเงินช่วยเหลือบ้านเรือนต่าง ๆ ให้เหมาะสมและเป็นธรรมมากที่สุดโดยขณะนี้ได้ประเมินสภาพบ้านเรือนต่าง ๆ ไปแล้วกว่าร้อยละ 80 และได้เสนอรัฐบาล เพื่อจัดสรรงบฯ ช่วยเหลือครัวเรือนต่าง ๆ โดยวางกรอบวงเงินช่วยเหลือชุมชนไว้ที่ 490 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติในหลักการ

-เงินช่วยเหลือจะแบ่งเป็น 3 ส่วน คือเงินค่ารื้อถอน เงินค่าขนย้าย และเงินชดเชยการสูญเสียรายได้คาดจะสามารถจัดสรรงบประมาณเพื่อจ่ายเงินช่วยเหลือในการย้ายออกจากพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาได้ในต้นปี 60 กำหนดกรอบเวลาการรื้อบ้านเรือนรุกล้ำแม่น้ำเจ้าพระยาในระยะ 14 ก.ม. จะต้องย้ายออกให้เสร็จสิ้นภายในปี 60 คาดจะหาผู้รับเหมาก่อสร้างได้ในเดือน มิ.ย.60


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาตามนโยบายรัฐบาล
-การจ่ายเงินช่วยเหลือบ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินโครงการอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม


ข้อคิดเห็น
-สำนักการโยธา สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ความคืบหน้าการดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา

 

6.เปิดฟังความเห็นแบบทางเดินข้ามเจ้าพระยา
1 ฉบับ เดลินิวส์
รายละเอียด
-รายงานข่าวความคืบหน้าการศึกษาสำรวจและออกแบบสะพานคนเดินและจักรยานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณท่าพระจันทร์-ท่าศิริราช หลังจาก กทม.ได้จ้างที่ปรึกษาศึกษาสำรวจและออกแบบโดยใช้ระยะเวลาศึกษาการปฏิบัติงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว และวันที่ 15 ธ.ค.เวลา 09.00-12.00 น. ที่ปรึกษาโครงการได้จัดการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนครั้งที่ 2 เพื่อสรุปผลโครงการทั้งงบประมาณและระยะเวลาการก่อสร้าง เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบอย่างเป็นทางการที่ห้องประชุมนันทอุทยานสโมสรกองทัพเรือ

-หลังจากที่ปรึกษาได้ศึกษาทางเลือกโครงการหรือรูปแบบสะพานออกมาแล้ว 4 แบบ ได้ข้อสรุปจะเลือกการก่อสร้างในรูปแบบ Crossed Arch Bridge แบบไม่มีตอม่อกีดขวางการสัญจรทางน้ำแบบสะพานค้างคอนกรีตเสริมเหล็ก โดยมีคะแนนสูงจากเกณฑ์ด้านสถาปัตยกรรม วิศวกรรมด้านสิ่งแวดล้อมและชุมชน ยกเว้นด้านเศรษฐกิจและการลงทุนจึงมีความเหมาะสม หลังจากฟังความเห็นแล้วจะเข้าสู่ขั้นตอนการประกวดราคาหาผู้ก่อสร้างต่อไป


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การมีส่วนร่วมของประชาชนในการออกแบบสะพานคนเดินและจักรยานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณท่าพระจันทร์-ท่าศิริราช เพื่ออำนวยความสะดวกและเป็นทางเลือกในการเดินทางรวมถึงใช้ในการพักผ่อนและเป็นจุดชมวิวของเมือง


ข้อคิดเห็น
-สำนักการโยธา และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ผลการศึกษารูปแบบสะพานคนเดินและจักรยานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณท่าพระจันทร์-ท่าศิริราช

 

7.คุมเข้มความปลอดภัย ช่วงเทศกาลปีใหม่
12 ฉบับไทยรัฐ, กรุงเทพธุรกิจ, ผู้จัดการรายวัน 360°, แนวหน้า, ข่าวสด, สำนักข่าวไทย, มติชน, คม ชัด ลึก, บ้านเมือง, สำนักข่าวแห่งชาติ, ไทยโพสต์, M2F, สยามรัฐ
รายละเอียด
-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รมว.กลาโหม (กห.) กล่าวหลังประชุมศูนย์แก้ไขปัญหาความมั่นคงแบบบูรณาการเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัยในช่วงเทศกาลปีใหม่ว่า ได้เน้นย้ำการป้องกันอุบัติเหตุจากการใช้รถใช้ถนนและการป้องกันอาชญากรรมในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยให้ทุกเหล่าทัพ เจ้าหน้าที่ตำรวจ และกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยช่วยอำนวยความสะดวกในเรื่องต่างๆ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการสวดมนต์ข้ามปีและกิจกรรมเคาต์ดาวน์ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุร้าย พร้อมป้องกันอัคคีภัยซึ่งต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อลดสถิติการเกิดเหตุ โดยเฉพาะการจราจรต้องดำเนินการตามมาตรการเมาแล้วขับ พร้อมยึดรถยึดใบขับขี่

-พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลจะจัดกิจกรรมแสงเทียนแห่งสยามส่งท้ายปีเก่าวิถีไทยต้อนรับปีใหม่วิถีพุทธพุทธศักราช 2560 บริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง โดยจะสวดมนต์ตั้งแต่เวลา 21.00 น.วันที่ 31 ธ.ค.59 –เวลา 00.09 วันที่ 1 ม.ค.60 และจะจุดเทียนแห่งสยาม ขณะเดียวกันในต่างจังหวัดจะสวดมนต์ภายในวัดและตามสถานที่ต่างๆ ตามที่กำหนดไว้

-พล.อ.ต.รังสรรค์ เยาวรัตน์ ผู้ช่วยโฆษก กห. กล่าวว่าพล.อ.ประวิตรกำชับให้หน่วยงานด้านความมั่นคงและเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังทุกพื้นที่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้าย รวมทั้งดูแลความปลอดภัยในพื้นที่อย่างเข้มงวดและรัดกุม พร้อมกันนี้ให้จัดตั้งกองอำนวยการร่วมเพื่อบูรณาการการปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ มหาดไทย แพทย์ อาสาสมัคร กู้ภัย พนักงานดับเพลิง ชุดเก็บกู้ระเบิด จัดทำแผนเผชิญเหตุและซักซ้อมการปฏิบัติโดยเฉพาะจุดที่มีการจัดงาน สนามบิน สถานีขนส่งรถไฟ รถยนต์ทุกประเภท และบริเวณท้องสนามหลวง ซึ่งอาจมีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาร่วมกิจกรรม นอกจากนี้ ให้ตรวจสอบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ให้มีความพร้อมและบูรณาการให้เชื่อมโยงกันทุกจุด

-พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ผบ.ตร. กำชับให้มีการระดมกวาดล้างอาชญากรรมในทุกพื้นที่ ตั้งแต่วันที่ 22-31 ธ.ค. โดยเฉพาะพื้นที่เคาต์ดาวน์ หรือสวดมนต์ข้ามปี นอกจากนี้ ได้ประสานสถานบันเทิงให้เข้มงวดเรื่องเวลาเปิดปิด และไม่อนุญาตให้เยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปีเข้าใช้บริการ ส่วนการจัดงานรื่นเริงให้เป็นไปตามขอบเขตที่นายกรัฐมนตรีประชาสัมพันธ์ก่อนหน้านี้


ผลกระทบ
ด้านบวก
-มาตรการดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่


ข้อคิดเห็น
-หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินการมาตรการรักษาความปลอดภัยในช่วงเทศกาลปีใหม่

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

1. แก้ปัญหาจอด-ขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้า
www.pantip.com
https://www.pantip.com/topic/35906196
71 ความคิดเห็น

- ร้อยละ 82 ของผู้แสดงความคิดเห็น สนับสนุนกรณี กทม. จะกวดขันการจอด หรือขับขี่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือล้อเลื่อนบนทางเท้า โดยขอให้ดำเนินการอย่างจริงจัง ต่อเนื่อง ไม่เลือกปฏิบัติ และบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ทางเท้าได้อย่างสะดวกและปลอดภัย
- ร้อยละ 18 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า การแก้ปัญหาดังกล่าวอาจทำได้ยาก เนื่องจากสภาพถนนไม่เอื้ออำนวยกับผู้ใช้รถจักรยานยนต์ ประกอบกับผู้บังคับใช้กฎหมายละเลยการปฏิบัติหน้าที่ จึงทำให้มีการกระทำผิดจนกลายเป็นเรื่องปกติ

www.dailynews.co.th
https://www.dailynews.co.th/bangkok/541692
21 ความคิดเห็น

- ร้อยละ 75 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นด้วยกับการแก้ปัญหาการจอด หรือขับขี่รถยนต์และรถจักรยานยนต์บนทางเท้า โดยต้องประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบอย่างทั่วถึงและดำเนินการกวดขันอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งปรับรูปแบบการจับปรับให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อาทิ การเปิดช่องทางให้ประชาชนส่งภาพถ่าย หรือคลิปวิดีโอผู้ที่จอด หรือขับขี่รถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์บนทางเท้าส่งให้เจ้าหน้าที่เป็นหลักฐาน เพื่อดำเนินการจับปรับและให้เงินรางวัลจากส่วนแบ่งค่าปรับ
- ร้อยละ 25 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า การแก้ปัญหาดังกล่าวทำได้ยาก เนื่องจากสภาพการจราจรติดขัด จึงทำให้ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ขึ้นมาขับขี่บนทางเท้า รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องปล่อยปละละเลยไม่บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด

ข้อเสนอแนะ สำนักเทศกิจ สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การรณรงค์กวดขันการจอด หรือขับขี่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือล้อเลื่อนบนทางเท้าในพื้นที่กรุงเทพฯ

 

2. ผู้ค้าตั้งแผงค้ากีดขวางทางขึ้นลงสถานีรถไฟฟ้า
www.facebook.com/กลุ่มคนไทยไม่เอาหาบเร่แผงลอย
https://www.facebook.com/saynostall?fref=ts
52 ความคิดเห็น

- ร้อยละ 89 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า บริเวณหน้าสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน สถานีห้วยขวาง มีผู้ค้าหาบเร่แผงลอยตั้งรถเข็นและแผงค้ากีดขวางทางขึ้นลงสถานี สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนผู้ใช้ทางเท้า แสดงถึงความมักง่ายและไร้ระเบียบวินัย
- ร้อยละ 11 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า ผู้บังคับใช้กฎหมายต้องกวดขันจับปรับผู้ค้าเหล่านี้อย่างเข้มงวด

ข้อเสนอแนะ สำนักงานเขตดินแดง สำนักงานเขตห้วยขวาง และกองประชาสัมพันธ์ ชี้แจงการตรวจสอบกรณีผู้ค้าหาบเร่แผงลอยตั้งรถเข็นและแผงค้ากีดขวางทางขึ้นลงสถานีรถไฟฟ้า MRT สถานีห้วยขวาง

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

1.เร่งสร้างอุโมงค์ทางลอดแก้ปัญหาจราจร
7 ฉบับมติชน, กรุงเทพธุรกิจ,ไทยโพสต์, บ้านเมือง, โพสต์ทูเดย์, เดลินิวส์, M2F
รายละเอียด
-นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รผว.กทม. กล่าวถึงแนวทางการแก้ปัญหาการจราจรในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่า ที่ผ่านมา กทม.หาทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวทั้งการก่อสร้างอุโมงค์ทางลอด สะพานข้ามแยก เพื่อบรรเทาปัญหา ปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้างอุโมงค์ทางลอด 4 แห่ง ประกอบด้วย (1) ทางลอดถนนตากสิน-รัชดาภิเษก (มไหศวรรย์) (2) ทางลอดถนนจรัญสนิทวงศ์-พรานนก (ไฟฉาย) (3) ทางลอดถนนรัชดาภิเษก-พหลโยธิน (รัชโยธิน) และ (4) ทางลอดถนนพัฒนาการ-รามคำแหง-ถาวรธวัช ในอนาคต กทม. มีโครงการก่อสร้างอุโมงค์ทางลอดเพิ่มเติม 3 แห่ง ได้แก่ (1) ทางลอดถนนศรีอยุธยา-พระราม 6 (2) ทางลอดถนนศรีนครินทร์-พัฒนาการ และ (3) ทางลอดถนนรัชดาภิเษก-ราชพฤกษ์ โดยทั้ง 3 โครงการ คาดจะของบประมาณเพื่อดำเนินโครงการในปี 61

-นายไทวุฒิ ขันแก้ว ผอ.สำนักงานออกแบบ สนย. กล่าวว่า กทม.จะหารือกับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ถึงแผนการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ลาดพร้าว-บางกะปิ-สำโรง เนื่องจาก เป็นเส้นทางเดียวกับโครงการก่อสร้างอุโมงค์ทางลอดถนนศรีนครินทร์พัฒนาการ หากแบบการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเหลืองจำเป็นต้องใช้โครงสร้างร่วมกับอุโมงค์ทางลอด เช่นเดียวกับที่อุโมงค์ทางลอดแยกไฟฉาย กทม.จะได้วางแผนรองรับรวมถึงขอจัดสรรงบประมาณจาก รฟม.ส่วนหนึ่งในการก่อสร้าง


ผลกระทบ
ด้านบวก
-แนวทางการแก้ปัญหาการจราจรในพื้นที่กรุงเทพฯ
-ปัจจุบันกรุงเทพฯ มีปริมาณรถสัญจรประมาณ 8 ล้านคัน/วัน ประกอบกับมีจุดตัดทางแยกถนนต่างๆ ต้องรอสัญญาณไฟจราจรเป็นเวลานาน ส่งผลให้การจราจรติดขัด


ข้อคิดเห็น
-สำนักการโยธา และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินโครงการแก้ปัญหาจราจรในพื้นที่กรุงเทพฯ

 

2.เปิดที่ทำการ สนง.บางกอกน้อยแห่งใหม่ เม.ย.60
2 ฉบับเดลินิวส์, ไทยโพสต์
รายละเอียด
- นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รผว.กทม. กล่าวหลังลงพื้นที่ตรวจสำนักงานเขตบางกอกน้อยแห่งใหม่ที่ถนนบางขุนนนท์ ซึ่งตั้งอยู่บนที่ดินของวัดสุวรรณาราม ราชวรวิหาร ซอยจรัญสนิทวงศ์ 32 ว่า ขณะนี้อาคารแห่งใหม่มีความสมบูรณ์ทั้งหมด เหลือเพียงการติดตั้งระบบสารสนเทศภายในตัวอาคาร ซึ่งจะใช้เวลาดำเนินการประมาณ 90 วันจากนั้นจึงจะสามารถเปิดให้บริการประชาชนได้ภายในเดือน เม.ย. 60


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การอำนวยความสะดวกในการให้บริการประชาชนที่มาติดต่อราชการกับ กทม.


ข้อคิดเห็น
-สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การเปิดให้บริการที่ทำการสำนักงานเขตบางกอกน้อย แห่งใหม่

 

3.สั่งสำรวจ-ยกเลิกทางจักรยานร้าง
1 ฉบับ เดลินิวส์
รายละเอียด
-นายสุธน อาณากุล รผอ.สจส. กล่าวว่า ปัจจุบัน กทม.มีเส้นทางจักรยาน 54 เส้นทาง ระยะทางรวม 364.54 กิโลเมตร อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ผู้บริหาร กทม.ได้สั่งการให้ สจส.เร่งศึกษาข้อมูลของเส้นทางจักรยาน หากเส้นทางใดไม่เหมาะสมกระทบต่อการสัญจรอื่นๆ และไม่มีผู้ใช้งาน จะนำมาทบทวนสามารถยกเลิกได้หรือไม่ เพื่อไม่ให้ต้องจัดสรรงบประมาณในการซ่อมบำรุงในแต่ละปี


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การจัดทำเส้นทางจักรยาน เพื่อเพิ่มทางเลือกในการเดินทางให้แก่ประชาชนที่ต้องการใช้จักรยานในการสัญจรอย่างปลอดภัย
ด้านลบ
-ที่ผ่านมาเส้นทางจักรยานบางจุดเกิดปัญหาข้อร้องเรียนจากประชาชนโดยเฉพาะเส้นทางจักรยานในรูปแบบช่องทางเฉพาะที่ต้องใช้ผิวจราจรอย่างน้อย 1.20 เมตร เพื่อเป็นช่องทาง ทำให้ผิวการจราจรสำหรับรถประเภทอื่นๆ ลดลง ส่งผลต่อการจราจรติดขัดอีกทั้งเส้นทางจักรยานบางจุดประชาชนในพื้นที่ที่มีทางจักรยาน ตัดผ่านมีความเห็นว่าเป็นจุดกีดขวางกระทบต่อการค้าขาย และการสัญจร


ข้อคิดเห็น
-สำนักการจราจรและขนส่ง และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ผลการสำรวจข้อมูลเส้นทางจักรยาน เพื่อพิจารณาทบทวนยกเลิกเส้นทางที่ไม่เหมาะสม หรือไม่มีผู้ใช้งาน

 

4.เสนอแบบสะพานข้ามเจ้าพระยา
2 ฉบับ ไทยโพสต์, มติชน
รายละเอียด
-นายไทวุฒิ ขันแก้ว ผอ.สำนักงานออกแบบ สนย. กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณเกียกกายพร้อมถนนเชื่อม ภายหลังรัฐสภามีข้อเสนอให้ปรับแบบก่อสร้างสะพานเป็นอุโมงค์ทางลอด เนื่องจากเกรงบดบังทัศนียภาพอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ที่อยู่ระหว่างก่อสร้างว่า กทม.ได้หารือกับสมาคมสถาปนิกสยามฯ ซึ่งยืนยันรูปแบบการก่อสร้างเดิมที่จะก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาพร้อมถนนทางเชื่อมยกระดับ เพราะการก่อสร้างอุโมงค์ต้องใช้งบประมาณมากกว่าสร้างสะพาน 3-4 เท่า ขณะนี้อยู่ระหว่างเสนอข้อมูลและรูปแบบการก่อสร้างเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาอีกครั้ง พร้อมกันนี้คณะทำงานอยู่ในขั้นตอนจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) คาดจะของบอุดหนุนจากรัฐบาล เพื่อดำเนินโครงการปี 61 หากได้รับจัดสรรงบประมาณจะใช้เวลาดำเนินการประมาณ 3 ปี


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การดำเนินโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณเกียกกาย เพื่อบรรเทาปัญหาจราจรและรองรับการเปิดใช้อาคารรัฐสภาหลังใหม่


ข้อคิดเห็น
-สำนักการโยธา และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ผลการพิจารณารูปแบบโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณเกียกกาย

 

5.กำหนดหลักเกณฑ์ใช้แท็กซี่ผู้พิการ
1 ฉบับ เดลินิวส์
รายละเอียด
-นายมานิต เตชอภิโชค กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (KT) กล่าวว่า KT ได้ออกหลักเกณฑ์และเงื่อนไขใช้แท็กซี่ผู้พิการสำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุที่ใช้รถเข็นตามที่ได้เปิดให้บริการฟรี เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกัน เนื่องจากปัจจุบันมีผู้ต้องการใช้บริการจำนวนมาก แต่รถมีจำกัดหลักการที่สำคัญ 3 ประการ คือ (1) สิทธิของผู้ใช้บริการสามารถเรียกใช้บริการได้ไม่เกิน 2 ครั้ง/สัปดาห์ หรือจองรถได้เดือนละ 8 ครั้ง ซึ่งเดิมไม่ได้กำหนดไว้ (2) หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการใช้บริการผู้ใช้ลงทะเบียน จองล่วงหน้าก่อน 2 วันหากมีการเปลี่ยนแปลงจุดหมายปลายทางจากที่แจ้งไว้ผู้ใช้จะถูกตัดสิทธิในการจอง 1 สิทธิต่อเหตุการณ์และให้มีผู้ติดตามได้เพียง 1ท่าน (3) กฎและมาตรฐานความปลอดภัยในการให้บริการต้องคาดเข็มขัดนิรภัยก่อนออกเดินทางทุกครั้ง โดยเริ่มตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ผลกระทบ
ด้านบวก
-การกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการใช้บริการรถแท็กซี่สำหรับผู้พิการ และผู้สูงอายุที่ใช้รถเข็น เพื่อให้เกิดความเท่าเทียม
ด้านลบ
-ปัจจุบันรถแท็กซี่เพื่อผู้พิการและผู้สูงอายุของ กทม.มีจำนวนจำกัด ขณะที่มีผู้ต้องการใช้บริการจำนวนมาก


ข้อคิดเห็น
-สำนักการจราจรและขนส่ง บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการใช้แท็กซี่สำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุที่ใช้รถเข็น

 

6.กำชับทุกเขตตรวจความปลอดภัยอาคาร
1 ฉบับ เดลินิวส์
รายละเอียด
- นายนพดล ฉายปัญญา ผอ.กองควบคุมอาคาร สนย. กล่าวว่า กทม.ได้ดำเนินการตรวจสอบความปลอดภัยของอาคาร 9 ประเภท ซึ่งอาคารดังกล่าวมีกฎหมายระบุให้ต้องส่งผลการตรวจสอบความปลอดภัยของอาคารประจำปี แต่ในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่จะมีการเฉลิมฉลองเทศกาล กทม.จึงให้ความสำคัญการดูแลความปลอดภัยมากขึ้น โดยสุ่มตรวจความปลอดภัยของอาคารประเภทต่าง ๆ และได้กำชับให้ 50 สำนักงานเขตลงพื้นที่ตรวจสอบอาคารประเภทสถานบันเทิงเป็นพิเศษ เพื่อให้คำแนะนำการป้องกันภัยและกวดขันความปลอดภัยในสถานบริการต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องให้อุปกรณ์พร้อมใช้และเป็นไปตามมาตรฐาน รวมทั้งให้มีการฝึกซ้อมอพยพหนีไฟด้วย

-หากพบอาคารใดไม่ปลอดภัยตามข้อกำหนดของกฎหมาย จะเร่งให้ปรับปรุงแก้ไขทันทีและจะมีการตรวจสอบซ้ำอีกครั้ง หากพบยังไม่ดำเนินการแก้ไขปรับปรุงให้ปลอดภัยจะต้องดำเนินการเอาผิดตามกฎหมายตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคารฯ โดยมีค่าปรับ วันละ 10,000 บาท จนกว่าจะปรับปรุงแก้ไขเรียบร้อย ซึ่งการตรวจสอบความปลอดภัยของอาคารจะต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นก่อนเข้าสู่เทศกาลปีใหม่


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การตรวจสอบความปลอดภัยอาคารและสถานบริการในกรุงเทพฯ ให้เป็นไปตามมาตรฐาน เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้อาคาร
ด้านลบ
-ปัจจุบันกรุงเทพฯ มีอาคารรวมทั้ง 9 ประเภทกว่า 10,000 อาคาร ขณะที่อาคารประเภทสถานบันเทิง กว่า 400 แห่ง พื้นที่เขตที่มีสถานบันเทิงมากที่สุดได้แก่ เขตวัฒนา เขตคลองเตย เขตห้วยขวาง และพื้นที่เขตสาทร


ข้อคิดเห็น
-สำนักการโยธา สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การตรวจสอบความปลอดภัยอาคารและสถานบริการในกรุงเทพฯ

 

7.เฝ้าระวัง 4 โรคระบาดปี 60
6 ฉบับไทยรัฐ, สยามรัฐ, โพสต์ทูเดย์, ไทยโพสต์, บ้านเมือง, new)108
รายละเอียด
-นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) แถลงข่าวการพยากรณ์โรคและภัยสุขภาพปี 60 ว่า จากการคาดการณ์พบมี 4 โรคที่ต้องเฝ้าระวัง คือ ไข้เลือดออก ไข้หวัดใหญ่ มือ เท้า ปาก และเมลิออยโดสิส โรคที่ต้องเฝ้าระวังมากที่สุดในปี 60 คือ ไข้หวัดใหญ่ เนื่องจากข้อมูลปี 59 พบผู้ป่วย 156,943 ราย เสียชีวิต 43 ราย จึงคาดในปี 60 จะมีผู้ป่วย 320,000 ราย หรือเพิ่มขึ้น 2 เท่าจากปี 59 ทั้งนี้ 7จังหวัดที่คาดจะมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดการระบาด ได้แก่ ลำปาง กรุงเทพฯ ระยอง เชียงใหม่ ภูเก็ต อยุธยา และพะเยา

-นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ ผอ.สำนักระบาดวิทยา กล่าวว่า จากการวิเคราะห์และคาดการณ์ใน 4 โรค พบไข้หวัดใหญ่มีแนวโน้มระบาดสูง เนื่องจากปลายปี 59 เริ่มพบผู้ป่วยแล้ว ซึ่งมีโอกาสพบมากในช่วงฤดูหนาวจนถึงฤดูฝนประมาณ 32,000 ราย/เดือน


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดต่อและภัยสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชน
ด้านลบ
-กรุงเทพฯ เป็น 1 ใน 7 จังหวัดที่คาดจะมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดการระบาดของโรคที่ต้องเฝ้าระวังในปี 60


ข้อคิดเห็น
-สำนักการแพทย์ สำนักอนามัย และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การเฝ้าระวังและป้องกันโรคในปี 2560

 

8.ตั้งศูนย์พักพิงสุนัขจรจัดครบวงจรใน 5 จังหวัด
3ฉบับมติชน, ไทยรัฐ, M2F
รายละเอียด
-น.สพ.พรพิทักษ์ พันหล้า หัวหน้ากลุ่มโรคติดต่อระหว่างสัตว์และคน สำนักโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า สมเด็จเจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณ์ฯ มีพระดำริต้องการให้ประเทศไทยปลอดจากเชื้อพิษสุนัขบ้า รัฐบาลจึงได้ตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินโครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้าตามพระปณิธานเพื่อจัดการโรคพิษสุนัขบ้าให้หมดไปจากไทยภายในปี 63 และเป็นไปตามพันธสัญญาขององค์การอนามัยโลก แนวทางหลักจะเน้นการฉีดวัคซีนในสัตว์เลี้ยงให้ครอบคลุมร้อยละ 80 ของประชากรสัตว์เลี้ยง

-สำหรับสุนัขจรจัดทรงมีพระวินิจฉัยให้จัดตั้งศูนย์พักพิงสุนัขในกลุ่มจังหวัดแบบครบวงจร ดูแลอย่างถูกวิธี เบื้องต้นได้จัดตั้งใน จ.นครราชสีมา อุดรธานี กรุงเทพฯ นครศรีธรรมราช หรือสุราษฏร์ธานี และเชียงใหม่ ก่อนขยายให้ครบตามกลุ่มจังหวัด โดยพระองค์จะทรงเป็นประธานในการออกหน่วยร่วมกับคณะสัตวแพทย์ต่างๆ เพื่อดูแลสัตว์เหล่านั้นด้วย


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การดำเนินมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคพิษสุนัขบ้า
-การแก้ไขปัญหาสุนัขจรจัดในกรุงเทพฯ
ด้านลบ
-ในแต่ละปีจะมีคนมารับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าจากการถูกสุนัขกัด หรือแมวข่วนกว่า 5 แสนราย และในช่วงหลัง ผู้ที่เลี้ยงสัตว์ไม่พาสัตว์เลี้ยงไปฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้า ซึ่งกรมปศุสัตว์เป็นห่วงเรื่องนี้ เนื่องจากข้อมูลช่วง 2 ปีที่ผ่านมา พบมีเชื้อพิษสุนัขบ้าในหัวสุนัขที่สุ่มตรวจมากขึ้นอย่างน่าตกใจและในปี 59 พบผู้เสียชีวิตจากพิษสุนัขบ้าแล้ว 12 ราย


ข้อคิดเห็น
-สำนักอนามัย สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคพิษสุนัขบ้า

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

1. เดินหน้านำสายไฟฟ้าและสายสื่อสารลงดิน
www.facebook.com/กลุ่มคนไทยไม่เอาหาบเร่แผงลอย
https://www.facebook.com/saynostall?fref=ts
22 ความคิดเห็น

- ร้อยละ 79 ของผู้แสดงความคิดเห็น สนับสนุนการนำสายไฟฟ้าและสายสื่อสารลงดินในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่ง กทม. ร่วมกับการไฟฟ้านครหลวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแล้วเสร็จระยะที่ 1 แล้ว และจะเดินหน้าระยะที่ 2 ต่อไป เพื่อให้กรุงเทพฯ มีความสวยงามและเป็นระเบียบเรียบร้อย โดยเห็นว่าสายที่รกรุงรังส่วนใหญ่เป็นสายสื่อสาร ซึ่งควรให้บริษัทเอกชนร่วมออกค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ
- ร้อยละ 21 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า โครงการที่ดำเนินการในระยะที่ 1 เส้นทางถนนพหลโยธิน เป็นการนำสายไฟฟ้าลงดินเท่านั้น ส่วนสายสื่อสารยังรกรุงรังเหมือนเดิม รวมทั้งควรดำเนินการในเส้นทางหลัก เช่น ถนนสุขุมวิทก่อน

ข้อเสนอแนะ
สำนักการโยธา และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ความคืบหน้าการดำเนินการนำสายไฟฟ้าและสายสื่อสารลงดิน ระยะที่ 2

 

2. กวดขันจับปรับจอดและขับขี่จักรยานยนต์บนทางเท้า
www.facebook.com/Dailynews
https://www.facebook.com/dailynewsonlinefan/fref=ts
24 ความคิดเห็น

- ร้อยละ 83 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า กรณี กทม. จะดำเนินการกวดขันการจอด หรือขับขี่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือล้อเลื่อนบนทางเท้า โดยการจับปรับ ยึดรถ และส่งฟ้องศาลนั้น ขอให้ดำเนินการอย่างจริงจังและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เนื่องจากเป็นการกระทำที่มักง่ายและสร้างความเดือดร้อนให้ผู้ใช้ทางเท้า
- ร้อยละ 17 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า ที่ผ่านมาผู้บังคับใช้กฎหมายปล่อยปละละเลยมานาน จนมีการกระทำผิดจนกลายเป็นเรื่องปกติ

ข้อเสนอแนะ
สำนักเทศกิจ สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การกวดขันการจอด หรือขับขี่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือล้อเลื่อนบนทางเท้าในพื้นที่กรุงเทพฯ

 

3. สภาพทางเท้าในกรุงเทพฯ
www.facebook.com/เฮ้ยนี่มันฟุตบาทไทยแลนด์
https://www.facebook.com/thailandfootpath
140 ความคิดเห็น

- ร้อยละ 87 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า กรณีในสื่อสังคมออนไลน์ที่มีการส่งต่อภาพทางเท้าในกรุงเทพฯ หลายพื้นที่ มีสภาพชำรุด สกปรก มีการนำกระถางต้นไม้มาตั้งวาง สร้างความลำบากในการสัญจรให้ประชาชนนั้น ส่วนหนึ่งเกิดจากความไร้ระเบียบของประชาชนทั้งผู้ค้าหาบเร่แผงลอยและผู้ขับขี่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ที่นำรถขึ้นมาจอด หรือขับขี่บนทางเท้า จนทำให้ทางเท้าชำรุด ขณะที่ผู้บังคับใช้กฎหมายปล่อยปละละเลยไม่ดำเนินการกวดขันจับปรับ
- ร้อยละ 13 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า กทม. ควรดำเนินการสำรวจทางเท้าในพื้นที่กรุงเทพฯ เพื่อปรับปรุงแก้ไขให้มีสภาพพร้อมใช้งานและไม่มีสิ่งกีดขวาง ขณะที่ประชาชนควรมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาทางเท้า โดยการไม่สนับสนุนผู้ค้าบนทางเท้า ไม่จอด หรือขับขี่รถยนต์และรถจักรยานยนต์บนทางเท้า

ข้อเสนอแนะ
สำนักการโยธา สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การตรวจสอบและซ่อมแซมทางเท้าในพื้นที่กรุงเทพฯ

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

1. ธ.ค.นี้ ลูกจ้าง-ขรก. ได้เข้าอยู่แฟลต กทม.
1 ฉบับ ข่าวสด
รายละเอียด
- พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง รผว.กทม. กล่าวว่า ได้เร่งรัดให้ดำเนินการจัดข้าราชการและลูกจ้าง กทม.เข้าไปอยู่ในแฟลตหนองแขมและอ่อนนุชภายในเดือนธ.ค.นี้ เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ โดยตนจะเข้าไปเยี่ยมครอบครัวข้าราชการและลูกจ้างของ กทม. ทุกคน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ ซึ่งจะช่วยแบ่งเบาภาระให้กับบุคลากร กทม.ได้ส่วนหนึ่งและมีกำลังใจทำงานให้กับ กทม.ต่อไป
- นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รผว.กทม. กล่าวว่า ขอให้ทุกหน่วยงานเร่งส่งรายชื่อผู้ที่อยู่ในเกณฑ์มาให้ สสล. เพื่อพิจารณา ขณะเดียวกันให้ สสล.ดำเนินการตรวจสอบ ระบบการจ่ายน้ำ พร้อมทั้งติดตั้งมิเตอร์ไฟฟ้าและทำความสะอาดให้ครบทุกห้อง เพื่อเตรียมพร้อมรองรับ ผู้ที่จะเข้ามาอยู่ต่อไป
- นายอภิรัฐ ตราดุษฎี รผอ.สสล. กล่าวว่า กทม. มีที่พักสำหรับบุคลากร กทม. 2 แห่ง ได้แก่ ที่หนองแขม ซึ่งเป็นอาคาร 6 ชั้น 350 ห้อง และที่อ่อนนุช เป็นอาคาร 6 ชั้น 350 ห้อง สามารถรองรับได้ประมาณ 700 ครัวเรือน สสล. และกองการเจ้าหน้าที่ สนป. จึงได้หารือร่วมกันถึงกระบวนการพิจารณาหลักเกณฑ์ผู้เข้าอยู่อาศัย โดยสรุปจะพิจารณาให้สิทธิข้าราชการ กทม.ที่อยู่ในระดับต่ำกว่าชำนาญการและลูกจ้าง กทม. ที่มีปัญหาเดือดร้อนไม่มีที่อยู่อาศัยและเป็นผู้มีรายได้น้อยก่อน ขอให้ทุกหน่วยงานส่งรายชื่อผู้ที่อยู่ในหลักเกณฑ์ดังกล่าวมาให้ สสล.รวบรวมภายในสัปดาห์หน้า เพื่อพิจารณาตามความเหมาะสมต่อไป

ผลกระทบ
ด้านบวก
- การจัดสวัสดิการด้านที่พักอาศัย เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้ข้าราชการและบุคลากร กทม.
ด้านลบ
- แฟลตทั้ง 2 แห่ง ก่อสร้างตั้งแต่ ปี 50 แล้วเสร็จเมื่อปี 54 จนถึงขณะนี้ยังไม่มีผู้เข้าพัก เพราะยังไม่ได้ข้อสรุปเรื่องสิทธิการเข้าพักอาศัย หากปล่อยเป็นเวลานาน อาคารที่สร้างมานานอาจชำรุด เสื่อมโทรมได้

ข้อคิดเห็น
- สำนักสิ่งแวดล้อม กองการเจ้าหน้าที่ และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การจัดแฟลตที่พักอาศัยสำหรับข้าราชการและบุคลากร กทม. ที่หนองแขมและอ่อนนุช

 

2. กำชับตรวจตึกสูง-สถานบันเทิง
2 ฉบับ ไทยโพสต์, มติชน
รายละเอียด
- พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รผว.กทม. กล่าวว่า กรณีสถานบันเทิงซานติก้า ถือเป็นบทเรียนของ กทม. และในอนาคตอันใกล้นี้จะมีกฎหมาย เพื่อกำหนดให้การสร้างอาคารต้องติดตั้งระบบป้องกันอัคคีภัยที่มีมาตรฐาน มีจุดที่กักเก็บน้ำดับเพลิง ด้วยศักยภาพของ กทม. สามารถช่วยบรรเทาปัญหาอัคคีภัยเกิดบนอาคารสูงได้ประมาณ 10 ชั้นเท่านั้น อาคารสูงเหล่านี้จึงต้องมีห้องเก็บน้ำไว้เพื่อป้องกันปัญหาอัคคีภัย ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของ กทม.ต้องไปตรวจทั้ง อาคารสูง โรงภาพยนตร์ และสถานบันเทิงต่างๆ โดยให้ตั้งคณะกรรมการและกำหนดระยะเวลาการตรวจอาคาร สถานบันเทิง โรงภาพยนตร์ให้ชัดเจน หากพบอาคารใดไม่มีมาตรฐานต้องรีบแจ้งเจ้าของอาคารเพื่อให้ปรับปรุงแก้ไขต่อไป

ผลกระทบ
ด้านบวก
- การตรวจสอบความปลอดภัยอาคารสูง โรงภาพยนตร์ และสถานบันเทิงในกรุงเทพฯ
ด้านลบ
-ที่ผ่านมาบางเขตประสบปัญหาจำนวนเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในการตรวจสอบอาคารไม่เพียงพอ

ข้อคิดเห็น
- สำนักการโยธา สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การตรวจสอบระบบและอุปกรณ์ป้องกันอัคคีภัยในอาคารสูง โรงภาพยนตร์ และสถานบันเทิงในกรุงเทพฯ

 

3. ตั้งเครื่องนับปริมาณรถ-แก้ปัญหาจราจรแยกรัชโยธิน
2 ฉบับ เดลินิวส์, พิมพ์ไทย
รายละเอียด
- พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รผว.กทม. กล่าวว่า กทม.ได้นำกล้องนับปริมาณการจราจรติดตั้งช่วงคอขวดในช่วงแยกรัชโยธิน เพื่อตรวจนับปริมาณการจราจร และตรวจดูสภาพการจราจรสะสมของรถในแต่ละจุด หากพบมีปริมาณเกินกว่าจุดคอขวดนั้น ๆ จะรับได้จะเชื่อมโยงข้อมูลไปยังป้อมจราจร เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งปล่อยสัญญาณไฟเพื่อระบายรถ นอกจากนี้ กทม.จะเร่งรัดลงพื้นที่ขอคืนผิวการจราจรจากผู้รับเหมาก่อสร้าง เพื่อเพิ่มผิวการจราจรในจุดที่เป็นปัญหา โดยจะห้ามไม่ให้มีการตั้งแคมป์คนงาน หรือตู้สำนักงานบนผิวการจราจรเป็นอันขาด
- พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. กล่าวว่า ในอนาคตบริเวณแยกรัชโยธินควรมีระบบบริหารจัดการไฟสัญญาณจราจรแบบอัตโนมัติ โดยการวัดปริมาณรถในแต่ละทิศทางและปล่อยสัญญาณไฟเขียวตามจำนวนรถที่มากกว่า เพื่อให้การจัดการเกิดความสมบูรณ์และคำนวณให้รถด้านใดด้านหนึ่งไม่รอสัญญาณไฟแดงนานจนเกินไป การดำเนินการดังกล่าวจะต้องศึกษาความเป็นไปได้และเทคโนโลยีแบบใหม่ ๆ อาทิ การคำนวณปริมาณรถโดยการวัดอุณหภูมิ เพื่อจัดการจราจรบริเวณแยกรัชโยธินให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ผลกระทบ
ด้านบวก
- การบริหารจัดการจราจรบริเวณแยกรัชโยธินและพื้นที่ต่อเนื่อง
ด้านลบ
-การจราจรแยกรัชโยธินจะมีสภาพติดขัดนานกว่า 2 ปี จนกว่าจะก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียวและอุโมงค์ลอดทางแยกจะแล้วเสร็จ

ข้อคิดเห็น
- สำนักการจราจรและขนส่ง และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การบริหารจัดการจราจรบริเวณพื้นที่โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่

 

4. ปี 61 กทม.สร้างอุโมงค์อีก 3 แห่ง
2 ฉบับ เดลินิวส์, ข่าวสด
รายละเอียด
- นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รผว.กทม. กล่าวว่า กทม. จะเร่งสร้างอุโมงค์ทางลอดแยกเพิ่มเติมอีก 3 แห่ง ได้แก่ 1) อุโมงค์ทางลอดถนนศรีอยุธยา-พระราม 6 ซึ่งได้ศึกษาออกแบบอุโมงค์เสร็จสิ้นแล้ว โดยจะก่อสร้างเป็นอุโมงค์ขนาด 4 ช่องจราจร 2) อุโมงค์ทางลอดถนนศรีนครินทร์-พัฒนาการ อยู่ระหว่างการศึกษาออกแบบโครงการ และ 3) อุโมงค์ทางลอดถนนรัชดาภิเษก-ราชพฤกษ์ เป็นโครงการที่ กทม. ได้ศึกษาออกแบบการก่อสร้างอุโมงค์ไว้แล้ว เป็นอุโมงค์ 4 ช่องจราจร ยาว 800 โดยทั้ง 3โครงการ กทม. จะจัดสรรงบประมาณและวางแผนการก่อสร้างในปี 61

ผลกระทบ
ด้านบวก
- การพัฒนาถนนอุโมงค์ทางลอดและโครงข่ายการจราจร เพื่อแก้ปัญหาการจราจรในพื้นที่กรุงเทพฯ
ด้านลบ
- ปัจจุบันพื้นที่กรุงเทพฯ มีปริมาณรถสัญจรบนถนนประมาณ 8 ล้านคัน/วัน ทำให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัดอย่างหนักในหลาย เส้นทาง โดยเฉพาะบริเวณจุดตัดทางแยกต่าง ๆ ที่รถต้องรอสัญญาณไฟเป็นเวลานาน เกิดปัญหาการจราจรติดขัดกระทบในพื้นที่ต่อเนื่อง

ข้อคิดเห็น
- สำนักการโยธา และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การก่อสร้างอุโมงค์ทางลอดทางแยกเพิ่มเติมในพื้นที่กรุงเทพฯ

 

5. ปรับแผนสร้างอุโมงค์ระบายน้ำ “บึงหนองบอน”
1 ฉบับ ไทยโพสต์
รายละเอียด
- นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รผว.กทม. กล่าวถึงความก้าวหน้าโครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำจากบึงหนองบอนลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาว่า กทม.ได้ดำเนินโครงการก่อสร้างดังกล่าว เริ่มจากบริเวณบึงรับน้ำหนองบอน ลอดใต้คลองหนองบอน คลองตาช้าง ถนนศรีนครินทร์ ถนนอุดมสุข ซอยอุดมสุข 29 ถนนสุขุมวิท 101/1 คลองบางอ้อ ออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 85 ตร.กม. รวมพื้นที่ 5 เขต ได้แก่ เขตพระโขนง เขตสวนหลวง เขตวัฒนา เขตคลองเตย และเขตประเวศ อุโมงค์มีเส้นผ่าศูนย์กลางขนาด 5 เมตร ระยะทางยาว 9.4 กม. ขณะนี้การก่อสร้างคืบหน้าเกินกว่าแผนที่กำหนด
- โครงการดังกล่าวก่อสร้างบนพื้นที่ของบริษัท ไม้อัดไทย ซึ่ง สนน. ได้ซื้อมาตั้งแต่ปี 2550 เพื่อจัดสร้างเป็น โรงบำบัดน้ำเสีย แต่เนื่องจากพื้นที่มีขนาดใหญ่มาก จึงได้มอบหมายให้ สนย.ดำเนินการออกแบบพัฒนาพื้นที่ใช้สอย เพื่อให้สามารถก่อสร้างเป็นศูนย์ราชการของ กทม.แบบครบวงจร โดยจะเป็นที่ตั้งหน่วยงาน ที่สำคัญ อาทิ สำนักงานเขตบางนา โรงพยาบาล และศูนย์กีฬา ทั้งนี้ จะประชุมเพื่อหารือปรับรูปแบบของพื้นที่ โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ที่จะได้รับ รวมทั้งให้สอดคล้องกับการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำเป็นสำคัญ

ผลกระทบ
ด้านบวก
- กทม.ปรับแผนการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำบึงหนองบอน เพื่อใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ข้อคิดเห็น
- สำนักการระบายน้ำ สำนักการโยธา และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ความคืบหน้า การก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำบึงหนองบอนและการก่อสร้างศูนย์ราชการ กทม.ในพื้นที่โครงการ

 

6. เดินหน้าก่อสร้างสวนสาธารณะ- ตลาดนัดสวนจำปี
1 ฉบับ เดลินิวส์
รายละเอียด
- นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รผว.กทม. กล่าวว่า กทม.ได้ดำเนินการขอเช่าพื้นที่จากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ บริเวณซอยเพชรเกษม 69 เขตบางแค จำนวน 119 ไร่ โดยมีค่าเช่ารวมกว่า 10 ล้านบาท/ปี ตั้งแต่ปี 54 เพื่อดำเนินการปรับปรุงพื้นที่เป็นสวนสาธารณะ ใช้พื้นที่ 70 ไร่ และก่อสร้างเป็นตลาดนัดสวนจำปี พื้นที่ 49 ไร่ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้โครงการยังไม่สามารถดำเนินการใดๆ ได้ เนื่องจากติดปัญหามีผู้บุกรุก โดย กทม.พยายามเจรจาให้ย้ายออกจากพื้นที่เรื่อยมา จนเหลือผู้บุกรุกอยู่ 4 ราย ซึ่งอยู่ระหว่างเจรจาให้ออกจากพื้นที่ภายในปี 60 เพื่อให้สามารถนำพื้นที่มาใช้ประโยชน์และดำเนินโครงการ ที่วางแผนไว้ได้ หากสามารถก่อสร้างตลาดนัดสวนจำปีได้สำเร็จ จะมีพื้นที่รองรับผู้ค้าที่ได้รับผลกระทบ ที่ผ่านมา กทม.ได้เปิดให้ประชาชน เข้าจองแผงค้าในพื้นที่ โดยไม่มีการเก็บเงินใด ๆ ซึ่งมีประชาชนให้ความสนใจเข้าจองแผงค้าจำนวนมาก

ผลกระทบ
ด้านบวก
- กทม.ต้องการก่อสร้างตลาดนัดสวนจำปีให้เป็นแหล่งการค้าเศรษฐกิจแหล่งใหม่ในย่านฝั่งธนบุรี และเป็นสถานที่ค้าขายและรองรับผู้ค้าที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายจัดระเบียบทางเท้าของ กทม.
ด้านลบ
- กทม. ดำเนินโครงการตลาดนัดสวนจำปี ตั้งแต่ปี 55 ซึ่ง กทม.ได้ถมดินในพื้นที่และวางแนวทางการจัดสร้างอาคารตลาด แต่ยังไม่ได้มีการดำเนินการใดต่อเนื่อง เนื่องจากติดปัญหาผู้บุกรุก ซึ่งยังไม่ยอมย้ายออกจากพื้นที่

ข้อคิดเห็น
- สำนักงานตลาด กทม. สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การเร่งรัดดำเนินการก่อสร้างสวนสาธารณะและตลาดนัดสวนจำปี

 

7. ประสานทีโอทีเลิกตู้โทรศัพท์ไม่ได้ใช้งาน
1 ฉบับ เดลินิวส์
รายละเอียด
- นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รผว.กทม. กล่าวว่า การติดตั้งตู้โทรศัพท์สาธารณะในพื้นที่กรุงเทพฯ ตามประกาศ กทม. มีหลักเกณฑ์ในการขออนุญาตติดตั้ง กำหนดให้ผู้ติดตั้งในที่สาธารณะ ต้องขออนุญาตในนามของ บมจ.ทีโอที เท่านั้น ซึ่งการขออนุญาตติดตั้งในพื้นที่ต่าง ๆ สำนักงานเขตพื้นที่จะต้องเป็นผู้พิจารณาอนุญาตตามจุดที่เหมาะสม โดยปัจจุบันตู้โทรศัพท์สาธารณะที่ได้รับอนุญาตถูกต้องมีทั้งสิ้น 6,7449 ตู้ ส่วนตู้โทรศัพท์ที่ติดตั้งโดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะนี้ กทม.ได้รื้อถอนทั้งหมดแล้ว
- ได้สั่งการให้สำนักงานเขตสำรวจตู้โทรศัพท์ที่ได้รับอนุญาตทั้งหมดยังคงอยู่ในจุดใดบ้าง และจะประสาน บมจ.ทีโอทีเจ้าของตู้ เพื่อวางแนวทางการจัดระเบียบ หากไม่มีผู้ใช้บริการจะสามารถรื้อถอนออกไปได้หรือไม่ ส่วนการใช้เป็นจุดเชื่อมสัญญาณโทรศัพท์บ้านในพื้นที่ตนเห็นว่า ควรทำเป็นรูปแบบเสาส่งสัญญาณแทน เพื่อไม่ให้กีดขวางทางสัญจรและไม่ส่งผลต่อ ภูมิทัศน์ของเมือง

ผลกระทบ
ด้านบวก
- การจัดระเบียบตู้โทรศัพท์สาธารณะ ในกรุงเทพฯ
ด้านลบ
- ปัจจุบันตู้โทรศัพท์สาธารณะมีผู้ใช้ บริการจำนวนน้อยมาก สภาพตู้สกปรก เกิดเป็นภูมิทัศน์ที่ไม่น่ามอง อีกทั้งบางตู้ยังเกิดการชำรุดเสียหาย ไม่สามารถใช้งานได้

ข้อคิดเห็น
- สำนักการโยธา สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การจัดระเบียบ ตู้โทรศัพท์สาธารณะในพื้นที่กรุงเทพฯ

 

8. ครบ 4 ปี รพ.ผู้สูงอายุบางขุนเทียน
4 ฉบับ ไทยรัฐ, ไทยโพสต์, สยามรัฐ, แนวหน้า
รายละเอียด
- นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รผว.กทม. กล่าวหลังเป็นประธานเปิดงานวันสถาปนาครบรอบ 4 ปี โรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียนว่า ปัจจุบันโรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียนได้เปิดให้บริการที่อาคารผู้ป่วยนอก (OPD) ชั่วคราว รักษาโรคทั่วไป คลินิกทางทันตกรรม บริการทางการแพทย์ฉุกเฉิน ขณะนี้อยู่ระหว่างก่อสร้างอาคารเพิ่มเติมบนที่ดินที่ได้รับบริจาค คาดจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 62 หากการก่อสร้างแล้วเสร็จโรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียน จะเป็นโรงพยาบาลขนาด 300 เตียง มีศูนย์เวชศาสตร์ ผู้สูงอายุแห่งแรกของกรุงเทพฯ และมีคลินิกเฉพาะทางที่หลากหลาย
- ในปี 59 มีผู้มาใช้บริการที่โรงพยาบาลแล้วกว่า29,000 ราย ในอนาคตหลังจากก่อสร้างโรงพยาบาลแล้วเสร็จจะก่อสร้างอาคารที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุ ซึ่งอาจมอบหมายให้มูลนิธิกรุงเทพมหานคร 2552 เป็นผู้บริหารและจัดการโครงการแทน กทม. เมื่อโรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียนก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์จะสามารถให้บริการประชาชนในพื้นที่เขตบางขุนเทียนและบริเวณใกล้เคียงได้อย่างทั่วถึงและครบวงจร

ผลกระทบ
ด้านบวก
- การให้บริการของโรงพยาบาลผู้สูงอายุบาลขุนเทียน เพื่อให้เป็นโรงพยาบาลผู้สูงอายุต้นแบบให้กับโรงพยาบาลอื่นๆ ในพื้นที่กรุงเทพฯ

ข้อคิดเห็น
- สำนักการแพทย์และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินงานของโรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียน

 

9. เปิดช่องพิเศษผู้พิการ-สูงอายุกราบสักการะพระบรมศพ
2 ฉบับ ข่าวสด, ไทยรัฐ
รายละเอียด
- น.ส.ตรีดาว อภัยวงศ์ โฆษกของ กทม. กล่าวว่า กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) โดย กทม. ร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดจุดคัดกรองพิเศษสำหรับผู้สูงอายุและผู้พิการที่ประสงค์เข้ากราบสักการะพระบรมศพ โดยแบ่งเกณฑ์เป็น 3 ประเภท คือ 1) อายุ 80 ปีขึ้นไป 2) ผู้สูงอายุที่มีอายุต่ำกว่า 80 ปี และร่างกายอ่อนแอ หรือสุขภาพไม่ดี และ 3) ผู้พิการเด่นชัดคือ มีบัตรประจำตัวผู้พิการ ทั้ง 3 กลุ่มจะอนุญาตให้มีผู้ติดตาม 2 คน รวมเป็น 3 คน ทั้งยังจัดเจ้าหน้าที่คอยช่วยเข็นรถวีลแชร์ โดยให้เข้าช่องทางพิเศษเต็นท์ 13 ด้านหลัง ถ.พระมหาธาตุ รอบละ 5 คน พร้อมจัดบริการดูแลด้านอาหาร น้ำดื่ม และห้องสุขาเป็นพิเศษ

ผลกระทบ
ด้านบวก
- การจัดบริการและอำนวยความสะดวกสำหรับผู้สูงอายุและผู้พิการ ที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ

ข้อคิดเห็น
- หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การจัดจุดคัดกรองพิเศษ สำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุที่เดินทางมากราบสักการะพระบรมศพ โดยผู้สูงอายุที่ประสงค์จะเข้ากราบพระบรมศพเป็นหมู่คณะให้ติดต่อผ่านจังหวัด หรือทำหนังสือแจ้งมาที่กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กรมกิจการผู้สูงอายุ โทร. 08-1174-4936 และ 08-1613-2324 ผู้ที่มีโรคประจำตัวให้จดข้อมูลโรคประจำตัว การแพ้ยา รวมทั้งเบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อญาติเผื่อเกิดกรณีฉุกเฉิน

 

10. กำหนดเส้นทางฉุกเฉินสำหรับรถพยาบาล
6 ฉบับ บ้านเมือง, ไทยรัฐ, คม ชัดลึก, ไทยโพสต์, เดลินิวส์, แนวหน้า
รายละเอียด
- นายยุทธพันธุ์ มีชัย ลผว.กทม. กล่าวว่า กทม.กำหนดเส้นทางรถพยาบาลสำหรับเคลื่อนย้ายผู้ป่วยในกรณีฉุกเฉินไว้ 2 จุด คือ บริเวณหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ซึ่งเป็นเต็นท์ของแพทย์ของกองทัพบก และบริเวณหน้าพระแม่ธรณีบีบมวยผม เป็นเต็นท์หน่วยแพทย์พระราชทานของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร จึงขอความร่วมมือโดยเฉพาะผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ไม่นำรถไปจอดกีดขวางเส้นทางดังกล่าว ที่ กทม.ได้ตีเส้นไว้เป็นเส้นทางฉุกเฉิน นอกจากนี้ กทม.ได้ติดตั้งถังดับเพลิงเพิ่มที่เต็นท์สนามและเต็นท์ประกอบเลี้ยง โดยจะทำความสะอาดเต็นท์ประกอบเลี้ยงโรงครัวทั้งหมดทุกวันจันทร์ตั้งแต่เวลา 22.00 น.เป็นต้นไป และทุกวันในเวลา 08.00 น. จะเดินพบปะพูดคุยกับผู้ประกอบเลี้ยง เพื่อรับทราบปัญหาต่างๆ และหาทางออกร่วมกัน
- นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลการประชุมศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์ (ศตส.) ว่า ที่ประชุมได้หารือเรื่องการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่จะเดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยขอความร่วมมือคนที่อยู่ในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล เดินทางมาช่วงเวลา 13.00-14.00 น. เพื่อลดจำนวนคนที่เดินทางมาในช่วงเช้าให้เหลือเพียง 15,000-20,000 คน จะสามารถบริหารจัดการให้ประชาชนเดินทางเข้าไปในพระบรมมหาราชวังได้ไม่นานนัก นอกจากนี้ ขอความร่วมมือประชาชน หรือองค์กรที่ต้องการจัดกิจกรรมในพื้นที่ท้องสนามหลวง ขอให้ประสานงานผ่านผู้ว่าราชการจังหวัด หรือแต่ละกระทรวงกลั่นกรองกิจกรรมมาก่อน ที่จะขออนุญาตจาก กอร.รส.หลังจากพบมีการจัดกิจกรรมที่ไม่เกี่ยวข้องกับการแสดงความอาลัย หรือการรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณในหลวงรัชกาลที่ 9

ผลกระทบ
ด้านบวก
- การจัดเส้นทางรถพยาบาล เพื่ออำนวยความสะดวกกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน

ข้อคิดเห็น
- หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกประชาชน ที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ

 

11. แก้ปัญหาศาลาที่พักผู้โดยสาร
1 ฉบับ เดลินิวส์
รายละเอียด
- นายสุธน อาณากุล รผอ.สจส.กล่าวถึงความคืบหน้า กรณีปัญหาศาลาที่พักผู้โดยสารรถประจำทางกว่า 1,000 หลัง ที่ถูกทิ้งร้างจากเอกชนที่ดูแล เนื่องจากขณะนี้เอกชนและ กทม. อยู่ระหว่างแก้ปัญหาเรื่องการทำผิดสัญญาว่า เอกชนได้ส่งหนังสือถึง กทม. เพื่อขอเจรจาอีกครั้งหนึ่ง หากในครั้งนี้ไม่สามารถดำเนินการตกลงกันได้ อาจมีการฟ้องร้อง เพื่อหาข้อยุติต่อไป
- กทม. อยู่ระหว่างการประกวดราคาเพื่อซ่อมแซมป้ายรถประจำทางกลุ่ม A จำนวน 516 หลัง และสัญญา กลุ่ม C จำนวน 538 หลัง หลังจากนี้อาจพิจารณาเปิดประกวดราคาหาเอกชนเข้ามาดำเนินการดูแลใหม่ ซึ่งอยู่ระหว่างพิจารณาจะสามารถดำเนินการได้ทันทีหรือไม่หรือต้องรอให้ข้อยุติระหว่าง กทม.และเอกชนเจ้าของสัญญาเดิม ซึ่งต้องพิจารณาเพื่อไม่ให้การหาเอกชนดำเนินการใหม่กระทบกับปัญหาที่ กทม.และเอกชนรายเดิมอยู่ระหว่างแก้ไข เพื่อให้สามารถดูแลและให้บริการประชาชนได้ตามปกติ

ผลกระทบ
ด้านบวก
- การแก้ปัญหาไฟฟ้าส่องสว่างและดูแลบำรุงรักษาศาลาที่พักผู้โดยสารรถประจำทางในกรุงเทพฯ
ด้านลบ
- ตั้งแต่ปี 56 ที่มีการร้องเรียนจากประชาชนว่าการดำเนินการของเอกชน กรณีการติดตั้งป้ายโฆษณาที่มาคู่กับศาลาที่พักผู้โดยสารกีดขวางการสัญจรของประชาชน สจส. ได้แจ้งให้ระงับการติดตั้งป้ายโฆษณาประชาสัมพันธ์ตามสัญญาทั้งหมดจึงทำให้บริษัทได้รับความเสียหาย ทำให้เกิดปัญหาระหว่างกัน จึงยังไม่สามารถยกเลิกสัญญาเมื่อครบ 3 ปีแรกได้ ส่งผลให้ไฟตามป้ายรถเมล์มืดอาจสร้างความไม่ปลอดภัยให้ประชาชน

ข้อคิดเห็น
- สำนักการจราจรและขนส่ง และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ผลการเจรจาหาข้อสรุปกับบริษัทเอกชนเรื่องศาลาที่พักผู้โดยสาร

 

12. สั่งทุก สน.เข้มงวดตรวจตึกร้าง ป้องกันเหตุอาชญากรรม
1 ฉบับ เดลินิวส์
รายละเอียด
- พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. กล่าวหลังนำกำลังเจ้าหน้าที่ตรวจสอบบริเวณอาคารวัฏจักร ซึ่งเป็นอาคารร้างตั้งอยู่ริมถนนบรมราชชนนีขาออก เขตตลิ่งชัน เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติมคดีนักท่องเที่ยวสาวชาวออสเตรเลีย แจ้งความว่าถูกคนขับรถสามล้อเครื่องกับเพื่อนรวม 2 คน ล่อลวงไปข่มขืนภายในบริเวณอาคารดังกล่าวว่า จากการตรวจสอบพื้นที่ คาดมีการนำสุภาพสตรีมาก่อเหตุในบริเวณดังกล่าวแล้วหลายราย เบื้องต้นจะปิดทางเข้าอาคารให้เร็วที่สุด เพื่อปิดโอกาสเกิดเหตุอาชญากรรม หรือเหตุข่มขืน พร้อมสั่งการทุกพื้นที่นครบาลให้เพิ่มความเข้มงวดและปฏิบัติอย่างจริงจังในการสุ่มตรวจในแต่ละพื้นที่ เช่น จัดการในพื้นที่รกร้างในที่มืด โดยจะประสาน กทม.ขอความร่วมมือในส่วนนี้ด้วย
- นางพรทิพย์ วัชรินทร์ดิลก ผอ.เขตตลิ่งชัน กล่าวว่า เขตฯ จะประสานเจ้าของพื้นที่ติดตั้งกล้องวงจรปิด ทำประตูปิดเปิดทางเข้า-ออก พร้อมทั้งติดไฟส่องสว่างตามจุดต่างๆ เพิ่มเติม และต้องมีหน่วยรักษาความปลอดภัยเฝ้าตลอด 24 ชั่วโมง

ผลกระทบ
ด้านบวก
- การประสานความร่วมมือในการตรวจสอบอาคารพื้นที่รกร้างมืดเปลี่ยว เพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชน
ด้านลบ
- จากข้อมูลของ สนย.พบว่าในปี 58กรุงเทพฯ มีอาคารร้างทั้งหมด 41 โครงการ หรือ 67 อาคาร ส่วนใหญ่เป็นคอนโดมิเนียมขนาดใหญ่และสูง

ข้อคิดเห็น
- สำนักการโยธา สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การตรวจสอบอาคารร้างในพื้นที่กรุงเทพฯ เพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชน

 

13. เขตพญาไทพร้อมหารือกรณีคัดค้านสร้างคอนโดมิเนียม-บ้านประชารัฐ ซอยพหลโยธิน 11
1 ฉบับ เดลินิวส์
รายละเอียด
- นางเกศสุภา อรวรรณสกุล ผช.ผอ.เขตพญาไท กล่าวกรณีกลุ่มชุมชนอนุรักษ์พญาไท (ชอพ.) คัดค้านการก่อสร้างคอนโดมิเนียมขนาดใหญ่ของเอกชนและโครงการบ้านธนารักษ์ประชารัฐบริเวณพื้นที่ซอยพหลโยธิน 11 (ซอยอารีย์) ว่า เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. กลุ่มชุมชนได้ประชุมและร้องขอให้เขตลงพื้นที่ เพื่อรังวัดแนวเขตทาง ซึ่งเขตได้ลงพื้นที่วัดหน้าถนนเรียบร้อยแล้ว พบแนวเขตทาง หรือหน้าถนนในซอยพหลโยธิน 11 กว้าง 10-13 เมตร อย่างไรก็ตาม จะตรวจสอบรายละเอียด หลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่วัดหน้าถนนในวันที่ 13 ธ.ค.อีกครั้ง
- กรณีชาวบ้านร้องขอให้ออกไปรังวัด เป็นหน้าที่ของกรมที่ดินที่จะเข้าไปรังวัดหน้าโฉนดในพื้นที่ที่มีเจ้าของส่วนถนนสาธารณะไม่สามารถรังวัดได้ เพราะไม่มีหน้าโฉนด การดำเนินการทำได้เพียงวัดหน้าถนนที่สำนักงานเขตได้ดำเนินการไปแล้วเท่านั้น สำหรับการก่อสร้างอาคารสูง 32 ชั้น เอกชนผู้เป็นเจ้าของจะต้องขออนุญาตก่อสร้างกับ สนย. เนื่องจากเขตมีอำนาจอนุญาตก่อสร้างอาคารสูงไม่เกิน 8 ชั้น อย่างไรก็ตามเขตพร้อมจะร่วมหารือเจรจา พร้อมทั้งวัดหน้าถนนอีกครั้งและชี้แจงรายละเอียด รวมทั้งแสดงเอกสารการวัดหน้าถนนกับประชาชน เพื่อหาทางออกร่วมกัน
- นายนพดล ฉายปัญญา ผอ.กองควบคุมอาคาร สนย. กล่าวว่า จากการตรวจสอบการใบขออนุญาตก่อสร้างในพื้นที่ซอยพหลโยธิน 11 พบขณะนี้มีการขอก่อสร้างเพียงอาคารที่อยู่อาศัยขนาด 8 ชั้น 2 หลัง ซึ่งในการก่อสร้างสำนักงานเขตสามารถอนุญาตการก่อสร้างได้หากแนวเขตทางมีขนาดความกว้างตั้งแต่ 6 เมตรขึ้นไป ส่วนการขออนุญาตก่อสร้างคอนโด มีเนียมที่พักอาศัยขนาดใหญ่ 32 ชั้น เป็นการก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่พิเศษยังไม่ได้ยื่นขออนุญาตก่อสร้างมายัง สนย.หากยื่นเรื่องขออนุญาต สนย.จะลงพื้นที่เพื่อวัดหน้าถนนอีกครั้งว่าความกว้างในถนนสาธารณะเป็นไปตามกฎหมายกำหนดคือ ต้องไม่น้อยกว่า 12 เมตร ยืนยันกรณีจะอนุญาตให้ก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ได้เจ้าหน้าที่จะต้องลงพื้นที่และวิเคราะห์รายละเอียดอย่างรอบคอบ
- นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ราชพัสดุที่กรมธนารักษ์ให้เอกชนเข้ามาสร้างอสังหาริมทรัพย์ (โครงการบ้าน ธนารักษ์ประชารัฐ) ที่คิดค่าเช่าราคาถูกให้กับข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีรายได้น้อย และได้หารือร่วมกับ กทม.แล้วว่าดำเนินการก่อสร้างได้ อย่างไรก็ตาม พื้นที่ดังกล่าวเข้า-ออกได้หลายทาง ซึ่งไม่ส่งผลกระทบกับชุมชนเดิม ประกอบกับข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ได้รับสิทธิอยู่อาศัยครั้งนี้เป็นผู้มีรายได้น้อย ไม่มีรถยนต์ส่วนตัว ซึ่งไม่ได้ทำให้ชุมชนเดิมที่มีอยู่เกิดความแออัด หรือได้รับผลกระทบด้านจราจร แต่หากชุมชนกังวล พร้อมจะส่งเจ้าหน้าที่เข้าร่วมหารือถึงผลกระทบดังกล่าว เพื่อหาทางออกร่วมกัน

ผลกระทบ
ด้านบวก
- หลักเกณฑ์การขออนุญาตก่อสร้างอาคาร ตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2533
- การวัดแนวเขตทางของเขตจะวัดตั้งแต่แนวกำแพงด้านหนึ่งของถนนไปถึงแนวกำแพงอีกด้านหนึ่ง แต่ที่ชาวบ้านวัดได้ 8.9 เมตร อาจวัดเฉพาะหน้าถนนบริเวณริมทางเท้า ทั้งนี้ กรณีแนวเขตทางหายไปทำให้ขนาดความกว้างลดลงนั้น เนื่องจากประชาชนมักก่อสร้างกำแพงกินพื้นที่เข้ามาในแนวเขตทางสาธารณะ ซึ่งผิดกฎหมาย
ด้านลบ
- กลุ่มชุมชนอนุรักษ์พญาไท ร่วมกับตัวแทนชุมชนในซอยพหลโยธิน 5, 7, 9, 11 คัดค้านขนาดใหญ่ของเอกชน และโครงการบ้านธนารักษ์ประชารัฐบริเวณพื้นที่ซอยพหลโยธิน 11 เนื่องจากซอยคับแคบ หากมีการก่อสร้างจะกระทบต่อชีวิตความ เป็นอยู่ของชาวชุมชนตั้งแต่การจราจรและความปลอดภัย หากเกิดเพลิงไหม้

ข้อคิดเห็น
- สำนักการโยธา สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ชี้แจงกรณีการอนุญาตก่อสร้างคอนโดมิเนียมและบ้านธนารักษ์ประชารัฐในซอยพหลโยธิน 11

 

14. สรุปแบบปรับปรุง BTS ตากสิน
1 ฉบับ ผู้จัดการรายวัน 360
รายละเอียด
- นายชายชาติ ทิพย์สุนาวี ปลัดกระทรวงคมนาคม (คค.) กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมได้เร่งรัดให้กรมทางหลวงชนบท (ทช.) หารือกับ กทม. เพื่อสรุปรูปแบบการปรับปรุงสถานีรถไฟฟ้า BTS สถานีสะพานตากสิน (S6) ซึ่งหลักการจะไม่มีการฝากสะพานตากสินและไม่มีการฝากโครงสร้างใดๆ ให้กระทบต่อตัวสะพานเดิม และให้มีผลกระทบต่อการจราจรน้อยที่สุด ขณะนี้อยู่ระหว่างหารือรายละเอียด คาดจะได้ข้อสรุปในเร็วๆ นี้
- นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน อธิบดี ทช. กล่าวว่า กทม. และ บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (BTSC) ได้นำเสนอรูปแบบการปรับปรุงสถานีสะพานตากสิน (S6) เพื่อทำเป็นรถไฟทางคู่ ได้ข้อสรุปร่วมกันเบื้องต้นแล้ว โดยการวางรางรถไฟเพิ่ม จะต้องขยายชานชาลาเพิ่มออกมาด้วย ซึ่งจะเกินเข้าไปในพื้นที่สะพานตากสิน 1 ช่องจราจร ระยะทางประมาณ 250 เมตร ขณะที่โครงสร้างของรถไฟฟ้าจะลอยอยู่เหนือสะพานตากสิน โดยไม่มีการทุบสะพานตากสินแต่อย่างใด การออกแบบดังกล่าวจะทำให้ช่องจราจรด้านในของสะพานตากสินทั้งสองฝั่งๆ ละ 1 ช่องจราจร ไม่สามารถใช้ได้ เป็นระยะทาง 250 เมตร ดังนั้น จะมีการขยายสะพานฝั่ง ด้านแม่น้ำออกไป 1 ช่องจราจรเพื่อทดแทนช่องจราจรที่ใช้ไม่ได้ ทำให้สะพานตากสินยังมี 3 ช่องจราจรเท่าเดิม โดยไม่มีการทุบสะพานตากสิน หรือกระทบต่อโครงสร้างเดิม
- กทม. และ BTSC จะเป็นผู้ลงทุนในการปรับปรุงโครงสร้างทั้งหมด โดย กทม.และ BTSC จะต้องขยาย 1 ช่องจราจรของสะพานตากสินด้านข้างให้เสร็จก่อน จึงจะปิดเลนในของสะพาน เพื่อก่อสร้างและขยาย รางรถไฟฟ้า โดยนัดหารือกับ กทม.และ BTSC อีกครั้งภายในเดือน ธ.ค.นี้ หากได้ข้อสรุปเรื่องรายละเอียดของแบบแล้วจะมีการนำเสนอต่อนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คค.ต่อไป

ผลกระทบ
ด้านบวก
- การหาข้อสรุปรูปแบบปรับปรุงสถานีรถไฟฟ้า BTS สถานีสะพานตากสิน โดยไม่ให้กระทบต่อตัวสะพานเดิม และส่งผลกระทบต่อการจราจรในพื้นที่

ข้อคิดเห็น
- สำนักการจราจรและขนส่ง และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ผลการหาข้อสรุปรูปแบบการปรับปรุงสถานีรถไฟฟ้า BTS สถานีสะพานตากสิน (S6)

 

15. เริ่มจ่ายเงินช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย
5 ฉบับ เดลินิวส์, โพสต์ทูเดย์, มติชน, แนวหน้า, ไทยโพสต์
รายละเอียด
- นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.กระทรวงการคลัง กล่าวถึงความคืบหน้าการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนรับสวัสดิการของรัฐรายละ 1,500 บาท และ 3,000 บาทว่า สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ประกอบด้วย ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เริ่มจ่ายเงินให้ผู้มาลงทะเบียนทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 9 ธ.ค.59 เป็นต้นไป คาดจะสามารถดำเนินการจ่ายเงินทั้งหมดได้ภายในสิ้นปี 59
- นายพรชัย ฐีระเวช รผอ.สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า ยอดผู้ที่จะได้รับสวัสดิการของรัฐครั้งนี้ มีผู้ได้รับเงินจากรัฐบาล 8.04 ล้านราย จากจำนวน ผู้มาลงทะเบียนรายได้น้อยทั้งหมด 8.27 ล้านรายเนื่องจากมีบางส่วนไม่ผ่านคุณสมบัติผู้มีรายได้น้อย เช่น มีรายได้เกิน 100,000 บาท/ปี คิดเป็น 240,000 ราย เพราะกรมสรรพากรได้ตรวจสอบการเสียภาษีทั้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและการเสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย กรณีที่มีรายได้จากอัตราดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร ผลตอบแทนจากหุ้นกู้ หรือพันธบัตร นอกจากนี้ ยังพบมีผู้มาลงทะเบียนและเสียชีวิตไปแล้วอีก 9,600 คน และเป็นบุคคลต่างด้าวอีก 400-500 คน โดยคุณสมบัติการลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยกำหนดต้องเป็นคนสัญชาติไทยอายุ 18 ปี ขึ้นไป ว่างงาน หรือมีรายได้ไม่เกิน 1 แสนบาท/ปี

ผลกระทบ
ด้านบวก
- การจัดสวัสดิการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย เพื่อแบ่งเบาภาระให้ประชาชน

ข้อคิดเห็น
- สำนักพัฒนาสังคม สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การจ่ายเงินช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนรับสวัสดิการของรัฐ

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

1. พิจารณาเงินโบนัสเพิ่มขวัญ-กำลังใจ ขรก.กทม.
www.facebook.com/NationTV22
https://www.facebook.com/NationChannelTV?fref=nf
113 ความคิดเห็น

- ร้อยละ 68 ของผู้แสดงความคิดเห็น ตั้งข้อสังเกตกรณีผู้บริหาร กทม. อยู่ระหว่างการพิจารณาเงินรางวัลประจำปี (โบนัส) ให้แก่ข้าราชการและลูกจ้าง กทม. นั้น หน่วยงานราชการไม่ได้มีผลกำไรในการประกอบการ เหตุใดจึงต้องมีการให้เงินโบนัส ทั้งที่ควรนำงบประมาณที่มาจากภาษีของประชาชนไปใช้ในการพัฒนากรุงเทพฯ และแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้ประชาชนมากกว่า
- ร้อยละ 32 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า การให้โบนัสแก่ข้าราชการและลูกจ้างเป็นการเพิ่มขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงาน โดยเฉพาะพนักงานรักษาความสะอาดที่ต้องทำงานอย่างหนัก ขณะที่ กทม. ควรปรับปรุงการให้บริการให้มีความสะดวก รวดเร็ว และสร้างความประทับใจให้กับประชาชน

ข้อเสนอแนะ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์หลักเกณฑ์การพิจารณาจัดสรรเงินรางวัลประจำปีให้แก่ข้าราชการและลูกจ้าง กทม.

 

2. กวดขันจัดระเบียบผู้ค้าบนทางเท้า
www.facebook.com/กลุ่มคนไทยไม่เอาหาบเร่แผงลอย
https://www.facebook.com/saynostall?fref=ts
38 ความคิดเห็น

- ร้อยละ 54 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า การจัดระเบียบผู้ค้าบนทางเท้าในพื้นที่กรุงเทพฯ จะประสบความสำเร็จได้นั้น เจ้าหน้าที่เทศกิจต้องกวดขันดูแลพื้นที่ที่จัดระเบียบไปแล้วอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งรณรงค์ห้ามซื้อ-ขายสินค้าบนทางเท้า และดำเนินการเอาผิดกับ ผอ.เขตพื้นที่ที่มีผู้ค้ากลับมาอีก
- ร้อยละ 46 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า ขณะนี้ทางเท้าในกรุงเทพฯ หลายพื้นที่ที่ กทม. ดำเนินการจัดระเบียบไปแล้ว เริ่มมีผู้ค้ากลับมาอีก อาทิ สีลม หน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง ตลาดห้วยขวาง ประตูน้ำ ฯลฯ ซึ่งเกิดจากความมักง่ายของผู้ซื้อและผู้ขาย รวมทั้งการปล่อยปละละเลยของผู้มีหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย

ข้อเสนอแนะ สำนักเทศกิจ สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การกวดขันจัดระเบียบผู้ค้าบนทางเท้าในพื้นที่ที่ดำเนินการจัดระเบียบไปแล้ว รวมทั้งการรณรงค์งดซื้อ-ขายสินค้าบนทางเท้า

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

1.น้อมนำพระราชดำริสานต่อแก้ปัญหาเมือง
1ฉบับ ข่าวสด
รายละเอียด
-นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รผว.กทม กล่าวว่า โครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นอกจากการแก้ปัญหาจราจรบริเวณโรงพยาบาลศิริราช บ้านช่างหล่อ และอรุณอมรินทร์ ที่ กทม.ดำเนินการแล้ว ยังมีโครงการพระราชดำริด้านอื่นๆ ซึ่งมีทั้งโครงการที่ กทม.ดำเนินการเองและหน่วยงานอื่นดำเนินการ แต่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ 59 โครงการ เป็นการแก้ปัญหาน้ำท่วม 13 โครงการ ด้านการเกษตร 7 โครงการ ด้านแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม 2 โครงการ ด้านสาธารณสุข 10 โครงการ ด้านแก้ไขปัญหาจราจร 12 โครงการ และด้านการศึกษา 15 โครงการ เหล่านี้เป็นโครงการที่ กทม.น้อมนำมาดำเนินการ เพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้กับประชาชน

-การแถลงนโยบายของคณะผู้บริหาร กทม.ในวันที่ 14 ธ.ค.นี้ จะเน้นย้ำเรื่องความโปร่งใสโดย พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผว.กทม.กำชับการทำงานของผู้บริหาร กทม.ทุกคน ต้องมีความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ ขณะเดียวกันต้องแจ้งให้ประชาชนทราบขั้นตอนการทำงานของ กทม.โดยให้ประชาชนเข้าไปตรวจสอบ หรือสอบถามความคืบหน้าของโครงการในแต่ละขั้นตอนได้อย่างชัดเจน


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การน้อมนำโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมาใช้ในการดำเนินโครงการของ กทม.เพื่อแก้ปัญหาให้กับประชาชน


ข้อคิดเห็น
- หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ความคืบหน้าของการดำเนินโครงการตามแนวพระราชดำริของ กทม.

 

2.อุโมงค์พัฒนาการ-รามฯ
3 ฉบับไทยโพสต์, มติชน, ข่าวสด
รายละเอียด
-นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รผว.กทม. กล่าวหลังลงพื้นที่ติดตามโครงการก่อสร้างทางลอดถนนพัฒนาการรามคำแหง-ถาวรธวัชว่า โครงการนี้เป็นการแก้ไขปัญหาจุดตัดบริเวณทางแยก เพิ่มประสิทธิภาพการรองรับปริมาณการจราจรของถนนพัฒนาการและโครงข่ายถนนบริเวณใกล้เคียง ซึ่งเริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 21 เม.ย.59 กำหนดแล้วเสร็จ 10 เม.ย.61

-เมื่อเริ่มดำเนินการก่อสร้างพบปัญหาอุปสรรคคือ การไฟฟ้านครหลวงไม่สามารถปักเสาไฟฟ้าใหม่ 127 ต้น พร้อมแนวสายสื่อสารและโทรคมนาคม เนื่องจากติดแนวท่อประปาบริเวณทางเท้า กทม.ได้เชิญ บมจ.ทีโอที การประปานครหลวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาประชุมเพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาอุปสรรคต่างๆ ร่วมกัน เชื่อมั่นโครงการจะสามารถก่อสร้างได้แล้วเสร็จตามเวลาที่กำหนด และเป็นตัวอย่างให้แก่โครงการอื่นๆ ต่อไป


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การพัฒนาโครงข่ายการจราจรบริเวณถนนพัฒนาการ-รามคำแหง-ถาวรธวัช เพื่อแก้ปัญหาจุดตัดบริเวณทางแยกและบรรเทาปัญหาจราจรติดขัด
ด้านลบ
-ผลการสำรวจปริมาณรถในบริเวณดังกล่าวตั้งแต่ปี 57-59 พบมีปริมาณรถเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องขณะที่อัตราความเร็วของรถบริเวณ ถนนพัฒนาการทั้งฝั่งขาเข้าและขาออกเฉลี่ยลดลงอย่างต่อเนื่อง


ข้อคิดเห็น
-สำนักการโยธา และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การเร่งรัดดำเนินโครงการก่อสร้างอุโมงค์ทางลอดพัฒนาการ-รามคำแหง

 

3.เตรียมตั้ง “กองทุนสุขภาพท้องถิ่น”
1 ฉบับ ไทยโพสต์
รายละเอียด
-นางวันทนีย์ วัฒนะ รป.กทม. ในฐานะกรรมการวิสามัญศึกษาแนวทางการจัดตั้งกองทุนสุขภาพท้องถิ่น กทม. สภา กทม. กล่าวถึงการจัดตั้งกองทุนสุขภาพท้องถิ่น กทม.ว่า อยู่ระหว่างพิจารณารายละเอียด ซึ่งต้องใช้ความรอบคอบมาก เนื่องจากบริบทของกรุงเทพฯ แตกต่างกับต่างจังหวัดอย่างสิ้นเชิง การดำเนินงานของกองทุนสุขภาพท้องถิ่น กทม.จึงต้องมีความรอบคอบมากเป็นพิเศษ ซึ่งต้องหารืออีกครั้งเพื่อให้เกิดความโปร่งใส ยืนยันในอนาคต คนกรุงเทพฯ จะมีกองทุนสุขภาพท้องถิ่น กทม.เหมือนกับจังหวัดต่างๆ


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การจัดตั้งกองทุนสุขภาพท้องถิ่น กทม. เพื่อส่งเสริมการดูแลและสร้างเสริมสุขภาพคนกรุงเทพฯ
ด้านลบ
-พื้นที่ต่างจังหวัดมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) เข้ามาดูแลงบประมาณการส่งเสริมและสร้างเสริมสุขภาพ แต่กรุงเทพฯ ไม่มีหน่วยงานดังกล่าว ขณะที่ กทม. ต้องรับผิดชอบประชากรมากกว่า 6 ล้านคน ซึ่งเป็นประชากรตามทะเบียนราษฎรและประชากรแฝง โดย กทม.มีภาระที่จะต้องดูแลคนกลุ่มนี้ทั้งหมด


ข้อคิดเห็น
-สำนักอนามัย และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การศึกษาแนวทางการจัดตั้งกองทุนสุขภาพท้องถิ่น กทม.

 

4.จัดซื้อรถผลิตน้ำพร้อมให้ความช่วยเหลือภัยแล้ง-น้ำท่วม
1 ฉบับเดลินิวส์
รายละเอียด
-นายสมพงษ์ เวียงแก้ว รผอ.สนน. กล่าวถึงการจัดซื้อรถบรรทุกระบบผลิตน้ำสะอาดดื่มได้จำนวน 4 คัน ว่า รถดังกล่าวสามารถนำน้ำทั้งจากแหล่งน้ำธรรมชาติ เช่น ตามคลองบึง หรือต่อจากน้ำประปามาเข้าเครื่องผลิตน้ำที่อยู่ในรถดังกล่าวให้เป็นน้ำสะอาดที่สามารถดื่มได้ เพื่อใช้สำหรับให้บริการประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ประสบปัญหาความเดือดร้อนจากภัยแล้งหรือน้ำท่วม

-การจัดซื้อรถดังกล่าวมาใช้ เนื่องจาก สนน. เห็นว่าจากช่วงที่มีวิกฤติใหญ่ เช่น กรณีน้ำท่วมเมื่อปี 2554 เกิดปัญหาน้ำขาดแคลน ซึ่งไม่เพียงเฉพาะประชาชนทั่วไปเท่านั้น เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานก็ได้รับผลกระทบจึงจำเป็นที่ต้องมีรถดังกล่าวเพื่อนำไปสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และยังสามารถนำไปใช้งานได้ทั้งในภาวะปกติที่มีการจัดกิจกรรมใหญ่ๆ ในพื้นที่ต่างๆ ได้ด้วย


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การให้บริการผลิตน้ำสะอาดสำหรับการอุปโภคบริโภค เพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจากภัยแล้ง หรือน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯ
ด้านลบ
-ที่ผ่านมาในพื้นที่กรุงเทพฯ ประสบทั้งปัญหาภัยแล้งอย่างรวดเร็ว ขณะที่ฤดูฝนบางพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน รวมถึงเกิดสภาวะน้ำเค็มหนุนสูงในแม่น้ำเจ้าพระยาส่งผลให้ประชาชนเกิดภาวะขาดแคลนน้ำสะอาด เพื่อการอุปโภคบริโภคในหลายพื้นที่ กระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชนและสัตว์เลี้ยง


ข้อคิดเห็น
-สำนักการระบายน้ำ และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การให้บริการรถน้ำดื่มแก่หน่วยงานต่างๆ

 

5.จัดระเบียบผู้ค้า-ยกเลิกจุดผ่อนผัน รอบอนุสาวรีย์ชัยฯ
2 ฉบับ เดลินิวส์, ไทยรัฐ
รายละเอียด
-รายงานข่าวจากการดำเนินโครงการจัดระเบียบรถตู้โดยสารรอบพื้นที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งมีการย้ายวินรถตู้โดยสารออกจากพื้นที่อนุสาวรีย์ชัยฯ ไปยังสถานีขนส่งจุดต่าง ๆ นั้น กทม.ได้วางแนวทางจัดระเบียบพื้นที่ทางเท้าโดยรอบพื้นที่ให้สอดคล้องกับการจัดระเบียบรถตู้โดยสาร เพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย ประชาชนได้รับความสะดวกในการสัญจรมากที่สุด

-จำนวนผู้ค้าบริเวณโดยรอบอนุสาวรีย์ชัยฯ ที่มีการลงทะเบียนอย่างถูกต้อง 437 ราย ขณะนี้สำนักงานเขตราชเทวีได้เสนอแผนการจัดระเบียบพื้นที่ดังกล่าว โดยการยกเลิกจุดผ่อนผันห้ามผู้ค้าตั้งวางแผงค้าในพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งอยู่ระหว่างเสนอ ผว.กทม. ลงนามยกเลิกจุดดังกล่าวอย่างเป็นทางการ หลังลงนามยกเลิกจุดผ่อนผันแล้ว เขตฯ จะแจ้งผู้ค้าและกำหนดระยะเวลาการย้ายออกจากพื้นที่ภายในเวลา 30 วัน หลังการยกเลิกจุดผ่อนผัน คาดจะสามารถกำหนดห้ามผู้ค้าตั้งวางแผงค้าโดยรอบอนุสาวรีย์ชัยฯ ได้ภายในสิ้นเดือน ม.ค. 60 นี้


ผลกระทบ
ด้านบวก
-นโยบายจัดระเบียบผู้ค้า เพื่อคืนพื้นที่ทางเท้าให้ประชาชนสัญจรได้อย่างสะดวกและปลอดภัย
ด้านลบ
-ปัจจุบันทางเท้ารอบอนุสาวรีย์ชัยฯในพื้นที่ทั้ง 4 เกาะ ได้แก่ เกาะพญาไท ดินแดง พหลโยธิน และราชวิถี เป็นจุดผ่อนผันชั่วคราวที่ กทม. อนุญาตให้ผู้ค้าสามารถตั้งวางแผงค้าบนทางเท้าในช่วงเวลาที่กำหนดได้ทั้งสิ้น 10 จุด โดยตั้งวางแผงค้าตลอดทั้งวันตั้งแต่เวลา 10.00-24.00 น. แต่ยังพบการตั้งวางแผงค้าของผู้ค้าส่งผลต่อประชาชนผู้ใช้ ทางเท้าและการตั้งวางแผงค้าของผู้ค้าไม่เป็นไปตามกรอบข้อกำหนดของ กทม.


ข้อคิดเห็น
-สำนักเทศกิจ สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การยกเลิกจุดผ่อนผันรอบอนุสาวรีย์ชัยตลอด 24 ชั่วโมง

 

6.หารือแนวทางโอนรถไฟฟ้าสายสีเขียว
2 ฉบับมติชน, กรุงเทพธุรกิจ
รายละเอียด
- นายพีระยุทธ สิงห์พัฒนากุล ผู้ว่าการ รฟม. กล่าวว่าได้เสนอบอร์ด รฟม.เกี่ยวกับทางออกในการโอนการบริหารเดินรถส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีเขียวใต้ ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ และสายสีเขียวเหนือ- หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ให้กับ กทม. ตามมติคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) หากมีอุปสรรคทำให้โอนไม่ได้จะมีแนวทางออกอย่างไร โดยจะนำประเด็นนี้เข้าหารือในที่ประชุมคณะกรรมการประเมินมูลค่าหนี้สินและทรัพย์สินที่มีนายพีระพล ถาวรสุภเจริญ รองปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในสัปดาห์หน้า

-หากยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ในระยะสั้น รฟม.เสนอให้ กทม.เช่ารางจาก รฟม. เพื่อให้เปิดเดินรถ ช่วงแบริ่ง-สำโรง 1 สถานี ภายในเดือน มี.ค.60 หรือหากไม่สามารถตกลงกันได้ รฟม.พร้อมจะเข้ามาบริหารจัดการเดินรถเอง โดยอาจเจรจาว่าจ้าง บมจ. ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (BTSC) โดยตรง แต่จะต้องพิจารณาในข้อกฎหมายและได้ข้อสรุปที่ชัดเจนก่อน


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การบริหารจัดการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวใต้ ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการและสายสีเขียวเหนือ ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต


ข้อคิดเห็น
-สำนักการจราจร และขนส่งและกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การพิจารณาหาแนวทางรับโอนการบริหารเดินรถส่วนต่อขยายรถไฟฟ้า สายสีเขียวใต้ ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการและสายสีเขียวเหนือ ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต

 

7.แก้ปัญหาจราจรถนนลาดพร้าว
1 ฉบับ เดลินิวส์
รายละเอียด
- พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รอง ผบช.น. กล่าวว่า บช.น.ได้เสนอในที่ประชุมคณะอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาการจราจรในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อเสนอขอความร่วมมือจาก กทม. ให้ดำเนินการติดตั้งรั้วกั้นถาวรบริเวณถนนลาดพร้าวช่วงสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินลาดพร้าว นอกจากนี้ ได้เสนอขอปรับกายภาพบริเวณปากซอยลาดพร้าว 23 ใกล้เคียงกับแยกรัชดา-ลาดพร้าว โดยขอปาดทางเท้าเพื่อเพิ่มผิวการจราจรเพิ่มเติม โดยทั้ง 2 จุด บช.น.ต้องการให้ดำเนินการอย่างเร่งด่วนที่สุด เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรในถนนลาดพร้าว


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การประสานความร่วมมือในการปรับกายภาพถนน เพื่อแก้ปัญหาจราจรในถนนลาดพร้าว และพื้นที่ต่อเนื่อง
ด้านลบ
-บริเวณถนนลาดพร้าวช่วงสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินลาดพร้าว มีปัญหารถสาธารณะจอดส่งผู้โดยสารไม่เป็นระเบียบ อีกทั้งจุดดังกล่าวเป็นจุดที่ใกล้กับแยกรัชดา-ลาดพร้าว เป็นจุดสำคัญที่ต่อเนื่องกับแยกรัชโยธิน หากการจราจรสะดุดจะส่งผลกระทบในหลายเส้นทาง


ข้อคิดเห็น
-สำนักการโยธา และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินการปรับกายภาพถนน เพื่อแก้ปัญหาการจราจร ในถนนลาดพร้าวและพื้นที่ต่อเนื่อง

 

8.ศธ.สั่งปรับปรุงเนื้อหาหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์
5 ฉบับไทยรัฐ, ไทยโพสต์,สำนักข่าวแห่งชาติ, มติชน, ข่าวสด
รายละเอียด
-นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า ได้หารือร่วมกับผู้บริหารองค์กรหลักของ ศธ. เพื่อปรับปรุงเนื้อหาในหนังสือเรียนวิชาที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยให้มีความถูกต้องและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน แบ่งเป็น 2 ระยะ คือระยะแรก ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2559 ให้แต่ละสังกัดรับผิดชอบพิมพ์เอกสารแทรก หรือจัดทำเอกสารประกอบ เพื่อให้ครูนำไปใช้ในการเรียนการสอนอย่างถูกต้องและเป็นปัจจุบัน ส่วนในปีการศึกษา 2560 หนังสือทุกเล่มต้องมีเนื้อหาที่ถูกต้องสมบูรณ์เป็นปัจจุบัน โดยจะเพิ่มเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ในส่วนการขึ้นทรงราชย์ของรัชกาลที่ 10 และการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การตรวจสอบเนื้อหาการเรียนการสอนในแต่ละรายวิชาที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ทั้งหมด และเร่งดำเนินการปรับปรุงเนื้อหาต่าง ๆ ให้มีความถูกต้องและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน


ข้อคิดเห็น
-สำนักการศึกษา และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การปรับปรุงเนื้อหาในหนังสือเรียนวิชาที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยให้มีความถูกต้องและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

1. จัดระเบียบผู้ค้าบนทางเท้าย่านเยาวราช
www.facebook.com/กลุ่มคนไทยไม่เอาหาบเร่แผงลอย
https://www.facebook.com/saynostall?fref=ts
51 ความคิดเห็น

- ร้อยละ 79 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า ขอสนับสนุนให้ กทม. ดำเนินการจัดระเบียบผู้ค้าบนทางเท้าบริเวณเยาวราช เนื่องจากมีการตั้งแผงค้า รถเข็น โต๊ะและเก้าอี้ กีดขวางทางสัญจรของประชาชนมานาน ทั้งยังสร้างความสกปรกและความไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยให้พื้นที่
- ร้อยละ 21 ของผู้แสดงความคิดเห็น ตั้งข้อสังเกตการจัดระเบียบผู้ค้าบนทางเท้าบริเวณเยาวราชอาจทำได้ยาก เพราะมีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง

ข้อเสนอแนะ
สำนักเทศกิจ สำนักงานเขตสัมพันธวงศ์ และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์แนวทางการจัดระเบียบผู้ค้าบนทางเท้าบริเวณถนนเยาวราช

 

2. ปรับปรุงทางเท้าในกรุงเทพฯ
www.facebook.com/เฮ้ยนี่มันฟุตบาทไทยแลนด์
https://www.facebook.com/thailandfootpath
47 ความคิดเห็น

- ร้อยละ 58 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า กทม. ควรปรับปรุงทางเท้าในกรุงเทพฯ ให้น่าเดิน มีต้นไม้ให้ร่มเงาและมีถังขยะ เพื่อความสะอาด สวยงาม เป็นระเบียบเรียบร้อยของพื้นที่ และทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่น่าอยู่
- ร้อยละ 42 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า ขณะนี้ทางเท้าหลายพื้นที่มีสภาพชำรุด เช่น บริเวณแยกลำสาลี รวมทั้งมีการนำขยะมากองไว้บนทางเท้า สร้างความสกปรกให้พื้นที่

ข้อเสนอแนะ
สำนักการโยธา สำนักสิ่งแวดล้อม สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การปรับปรุงทางเท้าในกรุงเทพฯ ให้ราบเรียบ ร่มรื่น และน่าเดิน รวมทั้งการเพิ่มถังขยะในที่สาธารณะ

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

1.ปี 60 สภา กทม. มุ่งแก้ไขเรื่องร้องเรียน
1 ฉบับ แนวหน้า
รายละเอียด
-ร.ต.ต.เกรียงศักดิ์ โลหะชาละ ประธานสภา กทม. กล่าวถึงแนวทางการดำเนินงานของสภา กทม. ในปี 60 ว่า จะประสานความร่วมมือ 3 ฝ่าย ทั้งสภา กทม. ฝ่ายบริหาร แลฤะข้าราชการประจำ เพื่อร่วมผลักดันการพัฒนากรุงเทพฯ เชื่อมโยงนโยบายของรัฐบาลกับภารกิจของ กทม. โดยจะลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานของฝ่ายบริหารอย่างใกล้ชิดรวมทั้งติดตามโครงการที่คั่งค้างของหน่วยงานต่างๆ ตามภารกิจของ กทม. เพื่อให้คนกรุงเทพฯ มีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความสุข

-ในปีนี้จะมุ่งเน้นการรับฟังและแก้ไขปัญหาของประชาชน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนทำได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยสภา กทม. จะเสนอไปยังฝ่ายบริหาร เพื่อให้สภา กทม. ช่วยทำงานแก้ไขปัญหาของประชาชนอีกทางหนึ่ง เพื่อให้การดูแลแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนของประชาชนได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การประสานความร่วมมือระหว่างสภา กทม. ฝ่ายบริหารและข้าราชการประจำในการดูแลแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของคนกรุงเทพฯ
ด้านลบ
-ที่ผ่านมาประชาชนมีการร้องเรียนผ่านสภา กทม. มากขึ้น แต่ช่องทางการร้องเรียนผ่านตู้ ปณ.ของสภา กทม. ยังไม่ได้ผลเท่าที่ควร ขณะที่ช่องทางการร้องเรียนผ่านสายด่วน กทม. 1555 ปัจจุบันพบมีการร้องเรียนเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนได้ทันต่อสถานการณ์


ข้อคิดเห็น
- สำนักงานเลขานุการสภา กทม. และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การเปิดช่องทางรับเรื่องร้องเรียนของประชาชนผ่านตู้ ปณ. ของสภา กทม.

 

2.เพิ่มแก้มลิงอีก 12 แห่ง
1 ฉบับ เดลินิวส์
รายละเอียด
-นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รผว.กทม. กล่าวว่า กทม.ได้พยายามหาพื้นที่รองรับน้ำเป็นแก้มลิงตามแนวทางพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อรองรับน้ำในช่วงฤดูฝนและกักเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง ปัจจุบัน กทม. มีแก้มลิงรองรับน้ำในพื้นที่ต่าง ๆ รวม 25 แห่ง สามารถเก็บน้ำได้ 21 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) และมีแนวทางเพิ่มจำนวนแก้มลิงรับน้ำอีก 12 แห่ง โดยพื้นที่บางส่วนเป็นของเอกชนและหน่วยงานภาครัฐ ดังนั้น จะเร่งเจรจาขอใช้พื้นที่จัดทำแก้มลิง หากดำเนินการได้เสร็จสิ้น กทม.จะมีพื้นที่แก้มลิงที่สามารถกักเก็บน้ำเพิ่มขึ้นอีกกว่า 6 ล้าน ลบ.ม.

-กทม. อยู่ระหว่างก่อสร้างพื้นที่แก้มลิงเพิ่มเติม 2 จุดคือ บริเวณบึงน้ำหมู่บ้านสัมมากรและบริเวณสวนน้ำเสรีไทยช่วงคลองรหัส-คลองครุ โดยจะช่วยเก็บน้ำในพื้นที่เขตสะพานสูงและเขตบึงกุ่ม


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การจัดหาพื้นที่รองรับน้ำเพื่อจัดทำแก้มลิงตามแนวทางพระราชดำริ


ข้อคิดเห็น
-สำนักการระบายน้ำ สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์การก่อสร้างแก้มลิง เพื่อรองรับน้ำในพื้นที่กรุงเทพฯ

 

3.เร่งก่อสร้างเขื่อนคลองพระยาราชมนตรี
5 ฉบับ เดลินิวส์, มติชน, สำนักข่าวไทย, ไทยโพสต์, โพสต์ทูเดย์
รายละเอียด
-นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รผว.กทม. กล่าวหลังลงพื้นที่ตรวจการก่อสร้างแนวเขื่อนคลองพระยา ราชมนตรีว่า โครงการดังกล่าวมีระยะทางยาวฝั่งละ 15 กิโลเมตร (กม.) ขณะนี้ กทม. ก่อสร้างเขื่อนในช่วงแรกตั้งแต่คลองสนามชัย-คลองบางบอน ระยะทางยาวสองฝั่งรวม 10 กม. เริ่มการก่อสร้างตั้งแต่ปี 56 แต่การก่อสร้างดำเนินการไปได้ร้อยละ 69 เนื่องจากติดบ้านเรือนประชาชน ทั้งยังมีเอกชนก่อสร้างเขื่อนรุกล้ำพื้นที่สาธารณะระยะทางกว่า 200 เมตร ขณะนี้ กทม.อยู่ระหว่างการเจรจาให้รื้อถอนสิ่งก่อสร้างในพื้นที่คลองสาธารณะภายใน 1 เดือน หากในเดือน ม.ค.60 ประชาชนยังไม่ดำเนินการรื้อถอน กทม. จะเข้ารื้อถอนเองตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

-กทม. จะเร่งดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในปี 60 ส่วนช่วงคลองบางบอน-คลองภาษีเจริญ ระยะทางยาวสองฝั่งรวม 20 กม. จะจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินการก่อสร้างต่อไป


ผลกระทบ
ด้านบวก
-โครงการปรับปรุงระบบระบายน้ำใต้คลองภาษีเจริญ-คลองสนามชัย เพื่อช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่ฝั่งธนบุรี
ด้านลบ
-สาเหตุที่การก่อสร้างล่าช้ากว่าแผนงานที่กำหนดไว้ เนื่องจากมีปัญหาอุปสรรคในการทำงาน เช่น มีแนวเขื่อนเอกชนยาวประมาณ 200 เมตร รุกล้ำที่สาธารณะและไม่ยินยอมให้รื้อถอน ทำให้กีดขวางแนวก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล. บริเวณคลองบางบอนเชื่อมกับคลองพระยาราชมนตรี อีกทั้งบริเวณหลังสถานีสูบน้ำคลองพระยาราชมนตรี พื้นที่เขตบางขุนเทียน มีแนวท่อส่งก๊าซของ ปตท. และแนวสายไฟฟ้าแรงสูงของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ขนาด 230,000 โวลต์ ยาวประมาณ 120 เมตร (ม.) พาดผ่านแนวก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล. ทำให้ไม่สามารถตอกเสาเข็มเขื่อนได้ นอกจากนี้ พบมีสิ่งปลูกสร้างบ้านเรือนประชาชนรุกล้ำพื้นที่ก่อสร้าง 4 หลัง ไม่ยอมรื้อย้ายออก


ข้อคิดเห็น
- สำนักการระบายน้ำ สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การเร่งรัดดำเนินการก่อสร้างเขื่อนคลอง พระยาราชมนตรี

 

4.หาแนวทางเพิ่มรถแท็กซี่คนพิการ
2 ฉบับ ไทยโพสต์, M2F
รายละเอียด
-นายมานิต เตชอภิโชค กรรมการ ผอ.บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (KT)กล่าวว่า ในพื้นที่กรุงเทพฯ มีผู้พิการและผู้สูงอายุที่ต้องใช้วีลแชร์ประมาณ 40,000-60,000 คน ขณะที่ KT มีรถแท็กซี่ที่ให้บริการแก่กลุ่มดังกล่าวเพียง 30 คัน สามารถให้บริการประชาชนได้ประมาณ 10,000 คน ซึ่งไม่เพียงพอต่อความต้องการ จึงมีแนวคิดให้บริษัทเอกชนเข้ามาร่วมให้บริการกับกลุ่มผู้ใช้รถวีลแชร์ซึ่งบริษัทผู้ประกอบการรถแท็กซี่หลายรายให้ความสนใจที่ให้จะให้บริการผู้พิการและคนชรา

-ในส่วนของ KT ยังให้บริการประชาชนโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพราะถือเป็นกิจกรรมเพื่อสังคมของบริษัท อย่างไรก็ตาม การที่จะให้บริษัทเอกชนเข้ามาร่วมในการให้บริการกลุ่มผู้ใช้รถวีลแชร์ต้องเจรจากับ รมว.พม. เพื่อหารือถึงแนวทางการดำเนินการที่ชัดเจน


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การประสานความร่วมมือกับบริษัทแท็กซี่เอกชนในการให้บริการกับกลุ่มผู้ใช้รถวีลแชร์
ด้านลบ
-ที่ผ่านมาผู้พิการและคนชราที่ใช้รถวีลแชร์ร้องเรียนปัญหาการโทรศัพท์จองคิวรถแท็กซี่ที่ต้องใช้ระยะเวลานานมากในการติดต่อผู้ให้บริการ ขณะที่ปัจจุบันมีพนักงานที่ให้บริการทั้งหมด 30 คน


ข้อคิดเห็น
- สำนักการจราจรและขนส่ง บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์แนวทางการเพิ่มจำนวนรถแท็กซี่สำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุที่ต้องใช้วีลแชร์

 

5.เริ่มรื้อสะพานรัชโยธิน
4 ฉบับ
ไทยรัฐ, เดลินิวส์, สำนักข่าวแห่งชาติ, ผู้จัดการรายวัน 360°
รายละเอียด
-พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา รรท.รอง ผบ.ตร. กล่าวหลังประชุมติดตามผลการทดลองปิดสะพานข้ามแยกรัชโยธินว่า หลังจากทดลองปิดสะพานข้ามแยกรัชโยธินเสมือนจริงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ปิดการจราจรบนสะพานข้ามแยกรัชโยธินแบบถาวรต่อเนื่อง โดยจะส่งมอบพื้นที่ให้แก่ผู้รับเหมาเข้ารื้อถอนสะพานข้ามแยกรัชโยธินได้ภายในเวลา 24.00 น. ของวันที่ 6 ธ.ค.59 เป็นต้นไป ซึ่งผู้รับเหมาจะเริ่มนำเครื่องจักรเข้าพื้นที่และจะรื้อถอน ก่อสร้างอุโมงค์ทางลอดและสะพานยกระดับในแนวถนนพหลโยธินใช้เวลา 2 ปี ทั้งนี้ ได้กำชับผู้รับเหมาห้ามวางแบริเออร์ล้ำผิวการจราจร โดยในแนวถนนรัชดาภิเษกจะต้องเหลือด้าน 3 ช่องทางเช่นเดิม ส่วนช่วงกลางคืนหลังเวลา 22.00 น.ไปแล้ว สามารถยืดหยุ่นได้ตามความเหมาะสม และก่อนเวลา 05.00 น. ของวันรุ่งขึ้นจะต้องคืนผิวการจราจรให้ประชาชนสัญจรได้ตามปกติ

-บช.น. ได้เสนอขอปรับกายภาพปาดทางเดินเท้าบริเวณซอยลาดพร้าว 23 เพื่อลดปัญหาขณะรถเลี้ยวต้องใช้พื้นที่มาก ทำให้กระทบรถทางตรงและขอรั้วกั้นถาวรบริเวณสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินลาดพร้าว เพื่อป้องกันรถสาธารณะส่งผู้โดยสารและจอดแช่ ทำให้เสียช่องจราจร ซึ่ง กทม. ได้รับแนวคิดและพร้อมดำเนินการทันที

-นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ช่วยผู้ว่าการ รฟม. ในฐานะ ผอ.โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต กล่าวว่า หลังเวลา 24.00 น. ผู้รับเหมาจะนำเครื่องจักรใหญ่ลงพื้นที่ เนื่องจากเตรียมการไว้นานแล้ว และจะเร่งดำเนินการทันที เพื่อให้แล้วเสร็จภายในเดือน ม.ค.60 จากนั้นจะก่อสร้างอุโมงค์ คาดก่อสร้างแล้วเสร็จเดือน ก.พ.62 และก่อสร้างสะพานรัชโยธินใหม่ในแนวถนนพหลโยธินอีก 1 ปี ซึ่งจะแล้วเสร็จเดือน ก.พ.61 นอกจากนี้ ในถนนพหลโยธินยังมีสะพานอีก 2 สะพานคือ สะพานข้ามแยกเกษตรที่ได้รื้อไปก่อนหน้านี้ จะก่อสร้างแล้วเสร็จปลายปี 60 และสะพานข้ามแยกเสนาที่ กทม.ขอให้ทำเพิ่มอีก 1 สะพาน คาดการก่อสร้างจะแล้วเสร็จในปี 61


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การบริหารจัดการจราจรและมาตรการลดผลกระทบด้านการจราจรระหว่างรื้อถอนสะพานข้ามแยกรัชโยธินและก่อสร้างอุโมงค์ทางลอดแยกทดแทน
ด้านลบ
-ปัญหาการจราจรติดขัดในระหว่างดำเนินการรื้อถอนสะพานข้ามแยกรัชโยธิน


ข้อคิดเห็น
- สำนักการโยธา สำนักการจราจรและขนส่ง และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การสนับสนุนการแก้ไขปัญหาจราจรจากการปิดสะพานข้ามแยกรัชโยธิน

 

6.เตรียมพื้นที่สนามหลวงฝั่งทิศใต้สร้างพระเมรุมาศ
9 ฉบับ แนวหน้า, สยามรัฐ, บ้านเมือง, ไทยรัฐ,กรุงเทพธุรกิจ, เดลินิวส์, ไทยโพสต์, ข่าวสด, สำนักข่าวไทย
รายละเอียด
-นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวถึง ความคืบหน้าการเตรียมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชว่า ได้ลงตรวจพื้นที่สนามหลวงฝั่งทิศใต้ สำหรับจัดสร้างอาคารดำเนินงานเกี่ยวกับการจัดสร้างพระเมรุมาศ 4 โรง คือ โรงขยายแบบ โรงจัดสร้างพระโกศจันทน์ โรงหล่อประติมากรรมเทวดาและสัตว์หิมพานต์ โรงทำสีเทวดาและสัตว์หิมพานต์ ทั้งนี้ กรมศิลปากรจะทำหนังสือถึง กทม. ขอใช้พื้นที่สร้างอาคารดังกล่าวให้เสร็จในเดือน ธ.ค.นี้

-วันที่ 26 ธ.ค. กรมศิลปากรจะประกอบพิธีตรึงหมุดกำหนดจุดกึ่งกลางการจัดสร้างพระเมรุมาศ โดยประสานไปยังเทวสถานโบสถ์พราหมณ์ประกอบพิธีตามแบบโบราณราชประเพณี โดยมี พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน คาดจะตรึงหมุด 9 หมุด เริ่มจากการตรึงหมุดกึ่งกลางสำหรับการจัดสร้างพระเมรุมาศเป็นจุดแรกและเชื่อมโยงไปยังอาคารประกอบต่างๆ คาดการจัดสร้างพระเมรุมาศจะแล้วเสร็จภายในเดือน ก.ย.60


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การจัดเตรียมพื้นที่สนามหลวงฝั่งทิศใต้ เพื่อจัดสร้างพระเมรุมาศพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช


ข้อคิดเห็น
-สำนักการโยธา สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์การจัดเตรียมพื้นที่เพื่อจัดสร้างพระเมรุมาศ

 

7.ตรวจสอบการอนุญาตสร้างอาคาร ซ.พหลฯ 11
1 ฉบับ เดลินิวส์
รายละเอียด
-นางเกศสุภา อรวรรณสกุล รักษาราชการ ผอ.เขตพญาไท กล่าวกรณีประชาชนผู้อยู่อาศัยภายในซอยพหลโยธิน 11 คัดค้านการก่อสร้างโครงการก่อสร้างคอนโดมิเนียมขนาดใหญ่ของเอกชนและโครงการบ้านประชารัฐ โดยกังวลจะส่งผลกระทบต่อชุมชนที่อยู่เดิมและตั้งข้อสังเกตถึงความกว้างของซอยดังกล่าว ซึ่งไม่สามารถก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ได้ เพราะซอยกว้างไม่ถึง 10 เมตรว่า ฝ่ายโยธาเขตพญาไทตรวจสอบจากพื้นที่จริงและระวางที่ดินที่มีอยู่ พบความกว้างของซอยดังกล่าวกว้าง 13 เมตร

-นายพีรพล กนกวลัย อดีต ส.ก.เขตพญาไท กล่าวว่า ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 33 พ.ร.บ.ควบคุมอาคารฯ ระบุการก่อสร้างอาคารสูงจะสร้างได้ในซอยที่มีความกว้าง 10 เมตรตลอดซอย ซึ่งหมายถึงแม้ส่วนใหญ่ในซอยจะกว้าง 13-16 เมตร แต่หากมีเพียงช่วงใดกว้างไม่ถึง 10 เมตร ก็ไม่สามารถอนุญาตให้ก่อสร้างอาคารสูงในซอยนั้นๆ ได้ ซึ่งกรณีนี้ชาวบ้านได้ไปวัดความกว้างบริเวณปากซอยออกพหลโยธิน พบมีความกว้างเพียง 8-9 เมตรเท่านั้น ดังนั้น เพื่อให้หมดข้อสงสัยและการอนุญาตก่อสร้างเป็นไปตามหลักเกณฑ์ถูกต้อง เขตฯ ควรให้เจ้าหน้าที่กรมที่ดินเข้ามาตรวจสอบ


ผลกระทบ
ด้านบวก
-หลักเกณฑ์การอนุญาตก่อสร้างอาคาร ตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคารฯ
ด้านลบ
-กลุ่มชุมชนอนุรักษ์พญาไท ประกอบด้วยตัวแทนประชาชนที่อาศัยอยู่ในชุมชนพหลโยธินและใกล้เคียงจะรวมตัวกันเพื่อหารือแนวทางดำเนินการในวันที่ 11 ธ.ค. 59 เพื่อเตรียมเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับความกว้างซอยและข้อกฎหมายที่ชาวบ้านได้มีการตรวจสอบ เพื่อเตรียมไปพบผู้บริหารเขตต่อไป


ข้อคิดเห็น
- สำนักการโยธา สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ชี้แจงการเจรจาร่วมกับผู้อยู่อาศัยในซอยพหลโยธิน 11 กรณีการคัดค้านการก่อสร้างอาคารสูงภายในซอย

 

8.เร่งพัฒนาพื้นที่ริมเจ้าพระยา
4 ฉบับเดลินิวส์, มติชน, สำนักข่าวไทย, ไทยโพสต์
รายละเอียด
-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม (กห.) กล่าวหลังประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน คณะที่ 5 คณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปด้านความมั่นคง ลดความเหลื่อมล้ำการเกษตร ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมว่า ที่ประชุมได้ติดตามเรื่องเร่งด่วนที่ได้สั่งการให้ดำเนินการไปแล้วทั้งเขื่อนคลองลาดพร้าว การกำจัดผักตบชวา และโครงการพัฒนาพื้นที่ริมฝั่งพื้นที่แม่น้ำเจ้าพระยา โดยโครงการพัฒนาพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยายังดำเนินการต่อไป ซึ่งผู้ที่อยู่อาศัยในพื้นที่ส่วนใหญ่มีความพอใจและเห็นด้วย มีเพียงกลุ่ม NGO ที่ไม่เห็นด้วยกับโครงการนี้

-ร.ต.หญิง พรชนก อ่ำพันธุ์ ทีมงานโฆษก กห. แถลงผลการประชุมฯ ว่า การดำเนินการโครงการพัฒนาพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา พล.อ.ประวิตร สั่งการในที่ประชุม 2 ข้อ คือ (1) การสร้างและการออกแบบต้องเป็นประโยชน์ต่อประชาชน คำนึงถึงความสะดวกในการสัญจรทางน้ำ ระบบนิเวศในแม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึงการป้องกันน้ำท่วมและการบริหารจัดการน้ำ และ (2) การเยียวยาและดูแลประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่รุกล้ำ ซึ่งรัฐบาลมีแผนเคลื่อนย้ายประชาชนภายใต้โครงการบ้านมั่นคงชุมชน แม่น้ำเจ้าพระยาประชารัฐ

-สำหรับแผนเคลื่อนย้ายประชาชน มี 5 แผนคือ 1) เข้าไปอาศัยในแฟลตกรมการขนส่งทหารบก (ขส.ทบ.) 2) โครงการเคหะแห่งชาติ เช่น บ้านเอื้ออาทร 3) เช่าที่ดินรัฐ หรือซื้อที่ดินเอกชนสร้างชุมชนใหม่ 4) ขอรับเงินช่วยเหลือ เพื่อย้ายกลับภูมิลำเนา และ 5) การปรับปรุงที่ดินเดิม ขณะนี้มี 309 ครัวเรือน ที่ได้ดำเนินการย้ายไปเรียบร้อยแล้ว และภายในเดือน ธ.ค. นี้ จะย้ายประชาชนบางส่วนไปอยู่ที่บ้านเอื้ออาทรนครไชยศรี 50 ครัวเรือน

ผลกระทบ
ด้านบวก
-แนวทางการดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ตามนโยบายรัฐบาลและการจัดหาที่อยู่อาศัยใหม่ให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ
ด้านลบ
-การเจรจาเพื่อสร้างความเข้าใจกับกลุ่ม NGO ที่คัดค้านโครงการพัฒนาพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา


ข้อคิดเห็น
-สำนักการโยธา สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ความคืบหน้าการดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา